เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 42: ลาจากเมืองนั่วติง

ตอนที่ 42: ลาจากเมืองนั่วติง

ตอนที่ 42: ลาจากเมืองนั่วติง


"นั่นสินะ... โลกภายนอกนั้นกว้างใหญ่และมหัศจรรย์นัก แต่มันก็เต็มไปด้วยภยันตรายที่คาดไม่ถึงเช่นกัน เมื่อเจ้าก้าวออกไปแล้ว จงใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังให้จงหนัก"

"ข้าคงไม่มีสิ่งของล้ำค่าใดจะมอบให้เจ้าได้ นอกเสียจากคำชี้แนะเพียงไม่กี่ประโยคนี้"

ครูใหญ่ถอนหายใจยาวพลางจรดปากกาลงบนเอกสารการจบการศึกษา "จิตใจคนนั้นยากแท้หยั่งถึงและซับซ้อนยิ่งกว่าตำราเล่มไหนๆ หากเจ้าได้รับวาสนาหรือครอบครองสมบัติล้ำค่า จงเก็บงำมันไว้ให้มิดชิด อย่าได้โอ้อวดจนนำพาหายนะมาสู่ตนโดยไม่จำเป็น... ถึงอย่างไรก็ตาม ถังซาน เจ้าคือเด็กที่มีพรสวรรค์ที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบมา อนาคตของเจ้านั้นไร้ขีดจำกัด โรงเรียนนั่วติงแห่งนี้จะภูมิใจในตัวเจ้าเสมอ!"

"ขอบพระคุณท่านครูใหญ่ที่เมตตาดูแลข้าตลอดหลายปีที่ผ่านมาครับ" ถังซานกล่าวตอบด้วยความจริงใจ

ขั้นตอนการทำเอกสารจบการศึกษาดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เมื่อถังซานรับเอกสารมาแล้ว เขาจึงเอ่ยสมทบขึ้นอีกเรื่องหนึ่ง

"ท่านครูใหญ่ครับ ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง... เสี่ยวอู่ที่เป็นนักเรียนทุนกับข้านั้น พวกเรามีปณิธานร่วมกันว่าจะออกเดินทางไปฝึกฝนทั่วแผ่นดิน รบกวนท่านช่วยจัดการเรื่องจบการศึกษาให้นางด้วยครับ ตอนนี้นางได้วงแหวนวิญญาณวงแรกและมีระดับพลังถึงขั้นที่ 15 แล้ว ที่นางยังไม่มายื่นเรื่องด้วยตัวเอง เพราะนางมัวแต่รอให้ข้าจัดการธุระส่วนตัวให้เสร็จสิ้นเสียก่อน"

ในตอนนี้ ครูใหญ่เริ่มรู้สึกชาชินกับความอัจฉริยะเสียแล้ว เขาคิดในใจว่าหากคนอย่างถังซานยังยืนกรานจะพานางไปด้วย เสี่ยวอู่ย่อมไม่ใช่เด็กธรรมดาแน่ เขาจึงจัดการเซ็นเอกสารจบการศึกษาให้นางทันทีโดยไม่ลังเล

"ข้าขออวยพรให้เจ้าทั้งสองมีอนาคตที่รุ่งโรจน์!" ครูใหญ่กล่าวทิ้งท้ายด้วยความปรารถนาดีจากใจจริง

ถังซานเก็บเอกสารทั้งสองชุดไว้อย่างดีก่อนจะเดินออกจากห้องครูใหญ่ เขาไม่ได้ตรงไปหาเสี่ยวอู่ในทันที แต่กลับไปที่หอพักเพื่อจัดเตรียมสัมภาระ สิ่งของของเขามีไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นตัวยาสมุนไพรที่เขาปรุงขึ้นเอง เสื้อผ้าไม่กี่ชุด และเหรียญทองวิญญาณจำนวนหนึ่ง

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว เขาจึงมุ่งหน้าไปยังหอพักของเสี่ยวอู่

ทันทีที่ถึงหน้าตึก เขาเห็นเด็กสาวนั่งแกว่งขาอยู่อย่างเกียจคร้านบนขอบแปลงดอกไม้ ในปากของนางกำลังเคี้ยวหญ้าเงินครามที่มีพลังชีวิตสมบูรณ์ซึ่งถังซานเคยให้ไว้ก่อนหน้านี้อย่างเอร็ดอร่อยราวกับเป็นของว่างรสเลิศ

"เสี่ยวอู่" ถังซานเรียก

"หืม?"

เสี่ยวอู่เงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นถังซาน ดวงตาของนางก็เป็นประกายสดใสขึ้นมาทันที นางรีบเคี้ยวหญ้าเงินครามคำสุดท้ายกลืนลงคอแล้วกระโดดปราดเข้ามาหา "เสี่ยวซาน! เจ้ากลับมาแล้วหรือ? ธุระเสร็จเรียบร้อยแล้วใช่ไหม? เอ๊ะ..."

นางโน้มตัวเข้ามาใกล้ จมูกเล็กๆ สีชมพูขยับฟุตฟิตสองสามครั้ง ใบหูที่เหมือนกระต่ายขยับเขยื้อนด้วยความฉงน "กลิ่นอายบนตัวเจ้า... ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปนิดหน่อยนะ แต่ข้าบอกไม่ถูกว่ามันคืออะไรกันแน่..."

หัวใจของถังซานกระตุกวูบ สัญชาตญาณของสัตว์วิญญาณแสนปีช่างเฉียบคมนัก ขนาดเขาใช้กำลังภายในปิดบังไว้แล้ว นางยังสัมผัสถึงความผิดปกติเพียงเล็กน้อยได้ แต่เขายังคงรักษาท่าทีนิ่งสงบพลางยื่นเอกสารจบการศึกษาให้ "ใช่ จัดการเสร็จหมดแล้ว นี่คือใบรับรองของเจ้า ถึงเวลาที่เราต้องไปจากที่นี่แล้วละ"

"จบการศึกษาแล้วเหรอ!"

เสี่ยวอู่รับเอกสารมาดู นิ่งไปอึดใจหนึ่งก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง "ดีเลย! ในที่สุดก็ได้ไปจากที่นี่เสียที ข้าเบื่อจะแย่อยู่แล้ว! แล้วเราจะไปเล่น  เอ๊ย ไปฝึกฝนกันที่ไหนต่อดีล่ะ?"

นางรีบแก้คำพูดทันควัน เพราะรู้ดีว่าพี่ชายคนนี้เป็นพวกบ้าฝึกวิชาที่ไม่ค่อยรู้จักคำว่าเล่นเท่าไรนัก แต่ความตื่นเต้นในแววตานางนั้นปิดไม่มิดเลยจริงๆ

"พวกเราจะไปที่เมืองฮั่นไห่"

ถังซานเริ่มเล่าเรื่องที่เตรียมไว้กับท่านพ่อ "มีพยากรณ์  ไม่สิ มีผู้เชี่ยวชาญสันโดษท่านหนึ่งที่บังเอิญพบเรา ท่านรับพวกเราเป็นศิษย์และบอกให้ไปพบที่เมืองฮั่นไห่ เมืองนั้นติดทะเล มีสิ่งแปลกใหม่มากมาย เราสามารถเดินทางและฝึกฝนไปพร้อมกันได้"

"เมืองฮั่นไห่? ทะเลเหรอ!" ดวงตาของเสี่ยวอู่เปลี่ยนเป็นรูปดาวทันที นางอาศัยอยู่ในป่าซิงโต่วมาเนิ่นนาน ย่อมมีความโหยหาและสงสัยในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่เป็นธรรมดา "เยี่ยมไปเลย! เราจะออกเดินทางกันเมื่อไหร่?"

"เดี๋ยวนี้เลย" ถังซานตอบ "ข้าเก็บของเสร็จหมดแล้ว แล้วเจ้าล่ะ?"

"ข้าไม่มีอะไรต้องเก็บหรอก มีแค่แครอท... แล้วก็มีเจ้าก็พอแล้ว!" เสี่ยวอู่ร้องออกมาด้วยความร่าเริง "ข้ารอที่จะเห็นโลกกว้างไม่ไหวแล้ว!"

นางกระโดดโลดเต้นด้วยความหวังที่มีต่อโลกมนุษย์ นี่คือครั้งแรกที่นางได้ใช้ชีวิตเยี่ยงมนุษย์และสัมผัสกับสังคมคนจริงๆ นางไม่อยากหยุดนิ่งอยู่ที่เดิมนานนัก ส่วนเรื่องการล้างแค้นให้ท่านแม่นั้น... คงต้องรอจนกว่านางจะมีพลังมากพอ หากวู่วามไปตอนนี้ก็ไม่ต่างจากการเอาวงแหวนวิญญาณและกระดูกวิญญาณไปประเคนให้ศัตรูถึงที่

ถังซานยิ้มอย่างอ่อนใจ เขาชินกับนิสัยร่าเริงเกินเหตุของเสี่ยวอู่เสียแล้ว เขาพานางเดินเลี่ยงออกจากประตูข้างของโรงเรียน ท่ามกลางบรรยากาศรุ่งสางของเมืองนั่วติงที่เริ่มตื่นจากการหลับใหล

ทั้งคู่มุ่งหน้าไปยังจุดจอดรถม้าทางทิศตะวันออก ถังซานเลือกเช่ารถม้าที่สะอาดและกว้างขวาง เทียมด้วยม้ากำยำสองตัว เขาจ่ายเงินมัดจำก้อนใหญ่และว่าจ้างคนขับวัยกลางคนที่ดูซื่อสัตย์คนหนึ่ง

"นายท่านน้อย จะไปเมืองชิงเฟิงหรือ? ระยะทางไกลพอสมควรนะ ต้องใช้เวลาเดินทางประมาณสามวัน" คนขับรถม้ากล่าวพลางยิ้มแก้มปริเมื่อเห็นเงินมัดจำหนาหนัก

"ไม่ต้องรีบ ขอแค่ความปลอดภัยและความสบายก็พอ หากระหว่างทางมีเมืองที่น่าสนใจหรือจุดพักชมวิวสวยๆ เราอาจจะแวะพักบ้าง เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ข้าจะดูแลค่าอาหารและที่พักให้ท่านเอง" ถังซานกำชับ

ทำไมเขาถึงไม่ให้คนขับไปส่งที่เมืองฮั่นไห่โดยตรง? นั่นก็เพราะเมื่อถึงเมืองชิงเฟิง เขาตั้งใจจะคลายการสะกดพลังและคืนสู่รูปลักษณ์ของจักรพรรดิหญ้าเงินคราม ซึ่งไม่ควรให้คนขับรถม้าจากเมืองนั่วติงเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้ เมื่อถึงจุดนั้นเขาค่อยเปลี่ยนรถม้าเพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองฮั่นไห่ ซึ่งจะลดความเสี่ยงลงได้มาก

อีกอย่าง... เขาไม่ได้คิดจะปิดบังเสี่ยวอู่ นางจะเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดีที่สุดของเขาในการเดินทางครั้งนี้

"รับทราบครับ! วางใจได้เลย เฒ่าจอห์นคนนี้วิ่งเส้นทางนี้มาสิบกว่าปีแล้ว จะพาพวกท่านไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัยและแนะนำที่เที่ยวสวยๆ ให้แน่นอน!"

ถังซานและเสี่ยวอู่ก้าวขึ้นรถม้า ภายในนั้นกว้างขวางกว่าที่เห็นจากภายนอก มีเบาะรองนั่งที่นุ่มสบาย

เสียงตะโกนของคนขับดังขึ้นพร้อมกับรถม้าที่เริ่มเคลื่อนตัว เสียงล้อไม้บดไปบนถนนหินดังขรมเยี่ยงจังหวะเริ่มต้นของการเดินทาง พวกเขาผ่านประตูเมืองทิศตะวันออก เมืองที่พำนักมาปีกว่าค่อยๆ ลับสายตาไป

รถม้าเคลื่อนไปตามถนนเส้นหลักอย่างไม่รีบร้อน เสี่ยวอู่ผู้เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นแนบหน้ากับหน้าต่างรถม้า คอยเฝ้ามองทุ่งหญ้า หมู่บ้าน และราวป่าที่เคลื่อนผ่านไป ทุกอย่างดูสดใหม่ในสายตานาง

ส่วนถังซานเอนกายพิงผนังรถม้าฝั่งตรงข้าม ดูเหมือนกำลังพักผ่อน แต่แท้จริงแล้วเขากำลังรักษาสภาวะอำพรางพลังภายในกาย พร้อมกับวางแผนการเดินทางขั้นต่อไป

เขารู้ดีว่าท่านพ่อ 'ถังฮ่าว' ต้องลอบติดตามคุ้มกันอยู่ในเงามืดเป็นแน่...

เขากับแม่กระต่ายน้อยที่แสนตื่นเต้นข้างกาย กำลังจะเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตที่เต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่รู้จักและโอกาสมากมาย เด็กชายวัยเจ็ดขวบที่มีพลังระดับ 33 อัคราจารย์วิญญาณสามวงแหวน  จักรพรรดิหญ้าเงินครามที่แข็งแกร่งที่สุดในชาตินี้  ตำนานของเขากำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างเรียบง่ายทว่ามั่นคง

เส้นทางคดเคี้ยวเบื้องหน้าทอดยาวสู่อนาคตที่แสนพิเศษ... ในขณะเดียวกัน เขาก็หมั่นสำรวจและทำให้รากฐานพลังของตนมั่นคง เขาต้องไม่ลำพองใจเพียงเพราะระดับพลังที่ก้าวกระโดดหรืออายุของวงแหวนวิญญาณที่สูงลิ่ว เพราะเขารู้ดีว่านั่นคือกับดักที่ใหญ่ที่สุดของการฝึกฝน...

จบบทที่ ตอนที่ 42: ลาจากเมืองนั่วติง

คัดลอกลิงก์แล้ว