- หน้าแรก
- โต้วหลัว ถังซานพลิกชะตา เทพเจ้าแห่งชีวิตและทำลายล้าง
- ตอนที่ 25: ผู้พิทักษ์ผลไม้เจ็ดสีปริศนา! ราชสีห์เกราะทองหมื่นปี!
ตอนที่ 25: ผู้พิทักษ์ผลไม้เจ็ดสีปริศนา! ราชสีห์เกราะทองหมื่นปี!
ตอนที่ 25: ผู้พิทักษ์ผลไม้เจ็ดสีปริศนา! ราชสีห์เกราะทองหมื่นปี!
ภายใต้การทะยานร่างด้วยความเร็วสูงสุดของถังฮ่าวเพียงไม่ถึงวัน ผืนป่าอันกว้างใหญ่ไพศาลที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายอันเก่าแก่โบราณก็ปรากฏขึ้นที่ขอบสายตา ต้นไม้ค้ำฟ้าเรียงรายกันดุจมหาสมุทรสีเขียวขจี แว่วเสียงคำรามของสัตว์ร้ายและเสียงปักษาดังมาตามลมเป็นระยะ
"ข้างหน้านี่คือ... ป่าอาทิตย์อัสดง" ถังฮ่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"ช่างกว้างใหญ่จนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดจริงๆ ครับ" ถังซานอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความทึ่ง ด้วยอาณาเขตกว้างขวางระดับนี้ หากไม่มีตำแหน่งที่แน่ชัด การจะตามหา บ่อธาราสองขั้วคงไม่ต่างจากการงมเข็มในมหาสมุทร
ถังฮ่าวพยักหน้าเล็กน้อย "เป็นธรรมดา ป่าอาทิตย์อัสดงคือผืนป่าสัตว์วิญญาณที่ใหญ่เป็นอันดับสองของทวีป พื้นที่ของมันไม่ได้น้อยไปกว่าป่าซิงโต่วเลยแม้แต่น้อย และแน่นอนว่าสมบัติล้ำค่าแห่งใต้หล้าที่ซุกซ่อนอยู่ที่นี่... ย่อมมีไม่น้อยเช่นกัน"
ทั้งสองร่อนลงจอดที่ใต้เพิงผาเร้นลับบริเวณชายป่า
"จากนี้เราจะเดินเท้าเข้าไป จงอำพรางกลิ่นอายของเจ้าไว้ให้มิดชิดแล้วตามข้ามา"
สิ้นคำ สองพ่อลูกก็เคลื่อนกายดุจกลุ่มควัน สลายตัวกลมกลืนไปกับความมืดมิดของพงไพร พลังจิตอันกล้าแข็งของถังฮ่าวแผ่ซ่านออกมาประดุจเรดาร์ ไม่เพียงเพื่อหลบเลี่ยงสัตว์วิญญาณ แต่ยังเพื่อตรวจจับความผันผวนของพลังงานที่ผิดปกติ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว สมบัติสวรรค์มักจะมาพร้อมกับสนามพลังงานที่เข้มข้นเสมอ
ถังซานก้าวตามไปติดๆ เขาใช้เคลื่อนไหวดุจเงาพรายอย่างเต็มกำลัง พร้อมกับโคจรพลังเนตรปีศาจสีม่วงจนดวงตามีแสงสีม่วงจางๆ วนเวียนอยู่ภายใน มันช่วยให้เขามองเห็นกระแสพลังงานที่ละเอียดอ่อนกว่าที่พลังจิตจะสัมผัสได้
และเมื่อไม่มีสายตาคนนอก ถังซานจึงไม่จำเป็นต้องปิดบังความลับอีกต่อไป วงแหวนวิญญาณวงแรกสีม่วงสว่างวาบขึ้นที่ใต้เท้า เขาปลดปล่อยทักษะ สัมผัสแห่งชีวิต ออกไปจนถึงขีดสุด การผสานเนตรปีศาจเข้ากับมุมมองที่เชื่อมต่อผ่านพืชพรรณรอบกาย ทำให้ประสาทสัมผัสของเขาเฉียบคมขึ้นเป็นเท่าตัว
ทว่า สมบัติระดับสวรรค์นั้นไม่ใช่ของที่จะหาพบได้ง่ายๆ โดยเฉพาะของวิเศษที่ช่วยเสริมพลังจิตวิญญาณและพลังจิตโดยตรง ยิ่งหาได้ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร
วันแรกผ่านไป นอกจากสัตว์วิญญาณร้อยปีที่พุ่งเข้ามาหาเรื่องและถูกถังฮ่าวจัดการทิ้งอย่างง่ายดายแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน มีเพียงสมุนไพรธรรมดาที่มีอายุพอสมควร ซึ่งไม่ได้มีประโยชน์ต่อระดับพลังของพวกเขาในตอนนี้เลย
ยามค่ำคืน ทั้งสองพักผ่อนในถ้ำหินธรรมชาติ ถังฮ่าวสะบัดมือสร้างม่านพลังกั้นเสียงและกลิ่นอายไว้อย่างเบามือ
"อย่าเพิ่งท้อใจไปเลย เรื่องของโชคชะตาและวาสนาไม่อาจฝืนบังคับได้" ถังฮ่าวเอ่ยเสียงทุ้มพลางมองลูกชายที่ขมวดคิ้วเล็กน้อย "สมุนไพรวิญญาณที่ส่งผลต่อพลังจิตนั้นหาได้ยากยิ่ง ต้องใช้ความอดทน"
"ข้าทราบครับท่านพ่อ" ถังซานพยักหน้า เขาไม่ได้รีบร้อน เพียงแต่ไม่อยากเสียเวลาไปเปล่าๆ
เขานำเสบียงและน้ำสะอาดออกมาแบ่งปันกับบิดา ก่อนจะเข้าสู่สภาวะสมาธิเพื่อหลอมรวมฤทธิ์ยาที่เหลืออยู่ของกาววาฬในร่างกาย และใช้วิชาเสวียนเทียนบำรุงพลังจิตของตนต่อไป
เวลาล่วงเลยไปจนถึงเช้าวันที่สี่ หลังจากดูดซับปราณม่วงจากขอบฟ้าเสร็จสิ้น ทั้งสองก็มุ่งหน้าลึกเข้าไปในเขตชั้นในของป่า พื้นที่แถบนี้พืชพรรณหนาแน่นขึ้น พลังวิญญาณในอากาศก็บริสุทธิ์เข้มข้นกว่าเดิม จนเริ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสัตว์วิญญาณระดับพันปี
ครั้นถึงยามเที่ยง ถังฮ่าวที่เดินนำหน้าก็หยุดกะทันหัน แววตาคมปลาบประดุจเหยี่ยวจ้องมองไปยังหุบเขาทางซ้ายมือที่มีหมอกจางๆ ปกคลุมอยู่
"มีความผันผวนของพลังงานที่ผิดปกติ... แม้มันจะเบาบางมาก แต่คุณภาพของพลังนั้นสูงส่งยิ่งนัก" ถังฮ่าวกระซิบ
ถังซานรวบรวมสมาธิทันที เขาเร่งพลังสัมผัสแห่งชีวิตและเนตรปีศาจสีม่วงจนถึงขีดสุด มองผ่านม่านหมอกเข้าไปด้วยมุมมองของเหล่าพฤกษา และในที่สุด เขาก็เห็นแสงเหลือบระยิบระยับเจ็ดสีส่องประกายวับแวมอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขา พร้อมกับรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่กระทำต่อพลังจิตของเขาโดยตรง
"ท่านพ่อ ทางนั้นครับ! สัมผัสแห่งชีวิตของข้าตรวจพบอะไรบางอย่าง" ถังซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามสะกดความตื่นเต้น "เราหามาสามวัน ในที่สุดวันที่สี่ก็มีความคืบหน้าเสียที"
ถังฮ่าวพยักหน้า "ตามข้ามา ระวังตัวด้วย สถานที่แบบนี้มักจะมีสัตว์วิญญาณผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่งคอยเฝ้าอยู่"
ทั้งสองย่องกายเข้าไปในหุบเขาอย่างระมัดระวัง ยิ่งขยับเข้าใกล้ กลิ่นหอมสดชื่นที่แปลกประหลาดก็ยิ่งโชยมาเตะจมูก เพียงแค่ได้สูดดมเพียงนิด ก็รู้สึกเหมือนวิญญาณได้รับการชำระล้างจนสดใสขึ้นมา
เมื่อผ่านพุ่มเถาวัลย์หนาเข้าไป ทัศนียภาพเบื้องหน้าก็พลันสว่างจ้า ใจกลางหุบเขามีสระน้ำพุใสสะอาดขนาดไม่ใหญ่นัก และข้างๆ ตาน้ำนั้นเอง มีพืชประหลาดต้นหนึ่งเติบโตอยู่
มันสูงประมาณหนึ่งฟุต ลำต้นโปร่งแสงประดุจหยกงาม มีใบเจ็ดใบซึ่งแต่ละใบมีสีต่างกันออกไป แดง, แสด, เหลือง, เขียว, คราม, น้ำเงิน, ม่วง งดงามราวกับรุ้งกินน้ำที่ร่วงหล่นลงมาบนพื้นดิน และแสงเจ็ดสีที่เห็นก่อนหน้านี้ก็มาจากใบเหล่านี้เอง ที่ยอดของมันมีผลไม้ทรงกลมใสราวมุกขนาดเท่าลูกลำไย ภายในผลมีแสงรัศมีเจ็ดสีไหลเวียนช้าๆ อย่างน่าอัศจรรย์
"งดงามเหลือเกิน... ผลไม้ที่ประหลาดแท้" ถังฮ่าวมองจากระยะไกลด้วยความประหลาดใจ "ในบันทึกของแม่เจ้า มีระบุเรื่องผลไม้นี้ไว้หรือไม่?"
ถังซานส่ายหน้า "ไม่มีครับท่านพ่อ ใต้หล้านี้กว้างใหญ่เกินไป สมบัติสวรรค์และสมุนไพรวิญญาณมีนับไม่ถ้วน ท่านแม่คงไม่อาจบันทึกได้ทั้งหมด"
"แล้วงานวิจัยของอวี้เสี่ยวกังล่ะ?" ถังฮ่าวถามต่อ
"ไม่มีเช่นกันครับ ข้าจำเป็นต้องเข้าไปสัมผัสมันใกล้ๆ เพื่อใช้สัมผัสแห่งชีวิตอ่านข้อมูลของผลไม้นี้"
"ตกลง งั้นเข้าไปกันเถอะ"
ทว่า ในขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวเท้า เสียงคำรามต่ำอันดุร้ายก็ดังสนั่นมาจากอีกฟากของหุบเขา!
เงาร่างมหึมาค่อยๆ ก้าวออกมาจากมุมมืด มันมีรูปร่างคล้ายสิงโตยักษ์ แต่ทั่วร่างกลับปกคลุมด้วยเกล็ดสีทองเข้มที่ดูแข็งแกร่งดุจชุดเกราะ ที่หน้าผากมีเขียวเกลียวแหลมพุ่งออกมา ดวงตาสีแดงฉานเต็มไปด้วยความกระหายเลือด กลิ่นอายพลังวิญญาณที่แผ่ออกมานั้นกดดันจนอากาศรอบข้างสั่นสะเทือน
"นี่คือ... ราชสีห์เกราะทอง ที่มีอายุมากกว่าหมื่นปี มันเป็นหนึ่งในสัตว์วิญญาณระดับสูงสุด ดูท่าเจ้านี่จะเป็นผู้พิทักษ์ผลไม้เจ็ดสีนี้สินะ"
ถังฮ่าวเอ่ยออกมาด้วยท่าทีสงบนิ่ง มุมปากหยักยิ้มเล็กน้อย "การที่มีสัตว์วิญญาณระดับท็อปหมื่นปีเฝ้าอยู่ ย่อมพิสูจน์ได้ว่าผลไม้เจ็ดสีนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน... ดูเหมือนการมาครั้งนี้จะไม่เสียเที่ยวแล้ว"
สำหรับเขาที่เป็นถึงราชทินนามพรหมยุทธ์ ระดับ 95 ลำพังราชสีห์เกราะทองหมื่นปีตัวเดียว ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ต้องหวาดหวั่น
"เสี่ยวซาน ถอยไป"
ถังฮ่าวเดินก้าวออกไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ทันใดนั้นวงแหวนวิญญาณเก้าวงก็สว่างวาบขึ้นใต้เท้า: เหลืองสอง, ม่วงสอง, ดำสี่ และ... แดงหนึ่ง!
พริบตาที่วงแหวนวิญญาณสีเลือดวงสุดท้ายปรากฏขึ้น แรงกดดันมหาศาลที่แทบจะกลายเป็นตัวตนก็แผ่กระจายออกไปทั่วหุบเขา อากาศรอบด้านดูเหมือนจะแข็งตัวลงทันที
ราชสีห์เกราะทองที่กำลังจะพุ่งเข้ามาหยุดชะงักกะทันหัน ดวงตาสีแดงฉานของมันฉายแววหวาดกลัวสุดขีดเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่เหนือกว่ามันหลายเท่าตัว เสียงขู่คำรามเปลี่ยนเป็นเสียงครางหงิงอย่างไม่มั่นใจ สัญชาตญาณสัตว์ป่าตะโกนบอกมันว่า มนุษย์ผู้นี้... คือตัวตนที่อันตรายถึงชีวิต!
ถังฮ่าวไม่ได้ใช้เขตแดนเทพสังหาร หรือแม้แต่กายแท้วิญญาณยุทธ์ เพียงแค่ 'บารมี' ของราชทินนามพรหมยุทธ์ระดับ 95 ก็เพียงพอที่จะสยบสัตว์ร้ายหมื่นปีตัวนี้ได้อย่างราบคาบ
"ไสหัวไป!"
"มิเช่นนั้น... ตาย!"
น้ำเสียงของถังฮ่าวดุจเทพแห่งความตายที่ตัดสินชะตา เสียงนั้นก้องกังวานดุจฟ้าร้องสะเทือนไปทั่วทั้งหุบเขา
ราชสีห์เกราะทองราวกับได้รับอภัยโทษ มันไม่กล้ารอช้าแม้แต่วินาทีเดียว รีบหดหางและโกยแนบหนีหายไปในป่าลึกด้วยความเร็วที่มากกว่าตอนมาเสียอีก พวกเขาไม่ได้มีความจำเป็นต้องฆ่ามัน เพราะอย่างไรเสียสัตว์วิญญาณที่มีอายุสูงขนาดนี้ก็นับวันจะยิ่งลดน้อยลง...