บทที่ 103 กุญแจ (ฟรี)
บทที่ 103 กุญแจ (ฟรี)
หลังจากจัดการกับอาหารทะเลที่เหลือเสร็จ เจ้าอ้วนก็ล้างมือแล้วมานั่งลงตรงข้ามเจียงเฉิง
“คุณหมอ” เจ้าอ้วนเริ่มพูดอย่างลังเล “ตอนนี้คุณว่างแล้วใช่ไหม?”
เจียงเฉิงเอนตัวพิงเก้าอี้ ใช้ไม้จิ้มฟันเขี่ยฟันไปพลาง อีกมือก็เลื่อนดูวิดีโอสั้นไปพลาง ผู้หญิงในคลิปเต้นกันอย่างสนุกสนาน ใบหน้าของเขาค่อยๆ แดงขึ้น “เวลานี้พวกเธอน่าจะหลับกันหมดแล้ว โทรไปก็ไม่รับหรอก…”
เจ้าอ้วนงงอยู่พักหนึ่ง กว่าจะเข้าใจ เขารีบอธิบาย “คุณหมอ ผมไม่ได้หมายถึงพวกคุณผู้หญิงรวยๆ นะ ผมหมายถึง…เรื่องภารกิจต่างหาก”
เมื่อได้ยินคำว่า ภารกิจ เจียงเฉิงก็แสดงความเคารพขั้นพื้นฐาน เขาปิดโทรศัพท์แล้ววางลงบนโต๊ะ พอเห็นเช่นนั้น เจ้าอ้วนก็พลอยทำสีหน้าจริงจังขึ้นมาด้วย เขานั่งหลังตรง โน้มตัวมาข้างหน้า “คุณหมอ ผมยังมีคำถามเดิมอยู่ เบื้องลึกแล้ว เบาะแสมันคืออะไร? แล้วในภารกิจก่อนหน้า ใครกันที่ได้มันไป?”
เจียงเฉิงเงยหน้าขึ้น มุมมองที่เขาใช้มองเจ้าอ้วนเปลี่ยนไปเล็กน้อย ปฏิกิริยาแรกของเจ้าอ้วนคือเบือนสายตาหนี ราวกับว่า…เขากำลังปกปิดอะไรบางอย่าง
“พูดต่อสิ” เจียงเฉิงเชิดคางขึ้นอย่างสนใจ นิ้วที่เคาะโต๊ะอยู่ก็หยุดลง
เจ้าอ้วนเม้มปาก ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ในเมื่อจางอิ้นอิ้นค้นร่างผู้หญิงในชุดกี่เพ้า แสดงว่าเบาะแสนั้นต้องเป็นของที่จับต้องได้ ไม่ใช่ข้อความหรือคำพูด อีกทั้งตอนที่เธอทำแบบนั้น ภารกิจก็เพิ่งเริ่มต้น หมายความว่าเบาะแสไม่ได้ถูกค้นพบภายในภารกิจ แต่มีใครบางคนพกมันติดตัวเข้ามาตั้งแต่แรก”
เขาวิเคราะห์ต่อ “ของสิ่งนั้นต้องมีขนาดเล็ก ไม่อย่างนั้นก็อธิบายไม่ได้ว่าทำไมจางอิ้นอิ้นถึงลงมือปลดกระดุมกี่เพ้าได้ เพราะกี่เพ้าเป็นชุดที่รัดรูป ถ้าของสิ่งนั้นถูกซ่อนอยู่ในตัวผู้หญิงจริงๆ มันก็ต้องเล็กมาก หรือไม่ก็…”
เจ้าอ้วนหยุดพูดกะทันหัน เขามองเจียงเฉิงด้วยสายตาซับซ้อน
“หรือไม่ก็เป็นของที่บางมากๆ” เจียงเฉิงพูดต่ออย่างเป็นธรรมชาติ เขาเอนหลังพิงโซฟา นั่งเอนอย่างสบายตา จากมุมมองสายตาของเจ้าอ้วน ครึ่งหนึ่งของใบหน้าเจียงเฉิงถูกกลืนหายไปในความมืด
“อย่างเช่น…” เขายกมือทำท่าประกอบ “กระดาษแผ่นหนึ่ง”
เขาไม่ใช่อัจฉริยะ แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ ตอนอยู่ในภารกิจ เขามัวแต่สนใจการเอาชีวิตรอดจนไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น จึงมักมองข้ามความผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ไป ทว่าเมื่อกลับออกมาได้ แล้วลองนึกย้อนไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในภารกิจนั้น
จุดที่แปลกประหลาดต่างๆ ก็โผล่ขึ้นมาให้เห็นชัด เจ้าอ้วนต้องยอมรับว่าเจียงเฉิงฉลาดมาก การกระทำของเขาในการภารกิจครั้งนี้น่าชื่นชมเกินคำบรรยาย เขาคุมจังหวะของภารกิจได้ทั้งหมด และแทบจะกำทุกอย่างไว้ในมือ เจ้าอ้วนยอมรับว่าทุกคน ไม่ว่าจะเป็นจางอิ้นอิ้น สวี่เหวิน เจินเจี้ยนเหริน หรือแม้แต่หลัวอี้… ต่างก็เป็นคนที่รับมือได้ยากทั้งนั้น ทว่าในที่สุดพวกเขาก็ตายกันหมด ในทางกลับกัน คุณหมอซึ่งมีเขาเป็นภาระกลับไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย
คนที่ถือครองเบาะแสเอาไว้ ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือคุณหมอ และเบาะแสนั้นก็คือหนังสือพิมพ์ที่เฉินเสี่ยวเหมิงยื่นให้คุณหมอ แน่นอน เจ้าอ้วนไม่เชื่อว่าเฉินเสี่ยวเหมิงจะมีน้ำใจขนาดนั้น
“คุณหมอ” เจ้าอ้วนเงียบไปนาน ก่อนจะพูดขึ้น “คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าหนังสือพิมพ์นั่นคือเบาะแส?”
เจียงเฉิงยกแก้วน้ำขึ้นจิบ แล้วพูดสิ่งที่ทำให้เจ้าอ้วนสับสน “ถ้าฉันรู้ล่วงหน้า นายคิดว่าฉันจะพกหนังสือพิมพ์ติดตัวไว้จริงๆหรอ?”
เจ้าอ้วนขมวดคิ้ว “งั้น…ก็เพราะหนังสือพิมพ์นั่นใช่ไหม ที่ทำให้เราถูกลากเข้าสู่ภารกิจครั้งที่สอง?!”
เจ้าอ้วนยังคงมีคำถามติดค้างอยู่มากมายเกี่ยวกับวิธีที่พวกเขาถูกดึงเข้ามาในภารกิจครั้งที่สอง สิ่งเดียวที่เขายืนยันได้ก็คือ ไม่ว่าฝันร้ายนั้นจะน่ากลัวเพียงใด มันก็จะเหลือทางรอดไว้ให้ผู้เล่นเสมอ ฝันร้ายไม่เคยอนุญาตให้เกิดการตายอย่างสิ้นเชิง… นั่นคือกฎของมัน
ทว่าความเป็นจริงคือ พวกเขากลับถูกลากเข้าสู่ฝันร้ายครั้งที่สอง ทั้งที่ยังไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังจากรอดพ้นจากครั้งแรก ถึงแม้บาดแผลทางร่างกายจะถูกรักษาทุกครั้งที่ออกจากเขตแดนฝันร้าย แต่ความเหนื่อยล้าทางจิตใจไม่ได้รับการเยียวยาเลย ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาถูกทรมานทางจิตต่อเนื่องหลายวัน แต่ได้พักผ่อนน้อยกว่าหนึ่งวัน ก่อนจะถูกโยนเข้าสู่นรกครั้งใหม่ ที่เลวร้ายที่สุดก็คือ หากล้มเหลวในภารกิจ พวกเขาจะต้องตาย และหายตัวไปอย่างลึกลับในโลกจริง ไม่ว่าคนๆ นั้นจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็ไม่มีทางทนต่อการทรมานทางจิตใจอย่างต่อเนื่องได้โดยไม่มีที่ให้พัก แม้แต่เจียงเฉิงเอง เจ้าอ้วนก็ไม่เชื่อว่าเขาจะทนผ่านภารกิจที่สามไปได้
“หนังสือพิมพ์นั่นแหละคือกุญแจที่เปิดภารกิจครั้งนั้น” น้ำเสียงของเจียงเฉิงราบเรียบและเย็นเยือก เจ้าอ้วนแทบไม่เคยเห็นเขาในสภาพแบบนี้มาก่อน ใบหน้าที่ไร้การล้อเล่นดูแปลกตาไปอย่างสิ้นเชิง มันทำให้เจ้าอ้วนเผลอนั่งหลังตรง ความกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามา จนหายใจแทบไม่ออก
“เฉินเสี่ยวเหมิง…” ใบหน้าเจ้าอ้วนแดงก่ำ ลมหายใจเริ่มไม่เป็นจังหวะ “งั้น…หนังสือพิมพ์นั่นก็คือรางวัลจากภารกิจแรก และเป็นเฉินเสี่ยวเหมิงที่ได้มันไป”
เมื่อเจียงเฉิงไม่ตอบอะไร เจ้าอ้วนก็รู้ทันทีว่าเขาคิดถูกแล้ว
จากนั้น ทุกอย่างก็สามารถคาดเดาได้ เจียงเฉิงซึ่งก็เป็นมือใหม่เหมือนกัน ไม่รู้วิธีใช้หนังสือพิมพ์ ดังนั้นเขาจึงเก็บมันติดตัวแล้วเข้านอน เขาไม่คาดคิดเลยว่าหนังสือพิมพ์จะเป็นตัวเริ่มต้นฝันร้ายรอบใหม่ อย่างที่เจียงเฉิงบอกไว้ หนังสือพิมพ์คือกุญแจ ทว่าต่างจากภารกิจแรกที่พวกเขาถูกลากเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว คราวนี้พวกเขากลับก้าวเข้าสู่ฝันร้ายด้วยตัวเอง
พูดอีกอย่างคือ การมี ‘กุญแจ’ เท่ากับการมีอำนาจในฝันร้ายนั้น ความคิดมากมายไหลผ่านหัวของเจ้าอ้วน แต่ทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึงสิบวินาทีก็เข้าใจทุกอย่าง
“คุณหมอ” เจ้าอ้วนเม้มริมฝีปาก “คุณรู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
เจียงเฉิงเหลือบตามองเขา “รู้เรื่องอะไร?”
“เรื่องเบาะแส…” คอหอยของเจ้าอ้วนขยับ เขาพูดแผ่วๆ เป็นนัย “ว่าที่จริงแล้วพวกเขาไม่มีเบาะแส แต่คุณต่างหากที่มี… หนังสือพิมพ์นั่น”
เจียงเฉิงใช้เวลาคิดเล็กน้อย ก่อนตอบว่า “ก็คงประมาณตอนที่เรารู้ว่ามีผีอยู่ท่ามกลางพวกเรา”
“หลัวอี้?” เจ้าอ้วนย้อนนึกไปถึงสถานการณ์ในตอนนั้นทันที