บทที่ 102 ความอิจฉา (ฟรี)
บทที่ 102 ความอิจฉา (ฟรี)
ถุงพลาสติกถูกเปิดออก เผยให้เห็นกล่องอาหารทะเลปรุงสุกเรียงซ้อนกันอยู่มากมาย เพียงแค่กวาดตามองก็เห็นทั้งกุ้งล็อบสเตอร์ ปู ปลา และอีกสารพัด…
“คุณหมอ…” น้ำตาเอ่อคลอในดวงตาของเจ้าอ้วน ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่า ต่อให้ไม่มีเสี่ยเลี้ยง ขอแค่มีคุณหมออยู่ก็พอแล้ว
“รีบกินซะ ตอนที่ยังร้อนอยู่” เจียงเฉิงตบไหล่เขาเบาๆ
“ขอบคุณครับ คุณหมอ!”
เจ้าอ้วนชอบอาหารทะเลที่สุด น่าเสียดายที่มันแพงเกินไป เขาจึงแทบไม่มีโอกาสได้กินบ่อยนัก เขาคว้าปูขึ้นมาหนึ่งตัวแล้วหักออกครึ่ง เมื่อเห็นมันสมองปูไหลทะลักออกมา ความไม่พอใจที่ค้างคาอยู่ก็หายไปจนหมดสิ้น เจียงเฉิงเหลือบตาไปที่ประตู เด็กส่งของยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ได้จากไปไหน
“มีอะไรอีกไหม?” เจียงเฉิงถามขึ้น
ชายคนนั้นยิ้มบาง ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ “คุณเจียง… คุณยังไม่ได้จ่ายเงินครับ” เขาถูมือไปมาอย่างเก้อเขิน
ปูที่กำลังจะเข้าปากเจ้าอ้วนชะงักค้างกลางอากาศ
เจียงเฉิงถึงกับสะดุ้ง “จ่ายเงิน? จ่ายค่าอะไร?”
“ก็อาหารทะเลนี่สิครับ” ชายคนนั้นก็ตกใจเช่นกัน สายตาที่มองเจียงเฉิงเปลี่ยนไปทันที “ปูสี่ตัว ล็อบสเตอร์หนึ่งตัว กุ้งใหญ่หนึ่งตัว… รวมทั้งหมด 1,070” เขายื่นใบเสร็จมาให้เจียงเฉิงดู
“ไม่ใช่ว่าจ่ายไปแล้วหรอกหรอ?” เจียงเฉิงขมวดคิ้ว “ฉันบอกให้เขาแพ็กกลับบ้านให้ฉันแล้วนี่”
“ขอโทษครับคุณเจียง” ชายคนนั้นน้ำเสียงแข็งขึ้น ดูเหมือนไม่เชื่อคำพูดของเขา “วันนี้เป็นงานเลี้ยงส่วนตัว อาหารทั้งหมดเป็นแบบเหมาจ่าย เราไม่ได้มีบริการห่อกลับ ของคุณถือว่าเป็นบริการส่งพิเศษต่างหาก”
วินาทีถัดมา เจียงเฉิงคว้าปูออกจากมือเจ้าอ้วนมาประกบเปลือกที่แตกเข้าด้วยกัน แล้วจัดทุกอย่างกลับเข้าไปในกล่องเหมือนเดิม จากนั้นก็ยกถุงพลาสติกคืนให้คนส่งของ “ฉันไม่เอาแล้ว” เขาเชิดหน้าพูดอย่างภาคภูมิ
คนส่งของ ???
เจ้าอ้วน ???
ก่อนที่ชายคนนั้นจะได้พูดอะไร เจียงเฉิงก็ไล่เขาออกไปทันที
เสียงน้ำไหลดังมาจากห้องครัว เจ้าอ้วนกำลังล้างมือ เขาพูดเสียงอ้อมแอ้มว่า “คุณหมอ…” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเกรงใจ “ผมไม่ว่าอะไรหรอกถ้าจะอดกินปู แต่คุณไม่ควรทำให้คุณคนนั้นลำบากเลยนะครับ” เขาสะบัดมือให้แห้งพลางพูดต่อ “ผมเคยทำงานแบบนั้นมาก่อน งานส่งของมันไม่ง่ายเลยนะ ต้องสู้กับทั้งแดดทั้งฝน แล้วบางทีก็เจอลูกค้าที่ไม่ยอมจ่าย จนต้องควักเงินตัวเองจ่ายแทน” เขาเอ่ยเสียงเบาลง “ปูเมื่อกี้น่ะ… คงกินเงินเดือนเขาไปตั้งสองวันแน่ะ”
เจียงเฉิงนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เสียงพิมพ์แป้นดังรัวอย่างไม่ใส่ใจ เจ้าอ้วนถอนหายใจยาว เขารู้ดีว่าคุณหมอไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดเลยสักนิด ชายคนนี้เป็นคนที่เห็นแก่ตัวสุดขั้ว และแทบไม่เคยฟังใครจริงๆ
เขาล้างมือตัวเองด้วยน้ำยาล้างจานแล้วถึงสามครั้ง กว่าจะกำจัดกลิ่นอาหารทะเลออกไปได้หมด จากนั้นก็เดินออกมาพร้อมเช็ดมือไปด้วย ที่จริงแล้วเจ้าอ้วนก็อยากใช้น้ำยาล้างมือปกติเหมือนกัน แต่ในบ้านเจียงเฉิงไม่มีของแบบนั้นอยู่เลย เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไร บางทีอาจเป็นเรื่องเงินก็ได้
“เจ้าอ้วน” เจียงเฉิงถอดหูฟังออกแล้วบ่น “ใช้น้ำยาล้างจานให้น้อยหน่อย คราวหลังล้างด้วยน้ำเปล่าก็พอ!”
“รู้แล้วครับ คุณหมอ”
“เดี๋ยวก็ยังมีจานให้ล้างอีกตั้งเยอะ เสียดายของเปล่าๆ…” เขาพูดพลางใส่หูฟังกลับเข้าไปแล้วบ่นพึมพำต่อ
เจ้าอ้วนขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจว่าคุณหมอหมายถึงอะไร
จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง เจ้าอ้วนรีบวิ่งไปเปิด คราวนี้ก็ยังเป็นคนส่งของคนเดิม แต่บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “คุณเจียงอยู่ไหมครับ?” ดวงตาของเขามองข้ามเจ้าอ้วนเข้าไปยังด้านในห้องทำงานทันที
“อยู่ครับ” เจ้าอ้วนงงเล็กน้อย เขากดเสียงลงถาม “มีอะไรหรอคุณ? หรือว่าเจ้านายคุณไม่ยอมรับของคืน…”
“คุณเจียงเฉิง!” ชายคนนั้นร้องเรียกเสียงตื่นเต้นทันทีที่เห็นเจียงเฉิง “เชิญออกมาหน่อยครับ!”
เจ้าอ้วนหันกลับไปมองเจียงเฉิงอย่างงุนงง อีกฝ่ายถอดหูฟังออกแล้วเดินอ้อยอิ่งเข้ามา ชายส่งของยื่นถุงอาหารทะเลให้ จากนั้นก็ตบตามตัวเหมือนกำลังหาของบางอย่าง
“ไม่ต้องหาแล้ว” เจียงเฉิงพูด “ฉันมีปากกาอยู่ แค่เอาใบเสร็จมาให้เซ็นก็พอ”
ชายคนนั้นยิ้มกว้างแล้วยื่นใบเสร็จมา เจียงเฉิงเซ็นชื่ออย่างคล่องแคล่ว
“ขอโทษจริงๆ ครับคุณเจียง ผมเพิ่งมารับงานส่งของวันนี้ เลยไม่รู้จักคุณ” เขายังยิ้มไม่หยุด
“ไม่เป็นไร”
ชายส่งของเดินจากไป ทิ้งเจ้าอ้วนให้นั่งอยู่หน้าโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารทะเล สมองเขามีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
“กินซะ” เสียงของเจียงเฉิงดังลอดออกมา เขากลับไปนั่งในออฟฟิศแล้วพิมพ์คีย์บอร์ดอย่างไม่ใส่ใจ “เดี๋ยวเย็นแล้วมันจะไม่อร่อย”
เจ้าอ้วนหยิบปูที่แตกแล้วถูกประกบกลับเข้าที่ขึ้นมา ภาพนั้นทำให้เขานึกถึงคำพูดของเจียงเฉิงก่อนหน้านี้
…
“คุณหมอ” เจ้าอ้วนกลั้นไม่ไหว ต้องถามออกมา “คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าเขาจะกลับมา? แล้วใครเป็นคนจ่ายค่าอาหาร? ที่เขาพูดว่าไม่รู้จักคุณ หมายความว่ายังไง?” ดวงตาเขาเบิกกว้าง “คุณไปที่พวกนั้นบ่อยเหรอ?”
เพียงลายเซ็นเดียวก็เคลียร์ค่าอาหารหลายพันได้… ถึงจำนวนเงินจะไม่มาก แต่สำหรับเจ้าอ้วน มันคือค่าอาหารทั้งเดือนของเขาเลยทีเดียว
“ก็พูดได้ประมาณนั้นแหละ” เจียงเฉิงไม่ได้เมินเฉยต่อคำถามของเจ้าอ้วน เขายังคงบันทึกอะไรบางอย่างลงในคอมพิวเตอร์ “ฉันรู้จักเจ้าของร้านอาหารนั่นดี เราเป็นเพื่อนเก่ากัน”
“ว่าแล้วเชียว…” เจ้าอ้วนมือไว หักเปลือกกุ้งออกหมดในพริบตา “คุณหมอ” เขาพูดพลางปากมันเยิ้ม เปิดกระป๋องโค้กที่ได้แถมมา “ผมอิจฉาคุณจริงๆ ที่มีเพื่อนรวยๆ เยอะ” คำพูดนั้นออกมาจากใจ เจ้าอ้วนคลุกคลีอยู่ในสังคมมาหลายปี เคยฝันอยากรวยทางลัด อยากรู้จักเพื่อนกระเป๋าหนักเยอะๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ดีในตัวเจ้าอ้วนคือ ถึงจะอิจฉา เขาก็ไม่เคยเกลียดคนที่มีในสิ่งที่ตัวเองไม่มี
เพื่อนร่วมงานเก่าของเขาคนหนึ่ง ขับรถบรรทุกเส้นทางไกล ชอบจงใจเฉี่ยวรถหรู แล้วใช้ขนาดรถที่ใหญ่โตข่มขู่รีดเงิน เจ้าตัวอ้างว่าพวกคนพวกนั้นรวยจากการโกงชาวบ้าน เขาแค่เอาเงินของตัวเองคืนก็เท่านั้น…
แต่เจ้าอ้วนกลับไม่เห็นด้วย เขาเชื่อว่าคนส่วนใหญ่เป็นคนดี พวกเขาแค่ทำงานหนักกว่าเท่านั้นเอง
“คุณหมอ” เจ้าอ้วนเงยหน้าขึ้นถามเจียงเฉิง “เพื่อนคุณต้องทำงานหนักมากเลยใช่ไหม ถึงได้มีโอกาสเป็นเจ้าของร้านอาหาร?”
เจียงเฉิงครุ่นคิดเล็กน้อย “ก็ไม่เชิงนะ เขาทำงานหนักจริงแค่คืนเดียว เช้าวันถัดมา เจ้าของร้านตัวจริงก็ยกร้านให้เขา ฉันอยู่ที่นั่นด้วยตอนเขาโอนกิจการ” เจียงเฉิงดีดนิ้วเปาะ “จริงๆ แล้ว นายก็รู้จักเขาด้วยนะ เขาคือปีหว่านไง”