บทที่ 78 ฉายเดี่ยว
บทที่ 78 ฉายเดี่ยว
“คุณหมอ…” เจ้าอ้วนเริ่มตัวสั่นอีกครั้ง เขาพึมพำเสียงเบาเพื่อเตือนเจียงเฉิง แต่ทันใดนั้นก็รู้สึกเหมือนถูกบีบเข้าที่เอว เขาจึงหุบปากเงียบ เจียงเฉิงส่งสัญญาณชัดเจนแล้ว เจ้าอ้วนได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า ถ้าเขายังมองเห็นความผิดปกติในตัวผู้อำนวยการหลี่ได้ แบบนั้นเจียงเฉิงก็คงมองออกเหมือนกัน และคงคิดหาทางเอาตัวรอดไว้แล้ว
“เฉินเหยา…ตายยังไง?” เจียงเฉิงถามย้ำอีกครั้ง
ผู้อำนวยการหลี่ยกศีรษะขึ้น ใบหน้าภายใต้แว่นตาดูแปลกตา ราวกับไม่ใช่คนเดิม เสียงแหบห้าวดังขึ้น
“เธอผูกคอตาย”
“เป็นการฆ่าตัวตายใช่ไหม?”
หญิงคนนั้นพยักหน้า “ใช่”
เอาจริง ๆ แล้ว เจ้าอ้วนไม่อาจเชื่อใจหญิงตรงหน้าได้ เฉินเหยาอาจมีตัวตนจริง เธออาจเป็นผีที่กลับมา แต่…เจ้าอ้วนเม้มปาก เหงื่อไหลลงมาตามซอกคอ แล้วใครจะบอกได้ล่ะว่า ผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่เฉินเหยาเสียเอง? เธออาจจะเป็นผีก็ได้
เจ้าอ้วนอยากคว้ากล้องของเจียงเฉิงมาลองพิสูจน์ แต่พอเอื้อมมือออกไป เขากลับเจอสายตาอำมหิตจากเจียงเฉิงเข้าเต็ม ๆ เขาตัวสั่น รีบดึงมือกลับทันที พอเงยหน้ามองอีกที เจียงเฉิงกลับทำท่าทางปกติ ริมฝีปากขยับแน่นเป็นเส้นตรง รอฟังคำตอบจากหญิงตรงหน้า
“เฉินเหยาเป็นนักเรียนใหม่รุ่นปี 09” หญิงคนนั้นเริ่มเล่า เสียงแหบห้าวของเธอราวกับพาพวกเขาย้อนกลับไปในอดีต
“ฉันอยู่ปีสูงกว่า เป็นรุ่นพี่ของเธอ ตอนพิธีทำความรู้จักนักศึกษาใหม่ ฉันเป็นพิธีกร ส่วนเธอได้ขึ้นแสดงในงาน นั่นคือครั้งแรกที่เราเจอกัน เธอสวยมาก ร้องเพลงก็ดี เต้นก็ได้ ตอนอยู่บนเวทีเธอเปล่งประกายจนทุกคนต้องหันไปมอง ฉันสังเกตเห็นความสง่างามและพรสวรรค์ด้านบัลเลต์ของเธอ เลยแนะนำให้เธอย้ายไปเรียนเอกบัลเลต์” เธอเว้นจังหวะแล้วอธิบายต่อ “ตอนแรกเธอสมัครเข้ามาเรียนเอกการเต้นร่วมสมัย”
“ห้องหนึ่ง?” เจียงเฉิงถาม
“ใช่” หญิงคนนั้นพยักหน้า “นั่นคือความเสียใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตฉัน” เสียงของเธอต่ำลง ริมฝีปากยกโค้งแปลก ๆ
เธอเป็นคนส่งคู่แข่งหัวใจให้ไปอยู่ใกล้คู่หมั้นของตัวเอง… เจ้าอ้วนคิดในใจ ไม่แปลกเลยที่ความเกลียดชังของเธอจะฝังลึก แต่แน่นอน เขาไม่กล้าพูดออกมา ได้แต่พยักหน้าตามน้ำไปเท่านั้น
“ตอนแรกทุกอย่างก็ยังดีอยู่ ฉันคิดถูกแล้ว เธอพัฒนาในบัลเลต์ได้รวดเร็วมาก เพียงแค่เดือนเดียว การเต้น ท่วงท่า ทุกอย่าง…ก็ไปถึงระดับสูงแล้ว แม้แต่คู่หมั้นของฉันก็ยังชมไม่หยุด ครูบางถึงกับแอบพูดกันอย่างเงียบ ๆ ว่า…เฉินเหยาเกิดมาเพื่อบัลเลต์”
เธอพูดต่อ “นักศึกษารุ่น 09 นับว่าโชคดี พวกเขาเข้าเรียนได้ไม่ถึงครึ่งปี ก็ตรงกับวันครบรอบของโรงเรียน ตอนนั้นคณาจารย์ นักเรียน และศิษย์เก่าเต็มไปหมด ในหมู่ศิษย์เก่าก็มีทั้งดารามีชื่อ เอเจนต์ และโปรดิวเซอร์ งานแบบนั้นสำคัญมากสำหรับพวกเราที่รักศิลปะ มันสำคัญยิ่งกว่าการเรียนเสียอีก หลายคนมีพรสวรรค์แต่ต้องตายไปโดยไม่มีใครรู้จัก เพียงเพราะไม่มีเวทีให้แสดง”
เจียงเฉิงพยักหน้า รับคำอย่างเข้าใจ “ผมก็พอรู้เรื่องวงการบันเทิงอยู่บ้าง มันโหดร้ายมาก แค่ไม่กี่ปีก็สามารถทำให้คนดี ๆ พังทลายได้”
หญิงคนนั้นปรายตามองเขาอย่างสนใจ “คุณเองก็เคยอยู่ในวงการหรอ?”
เจ้าอ้วนแทบจะร้องไห้ออกมาในใจ ทำไมคุณหมอต้องไปพูดอะไรแบบนั้นด้วย! ถ้าตอบผิด พวกเขาสองคนได้ตายแน่ ไม่หนำซ้ำศพของพวกเขาก็คงจะหายไปอย่างลึกลับ
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้” เจียงเฉิงนั่งตัวตรง ปลดกระดุมเสื้อลงสองสามเม็ด สีหน้าเยือกเย็น ดูมั่นคงจนเจ้าอ้วนรู้สึกหนาววาบขึ้นในอก “ผมเคยเป็นดาวเด่นในรายการตอนกลางคืน” เจียงเฉิงพยักหน้ารับอย่างจริงจัง “เข้าใจไหมครับ? มันหมายความว่าทันทีที่แขกเลือกชื่อผม ผมก็จะไม่มองใครอีกเลย”
พูดจบ เขาก็ค่อย ๆ ยื่นมือขวาออกมา กำแน่นเป็นหมัด สีหน้าจริงจังราวกับสาบาน เจ้าอ้วนมองแล้วถึงกับคิดว่าหมอนี่กำลังปฏิญาณอะไรสักอย่างอยู่จริง ๆ
เจ้าอ้วนถึงกับอึ้ง ฟันกระทบกันดังกรอด ๆ เขาไม่รู้เลยว่าเจียงเฉิงเป็นอะไรไป ทำไมสถานการณ์ถึงพลิกกลับได้เร็วขนาดนี้?
แล้วเจียงเฉิงก็พูดออกมา “พวกเขาบอกว่า สิ่งเดียวที่ผมมี…คือค่าตัวที่แพงเกินไป!”
เจ้าอ้วน “…”
หญิงคนนั้นเองก็สับสนไปชั่วขณะกับทิศทางการสนทนา เหมือนเธอจะตั้งสติได้ในอีกครู่หนึ่ง สิ่งแรกที่เธอทำคือขยับตัวถอยห่างจากเจียงเฉิง
“คุณ…ห่าว” หญิงคนนั้นแสดงความกระอักกระอ่วนเป็นครั้งแรก “ฉัน…ฉันว่าเรากำลังพูดถึงคนละเรื่อง พวกเราเป็นศิลปิน ส่วนคุณ…ไม่ ไม่ใช่…”
“ผมก็เป็นศิลปินเหมือนกัน” เจียงเฉิงบ่นเสียงต่ำ “ผมเคยเสียสละทุกอย่างเพื่อศิลปะมาแล้ว!”
เจ้าอ้วน “…”
“คุณห่าว…” หญิงคนนั้นสูดลมหายใจแรงจนหน้ากากที่สวมอยู่บุบเข้าไปด้านข้าง “ยังไงก็ตาม พวกเรามันต่างกัน”
“ไม่เป็นไร” เจียงเฉิงพยักหน้า “ผมเข้าใจสิ่งที่คุณจะพูด”
หญิงคนนั้นเชื่อแล้วว่าไม่มีทางหาข้อสรุปร่วมกับเจียงเฉิงได้ จึงวกกลับไปยังเรื่องก่อนหน้า ทันใดนั้นเอง เจ้าอ้วนก็สัมผัสได้ถึงบางอย่าง บรรยากาศประหลาดที่รายล้อมผู้หญิงคนนี้…มันอ่อนแรงลงมาก ท่าทางการเคลื่อนไหวของเธอเป็นธรรมชาติมากขึ้น ดูเหมือนมนุษย์มากกว่าหุ่นเชิด เจ้าอ้วนเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง เขาจึงหันไปมองเจียงเฉิง
เจียงเฉิงไม่ได้ดูเปลี่ยนไป ยังคงตอบโต้กับหญิงคนนั้นเป็นระยะ ๆ อย่างสนใจ แต่เจ้าอ้วนก็ยังเห็นประกายสะท้อนบนหน้าผากของเขา มันคือเม็ดเหงื่อที่ไหลเลาะผ่านขอบตา
เพียงแค่หนึ่งนาที หน้าผากของเจียงเฉิง…ก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ เต็มไปหมด
“เพราะเฉินเหยาพัฒนาได้รวดเร็ว โรงเรียนจึงอยากให้เธอแสดงในงานครบรอบ” หญิงคนนั้นกัดฟันพูดออกมา “มันคือการเต้นเดี่ยว ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้ยากมาก”
“แล้วหลังจากนั้นล่ะ?” เจียงเฉิงถามต่อทันที
หญิงคนนั้นเชิดหน้าขึ้น แว่นตาปิดบังดวงตา แต่กลับสัมผัสได้ถึงพิษร้ายที่ออกมาอย่างชัดเจน “เธอสละเวทีนั้นไปเธอบอกว่า…เธออยากเต้นรำเป็นคู่ต่างหาก!”