บทที่ 77 เฉินเหยา
บทที่ 77 เฉินเหยา
“เธอชื่อ เฉินเหยา” หัวหน้าแผนกหลี่จ้องเจียงเฉิงก่อนจะพูดออกมา
เจ้าอ้วนเพิ่งตื่น สมองยังทำงานไม่เต็มที่ จึงถามขึ้นมาโดยไม่ทันคิด
“ใครนะ?”
“เด็กผู้หญิงที่หายไปในแฟ้ม” หญิงคนนั้นหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงกดดัน “หรือก็คือ…ผีที่พวกคุณกำลังตามหา”
ทันทีที่คำว่า ผี หลุดออกมา เจ้าอ้วนกับเจียงเฉิงก็สบตากัน NPC บางคนอาจสัมผัสถึงความปกติได้ เหมือนอย่างเฟิงหลาน แต่หัวหน้าแผนกหลี่คือคนแรกที่พูดถึงผีตรง ๆ แบบนี้
เจียงเฉิงมองเธอแล้วถาม “คุณรู้จักเธอเหรอ?”
จากเบาะแส เด็กสาวคนนั้นได้เจอเหตุร้ายเมื่อสิบปีก่อน แล้วผู้หญิงคนก็นี้คงทำงานที่โรงเรียนนี้มานานแล้ว ถึงได้ไต่เต้ามาถึงตำแหน่งปัจจุบัน ถ้าอย่างนั้น พวกเขาอาจจะ… เคยมีปฏิสัมพันธ์กันก็ได้
เจ้าอ้วนก็คิดไปในทางเดียวกัน เขาถามอย่างลังเล
“คุณเคย…เจอเธอมาก่อนหรอ? หรือว่าเธอเคยเป็นนักเรียนของคุณ?”
แม้ใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นถูกบดบังด้วยหน้ากากและแว่นดำ พวกเขามองไม่เห็นสีหน้าที่แท้จริง แต่เสียงของเธอกลับสั่นไหว ไม่ได้ราบเรียบดังที่พยายามทำให้เห็น นั่นยิ่งทำให้เจ้าอ้วนมั่นใจในข้อสันนิษฐานของตนเองมากขึ้น
หญิงคนนั้นค่อย ๆ เงยหัวขึ้น เมื่อเจ้าอ้วนมองเข้าไปในแว่นของเธอ ก็เหมือนกำลังจ้องเข้าไปในเหวลึกที่ไร้ก้นบึ้งเขาขนลุกจนตัวสั่นโดยไม่รู้ตัว
“ฉันเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเธอ” หัวหน้าแผนกหลี่ยอมรับ
ตาเจ้าอ้วนเบิกกว้างทันที
เจียงเฉิงเว้นจังหวะ ก่อนจะถามต่ออย่างเป็นธรรมชาติ “ปี 09 เอกการเต้นบัลเลต์ ห้องสอง ใช่ไหม?”
“ใช่” หัวหน้าแผนกหลี่พยักหน้า
“ไม่ถูกต้องนี่นา” เจ้าอ้วนเริ่มได้สติ พูดเสียงดังอย่างร้อนรน “ผมจำได้ว่าไม่เคยเห็นคุณอยู่ในรูปถ่ายหมู่เลยนะ” แต่พอพูดจบเขาก็พลันเสียใจ เพราะไม่มีทางที่ใครจะจำหน้าเธอได้จากสภาพในตอนนี้ อีกทั้งรูปนั้นก็ผ่านมาแล้วสิบปี
สายตาของเธอหันมาที่เขาทันที ใบหน้าของเจ้าอ้วนซีดลงอย่างเห็นได้ชัด โชคดีที่เจียงเฉิงรีบพูดแทรกเพื่อดึงความสนใจกลับมา
“ช่วยเล่าให้ละเอียดกว่านี้ได้ไหม?”
“เขาพูดถูก” หัวหน้าแผนกหลี่เริ่มอธิบาย “ฉันไม่ได้อยู่ในรูปถ่ายนั้น เพราะฉันเพิ่งย้ายเข้ามากลางภาคเรียน เดิมทีฉันเรียนเอกดนตรีคลาสสิก แล้วค่อยโอนมาเอกบัลเลต์ทีหลัง” เธอมองเจียงเฉิงพลางถอยออกไปเล็กน้อย เหมือนเปิดทางให้พวกเขาเข้าไปในห้องเก็บแฟ้มที่มืดมิด “ในห้องนั้นมีแฟ้มของฉันอยู่ ถ้าไม่เชื่อก็ตรวจสอบได้”
เจียงเฉิงส่ายหัว “เราเชื่อคุณ” หลังเหตุการณ์ก่อนหน้า เจ้าอ้วนเลยเลือกเก็บปากเงียบ คราวนี้เขาได้แต่เบิกตากว้างเงียบ ๆ อย่างระมัดระวัง
เจียงเฉิงถามต่อ “ทำไมคุณถึงเปลี่ยนเอก? มัน…เกี่ยวข้องกับเฉินเหยาหรือเปล่า?”
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นราวกับกำลังนึกย้อนถึงความหลัง แต่แล้วสีหน้าก็เริ่มบิดเบี้ยว รอยเหี่ยวย่นรอบดวงตาลึกขึ้นเพราะความเกลียดชัง “เฉินเหยา…นังผู้หญิงสารเลว!”
เจียงเฉิงรีบกวาดตามองรอบ ๆ โดยเฉพาะตรงมุมที่แสงแดดส่องไม่ถึง ก่อนจะเอ่ยเตือนเสียงเรียบ “อย่าพูดแบบนั้นเลย ในมุมมองของผม เธอเป็นคนดี…บางทีเธออาจมีเหตุผลของเธอก็ได้”
“ผมก็เห็นด้วยกับพี่ห่าว” เจ้าอ้วนเพิ่งตามสถานการณ์ทัน เขาพึมพำไปพลางขยับเข้าไปยืนตรงจุดที่มีแสงอาทิตย์สาดถึง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ผมว่าหน้าตาเธอก็ออกจะดูดี ไม่เหมือนคนไม่มีเหตุผลอะไรขนาดนั้น มันต้องมีเรื่องเข้าใจผิดกันแน่ ๆ”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบโต้กลับมา เจียงเฉิงกับเจ้าอ้วนก็เริ่มโล่งใจขึ้นเล็กน้อย
“เข้าใจผิดงั้นหรือ?” หญิงสาวกลับเดือดดาลยิ่งกว่าเดิม ร่างกายทั้งตัวสั่นสะท้าน “นังสารเลวนั่นมันแย่งคู่หมั้นของฉันไป แบบนี้จะเรียกว่าเข้าใจผิดได้ยังไง!”
เจียงเฉิงยกมือเกาคาง คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นตรง ๆ “คู่หมั้นของคุณ…คือครูสอนเต้นของเฉินเหยาใช่ไหม? ผู้ชายคนนั้นที่หายไปจากรูปถ่าย”
อกของหญิงสาวกระเพื่อมแรง เธอใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะปรับอารมณ์ได้ ความเจ็บปวดนี้กัดกินเธอมานาน แม้จะผ่านมาแล้วสิบปี ความเกลียดก็ยังคงไม่จางหาย เธอสูดหายใจลึก แล้วเอ่ยเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน “ใช่”
“คู่หมั้นคุณชื่ออะไร?” เจ้าอ้วนถามต่อ
“ซูอวี๋”
เจียงเฉิงขมวดคิ้ว “ซูอวี๋…ใช่ครูผู้ชายที่ห้องเก็บอุปกรณ์นั่นหรือเปล่า?”
หญิงสาวเหมือนจะชะงักไป เพราะไม่คิดว่าเจียงเฉิงจะรู้เรื่องนี้ เธอพยักหน้าอย่างช้า ๆ “ใช่ เขาคือคู่หมั้นของฉัน”
จากตรงนี้ก็ชัดเจนแล้ว ทั้งคู่ไม่ได้แต่งงานกันจริง ๆ และสาเหตุของความพังทลายทั้งหมด…ก็คือเด็กสาวที่หายไปคนนั้น เฉินเหยา
ทันใดนั้นเจ้าอ้วนรู้สึกขึ้นมาว่า…ผู้หญิงตรงหน้าช่างคล้ายงูเห่าที่กำลังเล็งเหยื่ออยู่ทุกลมหายใจ ความคิดนั้นทำเอาเขาขนลุกซู่ รีบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แล้วขยับไปซ่อนอยู่หลังเจียงเฉิง
ทว่า
เจียงเฉิงกลับขยับเร็วกว่าที่เขาทำเสียอีก เขาก้าวไปอยู่ด้านหลังเจ้าอ้วนแล้วเผยตัวออกมาเพียงครึ่งเดียวเพื่อสื่อสารกับหัวหน้าแผนกหลี่ ระหว่างเอ่ยถาม เขาก็ไม่ละสายตาจากสภาพแวดล้อมรอบ ๆ เลยสักวินาที
หลังใช้เวลาคลุกคลีกับเจียงเฉิงมานาน เจ้าอ้วนเริ่มเข้าใจแล้วว่าอีกฝ่ายกำลังวางแผน หากการเจรจาครั้งนี้ล้มเหลว เขาคงหาทางหนีเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
“เฉินเหยา…เธอตายยังไงกันแน่?” เจียงเฉิงตัดเข้าสู่ประเด็นทันที
ทันทีที่ได้ยินคำถามนี้ เจ้าอ้วนก็เกร็งขึ้นทันที หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุจากอก เขากลัวเหลือเกินว่าผู้หญิงตรงหน้าจะยิ้มออกมาแล้วสารภาพว่า ตัวเองนี่แหละที่เป็นฆาตกร ตามแบบฉบับวายร้ายที่พอถูกเปิดโปงก็จะฆ่าปิดปากพวกเขาทันที
ถึงพวกเขาจะมีสองคน แต่ในเมื่อหัวหน้าแผนกหลี่กล้าโผล่มาคนเดียว แสดงว่าเธอต้องมีการเตรียมการไว้แล้วแน่ ๆ
เจ้าอ้วนจ้องมองเธออย่างพิจารณา พอได้เห็นชัดขึ้นก็ยิ่งทำให้ใจเขาหนักอึ้ง หญิงสาวให้ความรู้สึกแปลกประหลาด ไม่ใช่ว่าเธอขาดแขนหรือขา แต่การเคลื่อนไหวของร่างกายกลับไม่เข้ากัน…ประหนึ่งว่าครึ่งบนกับครึ่งล่างถูกนำมาประกอบเข้าด้วยกันจาก ‘คนละร่าง’