เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 79 แผน

บทที่ 79 แผน

บทที่ 79 แผน


แม้แต่เจ้าอ้วนก็เดาออกว่า คนที่เฉินเหยาต้องการให้มาเป็นคู่เต้น ก็คืออาจารย์ของเธอ และยังเป็นคู่หมั้นของหลี่เหยียนเวย ซูอวี่ น้ำเสียงของหลี่เหยียนเวยเริ่มสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมได้ แค่เพียงเล่าเรื่องนี้ออกมา ก็เหมือนเป็นการทรมานจิตใจของเธอ

“จากวันนั้นเป็นต้นมา เฉินเหยาก็พยายามหาทางเข้าใกล้ซูอวี่ตลอด ใช้ข้ออ้างเรื่องการซ้อมเต้น พยายามยื้อเวลาการซ้อมตอนกลางวันออกไป เพื่อบังคับให้เขาต้องอยู่ซ้อมต่อกับเธอในเวลากลางคืน เธอสร้างโอกาสให้ได้อยู่กับเขาเพียงลำพัง

“ฝ่ายบริหารของโรงเรียนเองก็ให้ความสำคัญกับการแสดงครั้งนี้มาก ส่วนซูอวี่เองก็เพิ่งเข้ามาทำงาน เขากำลังมองหาช่องทางพิสูจน์ฝีมือ อีกทั้ง…” หลี่เหยียนเวยกัดฟันแน่น “ใครจะคิดว่าผู้หญิงที่ดูไร้เดียงสาคนหนึ่ง จะมีจิตใจที่ร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้”

“ตอนนั้นฉันตาบอดจริง ๆ!”

เจียงเฉิงกับเจ้าอ้วนฟังอยู่อย่างเงียบงัน ไม่เอ่ยปลอบใจใด ๆ เพราะเมื่อเทียบกับสิ่งที่เธอเผชิญ คำปลอบโยนใด ๆ ก็คงเปล่าประโยชน์

หลี่เหยียนเวยสงบใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเล่าต่อ “เมื่อการติดต่อใกล้ชิดของทั้งคู่เริ่มเกินขอบเขต บางครั้งการสัมผัสก็เลยเถิดเกินกว่าการสอนปกติ ซูอวี่ก็เริ่มรู้สึกผิดปกติขึ้นมา เขาตระหนักว่า ความรู้สึกของเฉินเหยาที่มีต่อเขาได้เลยเถิดเกินกว่าที่ควรจะเป็น พอรู้แบบนั้น เขาก็เริ่มตีตัวออกห่างจากเฉินเหยา เขาหวาดกลัวเธอ พยายามเลี่ยงการฝึกซ้อมให้มากที่สุด และไม่ไปห้องซ้อมเต้นตอนกลางคืนกับเธออีกต่อไป”

ในตอนนั้นเอง เจียงเฉิงก็ถามแทรกขึ้นมา “ห้องซ้อมเต้น…อยู่ที่ไหน?”

“อาคาร C” หลี่เหยียนเวยมองเจียงเฉิง พูดชัด “คุณเคยไปมาก่อนแล้ว ที่จริงมันคือห้องดนตรีที่ใช้ซ้อมการแสดง”

“หลังจากเรื่องนั้น โรงเรียนก็ถูกกดดันให้ยกเลิกหลักสูตรเต้นทั้งแผนก ครูผู้ชายทั้งหมดถูกปลด และห้องซ้อมเต้นก็ถูกปิดผนึก จนกระทั่งปีที่แล้วที่ฝ่ายบริหารใหม่เข้ามา ถึงได้ปรับปรุงสถานที่เป็นห้องดนตรีอย่างที่เห็นในตอนนี้”

เจ้าอ้วนถามออกมาอย่างลังเล “เฉินเหยา…ผูกคอตายในห้องดนตรีนั้น?”

“ใช่” หลี่เหยียนเวยพยักหน้า เส้นเลือดบนหน้าผากที่โผล่พ้นหน้ากากดูน่ากลัว “เฉินเหยาเสียสติไปแล้ว! เมื่อการยั่วยวนล้มเหลว เธอก็หันไปใช้การขู่แทน! เธอขู่ซูอวี่ว่า ถ้าเขาไม่เลิกกับฉันแล้วมาคบกับเธอแทน เธอจะ…ประกาศต่อทั้งโรงเรียนว่าซูอวี่พยายามล่วงละเมิดเธอ!”

เจ้าอ้วนขมวดคิ้วชัดเจน เขาไม่ได้เชื่อทั้งหมดที่ได้ยิน หลี่เหยียนเวยหยุดไปครู่ใหญ่ ก่อนพูดต่ออย่างช้า ๆ “แต่สุดท้ายซูอวี่ก็ไม่ยอม เขาอาจจะชื่นชมเฉินเหยาอยู่บ้าง แต่ก็ในฐานะนักเรียนเท่านั้น เขาปฏิเสธเธออย่างหนักแน่น

“คืนหนึ่งที่ฝนตก เฉินเหยารอซูอวี่อยู่เพียงลำพังในห้องซ้อมเต้น แต่เมื่อเขาไม่มา เธอก็ผูกคอตาย ศพถูกพบในวันรุ่งขึ้นโดยยามที่ตรวจเวร ตามการวิเคราะห์ในภายหลัง เราคิดว่าเฉินเหยาป่วยทางจิต ความผิดปกติทำให้เธอบิดเบี้ยวทั้งจิตใจและบุคลิก เธอจมอยู่ในความรักอันบิดเบี้ยว และสุดท้ายก็พาเธอไปถึงจุดจบเช่นนั้น” หลี่เหยียนเวยส่ายหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความซับซ้อน

เจ้าอ้วนอยากพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี

“ว่าแต่…” หลี่เหยียนเวยมองพวกเขาแล้วถอนหายใจ เธอเปลี่ยนเรื่องทันที “คนอื่นที่มากับพวกคุณล่ะ อยู่ที่ไหน?”

“พวกเขา…”

“ตายไปสามคนแล้ว” เจียงเฉิงพูดแทรกขึ้นแทนเจ้าอ้วน ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เฉินเหยาเป็นคนฆ่า”

เจ้าอ้วนถึงกับสะดุ้ง หันไปมองเจียงเฉิงอย่างตะลึง เขาอดคิดไม่ได้ว่า ข้อมูลแบบนี้ควรจะเล่าให้ NPC ฟังจริงหรอ? หรือถ้าหลี่เหยียนเวยตรงหน้านี้ จริง ๆ แล้วก็คือเฉินเหยาปลอมตัวมา แล้วอยู่ ๆ จะหันมาเล่นงานพวกเขาล่ะ?

แต่หลี่เหยียนเวยกลับไม่ได้มีท่าทีตกใจเลย เธอเพียงพยักหน้า แล้วถามกลับอย่างสงบ “ศพพวกเขาถูกควักขากรรไกรออกไปหมด ใช่ไหม?”

“ใช่”

หลี่เหยียนเวยเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น “เธอยังไม่ยอมปล่อยวาง”

“หมายความว่าไง?”

“อย่างที่ฉันบอกไปแล้ว เธอเคยแจ้งความใส่ร้ายซูอวี่ เพื่อบังคับให้เขายอมรับเธอ เธอบอกว่าซูอวี่จะลวนลามเธอ แต่สิ่งที่เธอคาดไม่ถึงก็คือ ตอนที่เธอพยายามยั่วยวนซูอวี่ในห้องซ้อมเต้น มียามโรงเรียนอยู่ที่นั่นพอดี คำให้การของยามพวกนั้นเอง ที่ช่วยล้างมลทินให้ซูอวี่ได้ สุดท้ายก็เป็นเวรกรรมที่ย้อนมาทำร้ายเธอ” หลี่เหยียนเวยพูดด้วยน้ำเสียงโล่งใจเล็กน้อย “ภาพลักษณ์แสนบริสุทธิ์ที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาในโรงเรียนพังทลาย ทุกคนซุบซิบนินทาลับหลัง การแสดงของเธอก็ถูกยกเลิก ถึงขั้นมีข่าวลือว่าเธออาจจะถูกไล่ออกด้วยซ้ำ”

บทสรุปเช่นนี้ เจียงเฉิงกับเจ้าอ้วนก็เดาได้อยู่แล้ว

“ดูเหมือนเส้นทางศิลปะของเธอจบสิ้นลงแล้วสินะ” เจ้าอ้วนบ่นออกมาอย่างเวทนา

“ไม่ใช่แค่นั้นหรอก” เจียงเฉิงยกมือเกาคางเบา ๆ “สำหรับผู้หญิงคนนึง มันหมายถึงชีวิตทั้งชีวิตที่พังทลาย”

ในระเบียงมืดหม่น กลิ่นอายของความเศร้าโศกแผ่ปกคลุม เจ้าอ้วนแม้จะไม่เห็นด้วยกับการที่หญิงสาวไปโหยหาคู่หมั้นของคนอื่น แล้วสร้างข่าวเท็จขึ้นมา แต่เมื่อคิดถึงชะตากรรมที่เธอต้องเจอ เขาก็อดรู้สึกสงสารขึ้นมาบ้างไม่ได้ เจ้าอ้วนกลายเป็นคนที่เต็มไปด้วยความย้อนแย้งในตัวเอง

“เพราะงั้นฉันถึงบอกว่า ทั้งหมดนี้คือการแก้แค้นของเฉินเหยา” หลี่เหยียนเวยพูด “หลังจากเฉินเหยาตายไปได้ไม่นาน ยามทั้งหมดที่ออกมาเป็นพยานให้ซูอวี่ ต่างก็ประสบชะตากรรมอันเลวร้ายกันไปทีละคน” แค่เพียงคิดถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น ร่างของหลี่เหยียนเวยก็หดคอเหมือนถูกความหวาดกลัวบีบรัดเส้นประสาท เจียงเฉิงกับเจ้าอ้วนเองก็เคยได้ยินเรื่องยามเหล่านั้นจากสวี่เหวิน โดยที่สวี่เหวินก็ฟังมาจากเฟิงหลานอีกที ตอนนี้ข้อมูลทั้งสองก็ประจบเข้าด้วยกัน

“นอกจากพวกยามแล้ว ยังมีใครถูกเล่นงานอีกไหม?”

หลี่เหยียนเวยพยักหน้า “มีครูไม่กี่คน แล้วก็นักเรียนเอกดนตรีอีกสองคน”

เจ้าอ้วนถาม “พวกเขาก็ไปมีเอี่ยวในเรื่องการแฉของเฉินเหยาด้วยเหรอ?”

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้” หลี่เหยียนเวยตอบ “ครูบางคนเคยเห็นว่า เฉินเหยามีพฤติกรรมยั่วยวนอาจารย์ของเธอ จงใจเอาตัวเข้าไปเบียดใกล้ ๆ ตอนซ้อม ส่วนเด็กสองคนนั้นก็เป็นนักดนตรีที่เล่นประกอบการเต้นในงาน พวกเขาร่วมอยู่ในการซ้อมด้วย คำให้การของพวกเขา…ก็คล้ายกับครูเหล่านั้น”

เจียงเฉิงนิ่งคิดแล้วเอ่ยขึ้น “สรุปแล้วมีคนถูกเล่นงานไปทั้งหมดกี่คน?”

“เก้าคน” หลี่เหยียนเวยตอบอย่างมั่นใจ

จบบทที่ บทที่ 79 แผน

คัดลอกลิงก์แล้ว