เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 67 กระจก

บทที่ 67 กระจก

บทที่ 67 กระจก


“ที่นี่…” โหลวอี้เดินตามหลังเจินเจี้ยนเหรินอย่างระมัดระวัง ขณะที่ทั้งคู่สำรวจภายในห้องอุปกรณ์ พวกเขางัดกุญแจเข้าไป เงี่ยหูฟังเสียงรอบๆ ภายในนั้นกว้างกว่าที่คิด ภายนอกดูเรียบง่าย แต่พอเข้ามาและเลี้ยวไปสองสามครั้ง กลับเหมือนหลงอยู่ในเขาวงกต กำแพงอิฐที่ตัดสลับกันสูงกว่า 4 เมตร ราวกับจะทะลุฟ้า

เจินเจี้ยนเหรินอดรู้สึกนับถือเจียงเฉิงไม่ได้ หมอนั่นสามารถลอบเข้ามาแล้วหนีออกไปได้อย่างปลอดภัย แม้จะเจอผี ส่วนตัวเขาเองแค่หาทิศทางก็ยังลำบาก สิ่งเดียวที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นบ้าง คือยังมีคนเดินอยู่ข้างๆ อย่างน้อยตามที่สังเกตมา ผีจะฆ่าได้เพียงครั้งละหนึ่งคน หมายความว่าถ้าเจอผีขึ้นมา อย่างน้อยก็จะมีคนรอด และแน่นอนว่าคนนั้นต้องเป็นเขา เหตุผลง่ายๆ เพราะเขาฉลาดกว่าโหลวอี้ แถมชื่อจริงของโหลวอี้ก็ถูกเปิดเผยไปแล้ว โหลวจ้านเฟย

ผีในภารกิจนี้ช่างพิเศษเกินคาด เจินเจี้ยนเหรินมั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่มีทางมองข้ามรายละเอียดนี้ไปได้แน่ พวกเขาไล่เปิดห้องดูทีละห้อง ส่วนใหญ่เป็นที่เก็บโต๊ะเก้าอี้เก่าๆ กับอุปกรณ์กีฬาที่ถูกทิ้งไว้ ฝุ่นเกาะหนาเตอะ เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครแตะต้องมานานแล้ว

ในจังหวะนั้นเอง…

เสียงเสียดสีก็ดังขึ้นอยู่ไม่ไกล จังหวะเดินนั้นไม่เหมือนกับคนปกติ เหมือนใช้ไม้เท้าที่หนักพอสมควร ปลายไม้เท้ากระแทกพื้นดังก้อง เหมือนเสียงเรียกจากนรก

เป็นชายชรา…

หัวใจเจินเจี้ยนเหรินกระตุกวูบ ตอนนี้ยังไม่รู้แน่ชัดว่าชายชราคือใคร ทางที่ดีที่สุดคือต้องหลีกเลี่ยง เขาหันไปหาโหลวอี้ แต่กลับพบว่า…ตัวเองอยู่คนเดียว

โหลวอี้… หายไปแล้ว!

ไม่มีเวลามาคิดมาก เจินเจี้ยนเหรินรีบหาห้องสุ่มเพื่อหลบ เขาลองหมุนลูกบิดหลายบานแต่มันกลับล็อกหมด เสียงฝีเท้าของชายชราใกล้เข้ามาทุกที ทางตัน กำแพงอิฐสูงเกินปีน แถมเวลายังไม่พอ เขาสบถด่าโหลวอี้ในใจ ที่เล่นหายไปในเวลาสำคัญแบบนี้

ทันใดนั้น ก่อนที่ชายชราจะเลี้ยวผ่านมุมมาแล้วเห็นเขา เสียงขูดข่วนแปลกๆ ก็ดังขึ้น เจินเจี้ยนเหรินหันขวับไปตามเสียง ประตูไม้เก่าๆ ใกล้ตัวแง้มออกเล็กน้อย มันคือห้องใหญ่สุดที่ปลายมุมทางเดิน เสียงฝีเท้าหนักและเสียงไม้เท้ากระแทกใกล้เข้ามา อีกไม่กี่วินาทีชายชราก็จะเจอเขา ตรงหน้านี้คือภัยคุกคามอย่างแท้จริง เมื่อเทียบกันแล้ว ประตูที่เปิดออกอย่างปริศนานั้นกลับดูไม่ค่อยน่ากังวลเท่าไหร่

ตอนนี้เขาตัดสินใจพุ่งไปที่ห้องปลายระเบียง ค่อยๆ ผลักประตูเข้าไป ฝุ่นผงฟุ้งกระจายกลางอากาศ พื้นถูกปกคลุมด้วยคราบสกปรกและฝุ่นหนาเท่ากันทั่วทั้งห้อง ราวกับเวลาหยุดนิ่งไปนานแล้ว ด้านในกว้างกว่าที่เห็นจากข้างนอก ม่านสีแดงห้อยอยู่รอบๆ บรรยากาศเหมือนห้องโถงที่ถูกทิ้งร้าง ไม่มีอะไรผิดปกติ เขาจึงรีบก้าวเข้าไปแล้วปิดประตู

ใกล้ประตูมีลังไม้สีแดงอยู่ใบหนึ่ง ขนาดของมันใหญ่มาก ข้างในว่างเปล่า ถึงห้องนี้จะกว้างขนาดไหน แต่กลับไม่มีที่กำบังเลย หากมีใครเดินเข้ามา เขาจะถูกเห็นทันที ไม่มีทางเลือกอื่น เจินเจี้ยนเหรินจึงมุดเข้าไปซ่อนในลังนั้น เขากลั้นหายใจเงี่ยหูฟัง

เสียงฝีเท้าเคลื่อนไปยังห้องใกล้ ๆ จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงข้าวของถูกขยับ เสียงนั้นแหลมบาดหูราวกับมีใครลากเฟอร์นิเจอร์ไปมา หลังจากเสียงนั้นดังอยู่ราวสิบนาที ชายชราก็เสร็จธุระและเดินจากไป เมื่อเสียงฝีเท้าค่อย ๆ เลือนหาย เจินเจี้ยนเหรินจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก กำลังจะเปิดฝาลังออกมา…

ตึก… ตึก… ตึก…

เสียงประหลาดดังขึ้นในหู ฟังดูเหมือนอยู่แค่ด้านนอกห้องโถงว่างเปล่า หัวใจเขาหล่นวูบ รีบตั้งใจฟังให้ชัด พบว่าเสียงนั้นมีจังหวะที่แน่นอน จังหวะแปลกประหลาดราวกับมีมนตร์สะกด ทำให้เท้าของเขาเคาะพื้นตามไปอย่างไม่รู้ตั ม่านตาหดแคบลง ก่อนที่ร่างกายจะเริ่มสั่นเทา

เสียงตึก ๆ นั้นยิ่งชัดและมีชีวิตชีวามากขึ้น เจินเจี้ยนเหรินกัดฟันแน่น เขาสามารถจินตนาการถึงหญิงสาวผู้หนึ่งที่กำลังร่ายรำอย่างงดงาม

เสียงนั้น… คือเสียงปลายรองเท้าบัลเลต์กระทบพื้น

ผี… อยู่ข้างนอก!

เสียงประหลาดหยุดลงตรงหน้าลังที่เขาอยู่ เวลาเหมือนหยุดนิ่งในวินาทีนั้น

ประตูส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดจากบานพับเก่า ทว่าผีกลับไม่เปิดลัง เสียงฝีเท้าร่ายรำค่อย ๆ จางหายไป

เธอ… ไปแล้วงั้นหรือ?!

ความรู้สึกในตอนนี้ยากจะอธิบายได้ พลังในร่างราวกับถูกสูบหาย เจินเจี้ยนเหรินทรุดตัวอยู่ในลัง

ทันใดนั้นกลับมีเสียงฝีเท้ารวดเร็วดังใกล้เข้ามา คราวนี้เขาไม่ถึงกับตื่นตระหนกนัก เพราะได้เปิดฝาลังแง้มไว้ จึงเห็นโหลวอี้ค่อย ๆ ก้าวเข้ามาในห้องโถงว่างเปล่าอย่างระมัดระวัง

เจินเจี้ยนเหรินเปิดฝาลังขึ้นและถอนหายใจ “ฉันอยู่นี่”

โหลวอี้สะดุ้งโหยง พอเห็นว่าเป็นเขาก็โล่งใจ “ทำฉันตกใจหมด! เมื่อกี้ฉัน…” เขาสั่นเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความหวาดผวา “นายรู้ไหมว่าฉันเจออะไรเมื่อครู่?”

“นายเจอผี…” เจินเจี้ยนเหรินตอบเสียงแผ่ว เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เขาแทบหมดแรง ทั้งคู่พากันพิงประตูพักหายใจ เจินเจี้ยนเหรินจึงมีเวลาสำรวจห้องประหลาดนี้ พอเขาแหวกมุมผ้าม่านสีแดงออก ก็พบกระจกบานใหญ่ซ่อนอยู่ด้านหลัง เขาก้มลงเอาปลายรองเท้าถูฝุ่นออก เผยให้เห็นพื้นไม้เนื้อแข็งที่ถูกปกคลุมด้วยฝุ่นหนา

อีกฝั่งของห้องมีราวไม้ยาว เขาจำได้ว่ามันคือ ราวบาร์ ที่นักบัลเลต์ใช้ฝึกซ้อม นี่คือห้องเรียนเต้นรำ

ขณะที่เขากำลังเหม่อคิด พลันเหลือบไปเห็นเงาในกระจก ในเงาสะท้อน เขายืนตัวตรง โหลวอี้อยู่ข้าง ๆ ยืนเขย่งปลายเท้า ไหล่ตกอย่างผิดธรรมชาติ และขากรรไกรของเขา…

ดวงตาของเจินเจี้ยนเหรินเบิกกว้าง

เขา… ไม่มีขากรรไกร! ครึ่งล่างของใบหน้าเต็มไปด้วยเลือดสด และดวงตาคู่นั้น… จ้องตรงมาที่เขาผ่านภาพสะท้อนในกระจกอย่างสยดสยอง

จบบทที่ บทที่ 67 กระจก

คัดลอกลิงก์แล้ว