เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 64 ล็อก

บทที่ 64 ล็อก

บทที่ 64 ล็อก


“เที่ยงคืน?” โจวไท่ฝูถึงกับอ้าปากค้าง เจินเจี้ยนเหรินพูดถูกแล้ว เวลาของพวกเขาใกล้หมดเต็มที การซ้อมครั้งที่สามคือโอกาสสุดท้าย

“ตอนนี้เรามีเบาะแสอยู่สามจุด” สวี่เหวินอธิบาย “หนึ่ง คือหัวหน้าแผนกหลี่ เราไม่เคยเจอตัวเธอ แต่เธอคอยเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของเราทุกฝีก้าว ฉันเชื่อว่าเธอรู้เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตอนนั้น”

“สอง คือห้องดนตรีในตึก C นั่นคือที่แรกและที่เดียวที่เราถ่ายติดผีได้ ที่นั่นต้องมีความพิเศษบางอย่างสำหรับผีตัวนี้

“สาม คือห้องเก็บอุปกรณ์” สวี่เหวินหันไปมองเจียงเฉิง “คุณห่าวบอกว่าเคยเจอผีวาดรูปที่นั่น…”

“ใช่แล้ว” เจียงเฉิงพยักหน้าอย่างจริงจังพลางชี้ไปที่เจินเจี้ยนเหริน “แล้วเขาก็คือแบบให้ผีวาด! ว่าแต่ผีนั่นฝีมือใช้ได้เลยนะ”

เจินเจี้ยนเหรินถลึงตาใส่ “ช่วยหยุดชี้หน้าคนอื่นจะได้ไหม?”

สวี่เหวินเริ่มหมดความอดทนกับสองคนนี้ เธอกล่าวต่ออย่างจริงจัง “เบาะแสน่าจะอยู่ในสามจุดนี้ เราไม่มีเวลามากแล้ว ต้องแยกกันไป”

ข้อเสนอของสวี่เหวินถือว่ามีเหตุผล เจียงเฉิงกับเจ้าอ้วนจะไปหาหัวหน้าแผนกหลี่เพื่อตามหาข้อมูลเพิ่ม สวี่เหวินจะนำกลุ่มไปลอบสำรวจห้องดนตรีตอนที่ไม่มีคนใช้ ส่วนเจินเจี้ยนเหรินกับโหลวอี้จะไปค้นห้องเก็บอุปกรณ์ ภารกิจใกล้ถึงจุดจบแล้ว ไม่มีใครสนใจว่าที่ไหนอันตรายกว่า เพราะถ้าไม่จบภารกิจก่อนเที่ยงคืนที่จะมาถึงนี้ ทุกคนจะต้องตาย

หลังจากนั้น กลุ่มของสวี่เหวินก็ออกไป

เมื่อเจินเจี้ยนเหรินเดินมาถึงประตู เขาหยุดกึก แล้วหันไปมองห้อง 404 ราวกับเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ ความสับสนเริ่มปรากฏขึ้นในดวงตา เขาขมวดคิ้ว… เหมือนมีอะไรบางอย่างหายไป

“พี่เทวดาผู้พิทักษ์!” เจียงเฉิงตะโกนตามอย่างเป็นมิตร “ถ้าหาภาพวาดเหมือนของตัวเองเจอ อย่าลืมดูตรงมุมล่างขวาด้วยนะ!”

ความคิดของเจินเจี้ยนเหรินถูกขัด เขาหน้าเสียทันที “หมายความว่ายังไง?” โหลวอี้ก็หันมามองเจียงเฉิงอย่างแปลกใจเช่นกัน

เจียงเฉิงสูดลมหายใจลึกแล้วนั่งตัวตรง สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังจนเจินเจี้ยนเหรินรู้สึกไม่สบายใจ ส่วนเจ้าอ้วนก็เริ่มสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่คุ้นเคย

“บางที นายอาจจะเจอชื่อของผีที่นั่น” เจียงเฉิงพูดขึ้น

ม่านตาของเจินเจี้ยนเหรินหรี่แคบลง ก่อนจะค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้น

“นายหมายความว่า… ภาพวาดนั่นอาจจะมีลายเซ็น?” เขาพึมพำกับตัวเอง “ถ้าเป็นแบบนั้น เราก็จะได้รู้ชื่อของผู้หญิงคนนั้น! และจากนั้น…”

เจียงเฉิงส่ายหัว “ไม่ใช่หรอก ฉันก็แค่หวังว่านายจะตายไปโดยที่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

ทางเดินหลังฝนตกเต็มไปด้วยโคลน เสียงรองเท้าของเจินเจี้ยนเหรินย่ำดังแฉะทุกย่างก้าว ตั้งแต่เจียงเฉิงเอ่ยถึงภาพวาด ภาพนั้นก็เกาะติดอยู่ในหัวเขาเหมือนฝันร้าย

“เราจำเป็นต้องไปจริง ๆ เหรอ?” โหลวอี้เอ่ยถาม

เจินเจี้ยนเหรินจ้องตรงไปข้างหน้าโดยไม่หันมามอง “ต้องให้มานั่งคิดกันอีกเหรอ?”

โหลวอี้จึงเงียบไป

พอเดินผ่านร้านสะดวกซื้อ ทั้งคู่ก็แวะซื้อขนมปัง น้ำดื่ม และแฮมมากินระหว่างทาง พวกเขาหิวมาตั้งแต่เมื่อคืน เจินเจี้ยนเหรินยกมือขึ้นนวดขมับ ตั้งแต่เมื่อวานเขาก็รู้สึกไม่สบายใจ เหมือนมีใครคอยจับตามองอยู่ตลอดเวลา

ห้องเก็บอุปกรณ์ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวติดกับสนามเก่า สนามนั้นถูกทิ้งร้างมานาน หลังฝนตกมันก็กลายสภาพเป็นบึงโคลน พวกเขาเดินอ้อมไปรอบสนาม พยายามหาทางที่สะอาดที่สุด แต่รองเท้าก็ยังเปรอะอยู่ดี จนในที่สุดพวกเขาก็หยุดเดิน

เจินเจี้ยนเหรินเงยหน้ามอง ป้ายยังเขียนชัดเจนว่า “ห้องเก็บอุปกรณ์”

ประตูหน้าถูกเปิดอ้าไว้ แต่รอบ ๆ ไม่มีคนเลย

“ไม่มีใครอยู่เหรอ?” โหลวอี้ขมวดคิ้วมองไปรอบ ๆ “เวลานี้พวกเขาน่าจะอยู่ที่โรงอาหารกัน”

เจินเจี้ยนเหรินคิดครู่หนึ่งก่อนส่ายหัว

“คงไม่ใช่ ตามที่สวี่เหวินเล่า ชายชราคนนั้นหน้าซีด แถมเดินกะเผลก ที่นี่อยู่ไกลจากโรงอาหารมาก แถมถนนก็ลื่น เขาคงไม่ไปที่นั่น”

“หมายความว่า… เขายังอยู่ที่นี่?!”

“ก็มีความเป็นไปได้สูง”

โหลวอี้สีหน้าเคร่งขึ้น “ชายชราคนนี้ไม่น่าใช่ NPC ธรรมดา ขาต้องเป็นตัวละครสำคัญแน่ ๆ”

พวกเขาเดินสำรวจรอบอาคารและพบว่ามีทางเข้าเพียงทางเดียว มีประตูเล็กอยู่ด้านข้าง แต่ถูกปิดตายด้วยแผ่นไม้ พอวกกลับมาที่ประตูหน้า พวกเขาไม่ได้เข้าไป แต่กลับยืนอยู่ด้านนอกคอยสังเกต อีกทั้งที่ประตูยังมีแม่กุญแจล็อกเอาไว้ พวกเขาจึงเฝ้ารออย่างกลั้นใจ สถานที่นี้เงียบกริบราวกับไร้ชีวิต

“ทำยังไงต่อดีล่ะ?” โหลวอี้กระซิบถาม

เจินเจี้ยนเหรินยิ่งยืนอยู่นานก็ยิ่งรู้สึกกังวล

สวี่เหวินบอกว่ามีชายชราพักอยู่ที่นี่ และจนถึงตอนนี้ เขาคือผู้ชายเพียงคนเดียวที่พวกเขาเจอในโรงเรียนแห่งนี้

เจินเจี้ยนเหรินเหลือบมองประตูหน้า เห็นโซ่เส้นหนาพันไว้กับแม่กุญแจสีดำ โหลวอี้เองก็เริ่มประหม่า ภาพผีในภาพวาดและรอยมือเลือดผุดขึ้นมาในหัวอย่างห้ามไม่อยู่

“แปลก…” เจินเจี้ยนเหรินพึมพำ

โหลวอี้ลดเสียงถาม “อะไรแปลก?”

“ชายชราคนนั้นปกติพักอยู่ที่ไหน?”

“ก็คงพักอยู่ที่นี่แหละ” โหลวอี้กวาดตามองไปรอบ ๆ ตอนที่พวกเขาสัมภาษณ์นักเรียน เคยได้ยินว่าครูบางคนเลือกอยู่ที่โรงเรียนต่อหลังเกษียณด้วยเหตุผลหลายอย่าง แล้วก็เปลี่ยนมาทำงานอย่างอื่น เช่น เป็นผู้ดูแลหอพัก บรรณารักษ์ อะไรทำนองนี้ ชายชราคนนี้ก็น่าจะเป็นหนึ่งในนั้น

“แต่…” เจินเจี้ยนเหรินชี้ไปที่ประตู “กุญแจดันล็อกจากด้านนอก”

โหลวอี้ชะงักไป ก่อนจะขมวดคิ้ว

มันน่าสงสัยจริง ๆ ถ้าชายชราพักอยู่ข้างใน กุญแจควรล็อกจากด้านใน แล้วทำไมถึงล็อกจากด้านนอก?

เว้นแต่ว่า…

เจินเจี้ยนเหรินนึกถึงประตูด้านข้างขึ้นมา

มันถูกตอกปิดจากด้านนอก เต็มไปด้วยตะปูขนาดเล็กเท่านิ้ว

“เขาไม่ได้เต็มใจที่จะอยู่ที่นี่” เจินเจี้ยนเหรินหันไปบอกโหลวอี้อย่างมั่นใจ “เขาถูกกักขังอยู่ในนี้ต่างหาก”

จบบทที่ บทที่ 64 ล็อก

คัดลอกลิงก์แล้ว