บทที่ 27 เทวดาผู้พิทักษ์
บทที่ 27 เทวดาผู้พิทักษ์
“ผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่” ชายในชุดสูทเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ “หลังจากฟ้ามืดแล้ว จะมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นเหรอครับ?”
หญิงคนนั้นหันกลับมามองเขาด้วยสายตาประหลาด แต่ชายคนนั้นก็ไม่ได้หลบสายตา ยังคงยิ้มให้เธออยู่แบบนั้น จนเธอเบือนหน้าหนีไป แล้วหันกลับเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก
ชายวัยกลางคนในเสื้อกล้ามเหมือนจะอยากวิ่งตามไปถามให้รู้เรื่อง แต่เธอกลับเลี้ยวหายไปตรงหัวมุม… ราวกับวิญญาณที่จางหายไปกับอากาศ
“เธอ… หายไปไหน?” เขาถามเสียงสั่นพร้อมใบหน้าสับสนกับโลกที่เขาไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย
“อยากรู้ก็วิ่งตามไปสิ” หนุ่มหมวกแก๊ปพูดพลางเคี้ยวหมากฝรั่งอย่างไม่ใส่ใจ แล้วไหล่ยักใส่เขา
“บางที… เธออาจพานายไปด้วยก็ได้นะ”
ชายวัยกลางคนรับรู้ได้ถึงความไม่พอใจของคนอื่นที่มีต่อเขา จึงเงียบลงและเดินตามกลุ่มไป
ยิ่งเดินลึกเข้าไปในหอพัก ความรู้สึกประหลาดก็ยิ่งชัดเจนขึ้น มันเหมือนถูกบรรยากาศอึมครึมล้อมรอบ ราวกับมีดวงตาแดงฉานจ้องมาจากในเงามืด อากาศชื้นเหนอะหนะพัดมาเป็นระลอก พร้อมกลิ่นอับชื้นเจือด้วยกลิ่นบางอย่างที่ไม่อาจบรรยายได้
เพราะทางเดินเต็มไปด้วยขยะ พวกเขาจึงต้องช่วยกันย้ายสิ่งของที่ขวางทางออกไป หอพักทรุดโทรมจนไม่น่ามองผนังเต็มไปด้วยคราบราและรอยเปื้อนสีเหลือง แถมพื้นยังมีคราบสกปรกแข็งตัวติดอยู่ ที่นี่ดูเหมือนถูกทิ้งร้างมานานแล้ว
“หมอ” เจ้าอ้วนขมวดคิ้วพลางขยับเข้าไปใกล้เหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เจียงเฉิงก็เดินหนีออกไปก่อนโดยไม่รอให้เขาพูดจบ
เด็กสาวในชุดนอนยืนอยู่กลางกลุ่ม เธอตาแดงช้ำ กอดไหล่ตัวเองพลางพึมพำ
“ที่นี่มัน… แปลก ๆ เหมือนเคยมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นมาก่อน”
หนุ่มหมวกแก๊ปสะบัดหมวกเบา ๆ แล้วแค่นหัวเราะ
“ก็แน่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? ไม่งั้นที่นี่จะถูกทิ้งร้างทำไม”
“มันเคยเกิดอะไรขึ้นที่นี่กันแน่…” ชายวัยกลางคนถามเสียงสั่น
หนุ่มหมวกแก๊ปแสยะยิ้ม แล้วจงใจพูดเสียงหลอน
“บางที… อาจเคยมีคนตายที่นี่ก็ได้นะ”
แค่นั้นก็ทำเอาหลายคนสะดุ้งเฮือก เด็กสาวในชุดนอนถึงกับน้ำตาซึม แต่ก็พยายามกลั้นเสียงสะอื้นไว้ให้เบาที่สุด กลัวจะดึงดูดบางอย่างที่ไม่ควร
ยังไงก็ตาม ที่นี่ไม่ใช่โลกจริง และไม่มีใครเหลือความสงสารให้ใครอีกแล้ว หรือพูดให้ตรงกว่านั้น คนที่เคยทำแบบนั้น ก็ตายไปหมดแล้วในภารกิจก่อน ๆ แม้แต่ชายในชุดสูทยังเผลอแสดงตาแววรังเกียจออกมาเล็กน้อย แต่ก็รีบเก็บสีหน้าไว้ทัน เจียงเฉิงจับจังหวะนั้นได้พอดี
“คุณพี่ชุดสูท!” เจียงเฉิงร้องเรียก
ชายคนนั้นหันมาด้วยความงุนงง
“มีอะไรเหรอ?”
“ผมว่าคุณเป็นคนดีนะ” เจียงเฉิงพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ
“ผมคิดว่าถ้าคุณอยู่ทีมเดียวกับเรา โอกาสรอดก็น่าจะเพิ่มขึ้นเยอะเลย คุณใจดี แถมยังชอบช่วยคนอื่นด้วย”
ชายชุดสูทนิ่งอึ้งไป เขาคิดไม่ออกว่าเจียงเฉิงพูดแบบนี้ขึ้นมาทำไม แต่เขาก็รู้สึกพอใจ เพราะมันช่วยเสริมภาพลักษณ์ของตัวเองได้ดีทีเดียว
“ไม่เป็นไรหรอกครับ” เขาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วส่งยิ้ม หล่อเหลาทุกองศา
“โอกาสได้พบกันมันไม่ได้ง่าย ผมจะพยายามพาทุกคนออกไปจากที่นี่ให้ปลอดภัยที่สุด”
นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าอ้วนได้ยินเจียงเฉิงชมใครบางคน ความรู้สึกแปลก ๆ ก็เริ่มก่อตัวขึ้นทันทีในใจ
“พูดดีมาก” เจียงเฉิงว่าแล้วหันไปหากลุ่มหน้าใหม่ ซึ่งมีทั้งเด็กสาวและชายวัยกลางคน
“คุณพี่คนนี้ประกาศจุดยืนแล้ว พวกเธอรีบไปเกาะเขาไว้สิ เขาจะปกป้องพวกเธอเอง… เขาคือเทวดาผู้พิทักษ์ของพวกเรา!”
ชายในชุดสูท: “???”
“…ทำไมฉันรู้สึกว่าฉากนี้คุ้น ๆ แปลก ๆ นะ” เจ้าอ้วนพูดกับตัวเองเบาๆ
ทันใดนั้น กลุ่มคนก็กรูไปทางชายในชุดสูท เด็กสาวในชุดนอนที่ดูเหมือนจะอ่อนแอที่สุด แต่กลับเป็นคนแรกที่วิ่งไปเกาะแขนซ้ายเขาไว้ ส่วนหนุ่มมือใหม่อีกคนก็เกาะแขนขวาไว้แน่น ชายวัยกลางคนที่อายุมากกว่าคนอื่นจึงช้ากว่า ได้แค่เอื้อมมือไปคว้าปกเสื้อของเขาแทน
สุดท้าย ชายในชุดสูทก็กลายเป็นผู้นำอยู่แถวหน้าโดยปริยาย ต่อให้เขาอยากปฏิเสธก็ไม่ทันเสียแล้ว แถมยังต้องพยายามพูดปลอบใจทุกคนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลตามบุคลิกที่สร้างไว้
สุดท้าย พวกเขาก็มาถึงชั้นสี่ ชายในชุดสูทพยายามสลัดคนที่เกาะเขาอยู่ด้วยข้ออ้างว่าเขาจะไปเอากุญแจ สีหน้าแดงก่ำ ทั้งเพราะโดนเบียดจนแทบหายใจไม่ออก และเพราะเจียงเฉิง
ตอนนั้นเอง เจียงเฉิงมองเขาด้วยแววตาชื่นชมสุดหัวใจ
“เอาล่ะ” ชายในชุดสูทเริ่มพูด “ในเมื่อทุกคนไว้วางใจผม งั้นผมขอจัดห้องให้นะครับ”
ห้อง 407 เป็นของหญิงในชุดกี่เพ้ากับเด็กสาวในชุดนอน
ห้อง 406 เป็นของหนุ่มมือใหม่ ชายวัยกลางคนในเสื้อกล้าม และหญิงผิวคล้ำอีกคน
ห้อง 405 เป็นของชายในชุดสูทกับหนุ่มหมวกแก๊ป
พอชายในชุดสูทหันไปเห็นเจียงเฉิง ก็ยิ้มกว้างขึ้น
“น้องชายครับ ดูเหมือนคุณจะรู้จักเจ้าหมอนี่อยู่ก่อนแล้ว งั้นพวกคุณสองคนไปพักที่ห้อง 404 ก็แล้วกันนะครับ”
หมายเลข 4 เป็นเลขต้องห้าม
ชัดเจนว่านี่คือการ ‘เอาคืน’ ของเขา
เจ้าอ้วนกำลังจะปฏิเสธ แต่เจียงเฉิงก็แตะไหล่เขาพลางพูดเรียบ ๆ
“โอเค เราจะทำตามที่เทวดาผู้พิทักษ์ของเราจัดไว้”
ชายในชุดสูทได้ยินแววประชดชัดเจน แต่ก็ต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถึงขั้นเจ้าอ้วนยังอดสงสารไม่ได้
แน่นอนว่าไม่มีใครพอใจกับการแบ่งห้องครั้งนี้ แต่ฟ้าก็ใกล้มืดเต็มที ไม่ว่าจะยังไง ทุกคนก็ไม่มีทางเลือก ต้องแยกย้ายเข้าห้องกันอยู่ดี อย่างน้อย… อยู่ในห้องก็น่าจะปลอดภัยกว่ายืนอยู่ข้างนอก
เจ้าอ้วนรับกุญแจแล้วเปิดประตูเข้าไป แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่พอได้เห็นข้างใน เขาก็ยังชะงักไปทันที…