บทที่ 26 ห้อง
บทที่ 26 ห้อง
ทุกคนต่างตกใจกับการเปลี่ยนแปลงที่กะทันหัน เจ้าอ้วนรีบถอยกลับไปพร้อมดึงเจียงเฉิงติดมือมาด้วย เด็กผู้หญิงในชุดนอนสะดุดเกือบล้ม
ชายในชุดสูทคว้าตัวชายหนุ่มกลับมาอย่างใจเย็น แล้วเดินตรงไปหาผู้หญิงคนนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าดูอบอุ่นและเป็นมิตร
“พวกเราแค่มาสอบถามน่ะครับ อุปกรณ์พวกนี้ค่อนข้างเปราะบาง เราแค่ต้องการให้แน่ใจว่าระหว่างขนย้ายจะไม่มีอะไรเสียหาย เพื่อที่กิจกรรมจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น”
ต้องยอมรับว่าชายคนนี้หน้าตาดี แถมยังพูดเก่งจนแม้แต่ผู้หญิงคนนั้นก็เหมือนจะถูกชักนำไปด้วย สีหน้าของเธอกลับมาเป็นปกติ ก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทีเก้อเขินเล็กน้อย
“อย่าเข้าใจผิดเลยค่ะ ฉันแค่หมายความว่า... ตอนนี้มันดึกแล้ว เจ้าหน้าที่ห้องอุปกรณ์น่าจะกลับบ้านกันหมดแล้วน่ะค่ะ”
ชายในชุดสูทพยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ
“เข้าใจครับ งั้นไว้ค่อยดูตอนสะดวกก็ได้ครับ”
เจียงเฉิงมองพฤติกรรมของชายคนนั้นโดยไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ อีกฝ่ายยังคงยิ้มอยู่ราวกับไม่รู้เลยว่าโลกใบนี้มีอันตรายแอบแฝงอยู่ทุกมุม
เจ้าอ้วนกระซิบ
“หมอ... คุณก็คิดเหมือนกันใช่ไหม ว่าหมอนั่นดูไม่น่าไว้ใจ”
เจียงเฉิงเหลือบตามองเขา
“ฉันไม่แน่ใจว่าเขาเป็นคนดีหรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ เขาไม่ใช่คนธรรมดา”
“แล้วเราควรระวังเขาไหม?”
ตั้งแต่ภารกิจครั้งก่อน เจ้าอ้วนก็เข้าใจแล้วว่าอันตรายไม่ได้มาจากผีอย่างเดียว บางครั้งมันก็มาจาก ‘คนร่วมทีม’
น่าแปลกใจที่เจียงเฉิงกลับแค่ยักไหล่
“ก็แค่ปฏิบัติกับเขาเหมือนคนทั่วไปก็พอ คนที่โดดเด่นตั้งแต่เริ่มภารกิจ นับว่าไม่ธรรมดา แต่ก็ยังไม่น่ากลัวหรอก อันตรายของจริง... มักจะแฝงตัวอยู่เงียบ ๆ เหมือนงูพิษต่างหาก”
เจ้าอ้วนหรี่ตามองคนที่ร่วมทางมา จู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนไม่มีใครไว้ใจได้เลย เขาจึงขยับเข้าไปใกล้หมอมากขึ้น แทบจะชิดติดกัน โรงเรียนแห่งนี้ใหญ่กว่าที่คิด แถมยังสวยด้วย ต้นไม้เขียวขจีรายล้อมสองข้างทาง และเมื่อเดินผ่านสวนเล็ก ๆ มันก็เต็มไปด้วยดอกไม้บานสะพรั่ง ถ้าไม่ติดว่าอยู่กลางภารกิจ มันก็คงจะเป็นทางเดินเล่นที่ดีไม่น้อย
ผู้หญิงที่นำทางพูดน้อย แต่ก็ตอบทุกคำถามที่พวกเขาถาม จึงพอได้ข้อมูลของโรงเรียนมาบ้าง
โรงเรียนแห่งนี้ชื่อว่า “สถาบันดนตรียู่อิ่ง” เป็นโรงเรียนของชนชั้นสูงที่มีชื่อเสียง แม้ตัวโรงเรียนจะใหญ่ แต่จำนวนนักเรียนกลับน้อยมาก ในหนึ่งห้องเรียนมีนักเรียนไม่ถึง 20 คน
เมื่อเดินผ่านอาคารเรียนหลัก ผู้หญิงคนนั้นจงใจหยุดเดินไปครู่หนึ่ง แต่พอเห็นว่ากลุ่มของเจียงเฉิงไม่ได้ตั้งท่าจะถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เธอก็เดินนำต่อไป ตอนนี้ยังเป็นเวลาเรียนอยู่ ทั้งโรงเรียนจึงเงียบสนิท
หญิงคนนั้นพาพวกเขามาถึงหอพักหลังเก่า ตัวอาคารก่อสร้างด้วยสไตล์เก่าจากหลายสิบปีก่อน ขัดกับบรรยากาศทันสมัยของโรงเรียนโดยสิ้นเชิง บานพับประตูไม้เก่าลั่นดังเอี๊ยดอ๊าด
“พักที่นี่ก็แล้วกัน” หญิงวัยกลางคนพูดพลางชี้ไปในความมืดด้านใน
“ถ้าอยากกินอะไรก็ไปที่โรงอาหาร ใช้บัตรพนักงานที่ให้ไป ได้ทั้งโรงอาหารนักเรียนและบุคลากร แต่อย่าไปช่วงพักเที่ยงก็แล้วกัน”
หญิงในชุดกี่เพ้าเอามือกอดอกแล้วกล่าวเสียงหงุดหงิด
“ที่นี่มันเรียกว่า น่าอยู่ เหรอ? สกปรกจะตาย” เธอมองผนังห้องอย่างรังเกียจ แล้วโบกมือไล่อากาศ
“กลิ่นก็เหม็น”
“มีที่ให้นอนก็ดีแค่ไหนแล้ว จะบ่นอะไรนักหนา” ชายหนุ่มที่สวมหมวกพูดแทรกขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด
แต่กลับเป็นหญิงวัยกลางคนที่หันมาไกล่เกลี่ยแทน
“ไม่ต้องห่วงค่ะ ข้างนอกอาจจะดูโทรม แต่ฉันทำความสะอาดห้องให้พวกคุณเรียบร้อยแล้ว อยู่ได้สบายใจแน่นอน”
เมื่อ NPC เอ่ยอย่างนั้น ทุกคนก็พูดอะไรไม่ได้อีก แม้หลายคนจะไม่พอใจนัก แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่เรื่องความสะอาดหรอก… เป็นความรู้สึกกดดันต่างหากที่ทำให้ไม่มีใครอยากอยู่ที่นี่ แค่ยืนอยู่หน้าตึกก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังจ้องมอง
หญิงคนนั้นยื่นกุญแจสี่ดอกให้ชายในชุดสูท เจียงเฉิงสังเกตเห็นว่ากุญแจเป็นทองแดงเก่า ๆ หายากมากในยุคนี้ ปลายกุญแจมีเทปสีขาวแปะไว้และเขียนหมายเลขด้วยปากกาน้ำเงิน
404, 405, 406, 407
สี่ห้อง
เจียงเฉิงเดินไปเปิดห้องที่อยู่ใกล้โถงชั้นหนึ่งที่สุด พอประตูเปิดออก กลุ่มอากาศเน่าก็พวยพุ่งออกมา เขารีบถอยหลังแทบจะทันที ต้องรอให้กลิ่นจางถึงจะมองเห็นภาพด้านในได้ชัดเจน
ในห้องมีเตียงสองเตียง เตียงหนึ่งอยู่ด้านซ้าย อีกเตียงหนึ่งอยู่ข้างขวา บนผนังแปะโปสเตอร์ศิลปินซึ่งซีดจางไปตามกาลเวลา มีโต๊ะเล็ก ๆ สองตัววางซ้อนกันและถูกดันชิดผนัง พื้นห้องกระจัดกระจายไปด้วยขยะและขวดเปล่าที่มีฝุ่นจับเต็มไปหมด หน้าต่างในห้องมีเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งแตกเป็นรูโหว่จนลมหวีดหวิวผ่านเข้าออก ห้องอื่นก็น่าจะมีโครงสร้างคล้ายกัน เป็นห้องพักคู่
เจียงเฉิงไม่เข้าไปในห้องแปลก ๆ นั้น เขาถอยออกมาแล้วหันไปถามหญิงคนนั้น
“สี่ห้องมีแปดเตียง แต่พวกเรามีกันเก้าคน”
“นั่นสิ” เจ้าอ้วนเสริม
“คุณจะให้พวกเรานอนยังไง?” เขาหวังให้เธอพาไปพักที่อื่น ต่อให้นอนพื้นห้องเรียนก็ยังดีกว่าที่นี่
หญิงคนนั้นยิ้มแปลก ๆ
“คืนนี้ฉันอาจจะต้องขอรบกวนพวกคุณหน่อย... บางทีคืนนี้พวกคุณอาจจะไม่ต้องนอนก็ได้นะคะ”
สีหน้าของเจ้าอ้วนชะงักทันที
“ได้” เจียงเฉิงตอบ “เราจะพักที่นี่ แล้วพิธีจะเริ่มเมื่อไหร่?”
“อีกเจ็ดวันนับจากนี้”
เจียงเฉิงพยักหน้า ชายในชุดสูทถามขึ้น
“ถ้าเรามีเวลาว่าง ขอเดินชมรอบ ๆ โรงเรียนได้ไหมครับ? ที่นี่สวยมาก พวกเราคงไม่มีโอกาสได้มาอีกแล้ว”
หญิงคนนั้นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบอย่างลังเล
“ได้ค่ะ... แต่ต้องระวังเรื่องเวลา กลับเข้าห้องให้ทันก่อนฟ้าจะมืด”