เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 โรงเรียน (1)

บทที่ 24 โรงเรียน (1)

บทที่ 24 โรงเรียน (1)


“หมอ อย่าทำให้ผมตกใจสิครับ…” เจ้าอ้วนตัวสั่นงันงก “ผมตัวใหญ่ก็จริง แต่ใจผมนี่บางมากเลยนะครับ” เจียงเฉิงเหลือบตามองเขาเล็กน้อย พอเห็นว่าอีกฝ่ายยังพอทำอาหารเป็น ก็เลยไม่พูดอะไรต่อ เลิกแกล้งแล้วเงียบไปแทน

ตั้งแต่ติดตามเจียงเฉิงมา เจ้าอ้วนดูจะปรับตัวเก่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานนักก็กลับไปกระโดกกระเดกได้เหมือนเดิม “หมอ…” เขาเลียริมฝีปาก แล้วพูดเสียงเบา “คิดว่าคืนนี้เราจะได้เข้าไปในฝันร้ายอีกไหม”

ฝันร้ายเต็มไปด้วยอันตรายทุกหนทุกแห่ง ความเหนือจริงที่ดูจริงจนน่าขนลุกนั่น เจียงเฉิงที่กำลังตากผ้าอยู่ชะงักเล็กน้อย เขาหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ไม่น่าเข้าแล้วล่ะ ต่อให้ร่างกายฟื้นคืนเหมือนเดิมหลังจากออกมา แต่กับจิตใจนั้นไม่เหมือนกัน”

เจ้าอ้วนเข้าใจที่เจียงเฉิงต้องการจะสื่อดี ความเหนื่อยล้าทางจิตใจไม่ได้หายไปพร้อมกับพลังร่างกาย ถ้ายังฝืนเข้าไปในฝันร้ายซ้ำๆแบบไม่พัก สุดท้ายพวกเขาจะถูกฝันร้ายกลืนกินจนไม่เหลืออะไรเลย จากที่หมานลี่กับพี่เหนียนเล่า ต่อให้ฝันร้ายจะโหดร้ายแค่ไหน มันก็ยังเปิดทางรอดให้เสมอ

“ก็ดีแล้ว…” เจ้าอ้วนถอนหายใจ “หรือผมควรพยายามอดนอนต่อดี?”

“เปล่าประโยชน์” เจียงเฉิงส่ายหัว “จะอดได้นานแค่ไหนกัน? พอถึงจุดที่ร่างกายรับไม่ไหว นายก็จะเผลอหลับอยู่ดี แล้วพอเข้าสู่ฝันร้าย…ก็อาจตายทันทีเลยก็ได้”

คำว่า ‘ตาย’ ทำเอาเจ้าอ้วนขนลุกซู่ เขารีบแก้ตัวว่าแค่บ่นเฉย ๆ ไม่ได้คิดจะทำจริง

“อยากดื่มกาแฟไหม?” เจียงเฉิงเดินเข้าไปในครัวแล้วตะโกนถาม เจ้าอ้วนตกใจเล็กน้อยกับความใส่ใจ

“ขอบคุณครับคุณหมอ!”

เสียงถ้วยกระทบกันดังกริ๊กกร๊าก เจียงเฉิงหยิบแก้วสองใบจากชั้นวาง

“อเมริกาโน่ อิตาเลียน ลาเต้ หรือคาปูชิโน่?”

เจ้าอ้วนทำหน้าแหย

“เอ่อ…หมอครับ ผมไม่รู้เรื่องกาแฟหรอก ปกติผมซื้อกาแฟซองละสิบบาทตามซูเปอร์มาเก็ตน่ะ งั้น…คาปูชิโน่ก็ได้มั้งครับ?”

“ขอโทษที” เจียงเฉิงว่า “หมด”

“งั้นลาเต้…”

“หมดเหมือนกัน”

“อเมริกาโน่?”

“ไม่มี”

“งั้นอิตาเลียนก็ได้ครับ…” เจ้าอ้วนหดหัว

“ขอโทษที่เรื่องมากนะหมอ”

“ไม่เรื่องมากหรอก” เจียงเฉิงตะโกนกลับมา

“เพราะมันหมดหมดทุกอย่างนั่นแหละ!”

เจ้าอ้วนยืนงง “ถ้างั้นหมอมีอะไรล่ะครับ?”

“กาแฟซอง” เจียงเฉิงเดินออกมาพร้อมถ้วยสองใบ

“แต่ต้องขอแก้ไขอย่างนึงนะ ไม่ใช่สิบบาทแล้ว ตอนนี้ราคาขึ้นเป็นสิบห้าบาทแล้ว” เจ้าอ้วนเบิกตาโต “งั้นให้เลือกทำไมตั้งแต่แรกเนี่ย?” เจียงเฉิงนั่งลงฝั่งตรงข้าม จิบกาแฟคำหนึ่งก่อนพูดเสียงเรียบ “เพราะชีวิตต้องมีพิธีรีตองบ้าง”

เจ้าอ้วนรู้สึกเถียงต่อไปก็เปล่าประโยชน์ เลยเลือกเงียบอย่างชาญฉลาด

“ดื่มตอนที่ยังร้อน ๆ เถอะ” เจียงเฉิงว่า “ฉันไม่ได้ใส่ยามากนัก คราวนี้แค่ลองชิมเฉย ๆ จะได้ใช้เป็นค่ามาตรฐานไว้เปรียบเทียบกับรอบหน้า”

เจ้าอ้วน: “…”

ยามค่ำคืนมาถึง แสงนีออนนอกหน้าต่างส่องแสงสว่าง เจ้าอ้วนนั่งค้ำคาง มองวิวอย่างเหม่อลอย ตั้งแต่ผ่านฝันร้ายมา เขาก็เริ่มรู้สึกซาบซึ้งกับชีวิตธรรมดาๆ

เจียงเฉิงนอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาในออฟฟิศ ดูหนังผีไปด้วย กินเฟรนช์ฟรายส์จิ้มซอสมะเขือเทศไปด้วย เขาเรียกเจ้าอ้วนมาดูด้วยกัน แต่ฝ่ายนั้นไม่ยอมขยับ

หลังจากดู A Wicked Ghost ได้ครู่หนึ่ง เจียงเฉิงก็เกือบจะเผลอหลับ แต่พอลืมตาขึ้นก็เห็นเจ้าอ้วนกำลังนอนขดตัวอยู่บนโซฟา มือปิดหูแน่น ดูทรมานเหลือเกิน เจ้าอ้วนเห็นเจียงเฉิงลืมตา แววตาเขาก็สว่างวาบทันที “หมอ! หนังอะไรเนี่ย? ผีมันน่ากลัวเกินไปแล้วนะ!”

หลังฟังคำอธิบาย เจียงเฉิงก็เข้าใจว่า เจ้าอ้วนอยากจะปิดหนังตั้งแต่ตอนที่ได้ยินเสียงร้องเพลงแปลกๆแล้ว และพอ ฉูเม่ย โผล่มา เขาก็ขวัญกระเจิง

“ผีที่ว่านั่นชื่อฉูเม่ย” เจียงเฉิงอธิบาย “เป็นผู้หญิงที่น่าสงสารในยุคโบราณของจีน เป็นแรงบันดาลใจให้ลู่ซุ่นเขียน ปารีส ลา ตราวิอาต้า ฉบับจีน”

เจ้าอ้วนไม่เข้าใจแม้แต่น้อย เจียงเฉิงเลยปิดคอมแล้วเดินขึ้นไปนอน

เมื่อคืนเจ้าอ้วนบ่นว่าหนาว เจียงเฉิงเลยหาเบาะใหม่ให้ พอเขาเดินเข้าห้อง เจ้าอ้วนก็บอกว่า “หมอ ถ้าหลอนจนรู้สึกกลัวขึ้นมา จะมานอนด้วยกันก็ได้นะ”

ประตูห้องนอนปิด ปัง! แล้วล็อคทันที เจ้าอ้วนถอนใจ ก่อนล้มตัวนอนอย่างจำใจ เจียงเฉิงเคยเตือนให้ใส่เสื้อผ้าและรองเท้าตอนนอนด้วย เขาเลยแปรงรองเท้าตั้งแต่เช้า แล้วตอนออกไปซื้อของยังแวะซื้อรองเท้าวิ่งคู่ใหม่อีก

ออฟฟิศค่อนข้างเงียบตอนกลางคืน

เจียงเฉิงดึงผ้าห่มขึ้นคลุมถึงคางตามความเคยชิน ลมหายใจเขาสม่ำเสมอ ร่างกายเขาแตกต่างจากคนทั่วไป ไม่ไวต่ออุณหภูมิ และไม่ค่อยป่วย บางครั้งเขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหุ่นยนต์ไร้อารมณ์

เขานอนหลับลึก… เสียงเพลงประหลาดดังขึ้นในหู มันไม่ใช่เพลงป๊อป ไม่ใช่เพลงคลาสสิก เป็นแนวดนตรีที่เขาไม่รู้จัก คล้ายเสียงที่เกิดจากความมืด

เจียงเฉิงรู้สึกว่าทุกอย่างกำลังจะจากเขาไป เหมือนเขากำลังดิ่งจมลงทะเล หรือเดินเข้าสู่อุโมงค์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด มีเพียงความสิ้นหวังที่รายล้อม

เสียงฉีกขาดดังขึ้น คล้ายผ้าฝ้ายสีดำถูกกระชากขาด

เจียงเฉิงลืมตา เขาพบว่าตัวเองยืนอยู่ที่มุมออฟฟิศชั้นล่าง และตรงหน้าเขาคือประตูเหล็กสีดำ ร่างกายเคลื่อนไหวก่อนสมอง เขายื่นมือไปเปิดประตู หลังจากความมึนงงผ่านไป เขาก็รู้สึกถึงพื้นดินใต้เท้าอีกครั้ง

เบื้องหน้า… คือโรงเรียนแห่งหนึ่ง

ตัวอาคารมีไม่กี่หลัง อยู่ใต้แสงอาทิตย์อัสดง งดงามราวภาพฝัน

เจียงเฉิงหรี่ตามองรอบๆ คิดว่าเวลาน่าจะประมาณสี่ถึงห้าโมงเย็น เขายังไม่เห็นใคร และประตูโรงเรียนก็ปิดอยู่เขายกมือขึ้นบังแสงอาทิตย์ มองดูโรงเรียนตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหมุนตัว เดินไปอีกทางอย่างแน่วแน่

จบบทที่ บทที่ 24 โรงเรียน (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว