บทที่ 23 ยา
บทที่ 23 ยา
“คุณหมอ...” หลังจากเห็นเจียงเฉิงซัดข้าวไปสองชาม เจ้าอ้วนก็อดไม่ได้จะทัก “คุณไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้นะ ไม่มีใครแย่งหรอกน่า”
เจียงเฉิงตักซุปขึ้นมาชามหนึ่ง แล้วซดรวดเดียวจบ ก่อนจะวางถ้วยลงแล้วใช้ผ้าเช็ดปากอย่างพึงพอใจ ตอนนั้นเจ้าอ้วนยังทานข้าวไปได้ไม่ถึงครึ่งชามด้วยซ้ำ
เจียงเฉิงถามเสียงจริงจัง “ไม่กินเหรอ?”
เจ้าอ้วนมองมันฝรั่งสองชิ้นกับผักใบไม่กี่ใบที่ลอยอยู่ในชามซุป แล้วค่อย ๆ วางตะเกียบลง “ผมลดน้ำหนักอยู่ครับคุณหมอ”
“อืม” เจียงเฉิงพยักหน้า “งั้นฉันไม่บังคับละกัน”
หลังอาหาร เจ้าอ้วนลุกไปล้างจาน ส่วนเจียงเฉิงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน เสียงพิมพ์ดีดดังแกรกๆฟังดูชิล ๆ เจ้าอ้วนล้างจานเสร็จก็กลับมานั่งโซฟา เช็ดมือพลางถามถึงงานของอีกฝ่าย เจียงเฉิงก็ตอบอย่างง่ายดาย
เจ้าอ้วนกะพริบตาปริบๆ อย่างสับสน “คุณหมอ ผมเห็นมียาเยอะแยะเลยในตู้ครัว ส่วนมากเป็นยาสำหรับแผลภายนอก กับยาแก้ปวด คุณเก็บไว้ทำไมเหรอครับ?” เจียงเฉิงดูแข็งแรงดีมาก แถมกินจุยิ่งกว่าตนอีก ยาเหล่านั้นไม่น่าใช่ของเขาแน่
เจียงเฉิงทำหน้าครุ่นคิด ก่อนจะเดินไปที่ครัวแล้วหยิบกล่องแผ่นแปะบรรเทาอาการปวดออกมา เปิดกล่องแล้วหยิบมันออกมาชิ้นหนึ่ง จากนั้นเขาก็หันกลับมามองเจ้าอ้วนด้วยสายตาพิจารณา เจ้าอ้วนชะโงกหน้าลงไปมองแผ่นแปะตามเจียงเฉิน
เขาเริ่มใจคอไม่ดี “คุณหมอ...” เจ้าอ้วนถามอย่างลนลาน “ทำไมคุณมองผมแบบนั้น?”
“เปล่า” เจียงเฉิงเก็บแผ่นยาเข้ากล่องแล้ววางกลับไป จากนั้นกลับไปนั่งที่โต๊ะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เจ้าอ้วนคิดถึงเรื่องในฝันร้ายแล้วไหล่เขาก็ตกลง ตลอดช่วงบ่ายผ่านไปแบบนั้น ไม่มีคนไข้แม้แต่คนเดียว เขาก็เลยเก็บกวาดจนเหนื่อยแล้วหลับไปที่โซฟา พอตื่นขึ้นมา ฟ้าก็มืดแล้ว เขายกมือขยี้ตา แล้วก็พบว่าเจียงเฉิงหายตัวไป
เขารีบลุกขึ้นมาตามหาเจียงเฉิน พอไม่เจอในครัว เจ้าอ้วนเริ่มหน้าถอดสี ฟ้ามืดลงแบบนี้ ฝันร้ายอาจมาได้ทุกเมื่อ ถ้าไม่มีเจียงเฉิงอยู่ด้วย เขาต้องตายแน่ ๆ
“คุณหมอ?” เจ้าอ้วนตะโกนเรียก ไม่มีเสียงตอบกลับ เขาเริ่มแตกตื่น กำลังจะวิ่งขึ้นบันได ทันใดนั้นเอง ประตูหน้าก็เปิดออก เงาร่างผอมสูงเดินเข้ามา เจียงเฉิงกลับมาพร้อมถุงหลายใบ ก่อนจะปิดประตู
“คุณหมอ!” เจ้าอ้วนร้องอย่างดีใจเหมือนพบแสงสว่าง
“คุณหายไปไหนมา?” เจียงเฉิงยื่นถุงให้ เขารับมาดู ข้างในเต็มไปด้วยยา ชนิดเดียวกับที่เห็นในตู้เมื่อบ่าย
“นี่มัน…”
“ยา” เจียงเฉิงถอดเสื้อคลุมออก
“ไปเก็บไว้ในตู้ที่นายเห็นเมื่อตอนบ่าย”
“คุณหมอ คุณซื้อยาพวกนี้มาทำไมตั้งเยอะ?”
เจียงเฉิงเดินไปที่ชั้นวางแฟ้ม หยิบแฟ้มสีแดงออกมาหนึ่งเล่ม เปิดดูพลางพูด “เดี๋ยวก็ได้ใช้” เจ้าอ้วนงุนงง ที่นี่มีแค่พวกเขาสองคน แล้วก็ไม่ได้มีใครเป็นอะไร จะใช้ยาไปทำไม
แต่แล้วภาพเหตุการณ์ในบ้านไม้ก็ผุดขึ้นมา เขาขนลุกซู่ทั้งขา หรือว่าเจียงเฉิงจะเป็นพวกโรคจิตแบบครอบครัวนั้นกันแน่ ยาเหล่านี้เอาไว้ใช้กับเหยื่อ ไม่ให้พวกกเขาตายระหว่างทรมาน พอยิ่งคิด เจ้าอ้วนก็ยิ่งมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ ว่านี่ต้องใช่แน่ๆ เจียงเฉิงก็แค่แสดงละครตบตา!
เขาเริ่มมองหาทางหนี
แล้วเสียงของเจียงเฉิงก็ดังขึ้นอย่างเฉยเมย “ไม่มีใครอยากจับคนอ้วนมาขังหรอก”
เจ้าอ้วนหันขวับไปมอง อีกฝ่ายยังพิงโต๊ะพลิกแฟ้มอยู่ ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง
“อยากออกก็ออกไปได้เลย แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้านายออกไปแล้ว นายจะกลับมาไม่ได้อีก”
“ผมออกไปได้จริงๆ เหรอ?” เจ้าอ้วนลังเล คนตรงหน้าอาจจะแปลก แต่ก็ไม่ถึงขั้นชั่วร้าย เขาชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจ
“คุณหมอ ผมขออยู่ดีกว่า จะได้คอยดูแลกัน” เขาเลียริมฝีปาก
“แต่…คุณช่วยบอกผมได้มั้ยว่ายาพวกนี้เอาไว้ทำอะไร?”
เจียงเฉิงถอนหายใจเหมือนคลายปมได้สักอย่าง เขาปิดแฟ้มแล้วเงยหน้าขึ้นมองเจ้าอ้วน แววตาเหมือนจะถามว่า “แน่ใจเหรอว่าอยากรู้” เจ้าอ้วนพยักหน้ารัว ๆ เจียงเฉิงเม้มปาก คิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “ได้ ฉันจะบอกนาย แต่ห้ามบอกใครเด็ดขาด มันสำคัญกับฉันมาก”
คำพูดของเขาทำเอาเจ้าอ้วนตื่นเต้น เขานั่งหลังตรงเหมือนจะปฏิญาณตน เชื่อว่านี่ต้องเกี่ยวกับอาการลึกลับของหมอแน่ๆ ตอนที่อยู่ในฝัน เขายังบอกว่าแค่สามสิบวินาทีก็เอาอยู่ ถ้าอย่างนั้น เขาอาจไม่ได้โกหก
เจ้าอ้วนรู้สึกสงสารคนตรงหน้า ชีวิตนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ทุกคนล้วนมีบาดแผลซ่อนอยู่ เขาหันไปให้กำลังใจ “คุณหมอ ผมพร้อมแล้วครับ” เจียงเฉิงพยักหน้า
“ผ้าพันแผลนั่นน่ะ ไว้ใช้มัดตัวนาย ส่วนผ้าพันแผลแบบทางการแพทย์ก็เอาไว้ปิดปาก จะได้ร้องขอความช่วยไม่ได้ ยาแก้ปวดจะช่วยให้ไม่หลับระหว่างโดนทรมาน ส่วนอะดรีนาลีนฉันมีอยู่สองกล่อง หายากมาก ราคาก็แพง อาจจะยังไม่ใช้กับนายก็ได้” เขาดีดนิ้วเป๊าะ เหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ “อ้อ ฉันยังมียาหลอนประสาทไว้ใส่น้ำให้นายดื่มด้วยนะ รอเดี๋ยว เดี๋ยวฉันเอามาให้”
เจ้าอ้วนถึงกับแข็งค้าง