เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 ปีหว่าน

บทที่ 21 ปีหว่าน

บทที่ 21 ปีหว่าน


ระหว่างที่ทั้งสองคุยกัน เจ้าอ้วนก็กลับมาพร้อมกับถุงวัตถุดิบในมือ ปีหว่านถึงกับผงะเมื่อเห็นเขา หลังจากที่เจียงเฉิงแนะนำอย่างช้า ๆ ว่าเป็นเพื่อน ปีหว่านก็รีบเปลี่ยนสีหน้า ต้อนรับเจ้าอ้วนเหมือนรู้จักกันมานาน เจ้าอ้วนถึงกับงงงัน

“สวัสดีครับ”  ปีหว่านจับมือที่ว่างของเจ้าอ้วน “ผมชื่อปีหว่าน ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

เจ้าอ้วนทำหน้ามึน หันไปมองเจียงเฉิงอย่างขอความช่วยเหลือ แน่นอนว่าเขาก็ยังทำหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกตามปกติ เจ้าอ้วนเลยหันกลับไปมองชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะพูดออกมาอย่างเกรงใจปนเขินอายว่า “พี่ชาย ผมเสียใจด้วยนะครับที่อายุยังน้อยก็มาเป็นโรคนี้ แต่ผมไม่ใช่หมอ ช่วยอะไรไม่ได้จริง ๆ”

มือที่ปีหว่านยื่นออกมาค้างอยู่กลางอากาศ เจ้าอ้วนเหมือนจะเพิ่งนึกได้ว่าต้องไปทำกับข้าว เลยรีบโบกมือบ๊ายบายแล้ววิ่งหายเข้าไปในครัว เจียงเฉิงไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้นัก เขาชวนปีหว่านกลับมานั่งแล้วถามขึ้นว่า

“แฟนคุณตอนนี้เป็นยังไงบ้าง”  ปีหว่านถอนหายใจ

“ก็ยังเหมือนเดิม แย่ลงนิดหน่อยด้วยซ้ำ เธอชอบสงสัยว่าผมนอกใจ” ปีหว่านพูดไปก็เริ่มร้อนรน

“หมอเจียง คุณก็รู้จักผม ผมจะเป็นคนแบบนั้นได้ยังไงกัน!”

“อือ” เจียงเฉิงหยิบสมุดโน้ตปกน้ำเงินขึ้นมา เขียนอะไรลงไป

“ผมรู้”

จากนั้นปีหว่านก็เริ่มระบาย เขาไล่เรียงถึงสิ่งที่เขาเคยทุ่มเทให้กับแฟน แต่กลับถูกเข้าใจผิดอยู่เรื่อย ตอนหนึ่งเขาถึงกับหลั่งน้ำตา

ทางด้านเจ้าอ้วน หลังจากล้างซี่โครงเรียบร้อยแล้วก็เอาใส่หม้อ ตั้งไฟต้ม พอเริ่มเดือดเขาก็ล้างมือแล้วเดินออกจากครัว ขณะนั้น ปีหว่านก็ยังพูดไม่หยุด เจียงเฉิงเองก็ยังฟังไปเงียบ ๆ บ้างก็พยักหน้ารับหรือบ่นในลำคอบ้างตามมารยาท เจ้าอ้วนเริ่มสนใจงานของเจียงเฉิงขึ้นมาเลยดึงเก้าอี้มานั่งฟัง ทั้งปีหว่านและเจียงเฉิงต่างก็ไม่ได้ว่าอะไร

พอได้ยินเรื่องของปีหว่านกับแฟน เจ้าอ้วนถึงกับทนไม่ไหว อยากพูดปลอบใจ แต่ก็โดนเจียงเฉิงส่งสายตาปรามเลยต้องกลืนสิ่งที่จะพูดกลับลงคอไป

“หมอเจียง”  ปีหว่านดูเหนื่อยล้า เขานวดหว่างคิ้วพลางถอนหายใจ

“ทั้งหมดก็มีแค่นี้ครับ แฟนผมคิดว่าผมมีจุดประสงค์แอบแฝงถึงได้มาคบกับเธอ”

เจียงเฉิงปิดสมุดโน้ต เก็บปากกาเสียบไว้ในสัน

“หมอเจียง ช่วยผมด้วยนะครับ” ปีหว่านลุกขึ้นยืน พูดอย่างจริงใจ “ผมขอร้อง”

เจียงเฉิงพยักหน้า “แน่นอนครับ มันเป็นงานของผม”

ปีหว่านจากไปด้วยเสียงถอนหายใจหนัก ๆ

พออีกฝ่ายออกไปพ้นสายตา เจ้าอ้วนก็โน้มตัวมาพูดเบา ๆ ว่า

“หมอ ผู้ชายคนนี้ก็ไม่เลวนะครับ ถึงจะพูดจาตรงไปหน่อย แต่ก็ดูเป็นห่วงแฟนจริงๆ นะ ผมไม่เข้าใจเลยว่าแฟนเขาจะคิดว่าเขามีจุดประสงค์แอบแฝงไปได้ยังไง”

เจียงเฉิงเปิดลิ้นชัก เก็บสมุดโน้ตเข้าไป

“คุณคิดแบบนั้นจริง ๆ เหรอ” เจ้าอ้วนกระพริบตาปริบ ๆ

“หมอ หมายความว่ายังไงเหรอครับ?”

เจียงเฉิงยกมือขึ้นทำท่าให้เงียบ อีกไม่กี่วินาทีต่อมา ประตูก็เปิดออกอีกครั้ง ปีหว่านก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าขอโทษ

“หมอเจียง ความจำผมแย่ลงจริงๆ ลืมเรื่องสำคัญไปเลย อีกสองวันเป็นวันเกิดครบรอบ 80 ปีของแฟนผม คุณต้องมานะครับ!”

เจียงเฉิงพูดเรียบ ๆ ว่า “ยินดีด้วยครับ ผมจะไป”

ปีหว่านได้คำตอบแล้วก็จากไปด้วยสีหน้าสดใส เจ้าอ้วนมองตามปากค้าง ตอนที่ประตูเปิด เจ้าอ้วนเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ข้างนอก เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กระโปรงสีดำ และแว่นกรอบดำ ทั้งดูมีความรู้และเซ็กซี่ในคราวเดียวกัน หลังจากปีหว่านออกไป เขาก็โอบเอวเธออย่างเป็นธรรมชาติ หัวเราะคุยกันคิกคักขณะเดินจากไป

เจ้าอ้วนเก็บซากโลกทัศน์ที่แตกละเอียดของตัวเองอย่างเงียบๆ เจียงเฉิงจัดแฟ้มบนโต๊ะแล้วเดินไปจัดเรียงบนชั้น พอหันกลับมาก็เห็นเจ้าอ้วนยังคงจ้องประตูอยู่ รถออดี้สีน้ำเงินแล่นฉิวจากไป

“มองอะไรอยู่?” เจียงเฉิงถาม

“หมอครับ” เจ้าอ้วนพูดขึ้นมาอย่างจริงจัง

“ผมไม่อยากลำบากอีกแล้ว ผมว่า ความสุขของเขามันหาได้ง่ายดี”

เจียงเฉิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปหยิบสมุดโน้ตอีกชุดที่มีแถบแดงแนบอยู่ เขาเปิดเล่มหนึ่งแล้วหันไปพูดกับเจ้าอ้วน ส่วนที่เหลือก็หนีบไว้ใต้รักแร้

“จ้าวกุ้ยฉิน” เขาอ่านออกเสียง “เจ้าของธุรกิจ มีบ้าน 9 หลัง รถหรูอีกไม่รู้กี่ยี่ห้อ มูลค่าทรัพย์สินกว่าหลายพันล้าน อายุ 89 ปี” เขาเงยหน้ามองเจ้าอ้วน “ยังโสด” ริมฝีปากเจ้าอ้วนสั่นระริก เหมือนอยากพูดอะไรสักอย่าง

เจียงเฉิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วเปิดอีกเล่ม “หลิวหนิวหม่า เจ๊เจ้าของห้องเช่ากว่า 10 หลัง อายุ 77 ปี โสดเหมือนกัน” เขาวางสมุดลงแล้วพูดอย่างจริงจังว่า “ถึงจะฟังดูยังสาว แต่เธอเป็นโรคร้ายแรง แล้วก็ไม่มีทายาท”

เจ้าอ้วนสูดหายใจเข้าลึก ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า

“หมอครับ ผมยังไม่แก่ ยังทำอะไรได้อีกเยอะ!”

เจียงเฉิงจิ๊ปากเบาๆ แล้วเก็บสมุดโน้ตทั้งหมดด้วยสีหน้าเสียดายนิดๆ เจ้าอ้วนเดินตามพลางถามด้วยความสงสัย

“หมอครับ คุณได้ข้อมูลของพวกเธอมาจากไหนเหรอ? พวกเธอเป็นคนไข้เหรอ?”

“ก็...จะว่าแบบนั้นก็ได้มั้ง” เจียงเฉิงยักไหล่

“พวกเธอป่วยเป็นอะไรเหรอครับ?”

เจียงเฉิงหันมามองเจ้าอ้วนแล้วตอบชัดถ้อยชัดคำว่า

“พวกเธอเหงา แล้วก็หนาวในตอนกลางคืน”

เจ้าอ้วนขนลุกวาบ แล้วจู่ ๆ ก็เบิกตากว้างเหมือนนึกอะไรออก

“หมอ...คุณเป็นคนแนะนำแฟนให้ปีหว่านใช่มั้ย!?”

เจียงเฉิงเกาหัวอย่างกระดาก

“ก็มันเป็นหน้าที่ของหมอน่ะครับ ผมมีความสุขนะ ที่ได้เห็นรอยยิ้มกลับคืนมาบนใบหน้าของพวกเขา”

“หมอ…บอกมาตรงๆ เลยเถอะครับ คุณรับเงินจากคุณนายพวกนั้นไปเท่าไหร่แล้ว?”

เจียงเฉิงไม่ตอบอะไร เดินขึ้นชั้นบนไปเงียบ ๆ เหมือนกำลังยุ่งกับเรื่องลึกลับบางอย่าง

เจ้าอ้วนกะเวลาแล้วพบว่าสตูว์น่าจะต้องเคี่ยวอีกชั่วโมง เขาเลยล้างผักที่ซื้อมา ปอกมันฝรั่งกับเผือก แล้วตัดสินใจจะผัดมันฝรั่งฝอยกินระหว่างรอ

จบบทที่ บทที่ 21 ปีหว่าน

คัดลอกลิงก์แล้ว