บทที่ 20 คุณหมอเจียง
บทที่ 20 คุณหมอเจียง
เสียงดังขึ้นมาเบาๆ จากห้องครัว เจ้าอ้วนโผล่หัวออกมา “คุณหมอ นั่งรอก่อนนะครับ อาหารจะเสร็จแล้ว” เจียงเฉิงพึมพำในลำคอ ขณะทรุดตัวลงบนโซฟา ภาพจากเมื่อคืนยังไหลวนในหัว ทำเอาเขาปวดแปลบขึ้นมาทันที
เขาเงยหน้าขึ้น แล้วก็สังเกตว่ามีคนจัดสำนักงานให้เรียบร้อย ชั้นเอกสารของคนไข้ที่เคยเอียง ๆ จนเขาต้องใช้เทปพันยึดไว้ถูกซ่อมแล้ว เทปนั่นหายไป ส่วนที่พังถูกตอกตะปูยึดไว้แน่นหนา แม้แต่สนิมก็ถูกขัดจนหาย สายไฟที่เคยพันกันอย่างยุ่งเหยิงบนเพดานและผนัง ถูกจัดอย่างเรียบร้อย
บันไดพับถูกวางพิงผนังอยู่ มีแผ่นกระดาษวางแทรกไว้ระหว่างขั้นบันได เหมือนจะกันไม่ให้บันไดเปื้อนผนัง
บนโต๊ะมีหนังสือพิมพ์เก่าวางทับด้วยค้อน กรรไกร เทปไฟฟ้าสีดำ และตะปูเหล็ก เสียงเคาะน่าจะมาจากของพวกนี้
เสียงน้ำไหลในครัวดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกน
“คุณหมอ ทานเผ็ดได้ไหมครับ? วันนี้ผมจะทำซี่โครงตุ๋น”
“ได้” เจียงเฉิงตะโกนตอบกลับไป “แต่อย่าใส่พริกเยอะ ฉันยังอยู่ในวัยแตกเนื้อหนุ่ม กลัวเป็นสิว”
เจ้าอ้วนเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเริ่มลงมือทำต่อ
เจียงเฉิงเอนหลังพิงโซฟา โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่น เขาหยิบขึ้นมาตอบสาย
“คุณหมอเจียง?” เสียงชายหนุ่มจากปลายสาย ฟังดูยังอายุน้อย
“ตอนนี้คุณอยู่ที่คลินิกใช่ไหมครับ?”
“ใช่”
“งั้นผมจะไปหาคุณตอนนี้เลย ผมอยู่แถวๆนี้ แค่ครึ่งชั่วโมงก็ถึง”
“อืม” เจียงเฉิงพยักหน้า ก่อนจะวางสาย
เจ้าอ้วนเดินออกมาพอดี มือจับหม้ออยู่ ใช้ทิชชู่รองไว้ เขารีบเอาหม้อวางลงบนโต๊ะ ปลายนิ้วแดงจัดเพราะโดนความร้อน พอเห็นเจียงเฉิงมองอยู่ เขาก็ยิ้มแห้ง ๆ แล้วบอกว่า “ยังหาหม้อทนความร้อนไม่ได้ เลยต้องใช้ใบนี้ไปก่อน”
“มีผ้าอยู่ในครัวนะ” เจียงเฉิงพูด
เจ้าอ้วนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจว่าเขาหมายถึงนิ้วที่แดงของตัวเอง เขารู้สึกอบอุ่นใจเล็กน้อย ดวงตาเริ่มวาว “คุณหมอ ขอบคุณ…”
“แต่...” เจียงเฉิงเหลือบมองกระดาษทิชชู่แล้วทำหน้าขรึม “คิดว่าทิชชู่พวกนั้นฟรีหรือไง?”
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่อาหารของเจ้าอ้วนก็จัดว่าดีมาก เจียงเฉิงกินไปเกือบครึ่งหม้อ แถมยังฟาดข้าวสองชาม
ถ้าเจ้าอ้วนไม่รีบคว้าเนื้อชิ้นสุดท้ายไปก่อน บางทีเขาอาจจะไม่ได้ลิ้มรสฝีมือตัวเองด้วยซ้ำ
“เป็นยังไงครับ?” เจ้าอ้วนถามอย่างคาดหวัง “ฝีมือผมไม่เลวใช่ไหม? ผมเคยฝึกกับเชฟจากจุ้ยเซียนโหลวเลยนะ”เจียงเฉิงวางช้อน เช็ดปาก “ก็พอได้” เขาเรอเบา ๆ ก่อนจะพูดต่อ “แต่นายทำมาขนาดนี้ ถ้าฉันไม่กินเยอะก็คงใจร้ายไปหน่อย”
แววตาเจ้าอ้วนหม่นลงเหมือนเด็กที่ไม่ได้คำชมจากผู้ใหญ่ เขาเก็บหม้อกับจานอย่างเงียบ ๆ เดินกลับเข้าไปล้างในครัว แม้แต่เสียงน้ำก็ฟังดูหม่นเศร้า เจียงเฉิงมองโต๊ะที่สะอาดจนเห็นเงาตัวเองสะท้อน
“เจ้าอ้วน?” เสียงน้ำหยุดลง ก่อนจะมีเสียงตอบกลับมา
“คุณหมอ เรียกผมหรอครับ?”
“กำลังจะมีคนไข้มา” เจียงเฉิงพูดเรียบ ๆ “ฉันอยากให้…”
“เข้าใจครับ” เจ้าอ้วนถอนหายใจ “ผมจะเก็บกวาดให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยไป” เขาหยุดเล็กน้อยก่อนพูดต่อ
“ยังไงก็... ขอบคุณที่ช่วยชีวิตผมออกมาจากฝันร้ายนั่น”
ไม่นาน เจ้าอ้วนก็เดินออกมาจากครัวเช็ดมือ เจียงเฉิงลืมตาขึ้นตอนเขาเดินผ่าน เจ้าอ้วนหยิบเสื้อคลุมจากราวแขวนมาใส่ เตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เจียงเฉิงพูดขึ้นก่อน
“มีซูเปอร์อยู่ไม่ไกล” เขาพูดหน้าตาเฉย “ของเยอะ ราคาถูกด้วย” เจ้าอ้วนขมวดคิ้ว งุนงง
“คืนนี้อยากกินสตูว์” เจียงเฉิงพูดหน้าตาเฉย “ถ้าจะตุ๋นล่ะก็ รีบไปรีบกลับล่ะ” ความสับสนของเจ้าอ้วนแปรเปลี่ยนเป็นความซาบซึ้งทันที เขาพยักหน้าเร็วจี๋
“ไม่ต้องห่วงครับ คุณหมอ!” แล้วเขาก็หายวับไปเหมือนลม เจียงเฉิงลุกขึ้น เดินไปที่ชั้นวาง นิ้วไล่ไปตามแฟ้มจนเจอที่ต้องการ เป็นของหูเหยียน
ในนั้นบันทึกอาการของหูเหยียนไว้ละเอียด รวมถึงนิสัยเล็ก ๆ อย่างการกระดิกขา และการชอบมองไปทางมุมหนึ่งของห้อง เธอมักมองไปยังจุดที่ “ประตู” ปรากฏขึ้น
หูเหยียนหายตัวไปหลังจากฝันเห็นประตู จากที่เธอเล่า น้องสาวของเธอก็เจอแบบเดียวกัน คล้ายเจียงเฉิง แต่ก็ไม่เหมือน เพราะหูเหยียนกับน้องยังเล่าเรื่อง “ประตูในฝัน” ให้คนอื่นฟังได้ น้องเล่าให้เธอฟังทางโทรศัพท์ ส่วนเธอก็มาเล่าให้เจียงเฉิงโดยตรง หมายความว่า พวกเธอแค่ฝันถึงประตู แต่ “ไม่ได้เข้าไป”
แต่เจียงเฉิงกับเจ้าอ้วนนั้นต่างออกไป ‘พอฝันเห็นประตู พวกเขาก็ถูกพาเข้าไปอยู่ในแดนฝันทันที’
เสียงเคาะประตูดังขึ้น เจียงเฉิงนั่งอยู่ในออฟฟิศ พลิกแฟ้มไปมาโดยไม่เงยหน้า
“เข้ามาได้”
ประตูเปิดออก ชายหนุ่มหน้าตาอ่อนวัยเดินเข้ามา ใส่สูทอาร์มานี เสื้อเชิ้ตขลิบทอง เนคไทลายทางขาวฟ้า รองเท้าหนังสีน้ำตาล ดูออกว่าเป็นงานแฮนด์เมดจากอิตาลี
“คุณหมอเจียง”
ชายหนุ่มยิ้มอย่างสุภาพ โน้มตัวเล็กน้อย กลิ่นอายรอบตัวเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าดึงดูด เจียงเฉิงวางแฟ้มลงช้า ๆ แล้วมองเขา
“พี่หยวน คราวนี้ก็เรื่องแฟนอีกแล้วเหรอ?”
“ครับ” อีกฝ่ายยิ้ม “เรื่องนี้ทำให้ผมกลุ้มใจมาก ไม่อย่างนั้นผมจะมาหาคุณทำไมล่ะ คุณหมอเจียง?”