บทที่ 19 สตอกโฮล์มซินโดรม
บทที่ 19 สตอกโฮล์มซินโดรม
เจียงเฉิงแกล้งถอนหายใจ “ตอนแรกฉันก็ไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้พอมาคิดดูดีๆแล้ว… เธอน่าจะเป็น สตอกโฮล์มซินโดรม แบบเบาๆ น่ะ”
“หมายความว่าไง?” เจ้าอ้วนเริ่มรู้สึกไม่ดี
“ฉันว่านะ…” เจียงเฉิงทำเสียงจนใจ “บางที เธออาจจะตกหลุมรักฉันเข้าแล้วก็ได้”
เจ้าอ้วนได้แต่เงียบ
เจียงเฉิงรอฟัง แต่พอไม่มีเสียงตอบ เลยหันไปถาม “ไม่พูดอะไรหน่อยหรอ?”
เจ้าอ้วนถอนหายใจลึก “ขอสูบบุหรี่ซักมวนหนึ่งให้ใจเย็นก่อนแล้วกัน”
เจียงเฉิงกำลังจะเริ่มวิเคราะห์เหตุผลที่เฉินเสี่ยวเหมิงตกหลุมรักเขา แต่จู่ ๆ ท้องก็ร้องโครกขึ้นมา อยู่ดีๆเจ้าอ้วนก็มีแรงขึ้นมาทันที ถามเขาว่าหิวไหมแล้วเสนอตัวทำกับข้าวให้
เจียงเฉิงนึกถึงฝีมือทำอาหารของเจ้าอ้วนตอนอยู่ในภารกิจแล้วก็พยักหน้า ชี้ไปที่ครัว เจ้าอ้วนรีบเดินหายไป ปล่อยให้เจียงเฉิงนั่งพินิจหนังสือพิมพ์อยู่คนเดียว
เจียงเฉิงแทบไม่เคยเข้าครัว ของในบ้านจึงมีแค่ของแช่แข็งกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ซื้อมาตอนลดราคา เจ้าอ้วนขลุกอยู่ในครัวครึ่งชั่วโมง สุดท้ายก็ทำออกมาได้สองจาน เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปผัดแห้ง เจียงเฉิงซัดมันเกือบหมดในพริบตา
“คุณหมอ” เจ้าอ้วนพูดพลางกินบะหมี่ “ปกติพี่อยู่คนเดียวเหรอ?”
เจียงเฉิงกวาดของที่เหลือใส่จานของตัวเอง แล้วเช็ดปากก่อนพยักหน้า
“ใช่ แล้วฉันก็ไม่คิดอยากจะมีรูมเมตด้วย”
เจ้าอ้วนทำหน้าเหมือนถูกทอดทิ้ง
“คุณหมอ อย่าทำแบบนี้สิ ถึงผมจะไม่ฉลาด ไม่หล่อเหมือนพี่ แต่ผมก็ผ่านงานมาเยอะนะ ช่วยอะไรได้หลายอย่างเลย”
เจียงเฉิงมองจานเปล่าแต่ไม่ได้ตอบ
เจ้าอ้วนมองเห็นความหวัง รีบพูดเสริม “พี่ไม่ต้องรีบตอบก็ได้ ลองคิดดูดี ๆ ผมน่ะมีประโยชน์จะตาย!”
“ไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน” เจียงเฉิงนวดไหล่ “ฉันเหนื่อยแล้ว จะไปนอน”
เจ้าอ้วนรีบเก็บโต๊ะ เสียงน้ำดังจากในครัว “พี่ไปนอนเถอะ เดี๋ยวผมล้างเอง เสร็จแล้วจะนอนโซฟา” แต่พอเขาทำความสะอาดเสร็จ เดินออกจากครัว ก็พบว่าเจียงเฉิงยังนั่งอยู่บนโซฟา ท่าทางไม่ขยับไปไหน
“คุณหมอ?” เจ้าอ้วนถาม “มีอะไรหรือเปล่า?”
เจียงเฉิงมองเขาแล้วเลิกคิ้ว “ขึ้นไปนอนกับฉันก็ได้ ฉันไม่กล้าอยู่คนเดียว”
เจ้าอ้วนสะดุ้ง แล้วนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ รีบเอามือปิดก้น “คุณหมอ ผมไม่ใช่คนง่าย ๆ นะ!”
“หือ?”
เจ้าอ้วนคิดอยู่ครู่ ก่อนตอบหนักแน่น “แน่นอนอยู่แล้ว!”
“งั้นก็ตามใจ” เจียงเฉิงยักไหล่ ลุกขึ้นแล้วเดินขึ้นบันได
ก่อนจะหายตัวไปด้านบน เขาหันมาพูดว่า “ระวังไว้หน่อยก็ดีนะ ตอนฉันฝัน ประตูมันปรากฏตรงกำแพงฝั่งนั้น แล้วฉันก็ไม่เหมือนนาย ฉันไม่ได้เดินเข้าไปเอ แต่มันมีมือยักษ์คว้ามาตัวฉันเข้าไปต่างหาก”
พูดจบก็เจียงเฉินก็เดินขึ้นชั้นบนไป เจ้าอ้วนนั่งอยู่บนโซฟา มองผนังฝั่งนั้นด้วยความกังวล ไม่รู้ว่าเจียงเฉิงพูดจริงหรือเปล่า เพราะเขาเดาใจยาก แต่ในขณะเดียวกันเจียงเฉินก็เป็นคนที่พาเขารอดออกมาจากฝันนรกนั่นได้
พอหลับตา เขาก็เหมือนเห็นประตูนั้นปรากฏขึ้น แล้วแขนยักษ์ก็พุ่งมาคว้าตัวเขาไป เจ้าอ้วนทนนั่งอยู่ชั้นล่างได้ไม่ถึงห้านาที ก็เด้งตัวขึ้นวิ่งตามไปชั้นบน แล้วก็เจอกับเจียงเฉิงที่ยืนพิงอยู่ตรงบันได เหมือนเขารู้อยู่แล้ว
ยังไม่ทันได้พูดอะไร เจียงเฉิงก็เอ่ยขึ้นว่า “นายอยู่ห้องรับแขก ส่วนฉันจะนอนข้างใน” เจ้าอ้วนมองเลยไป เห็นประตูบานหนึ่งกั้นพื้นที่ห้องรับแขกออก ดูแล้วด้านในน่าจะเป็นห้องนอน
“คุณหมอ” เจ้าอ้วนพูดจริงจัง “ถ้าพี่กลัวที่จะอยู่คนเดียว ผมก็พอจะพิจารณาให้พี่นอนเบียดได้อยู่นะ” แต่เจียงเฉิงกลับไม่รู้สึกอยากนอน เขาเงยหน้ามองเพดาน ภาพในฝันร้ายยังติดตา
เจ้าอ้วนอยู่หน้าห้อง เสนอให้เปิดประตูไว้จะได้ช่วยดูแลกัน แต่เจียงเฉิงไม่เห็นด้วย ไม่เพียงปิดประตู แต่เขายังล็อกมันอีกต่างหาก
จากประสบการณ์ก่อนหน้า เจียงเฉิงอดคิดถึงหูเหยียนกับน้องสาวของเธอไม่ได้ การหายตัวไปของพวกเธอ คงมีส่วนเกี่ยวข้องกับแดนฝัน หมานลี่เคยบอกไว้
‘ใครที่ตายในแดนฝัน… ตัวตนในโลกจริงก็จะหายไป’
ไม่มีเหตุผล ไม่มีคำอธิบาย
รายงานการหายตัวไปของหูเหยียนเขียนชัด ว่าเธอหายไปตอนเที่ยงคืน สวมชุดนอนบางเบา ทั้งที่สามีของเธอ นอนอยู่ข้างๆ แต่เขากลับไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
ชายวัยกลางคนในภารกิจแรก เคยถามว่าจะหนีจากแดนฝันได้ไหม แต่หมานลี่ตอบกลับว่า “คำถามโง่ๆ”
เพราะเมื่อประตูเหล็กนั่นปรากฏขึ้นในฝัน นายก็ไม่มีวันหนีพ้น นอกจากจะตาย
ความคิดวนเวียนอยู่พักใหญ่ ร่างกายก็เริ่มง่วง เจียงเฉิงไม่ขัดขืน ปล่อยตัวเองให้จมลงไปในความมืด แม้ความเหนื่อยล้าที่สะสมในแดนฝันจะฟื้นฟูขึ้น แต่ความเหนื่อยล้าทางจิตใจนั้นไม่เคยหายไป
เขาหลับสนิท
ในฝัน เหมือนจะได้ยินเสียงเคาะรัวๆ เหมือนบ้านข้าง ๆ กำลังก่อสร้าง แม้แต่พื้นก็สั่นไปหมด เขากลับตัว เอาหมอนปิดหัว แล้วนอนต่อ สุดท้าย สิ่งที่ปลุกเขาขึ้นมาก็คือเสียงเคาะประตู
“คุณหมอ! ตื่นรึยัง!” เสียงเจ้าอ้วนดังมาจากหน้าห้อง เจียงเฉิงลุกขึ้น เปิดประตูออกไป แต่ห้องรับแขกกลับว่างเปล่า เจ้าอ้วนหายไปแล้ว
เขาลงบันไดมาชั้นล่าง โทรศัพท์บอกว่าเป็นเวลา 11 โมง เจียงเฉิงไม่คิดว่าเขาจะหลับยาวมาจนถึงเที่ยงแบบนี้
หัวของเขายังรู้สึกตื้อ ๆ จากการหลับยาว