เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 คำโกหก

บทที่ 17 คำโกหก

บทที่ 17 คำโกหก


“หมายความว่าตอนที่ฉันเข้าไนห้องนอนเมื่อวาน ร่างของพี่เหนียนก็ยังอยู่ตรงนั้นหรอ?”

“ใช่” เฉินเสี่ยวเหมิงพยักหน้า “เธออยู่หลังประตูเลย” จากนั้นเธอก็หยุดพูดซักพักแล้วยิ้มให้เจียงเฉิง “ถ้านายเดินเข้าไปอีกแค่ไม่กี่ก้าว บางทีร่างของนายคงได้มาอยู่นอนอยู่ข้างกันแล้วหละ” เจียงเฉิงไม่สนใจคำพูดประชดประชันนั้น แต่ถามต่อ

“แล้วร่างของพี่เหนียนอยู่ที่ไหน?”

เฉินเสี่ยวเหมิงลุกขึ้น เดินไปที่ประตู เจียงเฉิงรีบตามไปทันที โดยรักษาระยะห่างไว้ประมาณหนึ่งเมตร

“ฉันจะหนีไปได้ยังไง ประตูยังไม่ได้เปิดนี่” เธอแค่นเสียง

เจียงเฉิงส่ายหน้า “อย่าคิดมาก ฉันแค่รู้สึกมีความสุขขึ้นมานิดหน่อย เวลาที่อยู่ใกล้เธอ”

เฉินเสี่ยวเหมิงทำหน้ายู่ ไม่ตอบอะไร เดินไปที่ผนังและคลำหาสวิตช์ไฟ สักพัก แสงไฟในห้องก็ติดขึ้นมา        ทันใดนั้น ตาเจ้าอ้วนแทบถลนออกจากเบ้า ห้องนี้ตกแต่งเหมือนโบสถ์ ตรงผนังมีไม้กางเขนขนาดใหญ่แขวนอยู่ และร่างของพี่เหนียนก็ถูกแขวนกลับหัวอยู่บนไม้กางเขนนั้น

เธอตายแล้วแน่ๆ มองไปรอบห้องเต็มไปด้วยเครื่องทรมานสารพัดชนิด บรรยากาศชวนขนหัวลุก พวกมันดูเหมือนเครื่องมือยุคกลาง แถมหลายชิ้นยังมีรอยเลือดเปื้อนอยู่ นี่คือห้องทรมานชัดๆ

“ไม้กางเขนสื่อถึงพระเจ้า ไม้กางเขนกลับหัวสื่อถึงปีศาจ” เจียงเฉิงมองเครื่องมือพวกนั้นด้วยสายตาไร้ความรู้สึก

“ดูเหมือนครอบครัวนี้จะบูชาซาตานกันทั้งบ้าน”

เจ้าอ้วนยังยืนอึ้ง เฉินเสี่ยวเหมิงหันมามองเจียงเฉิงด้วยสายตาสนอกสนใจ

“ฟังจากที่พูด ดูเหมือนนายจะเดาได้แล้วสินะ เรื่องแบบนี้มันเตรียมกันวันสองวันไม่ได้หรอก เพราะงั้นเจ้าของเครื่องมือพวกนี้ ก็ต้องเป็นเจ้าของบ้าน ไม่ใช่พวกผู้ชายสองคนนั่นแน่ๆ”

เจ้าอ้วนค่อยๆ เริ่มได้สติ หันมามองเจียงเฉิง “งั้นก็หมายความว่า คนร้ายตัวจริงก็คือครอบครัวนี้ แล้วก็ผู้ชายสองคนนั่น?”

เจียงเฉิงพยักหน้า “นายเคยเจอพวกเขาแล้วนี่”

ดวงตาเจ้าอ้วนเบิกกว้าง “รถบัสที่พาเรามานี่! คนขับรถ แม่กับลูกคู่นั้น หญิงสาวท่าทางห้าวๆ คู่รักชายหญิง พวกเขาคือตนในครอบครัวนี้เหรอ?!”

“ถูกต้อง” เฉินเสี่ยวเหมิงไหล่ตก “ผู้ชายที่เป็นแฟน แล้วก็เด็กชายตัวโตที่นั่งอยู่กับแม่ พวกเขาคือเหยื่อที่ถูกครอบครัวนี้ทรมาน”

เจ้าอ้วนนึกถึงท่าทางแปลกๆ ของแม่กับลูกคู่นั้น รวมถึงคู่รักประหลาด ผู้ชายใส่ผ้าปิดตาตลอดเวลา ไม่ขยับตัวแม้แต่นิด ส่วนเด็กชายก็เอาแต่หวาดกลัว ทั้งที่มีแม่อยู่ด้วยแท้ๆ

มันเหมือนนรกบนดิน

วิญญาณนั่นไม่ได้กลับมาเพื่อล้างแค้น เธอแค่สานต่อบาปที่ทำไว้ตอนยังมีชีวิต พฤติกรรมพวกนั้นมันเปลี่ยนกันไม่ได้หรอก ไม่ว่าจะยังไง

“เธอรู้ความจริงตั้งแต่เมื่อไหร่?” เจียงเฉิงถาม

“หลังจากวิญญาณนั่นฆ่าพี่เหนียนไปแล้ว ภาพบนผนังที่เราเคยเห็น ก็เริ่มชัดขึ้น” เธอหยิบรูปภาพรูปหนึ่งออกมา กรอบไม้หายไปแล้ว เธอน่าจะเป็นคนโยนทิ้งไป เจียงเฉิงรับรูปนั้นมาดู

มันเป็นภาพถ่ายครอบครัว ทุกหน้าในรูป เขาจำได้หมด พื้นหลังของภาพคือละครฉากโหด ซึ่งก็คือห้องทรมานแห่งนี้เอง

ตรงมุมของภาพ มีชายสองคนถูกล่ามโซ่ไว้ หัวพวกเขาห้อยต่ำ มองไม่เห็นหน้า แต่เสื้อผ้าดูคล้ายกับผู้ชายสองคนบนรถบัสไม่มีผิด

ทันใดนั้น บานประตูก็เปล่งแสงเรืองๆ ออกมา และทั้งห้องเริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ

ภารกิจใกล้จะจบแล้ว ประตูกำลังเปิดออก

“แล้วทำไมต้องโกหกเราด้วย? ทำแบบนั้นแล้วเธอจะได้อะไร?” เจียงเฉิงยืนทรงตัวไว้ พลางถามเป็นครั้งสุดท้ายเฉินเสี่ยวเหมิงดูไม่ตื่นเต้นกับแสงสว่างจากประตูเลย ดูเหมือนจะชินแล้ว ส่วนเจ้าอ้วนเกาะผนังแน่น กลัวจะล้ม

ขณะนั้น ประตูเหล็กเปิดออกเต็มที่ เบื้องหลังคือโลกที่เต็มไปด้วยหมอกขาว เจียงเฉิงหันไปมองเจ้าอ้วน ก่อนก้าวเข้าสู่หมอกนั้น

หลังจากรู้สึกเวียนหัวแวบหนึ่ง เขาก็ยืนนิ่ง ร่างหยุดสั่นลง เขายืนอยู่บนพื้นไม้ แข็งแรง มั่นคง

เขาก้มลงมองพื้น

ทุกอย่าง... คุ้นตาไปหมด

เขาสูดลมหายใจลึก เขากลับมาที่ ออฟฟิศ ของตัวเองแล้ว นอกหน้าต่างยังมืดอยู่ แสงจันทร์สาดลงมาเบาๆ ทุกอย่างยังคงเหมือนตอนจากไป เจียงเฉิงล้วงกระเป๋า หยิบของบางอย่างออกมา มันเป็นกระดาษแผ่นหนึ่ง พับไว้ หยาบๆ

แสงจันทร์ส่องผ่าน เผยให้เห็นกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่ง เขาค่อยๆแกะมันออก แต่จู่ๆร่างกายเขาก็แข็งทื่อ มือหนึ่งวางลงบนบ่าขวาของเขาเงียบๆ  คนคนนั้น…รอเขาอยู่แล้ว

เจียงเฉิงยกมือขึ้นช้าๆ “ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ช่องลับช่องที่สาม มีเงินอยู่สองแสน ลิ้นชักล็อกไว้ กุญแจอยู่ในแก้วใบรองสุดท้ายในครัว”

ไม่มีเสียงตอบรับ

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ “ฉันมีเงินแค่นี้ ถ้าอยากปล้นอย่างอื่นก็ขึ้นไปชั้นบนก่อนแล้วกัน บนเตียงมีแค่ฟูก หวังว่าเธอจะไม่ถือสา”

มือที่วางอยู่บนบ่าเขาสั่นเบาๆ ก่อนเสียงตะโกนดังขึ้น

“พี่ชาย! บ้านนายนี่แจ่มจริง!” เจียงเฉิงหันกลับไปทันที คว้ามือที่แตะบ่าตัวเองไว้ แล้วบิดไปด้านหลัง รวบตัวเจ้าของร่างอวบๆ นั้นกดติดกับผนัง

“โอ๊ย! พี่! เบาๆ หน่อย!” เจ้าอ้วนร้องเสียงหลง เจียงเฉิงจำได้ทันที ใบหน้าเย็นชา “นายมาที่นี่ได้ยังไง?” เขาหันไปมองที่ซึ่งเคยเป็นประตู ตอนนี้เหลือเพียงแค่กำแพงธรรมดาๆ

ตามที่หมานลี่เคยบอกไว้ ถ้ารอดจากภารกิจมาได้ ทุกคนจะกลับไปที่ที่เริ่มต้นในโลกจริง หรือไม่ก็กลับบ้านของตัวเอง แต่ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเจ้าอ้วนแน่ๆ

เจ้าอ้วนรีบอธิบายทั้งที่ไหล่แทบจะหลุด “ตอนฉันเดินผ่านประตู ฉันนึกในใจว่า ถ้าได้อยู่กับพี่เฉิงก็คงดี แล้วฉันก็โผล่มาที่นี่เลย คงเป็นวาสนา...”

ยังพูดไม่ทันจบ เจียงเฉิงก็พูดแทรกเสียงเย็น “หยุดเพ้อเจ้อได้แล้ว นายแค่หวังให้ฉันพานายผ่านฝันร้ายนั่นไปได้ต่างหาก”

จบบทที่ บทที่ 17 คำโกหก

คัดลอกลิงก์แล้ว