เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 กับดัก

บทที่ 16 กับดัก

บทที่ 16 กับดัก


บนรถบัส หมานลี่เพิ่งสังเกตว่าเจียงเฉิงกับเจ้าอ้วนไม่ได้ขึ้นมาด้วย เขาหันกลับไปมองทั้งสองคนด้วยสีหน้าสงสัย ทว่าเจ้าอ้วนไม่มีอารมณ์จะสนใจ เพราะเขาเพิ่งเห็นว่าไกด์เจิ้งกำลังจ้องเจียงเฉิงเขม็ง แววตาของเธอฉายแววอำมหิตรุนแรง ไม่กี่วินาทีต่อมา จู่ๆประตูรถก็ปิดลงทั้งที่คนขับยังคงนั่งนิ่งอยู่

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนเจ้าอ้วนตกใจ รถบัสหายวับไปต่อหน้า เหลือไว้เพียงรอยล้อลึกสองเส้นบนพื้น

“ไม่ ไม่นะ!” เจ้าอ้วนตาโต ตัวสั่นสะท้านด้วยความกลัวที่มาจากไกด์เจิ้ง เขาเปรียบเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับพี่เหนียน แล้วก็เงยหน้าขึ้นสบถเสียงแหบพร่า “นี่มันกับดัก! ไกด์เจิ้งก็เป็นผีเหมือนกัน!”

เจียงเฉิงไม่สนใจคำพูดใดๆของเจ้าอ้วน เขามองไปยังรถบัสที่หายไปสุดสายตา แล้วพึมพำเบาๆ ว่า “ลาก่อน”

จากนั้นเจียงเฉิงก็เดินกลับเข้าไปในตัวบ้าน ตรงไปยังประตูเหล็กบนชั้นสาม เจ้าอ้วนอยากจะถามอะไรสักอย่าง แต่ยังไม่ทันได้อ้าปาก เจียงเฉิงก็ยื่นมือไปข้างหน้า และประตูก็เปิดออก

เขาไม่ได้เป็นคนเปิดมัน แต่เป็นมือหนึ่งจากด้านใน เปิดกลอนจากข้างใน

“เธอ?!” ทันทีที่ประตูเปิดออก เจ้าอ้วนก็อุทานอย่างตกใจ

เฉินเสี่ยวเหมิงยังคงดูไร้เดียงสาเหมือนเดิม เธอดึงประตูออก เจียงเฉิงก้าวเข้าไปข้างในอย่างไม่ลังเล เจ้าอ้วนยืนงงอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินตามเข้าไป

ตามที่พี่เหนียนเคยบอกไว้ ที่นี่คือห้องลับบนชั้นสาม ไม่มีหน้าต่าง แสงสว่างเดียวในห้องมาจากเทียนขาวสองเล่ม ขนาดเท่าแขนทารก แสงเทียนส่องให้เห็นว่าห้องนี้กว้างมาก กว้างกว่าห้องนอนหลักเสียอีก บนผนังด้านหนึ่งฝังประตูเหล็กสีดำสนิทเอาไว้

ทันทีที่เห็นประตูนั้น เจ้าอ้วนก็รู้สึกโล่งใจ มันให้ความรู้สึกแปลกประหลาดแบบที่อธิบายไม่ถูก เป็นสิ่งที่ไม่มีทางปลอมขึ้นมาได้

“ฉันสงสัยนะ นายรู้ได้ยังไงว่าเป็นกับดัก?” เฉินเสี่ยวเหมิงนั่งลงบนเก้าอี้ เท้าคางด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างชี้ไปทางหลังบ้าน สีหน้าไม่ได้ดูตื่นตระหนกเลยสักนิด กลับกัน เธอดูเหมือนกำลังสนุกอยู่ และแน่นอนว่าเธอไม่ได้พูดกับเจ้าอ้วน แต่พูดกับเจียงเฉิง

เจียงเฉิงนั่งลงตรงข้ามเธอ “แม้เธอจะจัดฉากได้แนบเนียนมาก ทั้งเชือกบนบันได กับห้องเก็บของที่ดูเหมือนใช้ซ่อนตัว เพื่อให้ดูเหมือนว่าพวกเธอหนีไปทางหลังบ้านแล้วก็ตาม แต่มีหลายจุดที่ไม่สมเหตุสมผล อย่างแรก...ทำไมผีถึงต้องปลอมตัวเป็นพี่เหนียนแล้วโผล่มาในห้องหลังจากที่พวกเธอ ‘หนี’ ไปแล้ว? อีกอย่าง ห้องนอนของเธอเรียบร้อยเกินไป ฉันไม่เชื่อว่าผีจะจัดห้องซะเนี้ยบขนาดนั้น”

เฉินเสี่ยวเหมิงยิ้มบาง “ถึงอย่างนั้น นายก็ยังถูกพวกเราหลอกให้ออกจากบ้านอยู่ดี…แค่ไม่ขึ้นรถบัสในนาทีสุดท้ายเท่านั้นเอง” เจียงเฉิงส่ายหน้า “ไม่ใช่แบบนั้น”

“หือ?” เฉินเสี่ยวเหมิงยิ้มกว้าง ดวงตายิ้มเป็นเสี้ยวพระจันทร์ เธอมองเจียงเฉิงเหมือนคนเจอของเล่นน่าสนใจ

“ไม่ใช่ยังไง?”

“มีสามประเด็นที่เธอเข้าใจผิด อย่างแรก ฉันไม่ได้ถูกหลอกให้ออกจากบ้าน แต่เป็นฉันที่เลือกจะออกไปเอง” เจียงเฉิงอธิบาย “ที่หลังบ้านมีรอยล้ออยู่บนพื้นโคลน แต่ไม่มีรอยเท้า แสดงว่า...พวกเธอไม่ได้ออกไปจริง”

“สอง—คนที่หลอกเรามีแค่เธอคนเดียว พี่เหนียนตายไปแล้ว”

พูดจบ เจียงเฉิงก็หยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋า เป็นกระดุมสี่เหลี่ยมทำจากกระดองเต่า ขนาดพอๆ กับกระดุมเสื้อธรรมดา แต่เป็นของหายาก

“ฉันเจอสิ่งนี้ในห้องนอนหลัก ยังมีเส้นด้ายขาดๆ ติดอยู่ ถ้าจำไม่ผิด นี่น่าจะมาจากเสื้อคลุมของพี่เหนียน”

“ฉันคิดว่าพี่เหนียนน่าจะถูกฆ่าก่อนที่ฉันจะเข้าไปในห้องเธอ กระดุมนี้น่าจะกระเด็นหลุดออกมาตอนเธอสู้กับผี แล้วหลังจากนั้นเธอก็เป็นคนเก็บกวาดห้อง เพื่อให้เราเข้าใจผิดว่าพี่เหนียนยังมีชีวิตอยู่ และคิดว่าพวกเธอหนีออกไปแล้ว”

หลังจากนั้น เจียงเฉิงก็เงียบไป เฉินเสี่ยวเหมิงเงียบอยู่พักหนึ่งก่อนจะถาม

“แล้วข้อสุดท้ายล่ะ?”

“ข้อสุดท้าย...และสำคัญที่สุด” เจียงเฉิงเอนตัวมาข้างหน้า จ้องตาเธอแบบไม่หลบ ขนาดเจ้าอ้วนยังรู้สึกถึงแรงกดดันที่ปกคลุมอยู่เต็มห้อง

“ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าใครให้ความกล้ากับผู้หญิงอย่างเธอ หน้าตาก็ไม่ได้สวย หุ่นก็ไม่ดี แถมยังไม่มีสมอง เอาความกล้ามาจากไหนถึงคิดจะหลอกฉัน?”

เจ้าอ้วนถึงกับอึ้ง ทั้งที่เตรียมใจมาแล้วว่าเจียงเฉิงจะพูดแรง แต่ก็ยังตกใจอยู่ดี

เวลาเหมือนหยุดลงเฉยๆ ปากของเฉินเสี่ยวเหมิงอ้าค้าง พูดอะไรไม่ออก

“เอาล่ะ” เจียงเฉิงเอนหลังพิงพนัก พูดเรียบๆ “ตอนนี้ถึงตาฉันถามบ้างแล้ว”

“ไปตายซะ!” เฉินเสี่ยวเหมิงคว้าแจกันข้างตัวแล้วขว้างใส่ เจียงเฉิงเบี่ยงตัวหลบอย่างง่ายดาย หน้าเธอแดงก่ำ เหมือนจะพุ่งเข้ามาฟัดกับเขาให้ตายกันไปข้าง

เจียงเฉิงพูดเสียงนิ่ง “ฉันแนะนำให้เธอใจเย็นกว่านี้หน่อย เพราะห้องนี้ปิดตาย และตอนนี้มีแค่เราสองคน ถ้าเธอไม่ทำตามที่ฉันบอก ไม่รู้ว่าต่อปจะเกิดอะไรขึ้น”

เฉินเสี่ยวเหมิงหัวเราะในลำคออย่างเยาะเย้ย “ขู่ฉันเหรอ?”

เจ้าอ้วนแลบลิ้นเลียปาก “พี่...ไม่ใช่แค่พวกนายสองคนนะ ฉันก็อยู่ด้วย!”

เจียงเฉิงเหลือบตามามองเจ้าอ้วน แล้วพยักหน้า “จริงสิ ยังมีเจ้าอ้วนอีกคน...ลองคิดดูดีๆ”

ใบหน้าเฉินเสี่ยวเหมิงซีดลงทันที เธอหันขวับไปมองประตู แต่เจียงเฉิงก็พูดขึ้น “อย่าคิดหนีไปเลย ประตูนั่นอยู่ห่างจากเธอห้าเมตร ส่วนฉันอยู่แค่สามเมตร ยังไงฉันก็จับเธอได้แน่”

เฉินเสี่ยวเหมิงหัวเราะพรืด สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ “อีกไม่ถึงสิบนาที ประตูก็จะเปิด นายทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”

เจียงเฉิงเกาปลายคางอย่างสนใจ “อีกสิบนาทีสินะ” เขาลุกขึ้นยืน พร้อมกับยิ้มบางแบบมีเลศนัย “เราไม่ต้องใช้เวลานานขนาดนั้นหรอก แค่สามสิบวินาทีก็พอแล้ว”

เจ้าอ้วนเบิกตากว้าง

เฉินเสี่ยวเหมิงกำมือแน่น สุดท้ายก็กัดฟันแล้วพูดลอดไรฟัน “จะถามอะไรก็ถามมา”

เจียงเฉิงยิ้มเยาะเล็กน้อย แล้วนั่งลงอีกครั้ง ท่าทางเหมือนผิดหวังเล็กน้อยด้วยซ้ำ

“เธอเปิดประตูนี่ได้ยังไง?”

เฉินเสี่ยวเหมิงจ้องเขม็งแล้วพูดเสียงห้วน “หลังจากนายออกไปเมื่อคืน ผีที่ฆ่าพี่เหนียนลากศพเธอมาไว้ที่นี่ แล้วฉันก็ตามมันมานี่แหละ”

จบบทที่ บทที่ 16 กับดัก

คัดลอกลิงก์แล้ว