เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 วันพักผ่อน

บทที่ 14 วันพักผ่อน

บทที่ 14 วันพักผ่อน


“นี่มันไม่ใช่วันหยุดพักผ่อนนะ”

เจ้าอ้วนทำท่าคิดอะไรบางอย่าง แล้วก็สะดุ้งเฮือก “งั้นหมายความว่า...พี่เหนียนที่เราเจอ เป็นผีเหรอ?”

“น่าจะใช่” เจียงเฉิงพยักหน้า

“ถ้าเป็นงั้น แล้วเด็กคนนั้นล่ะ เฉินเสี่ยวเหมิง”

“พอแล้ว” เจียงเฉิงขัดขึ้น “ไปที่ห้องนั่งเล่นกันเถอะ”

เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด เขาไม่ได้พยายามเงียบเสียงฝีเท้าระหว่างเดินลงบันได แต่พอเขากับเจ้าอ้วนไปถึง กลับเจอเพียงเตาผิงที่ยังคงลุกไหม้อยู่  หมานลี่หายตัวไปแล้ว

เจ้าอ้วนหน้าเสีย “นายว่า...เขาจะเป็นอะไรไปหรือเปล่า?”

เจียงเฉิงมองไปรอบ ๆ ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ออกมาเถอะ พวกเราเป็นคน ไม่ใช่ผี”

เงาร่างใหญ่ผุดลุกขึ้นมาจากด้านหลังโซฟา หมานลี่มองพวกเขาด้วยแววตาหวาดระแวง มีดในมือสะท้อนแสงวูบวาบอย่างน่าหวาดเสียว

“พวกนายลงมาทำไม?” เขาชำเลืองมองบันได แล้วหันกลับมามองเจียงเฉิง “แล้วอีกสองคนล่ะ?”

“มีบางอย่างเกิดขึ้นกับพวกเขา”

หมานลี่มองพวกเขาอย่างเคลือบแคลง จากที่เขาคาดไว้ ผู้หญิงควรจะปลอดภัยในภารกิจครั้งนี้ เจ้าอ้วนรีบเล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง สีหน้าของหมานลี่เปลี่ยนไปทันที เขาถอนหายใจ “ถ้างั้น...ก็คงเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นกับพวกเธอจริง ๆ”

เจ้าอ้วนอยากจะบอกว่ามันเลวร้ายยิ่งกว่านั้น พวกเขาควรภาวนาให้ไม่เจอร่างของพวกเธอเหมือนอย่างเซี่ยอวี่ เพราะในเมื่อผีออกมาโจมตีแล้วในคืนนี้ ก็นับได้ว่าคนที่เหลือจะปลอดภัย ทว่า...หลังจากสิ่งที่เกิดขึ้น แม้แต่เจ้าอ้วนเองก็ยังข่มตาหลับไม่ลง

“นายควรพักซะ” เจียงเฉิงพูด “ฉันจะไม่นอน เดี๋ยวจะปลุกนายอีกสองชั่วโมง”

บางทีหมานลี่อาจจะชินกับอะไรแบบนี้แล้ว เขาไม่ได้นอนบนโซฟา แต่เอนตัวลงข้างเตาผิง ไม่มีใครรู้ว่าเขาหลับจริงไหม ในมือเขาก็ยังถือมีดจากในครัวไว้แน่นอยู่ข้างตัว

ข้างเตาผิงที่ให้ความอบอุ่น เจ้าอ้วนเองก็เริ่มรู้สึกง่วงบ้าง เขาไม่ได้หลับอย่างเต็มอิ่มมาหลายวันแล้ว มีเพียงแค่ความมุ่งมั่นของเขาเท่านั้นที่ทำให้ยังฝืนอยู่ได้ เขานั่งบนโซฟา ภาพตรงหน้าเริ่มเบลอ พอลืมตาขึ้นมาอีกที ฟ้าก็เริ่มสว่างแล้ว หมานลี่กับเจียงเฉิงกำลังคุยกันเบา ๆ เจียงเฉิงยังดูนิ่งเหมือนเดิม แต่หมานลี่ดูตื่นเต้นไม่น้อย

เจ้าอ้วนขยับตัว เสียงโซฟาดังเอี๊ยด เจียงเฉิงหันมามอง “ตื่นแล้วเหรอ”

เจ้าอ้วนเอามือถูหน้าตัวเองแก้เขิน

“ฟ้าสว่างแล้วนะ เราควรขึ้นไปดูไหม?”

“ยังไม่ต้องรีบ” เจียงเฉิงตอบ “รอให้แดดออกเต็มที่ก่อนจะดีกว่า”

พวกเขานั่งรอกันอีกครึ่งชั่วโมง ระหว่างนั้น ทั้งสามก็กินอะไรง่าย ๆอย่างขนมปัง รองท้องไปพลาง

จนกระทั่งเจียงเฉิงบอกว่าใกล้ถึงเวลาแล้ว พวกเขาจึงหยิบของแล้วมุ่งหน้าไปยังชั้นบน หมานลี่ยังคงถือมีดเล่มเดิมจากเมื่อคืน ส่วนเจียงเฉิงหยิบไม้นวดแป้งติดมือไปด้วย เพราะในครัวไม่มีอะไรเหลือให้ใช้แล้ว เจ้าอ้วนจึงคว้าเขียงมาถือไว้ตรงหน้า เหมือนเป็นโล่กันตัว

ทั้งสามค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ห้องนอนใหญ่ ถึงตอนนี้ พวกเขาต่างก็มั่นใจแล้วว่า พี่เหนียนกับเด็กคนนั้น...ต้องเจออะไรบางอย่างเข้าแล้วแน่ ๆ

ประตูห้องนอนใหญ่เปิดแง้มอยู่ เงียบจนผิดปกติ เจียงเฉิงเอื้อมมือไปผลักประตูให้เปิดออกเต็มแรง ขณะที่เจ้าอ้วนยกเขียงขึ้นเตรียมรับมือ

พวกเขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องเจอศพสองศพ หรือไม่ก็มีผีโผล่ออกมา แต่พอประตูเปิดออก กลับไม่มีอะไรอยู่ข้างใน ไม่มีศพ ไม่มีเลือด ไม่แม้แต่ร่องรอยของการต่อสู้

เตียงถูกเก็บเรียบร้อย ทุกอย่างในห้องถูกจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ บนโซฟามีเสื้อคลุมผ้าไหมวางอยู่ เหมือนเจ้าของห้องเพิ่งลุกไปเมื่อครู่

“คนหายไปไหน?” เจ้าอ้วนถามตาโต

เจียงเฉิงก้มมองใต้เตียง ขณะที่หมานลี่เปิดตู้เสื้อผ้าตรวจดู แล้วพวกเขาก็ไปดูในห้องน้ำ หลังโซฟา จากนั้นก็แยกกันค้นหาห้องอื่น ๆ รวมถึงห้องที่เจอศพของเซี่ยอวี่ด้วย

ไม่พบอะไรเลย เฉินเสี่ยวเหมิงกับพี่เหนียนหายตัวไป

เจียงเฉิงขมวดคิ้วพลางคิด แล้วจู่ ๆ ก็เอ่ยปากถามหมานลี่ว่า “เป็นไปได้ไหมว่าพวกเธอยังไม่ตาย...แต่ออกจากที่นี่ไปแล้ว?”

“หมายถึงว่า...พวกเธอผ่านภารกิจแล้ว?” สีหน้าหมานลี่หม่นลง แต่ก็ยังตอบออกมา “มันเป็นไปได้น้อยมาก...แต่ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้เลย”

เจ้าอ้วนแทรกขึ้นมา “แต่แบบนั้นจะอธิบายผีที่เราเจอเมื่อคืนยังไงล่ะ?”

เจียงเฉิงรู้ว่าเจ้าอ้วนจะพูดอะไร ในเมื่อผีที่เจอใช้รูปร่างของพี่เหนียน แถมยังปรากฏตัวอยู่ในห้องของพี่เหนียนกับเฉินเสี่ยวเหมิง นั่นต้องแปลว่า...ทั้งสองคนน่าจะโดนเล่นงานไปแล้ว

ก่อนจะเจอผีนั่น เจียงเฉิงยังอยู่ที่ชั้นสอง เขาไม่ได้ยินเสียงคนเดินในทางเดินเลย นั่นแปลว่าพี่เหนียนกับเด็กคนนั้นไม่ได้ออกจากห้องไปไหน หน้าต่างของบ้านหลังนี้ก็ถูกล็อกไว้หมด ไม่มีทางที่พวกเธอจะหนีออกไปได้

เหลือแค่สองความเป็นไปได้ หนึ่งคือ ทั้งคู่โดนผีฆ่าไปแล้ว และศพถูกซ่อนไว้ หรือสอง พวกเธอหลุดจากโลกแห่งความฝันนี้ไปแล้ว สำเร็จภารกิจก่อนที่ผีจะมาเยือน

หมานลี่เล่าประสบการณ์ของตัวเองให้ฟัง เกี่ยวกับวิธีที่จะออกจากภารกิจ โดยปกติแล้ว เมื่อรวบรวมเบาะแสครบทั้งหมด จะมีประตูเหล็กสีดำปรากฏขึ้น พวกเขาจะได้กลับไปยังโลกจริงผ่านประตูนั่น แต่เขาเน้นย้ำว่า ถึงแม้ประตูจะโผล่มาที่ไหนก็ได้ แต่มันจะไม่ไปโผล่ตามจุดเปลี่ยวแน่นอน มันจะปรากฏในตำแหน่งที่สำคัญกับภารกิจเท่านั้น

“เหมือนกับประตูที่เราเปิดเข้ามาในความฝันงั้นเหรอ?” เจียงเฉิงถาม

หมานลี่พยักหน้า “ใช่ นายจะคิดซะว่ามันเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างโลกจริงกับโลกในฝันก็ได้”

พวกเขากลับมาที่ห้องนั่งเล่นชั้นหนึ่ง เจียงเฉิงนั่งลงบนพรมหนานุ่ม หมานลี่กับเจ้าอ้วนนั่งลงฝั่งตรงข้าม สถานการณ์ตอนนี้ซับซ้อนพอสมควร

“โอเค” เจียงเฉิงเงยหน้าขึ้นพูด “เราจะถือว่าเฉินเสี่ยวเหมิงกับพี่เหนียนหนีออกไปจากที่นี่ได้แล้ว เราต้องหาทางว่าพวกเธอออกไปยังไง”

เจ้าอ้วนถามเสียงตะกุกตะกัก “แต่ทำไมฉันรู้สึกว่าพวกเธอโดนฆ่าไปแล้วล่ะ?”

เจียงเฉิงมองเขาแล้วพูดเรียบๆ “นั่นมันไม่มีประโยชน์ ถ้านายจะยืนยันว่าพวกเธอโดนฆ่าไปแล้ว งั้นเราก็มีแต่ต้องรอความตายที่นี่เท่านั้นแหละ”

เจ้าอ้วนตกใจกับท่าทีของเจียงเฉิง เลยเงียบไปทันที

หมานลี่รีบพยักหน้า “ใช่ๆ พวกเธอต้องหาทางออกเจอแน่ๆ”

“งั้น… ก็ถึงตาเราบ้างแล้ว” เจียงเฉิงปัดกางเกงแล้วลุกขึ้นยืน

จบบทที่ บทที่ 14 วันพักผ่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว