บทที่ 13 รองเท้าแตะ
บทที่ 13 รองเท้าแตะ
“มนุษย์?” เฉินเสี่ยวเหมิงเบิกตากว้าง
“ใช่” พี่เหนียนเผลอกอดอกแน่น น้ำเสียงหม่นลง “พวกเขาน่ากลัวยิ่งกว่าผีซะอีก”
เปลวไฟในเตาผิงลุกพรึ่บขึ้นเบา ๆ แสงไฟสว่างไสวไปทั่วห้องนั่งเล่น หมานลี่ที่นั่งอยู่หน้าเตาผิง มีสีหน้าเคร่งเครียด เขารู้ดีว่าทำไมพี่เหนียนถึงเตะเขาออกมา ผีสองตัวในบ้านหลังนี้ถูกชายสองคนฆ่าตาย เป้าหมายของพวกมันจึงเป็นผู้ชาย ตัวอย่างก็มีให้เห็นแล้ว ทั้งชายวัยกลางคนคนนั้น และเซี่ยอวี่
คิดถึงตรงนี้ หมานลี่ก็คว้าฟืนสองท่อนมาโยนใส่เตาผิง ไฟลุกแรงขึ้นทันที
ตอนนี้เรื่องราวโศกนาฏกรรมก็คลี่คลายไปหมดแล้ว หมายความว่าภารกิจกำลังจะจบ...แต่ขณะเดียวกัน ผีก็จะเริ่มออกอาละวาดมากขึ้น คืนนี้ต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นแน่นอน และคำถามคือ ใครจะเป็นคนที่ต้องตาย
เพราะแบบนั้นเขาถึงไม่ยอมให้เจ้าอ้วนมานอนด้วยกัน
โอกาสที่เขาจะโดนจู่โจมหากนอนคนเดียวคือ ⅓ แต่ถ้าอยู่กับอีกสองคนเมื่อไหร่ โอกาสโดนก็คือ 100% แค่คิดว่าจะถูกผีเล่นงาน สายตาของเขาก็ไหววูบด้วยความกลัว แม้ผีจะไม่ค่อยฆ่าคนทีละมาก ๆ แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่มีวันเกิดขึ้น แล้วเขาก็มีแผนในใจอยู่แล้ว หากอยู่ใกล้เตาผิง เขาเชื่อว่าตัวเองจะสามารถเอาตัวรอดได้จนถึงเช้า
ตามหลักฐานทั้งหมด ผีตนนั้นตายเพราะจมน้ำ และตอนนี้ก็มีเปลวไฟลุกโชนอยู่ต่อหน้า
ในห้องหนังสือ เจ้าอ้วนคุกเข่าอยู่ในความมืด ไม่กล้าแม่แต่จะหายใจแรงๆ สุดท้ายก็ค่อย ๆ ยื่นหน้ามาใกล้เจียงเฉิงแล้วกระซิบว่า
“พี่...ผีมันจะรู้ไหมว่าเราซ่อนอยู่ตรงนี้?”
“ไม่รู้”
“ค่อยโล่งใจหน่อย” เจ้าอ้วนพยักหน้า “ดีแล้วล่ะ”
“หมายถึง ฉันไม่รู้หรอกว่ามันจะรู้ไหม” เจียงเฉิงว่าเรียบ ๆ
หลังจากอยู่กับเจียงเฉิงมานาน เจ้าอ้วนก็ชินกับความหลอนระดับนี้ไปแล้ว แค่ตัวสั่นไม่เกินห้าวินาทีก็กลับมาคุยได้ตามปกติ
“พูดจริง ๆ นะพี่...” เจ้าอ้วนจ้องหน้าเขา “ฉันรู้นะว่าพี่ไม่ใช่คนธรรมดา คืนก่อนตอนผีโผล่ ฉันกลัวจะตาย ยังไม่ทันเห็นอะไรก็แทบขาดใจ แต่พี่ก็ยังจำได้อีกนะว่าผีใส่อะไรมา”
“จริงๆแล้วพี่ไม่ใช่นายแบบหรอก พี่ต้องเป็นตำรวจแน่ ๆ ใช่ไหม?”
เจ้าอ้วนเริ่มมีความหวัง
เจียงเฉิงเหลือบตามอง “คิดว่าถ้าฉันเป็นตำรวจ แล้วโชว์บัตรให้ผีดู มันจปล่อยเราไปเหรอ?”
ความหวังของเจ้าอ้วนดับวูบทันที “งั้นเราก็จบกันจริง ๆ น่ะสิ...”
เจียงเฉิงกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เจ้าอ้วนยกมือห้ามไว้ “เดี๋ยวก่อน ให้ฉันทาย...พี่จะบอกว่า ‘ฉันไม่จบหรอก มีแต่นายเท่านั้นแหละที่จบ’ ใช่ไหม?”
เจียงเฉิงยักไหล่ “ก็ประมาณนั้น”
แล้วเขาก็พูดต่อ “แต่ก็ไม่ต้องทำตัวสิ้นหวังขนาดนั้น มันยังมีโอกาสพลิกเกมอยู่”
ยังไม่ทันที่เจ้าอ้วนจะเอ่ยอะไร เจียงเฉิงก็รีบยกมือให้เงียบเสียง เจ้าอ้วนเลยเงียบกริบ
1 นาที…
2 นาที…
5 นาที…
10 นาทีผ่านไป ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เจ้าอ้วนตื่นตัวสุดขีด เพ่งหูฟังทุกเสียงในห้องหนังสือ ส่วนเจียงเฉิงก็ลุกจากเก้าอี้ เดินไปมองโต๊ะหนังสือ แล้วบ่นพึมพำว่า “นี่มันเงียบผิดปกติ…”
“พี่...” เสียงเจ้าอ้วนเรียกสูงปรี๊ด “อย่าบอกนะว่า...พี่กำลังรอให้ผีโผล่มา?!”
“ชู่” เจียงเฉิงขมวดคิ้วแล้วเดินไปทางประตู “รออยู่ตรงนี้แหละ ฉันจะออกไปดูเอง”
“ไม่เอา! ฉันไปด้วย!” เจ้าอ้วนรีบตามไป
ทั้งคู่เดินออกมาที่ทางเดินชั้นสอง ไฟยังเปิดอยู่ แต่สลัวมาก เจียงเฉิงไม่รอช้า มุ่งหน้าไปยังห้องนอนใหญ่แล้วเคาะเบา ๆ
ไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงผู้หญิงถามขึ้นอย่างระแวดระวัง “ใคร?”
“ฉันเอง” เจียงเฉิงตอบ “ห่าวฉ่วย”
“นายมาทำไม?”
“ฉันรู้สึกว่าหมานลี่อาจจะเป็นอะไรไปแล้ว”
ประตูแง้มออกมานิดหนึ่ง พี่เหนียนโผล่ตาออกมา “รู้ได้ยังไง?”
เจียงเฉิงเหลือบตามองไปที่ปลายทางเดินไปทางบันได ก่อนจะพูด “ไม่ปลอดภัยที่จะคุยตรงนี้ ขอเข้าไปคุยข้างในได้ไหม?”
พี่เหนียนมองทั้งคู่สักพัก แล้วก็พยักหน้า “ก็ได้”
เธอเปิดประตูออก พี่เหนียนยืนอยู่หลังประตูบานนั้น เจ้าอ้วนตื่นตระหนกทันทีที่ได้ยินว่าหมานลี่อาจจะเป็นอะไรไป เขาไม่รู้เจียงรู้ได้ยังไง แต่ก็เลือกจะเชื่อเขา
เจียงเฉิงเดินนำเข้าไป เจ้าอ้วนตามหลัง แต่ก่อนที่เขาจะก้าวข้ามประตูไป เจียงเฉิงกลับชะงัก ทำให้เจ้าอ้วนชนเขาเข้าเต็ม ๆ
เจียงเฉิงไม่พูดอะไร แค่ถอยกลับมา แล้วลากเจ้าอ้วนถอยออกมาด้วยกัน
“จะมัวชักช้าอะไรอยู่ล่ะ? รีบเข้ามาสิ” พี่เหนียนเปิดประตูกว้างขึ้น “ทำตัวชักช้าอยู่ได้”
สายตาเธอเหลือบมองไปที่ปลายทางเดิน เหมือนกลัวอะไรบางอย่างจะโผล่มา
“ฉันลืมของไว้ที่ห้อง” เจียงเฉิงตอบทันที “จะไปเอาแปบนึง”
ยังไม่ทันที่พี่เหนียนจะขยับ เจียงเฉิงก็คว้าเจ้าอ้วนแล้วพาวิ่งกลับทันที พอไปถึงมุมบันได เจียงเฉิงดึงเจ้าอ้วนหลบไปหลังกำแพง
“เกิดอะไรขึ้น?” เจ้าอ้วนถามทั้งที่ยังหอบ
เขาเห็นเหงื่อเย็นไหลอาบทั่วหน้าเจียงเฉิง คนตัวสูงโน้มตัวไปแนบผนัง เหมือนกำลังฟังเสียงบางอย่าง ผ่านไปหลายนาที สีหน้าเขาก็กลับมาเป็นปกติ
“พี่เหนียนดูมีอะไรแปลกๆ” เจียงเฉิงกระซิบ
เจ้าอ้วนหน้าซีด “อะไรนะ?!”
“เธอใส่รองเท้าแตะอยู่”
“หา?”
“ใช่” เจียงเฉิงพยักหน้า “ฉันเห็นตั้งแต่ตอนเดินเข้าไปแล้ว” เขาพูดต่อ
“เรารู้กันดีว่าบ้านหลังนี้อันตรายแค่ไหน ทุกคนพร้อมจะหนีได้ทุกเมื่อ แล้วใครจะไปถอดรองเท้าเปลี่ยนมาใส่รองเท้าแตะบนพื้นลื่น ๆ แบบนั้นกันล่ะ?”