เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 เรื่องเล่า

บทที่ 11 เรื่องเล่า

บทที่ 11 เรื่องเล่า


สีหน้าหมานลี่เปลี่ยนไปทันทีเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เขาคว้ารองเท้าผ้าใบคู่หนึ่งแล้ววิ่งลงบันไดไป คนอื่น ๆ พากันตามไปติด ๆ เหลือแค่เจ้าอ้วนกับเจียงเฉิงที่ยังอยู่หลังสุด

ระหว่างที่กำลังจะเดินผ่านห้องนอนของเด็กผู้ชาย เจ้าอ้วนก็ถูกเจียงเฉิงลากเข้าไปในห้อง

“จะทำอะไรเนี่ย?” เจ้าอ้วนรีบยกแขนป้องกันตัวเองด้วยความตกใจ

“ฉันอยากตรวจดูอะไรนิดหน่อย”

“แล้วจะลากฉันมาด้วยทำไม?”

เจียงเฉิงเปิดลิ้นชักทุกอันในห้อง แล้วคุกเข่าลงข้างเตียง ล้วงรองเท้าแตะออกมาคู่หนึ่งจากใต้เตียง เขาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าอ้วนแล้วพูดว่า “เพราะถ้าให้ฉันอยู่คนเดียว ฉันก็กลัวเหมือนกัน”

หลังจากนั้นเจียงเฉิงกับเจ้าอ้วนก็กลับลงไปที่ห้องนั่งเล่น ทุกคนกำลังมุงดูตู้รองเท้าอยู่ รองเท้าทั้งหมดถูกเอาออกมาวางเรียงเป็นระเบียบที่พื้น

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าพวกเขาลงบันได หมานลี่ก็วางรองเท้าผู้หญิงคู่หนึ่งที่เขากำลังถืออยู่ลง เจ้าอ้วนสังเกตเห็นว่าทุกคนดูสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่

ขณะที่เฉินเสี่ยวเหมิงกำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง เจียงเฉิงก็พูดขึ้นมาก่อนว่า

“พวกนายสังเกตไหมว่า ที่นี่ไม่ได้มีแค่เด็กผู้ชายสองคน แต่มีเด็กผู้หญิงสองคนด้วย?”

นัยน์ตาหมานลี่กระตุก เขาทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็กลั้นไว้ สักพักเขาจึงพูดเสียงเย็นเยียบว่า

“ไอ้หน้าใหม่ แกเป็นใครกันแน่?”

“อย่าเสียเวลากับเรื่องนั้นเลย บอกมาว่าพวกนายเจออะไร” เจียงเฉิงวางของลง แล้วจ้องเขาด้วยท่าทีสงบ

หมานลี่โชว์รองเท้าผู้หญิงสองคู่ให้เจียงเฉิงดู ทั้งสองคู่เป็นรองเท้าลำลอง ขนาดเท่ากัน ทำให้พวกเขาเคยคิดว่าทั้งหมดเป็นของผู้หญิงคนเดียวกัน

หมานลี่พลิกดูพื้นรองเท้า “คู่นี้สึกด้านซ้ายเยอะ ส่วนอีกคู่สึกตรงกลาง” เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเจียงเฉิง

“ร่องรอยการสึกของรองเท้าเกี่ยวข้องกับท่าทางการเดิน และนิสัยพวกนี้แก้กันไม่ได้ภายในวันสองวัน ดังนั้น... มันต้องเป็นของเด็กผู้หญิงสองคนแน่นอน”

“แต่ว่าบนชั้นสองมีแค่ห้องนอนเด็กผู้หญิงห้องเดียวไม่ใช่เหรอ?”

เฉินเสี่ยวเหมิงถามขึ้น

“แถมยังมีเตียงเดี่ยวแค่เตียงเดียวด้วย”

เจียงเฉิงส่ายหน้า

“ห้องเล็กทั้งสองห้องเป็นห้องของเด็กผู้หญิงทั้งคู่ ก็เลยมีเตียงแค่คนละเตียง”

“หมายความว่าไง?”

“ฉันเจอสิ่งนี้ในห้องที่มีโปสเตอร์ทหารแปะเต็มผนัง” เจียงเฉิงหยิบรองเท้าแตะคู่นั้นออกมา

“ขนาดเล็กมาก ลองเทียบกับรองเท้าลำลองดู”

หมานลี่รับรองเท้าแตะมาวางเทียบกับรองเท้าลำลอง ทุกคนเห็นชัดว่ารองเท้าทั้งสองคู่เป็นของคนคนเดียวกัน

“แต่แค่รองเท้าแตะคู่เดียว จะสรุปได้เหรอว่าห้องนั้นเป็นของเด็กผู้หญิง? อาจแค่เอารองเท้าไปลืมไว้ก็ได้”

“แถมจากการตกแต่งห้องก็ดูเหมือนจะเป็นห้องของผู้ชายด้วยซ้ำ”

“แต่ผู้ชายคงไม่ใช้ของแบบนี้”

เจียงเฉิงล้วงถุงพลาสติกใบหนึ่งจากกระเป๋าแล้วยื่นให้เฉินเสี่ยวเหมิง พอเธอเปิดดู คิ้วก็ขมวดทันที ข้างในคือแผ่นอนามัย

“ฉันเจอมันในลิ้นชักห้องนั้น มีมากกว่าหนึ่งแพ็คด้วย” เจียงเฉิงอธิบาย

พี่เหนียนหันมามองเจียงเฉิง “งั้นห้องทั้งสองห้องบนชั้นสองเป็นของเด็กผู้หญิงทั้งคู่ และคนหนึ่งก็ดูจะห้าว ๆ หน่อยสินะ?”

เจียงเฉิงพยักหน้า

เฉินเสี่ยวเหมิงเริ่มเหม่อ

“แล้วเด็กผู้ชายสองคนนั้นอยู่ที่ไหน? ที่นี่มีห้องนอนแค่สามห้อง เป็นห้องหลักกับห้องเล็กอีกสองห้อง”

“หรือจะอยู่ชั้นสาม?” เจ้าอ้วนกระซิบ “เรายังไม่ได้ขึ้นไปเลยนะ”

พี่เหนียนส่ายหน้า “ไม่น่าจะใช่ ฉันสำรวจรอบบ้านแล้ว บ้านนี้มีหน้าต่างแค่ชั้นหนึ่งกับสอง ชั้นสามน่าจะเป็นห้องใต้หลังคา ปกติไม่มีใครเอาห้องไร้หน้าต่างมาทำเป็นห้องนอนหรอก ยิ่งเจ้าของบ้านดูมีเงินขนาดนี้ด้วย”

สีหน้าเฉินเสี่ยวเหมิงเริ่มเปลี่ยน เธอพูดเสียงสั่น “งั้นสองคนนั้นก็ไม่ใช่คนในบ้านนี้... แต่เป็นคนนอกหรอ?”

หมานลี่เหลือบมองเธอแล้วแก้ให้ “น่าจะเรียกว่าผู้บุกรุกมากกว่า”

เจียงเฉิงเสริม “แล้วก็ไม่ใช่เด็กผู้ชาย แต่เป็นผู้ชายโตเต็มวัยสองคน”

เฉินเสี่ยวเหมิงขนลุกวาบ

จากที่เคยเข้าใจว่าเป็นโศกนาฏกรรมในครอบครัว ตอนนี้ดูเหมือนจะกลายเป็นการบุกรุกฆาตกรรม

เจียงเฉิงมองรองเท้าผ้าใบสองคู่ที่พื้น “ตอนที่ฉันเห็นครั้งแรก ฉันก็สงสัย  พวกมันเก่าแล้วก็ดูราคาถูกมาก มันแตกต่างจากรองเท้าคู่อื่นในบ้านชัดเจน พวกคนในบ้านไม่น่าจะซื้อของถูกๆแบบนี้ใส่หรอก”

ความเงียบเข้าครอบงำห้องนั่งเล่น บรรยากาศหนักอึ้งขึ้นทันตา

เจ้าอ้วนเหลือบมองซ้ายขวาแล้วพูดเบา ๆ

“งั้นก็หมายความว่า... มีผู้ชายสองคนบุกเข้ามาในบ้านนี้ ฆ่าพ่อแม่ จับลูกสาวสองคนขังไว้ แล้วก็ฆ่าทิ้งทีหลัง?”

“นายยังจำรอยน้ำที่ผีทิ้งไว้ได้ไหม? แล้วก็เส้นผมยาว ๆ ในห้องน้ำชั้นล่าง” พี่เหนียนพูด “นั่นหมายความว่า ผีน่าจะตายเพราะจมน้ำ”

“เซี่ยอวี่ตายเพราะความกลัว แล้วก็โดนทรมานทีหลัง นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ผีใส่รองเท้าผ้าใบให้เขา ผีคงคิดว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้ชายที่ทรมานและฆ่าเธอ”

พอทุกคนวิเคราะห์จนจบ ฟ้าก็เริ่มสาง ไม่มีใครขอให้เจ้าอ้วนทำอาหารให้ พวกเขากินแค่ขนมปังรองท้อง ไม่ใช่เพราะสงสารเจ้าอ้วน แต่เพราะพวกเขาเริ่มไม่มีเวลาเหลือ

เจียงเฉิงสังเกตว่าในโลกนี้ เวลากลางวันสั้นลงเรื่อย ๆ ถ้านับจากนี้ไปอีกสองคืน พระอาทิตย์น่าจะไม่ขึ้นอีกเลย

“แล้ว...ถ้าฟ้ามืดตลอดไปล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น?” เจ้าอ้วนถามตาโต

เจียงเฉิงหันไปตบบ่าเขาเบา ๆ อย่างปลอบใจ “ไม่ต้องห่วง”

หน้าเจ้าอ้วนที่ซีดเผือดขึ้นสีทันที

เจียงเฉิงพูดต่อ “แค่...ผีมันจะเริ่มฆ่าแบบไม่เลือกหน้าเท่านั้นเอง”

เจ้าอ้วนชะงักค้าง

หลังจากนั้น พวกเขาเดินต่อไปตามทางเดินบนชั้นสอง ตั้งใจจะตรวจสอบบ้านทั้งหลังอีกรอบขณะที่ยังมีแสงแดดเหลืออยู่

จบบทที่ บทที่ 11 เรื่องเล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว