เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 ไซส์

บทที่ 10 ไซส์

บทที่ 10 ไซส์


เจียงเฉิงไม่ส่งเสียงใด ๆ เขารีบลุกขึ้นแล้วหลบเข้าไปในห้องน้ำ เพราะงั้นคนที่เจ้าอ้วนเห็นว่านอนอยู่บนพื้นข้างเตียงจึงไม่ใช่เจียงเฉิง แต่เป็นเงาดำนั่นที่เพิ่งคลานออกมา

หลังจากเจียงเฉิงตัวจริงหลบเข้าไปในห้องน้ำ และตอนที่เจ้าอ้วนยังไม่ทันตั้งตัว เขาก็ลากอีกฝ่ายเข้ามาข้างใน

เฉินเสี่ยวเหมิงเอื้อมมือไปเปิดไฟในห้อง พอไฟเปิด ทุกคนก็ได้เห็นความเละเทะบนเตียง และแอ่งน้ำที่พื้น รอยน้ำไหลจากเตียงไปถึงประตูห้องนอน

พวกเขาเดินไปดูตรงประตู ก็พบว่าในทางเดินเองก็มีรอยแอ่งน้ำต่อเนื่องไปด้วย รอยน้ำลากยาวไปจนหยุดลงที่หน้าประตูห้องซึ่งถูกล็อกไว้

เซี่ยอวี่ถูกผีห่อผ้าห่มแล้วลากตัวหายออกไปทั้งอย่างนั้น แค่คิดก็น่าขนลุก ไม่มีใครคาดหวังว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่

หมานลี่ฝืนกลั้นความหวาดผวาในใจ แล้วหันหน้าไปหาเจียงเฉิง

“นายเห็นหน้าผีรึเปล่า?”

เจ้าอ้วนส่ายหัว “มันมืดเกินไป แล้วฉันก็…”

ทุกคนเข้าใจดีว่าเขากลัว ถึงอย่างไรก็ยังเป็นหน้าใหม่อยู่ เป็นเรื่องที่เข้าใจได้

ทันทีที่พี่เหนียนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เจียงเฉิงก็พูดแทรกขึ้นมา

“เป็นผู้หญิงคนนั้น”

“หา?”

“เด็กผู้หญิงในครอบครัวนั้น”

หมานลี่ตกใจ หันไปถามเจียงเฉิง “นายรู้ได้ยังไง?”

หลังจากพวกเขามาถึงบังกะโล ก็ยังไม่เห็นรูปถ่ายของครอบครัวนั้นเลย ไม่มีทางที่จะรู้หน้าตาของพวกเขาได้

เจียงเฉิงเงยหน้ามองไปทางประตูห้องที่ล็อกอยู่สุดทางเดิน “ผีใส่รองเท้าลำลองของผู้หญิง    ฉันเคยเห็นรองเท้าคู่นี้ในตู้รองเท้า”

เฉินเสี่ยวเหมิงพูดเสียงเบา หน้าซีดเผือด “ดูเหมือนสมมติฐานของเราจะถูก คนในครอบครัวนั้นทรมานเด็กผู้หญิงแล้วฆ่าเธอ และตอนนี้เธอก็กลับมาเพื่อล้างแค้น”

เจ้าอ้วนพูดอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “แต่เราก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการตายของเธอนี่ ทำไมต้องมาเล่นงานพวกเราด้วย…”

พี่เหนียนแค่นเสียง “จะไปเถียงเรื่องเหตุผลกับผีเหรอ?”

“พอได้แล้ว”  หมานลี่ขัดขึ้น “หยุดพูดกันก่อน ฉันจะเข้าไปดูในห้องนั้น ใครจะไปด้วยบ้าง?”

เขาหมายถึงห้องที่ถูกล็อกไว้สุดทางเดิน ผีหายเข้าไปตรงนั้นพร้อมเซี่ยอวี่ นี่เป็นเบาะแสสำคัญ

สุดท้ายทุกคนก็ตัดสินใจไปด้วยกัน การแยกกลุ่มอาจจะทำให้ยิ่งอันตราย และจากที่หมานลี่กับพี่เหนียนเคยพูด ผีที่นี่ไม่ค่อยฆ่าคนติด ๆ กัน

ต่างจากก่อนหน้า หมานลี่แค่ผลักเบา ๆ ประตูก็เปิดออก กลอนถูกปลดไปแล้ว

หลังประตูเป็นห้องเล็ก ๆ ไม่มีหน้าต่าง พวกเขามองเห็นได้เพียงแค่เล็กน้อยด้วยแสงจากทางเดิน ดูเหมือนจะเป็นห้องนอนของเด็กผู้ชาย มันมืดสนิท ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าไป

เจียงเฉิงเดินเข้าไปใกล้ผนังแล้วคลำหาสวิตช์ สักพักก็มีเสียงคลิก ไฟในห้องเปิดขึ้น แม้จะคาดไว้ก่อนแล้ว แต่ภาพตรงหน้าก็ยังทำให้พวกเขาหนาวสะท้านโดยไม่รู้ตัว

ตรงกลางห้องมีผ้าห่มม้วนอยู่ ปลายเท้าคู่หนึ่งโผล่พ้นออกมา ห้อยต่องแต่งอย่างไร้เรี่ยวแรง

ไม่กี่วินาทีต่อมา พี่เหนียนเดินเข้าไปแล้วค่อย ๆ คลี่ผ้าห่มออก

“อ๊า!” เฉินเสี่ยวเหมิงยกมือขึ้นปิดปาก

เซี่ยอวี่ถูกห่ออยู่ในผ้าห่ม ดวงตาเบิกโพลง ม่านตาขยายจนสุด กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกชักเกร็ง ชัดเจนว่าเขาเสียชีวิตแล้ว มือทั้งสองข้างแข็งค้างในท่าชูขึ้นป้องกันตัว เส้นเลือดบนหลังมือปูดโปน

เจียงเฉิงเดินเข้าไปแล้วเปิดชายเสื้อของเซี่ยอวี่ ร่างกายเขาเต็มไปด้วยรอยแผล เหมือนรอยแส้ฟาด ยังมีรอยช้ำจากของแข็งกระแทกหลายจุด มือทั้งสองข้างถูกใส่กุญแจมือไว้

พี่เหนียนไปเจอกระเป๋าเป้ใกล้ ๆ เปิดดูแล้วเจอของข้างในเป็นไวเบรเตอร์ มีดพับ กุญแจมือ เชือก และเทียนหลายขนาด พอเทียบดูลักษณะเชือกในกระเป๋าก็คล้ายกับเชือกที่เจอในโรงรถ

เจ้าอ้วนจ้องอุปกรณ์ที่เปื้อนเลือด เสียงสั่น “เซี่ยอวี่โดนทรมานจนตายเหรอ?”

“ไม่ใช่” เจียงเฉิงลุกขึ้น “บาดแผลเรียบร้อยเกินไป แปลว่าไม่มีการต่อสู้ นั่นหมายความว่าเขาหมดสติไปก่อนจะโดนทรมาน”

“ฉันคิดว่าเขาน่าจะตายเพราะความกลัว แล้วถึงถูกลากมาทรมานภายหลัง”

“ศพถูกทรมานหลังตาย?”

เจียงเฉิงพยักหน้า “คิดว่าใช่”

“พี่ครับ พี่ดูเย็นเกินไปหน่อยไหม” เจ้าอ้วนแทบร้องไห้ “ถ้าฉันไม่ได้อยู่กับพี่ ดูจากท่าทางพี่ตอนนี้ ฉันคงคิดว่าพี่เป็นคนทำแน่ ๆ”

เจียงเฉิงพูดเสียงเรียบ “พูดอะไรไร้สาระ ถึงที่ทำงานของฉันจะมีบริการแบบนี้ก็เถอะ แต่ทุกอย่างต้องยินยอมกันทั้งสองฝ่ายนะ แล้วเราก็ไม่ทำถึงขนาดนี้ด้วย”

เห็นว่าประเด็นเริ่มจะออกทะเล หมานลี่รีบพูดแทรกขึ้นมา เตือนให้ทุกคนกลับไปโฟกัสที่การหาหลักฐาน แต่เจียงเฉิงกลับชี้ไปที่รองเท้าที่เซี่ยอวี่ใส่อยู่

“นี่มันไม่ถูก ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ใส่รองเท้าคู่นี้”

สายตาทุกคนหันไปที่รองเท้า มันเป็นรองเท้าผ้าใบทั่วไป แต่ไม่เข้ากับลักษณะของเซี่ยอวี่เลย ที่สำคัญ ขนาดมันใหญ่เกินไป

หมานลี่หยิบมีดที่พี่เหนียนเจอในกระเป๋าเป้ออกมา คุกเข่าลงแล้วใช้มีดกรีดเชือกรองเท้า เขาถอดรองเท้าออก แล้วสิ่งที่ทุกคนได้เห็นก็ทำให้พวกเขาช็อกไปตามกัน

ข้างในรองเท้าผ้าใบ...มีรองเท้าอีกคู่ซ่อนอยู่!

เป็นรองเท้าหนังแบน ๆ ที่ถูกบีบอัดอย่างแน่น ราวกับว่าผีหักเท้าเซี่ยอวี่ก่อนจะยัดรองเท้าผ้าใบให้อีกที รองเท้าหนังคู่นี้น่าจะเป็นของเซี่ยอวี่เอง

“นี่คือรองเท้าของเด็กคนนั้นเหรอ?” เฉินเสี่ยวเหมิงมองรองเท้าแล้วพูดขึ้น “แต่ว่ารองเท้าผ้าใบที่เราเจอในห้องรับแขกชั้นล่าง…”

เจียงเฉิงเข้าใจสิ่งที่เธอติดใจ ถึงรองเท้าผ้าใบสองคู่จะดูคล้ายกัน แต่ขนาดต่างกันมาก ดูยังไงก็ไม่น่าใช่ของคนคนเดียวกัน

“หรือว่าตู้รองเท้าเก็บรองเท้าของเด็กผู้ชายตั้งแต่ยังเล็กยันโต? คู่นี้อาจจะเป็นของเขาตอนโตแล้ว”

เจียงเฉิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดว่า “ก็เป็นไปได้ แต่โอกาสไม่น่าจะสูง พวกเราค้นทั่วทั้งบังกะโลแล้ว มีใครเจอรองเท้าไซส์นี้คู่อื่นอีกมั้ย?”

ทุกคนเงียบไปพักใหญ่ จนพี่เหนียนถามขึ้นอย่างระมัดระวัง

“ถ้างั้น...หมายความว่าในบังกะโลนี้มีผู้ชายสามคนใช่ไหม? พ่อกับลูกชายสองคน?”

จบบทที่ บทที่ 10 ไซส์

คัดลอกลิงก์แล้ว