เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 ใต้เตียง

บทที่ 9 ใต้เตียง

บทที่ 9 ใต้เตียง


เขาไม่ได้คิดเลยว่าจะได้สิทธิ์นอนบนเตียง ขนาดเมื่อคืนเขายังไม่ได้แตะเตียงในห้องนอนใหญ่เลยด้วยซ้ำ

“ไม่อยากได้นักเหรอ?”

“ไม่ๆ” เซี่ยอวี่สะดุ้ง ก่อนพูดขึ้น “ขอบคุณครับ บอส”

“แล้วพี่จะให้ฉันนอนตรงไหนล่ะ?” เจ้าอ้วนหันไปถามเจียงเฉิง

เจียงเฉิงเริ่มหงุดหงิดที่เจ้าอ้วนไม่เรียกเขาว่าบอส แต่ก็ยังตอบกลับไป

“นายไปที่นอนโซฟา เดี๋ยวฉันจะนอนพื้นเอง”

เจ้าอ้วนยืนอยู่ข้างเตียง มองเซี่ยอวี่ที่นอนอยู่บนเตียงด้วยสายตาเคือง ๆ แววตาเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ สุดท้ายก็หันไปพูดกับเจียงเฉิงว่า  “พี่ครับ ผมว่าผมนอนเตียงดีกว่า”

เจียงเฉิงปูเบาะลงกับพื้นแล้วขยับตัวลงนอน “ไม่ได้ นายไม่นอนได้”

เจียงเฉิงกับเจ้าอ้วนต้องผลัดกันเฝ้ายาม ทั้งคู่ไม่ไว้ใจคนที่อยู่บนเตียงเลยแม้แต่น้อย เจียงเฉิงยึดนาฬิกาพกจากเซี่ยอวี่ไปเพราะเขาไม่ต้องใช้มันอยู่แล้ว แล้วตกลงกับเจ้าอ้วนว่า เจ้าอ้วนจะเฝ้าสามชั่วโมงแรก ส่วนเขาจะเฝ้าสามชั่วโมงหลัง

“แล้ว…พี่จะให้ผมทำอะไรล่ะ?” เซี่ยอวี่ห่อตัวอยู่ในผ้าห่ม โผล่หน้าออกมาถามเสียงเบา

“ฉันอยากให้นายนอนไปซะ”

เซี่ยอวี่หดหัวกลับเข้าไปในผ้าห่มทันที เขากลายเป็นดักแด้เรียบร้อย แม้ว่าบังกะโลนี้จะมีไฟฟ้าใช้ แต่ไฟก็กระพริบติด ๆ ดับ ๆ แถมยังมีเสียงซ่า ๆ เหมือนในหนังผีไม่มีผิด เจียงเฉิงหมดทางเลือก จำใจต้องปิดไฟทั้งหมด

แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างช่วยให้มองเห็นภาพรวมของห้องได้ราง ๆ เจ้าอ้วนนอนอยู่บนโซฟา แรก ๆ ก็ยังไหวอยู่หรอก แต่พอผ่านไปชั่วโมงหนึ่ง หนังตาเขาก็เริ่มตก ถึงจะรู้ว่ามันอันตรายแค่ไหน  แต่เขาก็ห้ามตัวเองไม่ได้

ท้ายที่สุด หัวของเขาก็เอนไปด้านข้างแล้วเผลอหลับไป มันเป็นการหลับลึก แต่ก็เหมือนจะไม่นานนัก อย่างน้อยตอนตื่นขึ้นมา ห้องก็ยังคงมืดอยู่ เขาขยี้ตา ความกลัวเริ่มคลืบคลาน

เป็นเจียงเฉิงที่นอนอยู่ข้างเดียง ส่วนเซี่ยอวี่ยังคงห่อตัวเป็นดักแด้อยู่บนเตียง ทุกอย่างดูเหมือนจะปกติ

แม้จะง่วงจนแทบลืมตาไม่ขึ้น เจ้าอ้วนก็ไม่กล้าที่จะหลับต่อ  แต่เรื่องกลับแย่ลงไปอีก เขาดันปวดฉี่ขึ้นมาดื้อๆ

ห้องนอนนี้มีห้องน้ำในตัว ห่างจากเขาไปแค่ประมาณห้าเมตร เป็นห้องเล็ก ๆ กั้นด้วยกระจกฝ้าแบบมองเห็นลาง ๆ

แต่ตั้งแต่ที่ชายวัยกลางคนนั้นตายอยู่ในห้องน้ำ เจ้าอ้วนก็เกิดอาการต่อต้าน ไม่ใช่แค่ทางใจ แต่ทั้งตัวเขาก็ไม่อยากแม้แต่จะเฉียดเข้าไปใกล้ห้องนั้น

ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงวิธีของเจียงเฉิงขึ้นมาได้!

ขวดน้ำ!

แต่ความหวังเพิ่งจะก่อตัว ก็ถูกลากจมลงในทะเลแห่งความสิ้นหวังอีกครั้ง เจียงเฉิงโยนขวดพวกนั้นลงถังขยะไปหมดแล้วก่อนจะเข้านอน  แล้วถังขยะ…

เจ้าอ้วนกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ ถังขยะดันตั้งอยู่หน้าห้องน้ำพอดี

เขาไม่มีทางเลือก ได้แต่ค่อยๆขยับตัวไปทางนั้น ทุกย่างก้าวเหมือนเดินอยู่บนระเบิดเวลา

ในที่สุดเขาก็ไปถึงหน้าถังขยะ ยื่นมือเข้าไปหยิบขวดเปล่าออกมาได้ ทว่ายังไม่ทันจะหายใจได้ทั่วท้อง สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่หางตา

เขาหันขวับไป เห็นแขนข้างหนึ่ง กำลังยื่นออกมาจากประตูกระจกของห้องน้ำ

ในห้องนอนใหญ่ หมานลี่ผุดลุกขึ้นจากโซฟาทันที จากนั้นก็วิ่งไปแนบหูฟังกับประตู

“มีอะไร?”

พี่เหนียนกับเฉินเสี่ยวเหมิงเด้งตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง ทั้งคู่ยังอยู่ในชุดเดิมที่ใส่มาทั้งวัน เพราะไม่กล้าเสี่ยงถอดเสื้อผ้าก่อนเข้านอน พวกเธอไม่กล้าที่จะหลับสนิทเกินไปด้วยซ้ำ เผื่อจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น

หมานลี่ส่งเสียงเบาๆให้พวกเธอเงียบ พี่เหนียนกับเฉินเสี่ยวเหมิงเงียบลงทันที บรรยากาศเหมือนหยุดนิ่ง

ประมาณหนึ่งนาทีต่อมา พวกเขาได้ยินเสียงเอี๊ยดเบา ๆ เหมือนประตูถูกเปิด ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ก็มีเสียงฝีเท้าเดินช้า ๆ ดังมาจากทางเดิน

ทุกย่างก้าวเหมือนเหยียบลงในน้ำ ตามมาด้วยเสียงเสียดสีประหลาด คล้ายกำลังลากของหนักกับพื้น เสียงฝีเท้านั้นเดินไปในทิศทางหนึ่งแล้วก็เงียบหายไป

หมานลี่กับผู้หญิงสองคนหน้าถอดสี เสียงฝีเท้าหายไปที่สุดทางเดิน ซึ่งตรงนั้นมีแค่ห้องที่ล็อกไว้ ไม่มีอย่างอื่น

ต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ

แล้วใครเป็นเหยื่อในครั้งนี้?

เป็นเชฟเจ้าอ้วน?

เซี่ยอวี่ที่ขี้กลัว?

หรือห่าวฉ่วยที่ดูแปลก ๆ?

ในห้องนอนอีกห้อง ภายในห้องน้ำแคบ ๆ เจ้าอ้วนเบิกตากว้าง ตัวสั่นไม่หยุด เขาร้องอะไรไม่ได้เลย เพราะมีมือข้างหนึ่งปิดปากเขาอยู่

เจียงเฉิงคุกเข่าอยู่ข้างเจ้าอ้วน ทั้งสองอยู่ใกล้กันมาก เป็นมือของเขาเองที่ปิดปากเจ้าอ้วนอยู่

ทั้งสองจ้องไปที่ประตูห้องน้ำ

ประตูห้องนอนถูกเปิดทิ้งไว้ แสงจันทร์ลอดส่องเข้ามาเต็มๆผ่านทางหน้าต่าง เผยให้เห็นเตียงนอนที่ว่างเปล่า

ทันทีที่ภาพนั้นผุดขึ้นมาในหัว เจ้าอ้วนก็เริ่มตัวสั่นอย่างหยุดไม่ได้

ร่างที่นอนอยู่ข้างเตียงค่อย ๆ ลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า การเคลื่อนไหวดูฝืน ๆ แถมรูปร่างยังบวมผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ใช่เจียงเฉิงแน่นอน

เจียงเฉิงอยู่ในห้องน้ำ เขาเป็นคนลากเจ้าอ้วนเข้ามาและปิดปากไว้ ทั้งสองคุกเข่าอยู่กับพื้น มองออกไปนอกประตูห้องน้ำผ่านกระจกฝ้าด้วยความเงียบงัน

เงาร่างมนุษย์ขนาดใหญ่คลานเข้าไปใต้ผ้าห่มทางมุมเตียง ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเซี่ยอวี่ เพราะแม้ว่าเงานั้นจะเคลื่อนไหวรุนแรงขนาดไหน เซี่ยอวี่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลย

เตียงสั่นไหวเบา ๆ แบบไร้เสียง แล้วห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงัน

เจียงเฉิงกับเจ้าอ้วนยังคงไม่ขยับ ทั้งคู่แทบไม่หายใจ

ไม่นานนัก เงานั้นก็คลานออกมาจากใต้ผ้าห่มอีกครั้ง แล้วเริ่มก้าวช้า ๆ ไปทางประตูห้องนอน ทีละก้าวๆ

เสียงน้ำกระทบพื้น ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันในยามค่ำคืน

ภายใต้แสงจันทร์บาง ๆ เจียงเฉิงเห็นเงานั้นลากผ้าห่มไปด้วย และในผ้าห่มนั้น…

เขาหันขวับไปมองที่เตียงทันที ปรากฏว่า…มันว่างเปล่า

เจ้าอ้วนตกใจจนตัวสั่นเทิ้ม ร่างใหญ่ ๆ ของเขาสั่นแรงจนเจียงเฉิงเกือบควบคุมไม่อยู่ สุดท้ายเจียงเฉิงต้องบีบแขนเขาแรง ๆ เจ้าอ้วนหน้าแดงจัด แต่ก็หยุดสั่นได้ในที่สุด

เสียงลากกับเสียงน้ำค่อย ๆ หายไปนอกประตู แต่เจียงเฉิงกับเจ้าอ้วนก็ยังไม่กล้าขยับ

ทั้งสองยังคงอยู่ในท่านั้น จนกระทั่งได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออกอีกครั้ง

คนแรกที่เข้ามาคือหมานลี่ ตามหลังมาคือพี่เหนียนกับเฉินเสี่ยวเหมิง ทั้งสามคนแนบตัวไว้กับผนัง ค่อยๆก้าวเข้ามาอย่างระวังที่สุด

เจียงเฉิงปล่อยเจ้าอ้วนออก แล้วทั้งคู่ก็ออกจากห้องน้ำ

ริมฝีปากเจ้าอ้วนยังสั่นไม่หยุด เจียงเฉิงจึงต้องเป็นคนเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น

เขากำลังนอนอยู่ แล้วจู่ ๆ ก็รู้สึกเย็นวาบอย่างบอกไม่ถูก พอลืมตาขึ้นมาในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่น เขาก็เห็นเงาดำคลืบคลานอยู่ใต้เตียงที่เซี่ยอวี่นอนอยู่

เงานั้นคลานสี่ขา ข้อต่อบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ ค่อย ๆ ขยับตัวออกมาจากใต้เตียงช้า ๆ เหมือนแมลงขนาดใหญ่ที่กำลังเลื้อยออกมาจากรอยแยก

จบบทที่ บทที่ 9 ใต้เตียง

คัดลอกลิงก์แล้ว