เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 นายแบบหนุ่ม

บทที่ 8 นายแบบหนุ่ม

บทที่ 8 นายแบบหนุ่ม


“อาจจะเป็นของเด็กคนนั้นก็ได้นะ?” เด็กสาวหน้าตาไร้เดียงสานั่งวิเคราะห์สถานการณ์ “เธอถูกทรมานจนตาย แล้วก็กลายเป็นผี… เป็นเธอนั่นแหละที่ฆ่าชายวัยกลางคนก่อนฟ้าจะสาง”

สิ่งที่เธอพูดฟังดูสมเหตุสมผล

“ก็ดูเป็นไปได้… แต่เราต้องมีหลักฐานมารองรับก่อน”

ชายร่างใหญ่นั้น พอออกจากห้องน้ำกลับดูเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อเย็นผุดขึ้นมาเต็มหน้าผาก เจียงเฉิงรู้ทันทีว่าหมอนี่ไม่ได้ใจเย็นอย่างที่แสดงออกเลย

“เราพักกินข้าวก่อนดีมั้ย” มีคนเสนอขึ้นมา

หน้าที่ทำอาหารตกเป็นของเจ้าอ้วน ส่วนเด็กสาวก็ช่วยเตรียมวัตถุดิบ ไม่นานอาหารก็เสร็จเรียบร้อย ถึงจะอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ แต่ทุกคนก็กินจนเกลี้ยง นั่นแสดงให้เห็นว่าฝีมือทำอาหารของเจ้าอ้วนไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ

“นายเคยเป็นพ่อครัวมาก่อนเหรอ?” ชายร่างใหญ่พูดกับเจ้าอ้วนด้วยน้ำเสียงอ่อนลงหลังซดน้ำซุปอุ่น ๆ ไปคำหนึ่ง

“เปล่าหรอก” เจ้าอ้วนเกาหัว “ทำงานจิปาถะน่ะ ลองมาหลายอย่างแล้ว”

“แต่ละคนทำอะไรกันในโลกจริงกันบ้าง… พอมาคิดดูแล้ว การที่เรามาเจอกันที่นี่ มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกมั้ง” ชายร่างใหญ่พูดพลางวางชามลง แล้วแนะนำตัวอีกครั้ง

“ฉันชื่อหมานลี่ เป็นบอดี้การ์ด”

“ฉะ… ฉันชื่อเซี่ยอวี่ ทำงานบริษัทประกัน…” เจ้าหนุ่มพนักงานชายพูดเบา ๆ

“ฉันชื่อเฉินเสี่ยวเหมิง เรียนกฎหมายอยู่มหาลัยค่ะ” เด็กสาวพูด ส่วนผู้หญิงที่มีไฝตรงมุมปาก ถึงคราวเธอแนะนำตัว ทุกคนคิดว่าเธอคงจะพูดประชดแน่ ๆ แต่เธอกลับเอ่ยช้า ๆ ว่า

“เรียกฉันว่าพี่เหนียนก็ได้ ฉันน่าจะแก่สุดในนี้แล้วล่ะ ทำงาน….”

เธอหัวเราะเบา ๆ อย่างมีลับลมคมใน “เป็นเซลส์จ้ะ”

ทุกคนหันไปมองเธอ ผู้หญิงคนนี้ดูไม่เหมือนแม่ค้าธรรมดาๆแบบที่เธอบอก ใครจะไปรู้ล่ะว่าเธอขายของประเภทไหนกันแน่ แต่ก็ไม่ได้มีใครพูดอะไรต่อ ทุกคนหันไปหาเจียงเฉิงแทน พวกเขาสนใจเขามากกว่าพี่เหนียนเสียอีก

เจียงเฉิงนั่งตัวตรงแล้วพูดว่า “ฉันชื่อห่าวฉ่วย ทำอาชีพนายแบบ”

“นายแบบ?” เด็กสาวหน้าตาใสซื่อทำหน้าสงสัย “เป็นนายแบบในช่องทีวีเหรอ?”

เจียงเฉิงค่อย ๆ หันกลับไป มองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ ที่ไม่รู้ว่าหมายถึงอะไรกันแน่

“ฉันทำกะกลางคืน... ที่ KTV”

ทุกคนมองเขาอย่างตกใจ แต่ไม่มีใครพูดอะไร พวกเขาต่างก็มีชีวิตในแบบของตัวเอง อีกอย่าง… เจียงเฉิงก็ดูมีคุณสมบัติจะทำอาชีพแบบนั้นอยู่ไม่น้อย

ดูเหมือนว่ากลางวันในโลกนี้จะสั้น พวกเขาคุยกันได้ไม่นาน ท้องฟ้าก็เริ่มมืดอีกครั้ง ชายร่างใหญ่เดินไปที่หน้าต่าง มองไปรอบ ๆ ก่อนจะเดินกลับมา

“นั่นไม่ใช่เมฆฝน… ฟ้ากำลังมืดลงจริง ๆ” อย่างที่เขาว่าไว้ ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฟ้าก็มืดสนิท

พวกเขานั่งล้อมรอบเตาผิง ขณะผิงไฟก็ช่วยกันวิเคราะห์เบาะแสที่มีอยู่ เพื่อความปลอดภัย พวกเขาขนฟืนจากโรงรถเข้ามาไว้ในห้องนั่งเล่น จะได้ไม่ต้องออกไปหาเพิ่มตอนกลางคืน เจ้าอ้วนนั่งใกล้เตาที่สุด คอยโยนไม้เข้าไปเป็นระยะ เปลวไฟลุกสว่างไสว ส่วนเฉินเสี่ยวเหมิงยังยืนยันในทฤษฎีของเธอ เธอเชื่อว่าสมาชิกในครอบครัวเป็นคนทรมานเด็กสาวจนตาย

วิญญาณในบ้านหลังนี้ ต้องเป็นเด็กสาวคนนั้นอย่างแน่นอน

ดูเหมือนเธอจะยึดติดกับสมมติฐานนี้มาก พอพูดถึงเรื่องนี้เสียงเธอก็จะดังขึ้นผิดปกติ ซึ่งแตกต่างจากท่าทีอ่อนโยนในเวลาปกติของเธออย่างสิ้นเชิง เจียงเฉิงมองดูเธอพลางคิดว่า…คนแบบนี้ต้องมีเรื่องราวอยู่ในใจอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อเธอเรียนกฎหมายด้วยแล้ว

แต่สุดท้ายการถกเถียงก็ไม่ได้ข้อสรุปอะไร มีคนเริ่มหาว ดูแล้วเหมือนเจียงเฉิงจะไม่ใช่คนเดียวที่นอนไม่พอ หมานลี่ลุกขึ้นยืน บิดขาแก้เมื่อย แล้วพูดขึ้นว่า “เราควรไปนอนกันได้แล้วนะ”

ทุกคนเห็นด้วยทันที

เพราะชายวัยกลางคนตายอยู่ชั้นล่าง พวกเขาจึงตกลงกันว่าจะไปนอนที่ชั้นบนแทน

เซี่ยอวี่แนะนำเสียงเบาว่าควรนอนห้องเดียวกันทั้งหมดจะได้ช่วยดูแลกันง่าย ๆ แต่ก็โดนพี่เหนียนขัดขึ้นทันควัน เธอบอกว่าแบบนั้นมีโอกาสเสี่ยงที่จะพลาดบางอย่างไป

เซี่ยอวี่ได้ยินแล้วก็เบิกตาโพลงด้วยความกลัว แต่เขาก็ไม่ได้ถามพี่เหนียนต่อว่าเธอหมายถึงอะไร

แม้จะมีการพูดคุยกันไปแล้ว แต่ทุกคนก็ยังหลีกเลี่ยงไม่เข้าใกล้ห้องนอนของเด็กคนนั้นอยู่ดี พวกเขาแบ่งกันเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งนอนในห้องเด็กผู้ชาย อีกกลุ่มนอนในห้องใหญ่

พี่เหนียนกับเฉินเสี่ยวเหมิงเป็นผู้หญิง จึงเลือกที่จะอยู่ด้วยกัน พวกเธอเลือกห้องใหญ่ เพราะเมื่อคืนพวกเธอก็นอนที่นั่น ส่วนเจ้าอ้วนยืนกรานจะอยู่กับเจียงเฉิง พวกเขาจึงไปนอนห้องเด็กผู้ชาย ที่เหลือคือหมานลี่กับเซี่ยอวี่ ทั้งสองอยากอยู่กับพี่เหนียน เพราะเธอดูมีประสบการณ์มากกว่า และน่าจะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้ สุดท้ายพี่เหนียนกับเฉินเสี่ยวเหมิงเลือกหมานลี่ พอเข้าห้อง พวกเธอก็ปิดประตูใส่หน้าเซี่ยอวี่ ปล่อยเขาทิ้งไว้เพียงลำพังในทางเดิน

ลมเย็นพัดมา เซี่ยอวี่ได้แต่กอดตัวเอง ขนลุกชันไปทั้งแขน เขาวิ่งจ้ำไปหน้าห้องเจียงเฉิงแล้วเคาะประตูรัวๆ

“ฉันเอง! เปิดหน่อย!”

เจียงเฉิงเดินตรวจห้องอยู่ พลางพูดขึ้นอย่างเย็นชา “เมื่อกี้ใครกันนะ… ที่อยากโยนฉันเข้าไปอยู่ในห้องน้ำคนเดียว? ทำไมไม่ไปนอนห้องข้างๆล่ะ”

เซี่ยอวี่หันไปมองห้องข้าง ๆ ท่ามกลางลมแรง ประตูห้องดูเหมือนจะไหวไปมา คล้ายจะมีบางอย่างกระโจนออกมาได้ทุกเมื่อ… มันคือห้องของเด็กคนนั้น

เซี่ยอวี่หน้าถอดสี เกือบร้องไห้ออกมา “ฉันขอโทษ! ฉันผิดไปแล้ว! ฉันไม่ควรพูดแบบนั้นเลย! ให้อภัยฉันเถอะ ได้โปรด!”

เจียงเฉิงนั่งลงหลังจากตรวจดูห้องเสร็จ เขาเปิดขวดน้ำแล้วจิบเบา ๆ พลางถามด้วยน้ำเสียงล้อเลียน  “เมื่อกี้เรียกฉันว่าอะไรนะ?”

“บอสห่าว! บอสห่าว!” เจียงเฉิงพยักหน้าด้วยสีหน้าพอใจ

“บอสห่าว! บอสห่าว!”

เจ้าอ้วน: “…”

เจียงเฉิงถอนหายใจอย่างพอใจ แล้วโบกมือให้เจ้าอ้วนไปเปิดประตู ทันทีที่ประตูเปิด เซี่ยอวี่ก็พุ่งเข้ามาเหมือนลมกรรโชก แล้วปิดประตูดังปังทันที

เซี่ยอวี่ไม่กล้าหายใจแรงด้วยซ้ำ เขาขดตัวเงียบ ๆ อยู่ที่มุมห้อง กลัวว่าเจียงเฉิงจะเปลี่ยนใจโยนเขาออกไปอีกรอบ

“เฮ้ นายน่ะ” เจียงเฉิงเชิดคางใส่เขา “ไปนอนที่เตียง”

“ฉะ ฉันน่ะเหรอ?” เซี่ยอวี่อุทานออกมาแบบไม่อยากเชื่อ

ห้องนี้เป็นห้องเดี่ยว มีเตียงแค่เตียงเดี่ยว นั่นหมายความว่า…จะมีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่จะได้นอนบนเตียง ส่วนอีกสองคนต้องไปนอนพื้น หรือไม่ก็นอนเบียดกันบนโซฟา

จบบทที่ บทที่ 8 นายแบบหนุ่ม

คัดลอกลิงก์แล้ว