เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 164 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (6) [08-06-2019]

บทที่ 164 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (6) [08-06-2019]

บทที่ 164 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (6) [08-06-2019]


บทที่ 164 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (6)

 

ยูอิลฮานได้ใช้เวลาประมาณสองวันสำหรับการยึดอุปกรณ์ผลิตจำนวนมากคืนมา จบการต่อสู้ระหว่างเทสเนอร์กับเนเธอร์แลนด์ และอย่างสุดท้ายตรวจสอบว่าประตูมิติได้ถูกปิดไปโดยสมบูรณ์แล้ว ทั้งหมดนี้มันใช้เวลามากกว่าที่เขาคิดซะอีก

เมื่อเขาจัดการทุกอย่างเสร็จแล้วเขาก็กลับมาที่เกาหลี ร่องรอยทั้งหมดที่เกี่ยวกับการประมูลในศูนย์กลางก็ได้หายไปหมดแล้ว แน่นอนว่านี่ก็รวมไปถึงผู้บุกรุกที่ตายด้วยเช่นกัน

มันยังผ่านไปไม่ถึงสามวันเลยแต่ว่าผู้คนที่นี่ก็เดินค้าขายแลกเปลื่ยนกันอย่างมีชีวิตชีวาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

[มนุษยชาตินี่น่าทึ่งมาก] (สเปียร่า)

[แต่ว่าพวกเขาก็คงยังไม่ลืมหรอก มันน่าจะกลายเป็นคำเตือนที่มากมายให้กับคนอื่นๆได้อย่างดี] (เอิลต้า)

ในฝูงชนที่มหาศาลนี่เองยูอิลฮานก็ได้สังเกตเห็นคังมิเรย์กับเออร์ม่า แอน อิลต้า

"อ่า พวกเธอยังอยู่อีก"

[ทำไมผู้หญิงพวกนี้ไม่กลับไปซะทีล่ะ? อย่าบอกฉันนะว่าพวกเธอมีแรงจูงใจอื่นซ่อนอยู่อีก...] (เลียร่า)

[มันไม่มีทางที่ผู้หญิงทุกคนบนโลกจะไปชอบยูอิลฮานหรอกนะ ช่วยใจเย็นลงที ถึงแม้ว่าชายคนนี้จะดูเท่ในสายตาของเธอแต่ว่าในสายตาคนอื่นมันก็ไม่ได้เหมือนกันหรอกนะ] (สเปียร่า)

ไม่ใช่แค่คังมิเรย์กับเออร์ม่า แอน อิลต้าเท่านั้น แต่ยังมีนายูนา เอลฟ์ แม้แต่ยูมิลก็ยังอยู่ด้วย และทุกๆคนก็ได้ดึงความดึงดูดใจไปทั่วดังนั้นมันคงจะแปลกมากหากว่าเขาไม่เจอพวกเธอ

"พ่อ!"

"จ้า พ่อกลับมาแล้ว"

ในเวลาเดียวกันที่ยูอิลฮานลงมาถึงพื้นเบาๆถัดจากทุกๆคนและหุบปีกลง ยูมิลที่รู้ถึงตัวตนของเขาก็ได้กระโดดเข้าอ้อมกอดของเขาทันที เพียงเมื่อยูอิลฮานกำลังกอดยูมิลนี้เอง คังมิเรย์ที่มองดูอยู่ก็ถามออกมาด้วยสายตาที่หรี่ลง

"ฉันคิดว่านายพูดว่า 'ฉันจะรีบกลับมา' แต่ล้วนายกลับไปทำลายประเทศทั้งประเทศเนี้ยนะ?"

"ฉันก็อยากจะทำแบบสันติที่สุดแล้วนะ"

เพราะแบบนั้นแทนที่จะต้องไปไล่ฆ่าคน เขาก็เลยพังประเทศทิ้งซะเลย

"นายพูดว่าสันติสุข... ฮ่าฮ่า"

คังมิเรย์ได้แต่หัวเราะออกมาแห้งๆกลับมา แต่อีกด้านหนึ่งเออร์ม่า แอน อิลต้ากับนายูนาได้ทักทายเขาด้วยรอยยิ้มสดใส

"พวกเรากำลังรออยู่เลย คุณยูอิลฮาน"

"หวัดดี!"

ยูอิลฮานก็ได้ตอบกลับไปเบาๆ

"สวัสดี แล้วก็ลาก่อน"

"โอ้ว"

จากนั้นเขาก็ได้หันกลับไปพาลูกน้องของเขากลับไปบ้าน นายูนาได้รีบคว้าแขนเสื้อเขาไว้ทันที

"ฉันมีเรื่องอยากจะขอร้องนาย! ไปที่เบรย่ากับฉันสิ้!"

เบรย่าที่ว่าคือโลกที่นายูนาไดไป มันเป็นโลกที่ทรงอิทธิพลทางศาสนาที่มีอยู่มากมาย และเพราะแบบนี้ทำให้นายูนายิ่งได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

ยูอิลฮานได้ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มใจดี

"เชิญไปหาเอาที่อื่นเถอะ"

"รางวัลคือหินศักดิ์สิทธิ์คุณภาพสูงเลยนา"

ในตอนนี้เลยร่างกายของยูอิลฮานได้นิ่งงันไปทันที

หินศักดิ์สิทธิ์ที่ว่าคือแร่ที่มีพลังแห่งเทพอยู่ภายใน ยูอิลฮานก็ยังได้มีประสบการณ์การจัดการใช้หินศักดิ์สิทธิ์ของเทพแห่งความงามทำอาวุธให้นายูนากับคังฮาจินเช่นกัน

ครั้งหนึ่งเขาก็เคยครุ่นคิดอย่างมากว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ของเทพได้ถูกเก็บรวบรวมเป็นบันทึกกับนำมาทำเป็นหินศักดิ์สิทธิ์ได้ยังไงกันด้วย ในตอนนี้เขาก็ได้ข้อสรุปที่ไม่ชัดเจนว่าพลังศักดิ์สิทธิ์คือบันทึกของผู้คนที่นำมารวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน

และหินศักดิ์สิทธิ์ก็ยังมีความเข้มข้นของมานาที่มหาศาล ซึ่งมันหมายความว่าไม่ว่าเขาจะเอามันไปสร้างอะไรก็จะมีการรับประกันคุณภาพของสิ่งที่ทำขึ้น หากเขาทำอาวุธด้วยหินศักดิ์สิทธิ์กับโลหะที่เขาได้มาจากการประมูล...

เขาได้หันกลับไปถามขึ้นทันที

"... ฉันจะเอาหินศักดิ์สิทธิ์มาใช้ไดใช่ไหม? ฉันที่เป็นคนที่ห่างใจกับคำว่างดงามที่สุดนะ"

"ถ้าฉันมอบพรศักดิ์สิทธิ์ให้ นายก็จะใช้มันไได้! ถึงจะเห็นฉันแบบนี้แต่ฉันก็เป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์เชียวนะ"

นายูนาได้พูดขึ้นมาอย่างมั่นใจ เธอดูเหมือนจะคิดไปแล้วว่ายูอิลฮานยอมรับคำขอของเธอ! ยูอิลฮานไม่พอใจนิดๆที่จะต้องไปกับเธอ แต่ว่ารางวัลมันก็เย้ายวนใจมากเกินกว่าที่จะปฏิเสธด้วยแค่อารมณ์ของเขา

"ถ้างั้นก็เล่ามา"

"เย้!"

"เดี๋ยวนะ ฉันอยากจะให้นายฟังที่ฉันพูดก่อนที่จะให้เธอเล่า"

คราวนี้เป็นเออร์ม่า แอน อิลต้าที่พูดออกมา เธอได้ดันนายูนาหลบไปจากยูอิลฮานอย่างราบรื่นเพราะนายูนาเกราะเขาอยู่ และเธอก็หยิบเอาหนังสือเล่มหนาสองสามล่มออกมาจากกระเป๋าก่อนจะมอบให้ยูอิลฮาน

"แต่ก่อนอื่นเลยนี่คือหนังสือเกี่ยวกับวิศวกรรมเวทย์ นี่เป็นหนังสือต้นฉบับที่มีคุณค่าอย่างมหาศาลทั้งในด้านประวัติศาสตร์และวรรณกรรม มันเต็มไปด้วยผลการวิจัยที่มาจากวันเวลาที่ผ่านไปในจักรวรรดิเวทมนตร์เรา ดังนั้นนายจะต้องคืนมันกลับมาให้เราในบางครั้ง"

"อ่อ"

เมื่อเขาได้หันไปมองทางคังมิเรย์พร้อมทั้งเก็บหนังสือไปในช่องเก็บของ เธอได้หยักหน้าลำบากใจเล็กๆ นี่มันน่าสงสัยแหะ เขาได้แต่คิดขึ้นมา ตอนนี้เององค์หญิงก็ได้พูดต่อ

"แต่จริงๆแล้วนี่ก็ไม่ใช่ฉบับสมบูรณ์หรอก"

"ไม่ใช่งั้นหรอ? มันมีข้อห้ามอย่างการที่เธอห้ามนำฉบับสมบูรณ์ออกมางั้หรอ?"

"ถ้านายพูดแบบนั้น ฉันก็เพิ่งทำข้อห้ามที่ห้ามนำมาให้คนนอกไปแล้วด้วยซ้ำ นี่ฉันใช้สิทธิ์ขององค์หญิงน่ะ"

เธอได้ถอนหายใจออกมาก่อนจะพูดต่อ

"หลังจากจักรวรรดิเวทย์อิลต้าล่มสลายแม้ว่าสถานการณ์จะมีขึ้นๆลงๆแต่ว่าเราก็ได้ยืนหยัดมาตลอดด้วยชื่อ 'เพลลาเดีย' พวกเราได้กู้คืนหนังสือเวทมนตร์ส่วนใหญ่ได้สำเร็จ แต่ว่าก็น่าเสียดายที่หนังสือบางเล่มก็ไม่ได้ถูก 'กู้คืน' เช่นกัน..."

"งั้นก็หมายความว่าเรื่องวิศวกรรมเวทย์ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยสินะ"

"ใช่แล้ว! วิศวกรรมเวทย์น่ะเพราะเอกลักษณ์ของมันที่จะเรียนรู้ได้ง่ายหากเรียนรู้ไปพร้อมๆการตีเหล็ก แต่ยังไงก็ตามหลังจากที่จักรวรรดิเวทมนตร์ได้ล่มสลายไปก็ไม่มีคนที่มีความสามารถในด้านนีอีกทำให้ไม่มีการค้นคว้าหรือเทคโนโลยีใดๆในด้านนี้เลย"

"ยังไงก็ตาม"

คังมิเรย์ได้ขัดขึ้นมา

"แต่มันก็ดูเหมือนว่าจากการล่มสลายจะเหลือร่องรอยวิศวกรรมเวทย์อยู่นี่ องค์หญิงได้เจอเข้าโดยบังเอิญในระหว่างที่ทำการค้นคว้าข้อมูลมาให้นายไงคุณอิลฮาน และเธอก็ค้นลึกลงไป ดังนั้นบางทีหนังสือนี่ก็อาจจะช่วยให้นายได้ความรู้เรื่องวิศวกรรมเวทย์ได้ลึกซึ้งขึ้นก็ได้นะ"

"โอ้!"

เธอได้ค้นพบซากปรักหักพังและขุดค้นลงไปเมื่อไม่กี่วันก่อน! เมื่อยูอิลฮานอุทานออกมา องค์หญิงก็ได้รับไม้พูดต่ออีกครั้ง แต่ยังไงก็ตามสีหน้าเธอไม่สู้ดีนัก

"ปัญหามันก็อยู่ตรงนี้แหละ ในหมู่พวกเราไม่มีใครที่มีความสามารถมากพอจะเข้าไปในซากปรักหักพังได้ ที่นั่นมันมีกำแพงอะไรก็ไม่รู้อยู่ พวกเราจะทำลายมันก็ไม่ได้ ถึงแม้เราจะรู้สึกได้ถึงการไหล่ของพลังเวทย์แต่เราก็ไม่มีวิธีที่จะทำยังไงกับมัน..."

"เป็นแบบนี้สินะ"

นี้มันเป็นเหตุผลที่เธอบอกว่ามันไม่ใช่ฉบับสมบูรณ์ แต่ว่าจะพูดว่าเธอทำหน้าที่ของเธอสำเร็จแล้วที่เอาหนังสือมามอบให้เขาก็ว่าได้ แต่นี่ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นคนที่ซื่อสัตย์คนหนึ่งเลย

ยังไงก็ตามคำพูดขององค์หญิงยังไม่ได้หมดลง

"ยังไงก็ตามที่ฉันมาก็เพราะฉันคิดว่าถ้าเป็นนาย คุณยูอิลฮานที่สร้างอาร์ติแฟคที่ยอดเยี่ยมขึ้นมาอาจจะทำอะไรซักอย่างได้ก็ได้

"หืมม อ่า ก็น่าจะได้มั้ง"

แน่นอนว่ายูอิลฮานก็ยังคิดว่าเขาน่าจะทำอะไรซักอย่างกับมันได้ มันไม่ใช่แค่ว่าเขาจะมีสกิลภาษาที่ทำให้เขาเข้าใจภาษาได้ทุกๆภาษา เขาก็ยังคิดว่าตัวเขามีความสามารถมากกว่าคนอื่นๆในด้านการจัดการกับอาร์ติแฟคด้วย

"ถ้างั้นคุณยูอิลฮาน มาที่ลานปาสกับเราสิ"

"หือ"

เขาก็พอจะคิดเอาไว้แล้วว่าจะต้องเป็นแบบนี้ แต่ว่าเขาไม่เคยมีประสบการณ์การถูกคนอื่นชวยแบบนี้เลยทำให้เขาเขินไปเล็กน้อย ในตอนนี้เองนายูนาได้ตะโกนออกมาแทนยูอิลฮาน

"คุณอิลฮานจะต้องไปเบรย่าก่อน!"

"จักรวรรดิเราก็กำลังรอเขาอยู่เหมืนกัน เขาเป็นผู้กอบกู้ที่แลกเปลื่ยนอาร์ติแฟคกับเรา"

แม้ว่ายูอิลฮานจะเป็นคนที่ถูกพูดถึงอยู่แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา นายูนากับเออร์ม่า แอน อิลต้าได้จ้องหน้ากันอย่างไม่ยอมแพ้ นี่มันดูเหมือนว่าพวกเธอกำลังจะแข่งขันกันเพื่อชิงตัวเขาไปด้วยก่อน คังมิเรย์ก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเมื่อยืนอยู่ระหว่างทั้งสองคน

[ตอนนี้อิลฮานเป็นที่นิยมแล้ว] (เลียร่า)

[นี่มันไม่ดีหรอ? เขากำลังจะไปโลกอื่นนะ มันไม่ใช่การบุกรุกซะด้วย เราจะคิดว่านี่คือของขวัญจากมหาภัยพิบัติครั้งที่ 2 ได้เลยนะ] (สเปียร่า)

"ฟังดูเหมือนของขวัญนี่จะมีหลายอย่างติดมาด้วยเลยนะ..."

มหาภัยพิบัติได้นำพาการเปลื่ยนแปลงครั้งใหญ่มาด้วย มันทำให้ยูอิลฮานได้ไปเยือนโลกอื่นอย่างสันติทั้งๆที่ก่อนมหาภัยพิบัติครั้งที่สองทั้งหมดที่เขาทำมาตลอดก็คือการทำลายโลก

เขาจะได้ไปสังเกตดูว่าคนอื่นๆในต่างโลกใช้ชีวิตกันยังไงและมันก็จะเป็นประสบการณ์ที่ดีกับเขาด้วย... แต่ว่าสถานการณ์มันจะเป็นไปได้ด้วยนี้แบบนี้ไปตลอดงั้นหรอ? ยูอิลฮานคิดว่านี่มันไม่น่าจะเป็นไปได้

"ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่มีเรื่องดีเกิดขึ้นมันก็มักจะมีเรื่องแย่กว่าเกิดขึ้นมาภายหลังเสมอ มันก็เหมือนกับในตอนที่โรงเรียนเพิ่งโลกแล้วกลับบ้านมาอย่างยินดีแค่เพื่อที่จะต้องโดนใช้ไปช่วยงานทั่วๆไป หรือว่าในตอนที่เกรดสูงขึ้นไปเพราะทำแบบฝึกหัดได้ดีกว่าที่คิดเอาไว้ แต่ว่าสุดท้ายก็ต้องทำเกรดให้ดีแบบเดิมต่อไปจนกว่าจะจบเรื่อยๆอยู่ดี"

[นายทำให้ฉันกังวลแล้วนะ] (เอิลต้า)

แน่นอนว่านี่มันก็มาจากประสบการณ์โดยตรงของเขา ยูอิลฮานได้มองดูองค์หญิงกับนายูนาพร้อมถอนหายใจออกมา ก่อนที่จะเขกหน้าผากของนายูนาเพราะเขาทำแบบนี้กับองค์หญิงไม่ได้ การแข่งจ้องตาได้จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของนายูนา

"โอ้ย"

"แล้วเธอเปิดประตูมิติไปเบรย่าแล้วงั้นหรอ?"

"ไม่ ยังไม่ได้เปิดเลย"

เธอได้ตะโกนออกมาราววกับว่าไม่เคยเกิดการแข่งจ้องตากันขึ้นเลย ยูอิลฮานได้ยิ้มออกมาก่อนที่จะเขกหน้าผากของเธออีกทีก่อนที่จะหันหน้าไป

"เอาล่ะถ้างั้นฉันจะไปที่ลานปาสก่อน"

นายูนาได้แต่ยอมรับความพ่ายแพ้ของเธอ ยูอิลฮานรู้จักตัวเธอค่อนข้างจะดีเลย! คังมิเรย์ได้ขำออกมาก่อนจะพูดขึ้นมาเมื่อได้เห็นนายูนาถูกปฏิเสธ

"นายูนา เธออยู่ที่นี่แล้วก็ไปสร้างประตูมิติไปเบรย่าเถอะ"

"ถึงเธอจะไม่พูดแบบนั้นก็มีคำสั่งจัดการกำจัดดันเจี้ยนแล้วดังนั้นจึงมีอยู่สองสามกลุ่มที่รออยู่แล้ว ประตูมิติไปเบรย่าจะถูกพี่ฮาจินจัดการเอง!"

"โอ้ เป็นเขางั้นสินะ"

แม้ว่าจะมีการต่อสู้ครั้งใหญ่ขึ้นมาในทันทีหลังจากมหาภัยพิบัติครั้งใหญ่ได้จบลง แต่ว่าจำนวนของมอนสเตอร์ในแต่ล่ะดันเจี้ยนก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องดังนั้นกลุ่มต่างๆจึงมารวมพลังกันจัดการพวกมอนสเตอร์

และสถานที่ที่น่าจะเป็นไปได้ที่จะเกิดประตูมิติที่จะเชื่อมต่อไปโลกอื่นได้ก็คงจะเป็นที่ที่มีมอนสเตอร์จำนวนมากและพวกมอนสเตอร์ถูกฆ่าไปจำนวนมาก มันจึงเป็นธรรมดาที่ดันเจี้ยนจะเป็นตัวเลือกแรกเลยที่จะเกิดประตูมิติขึ้น

ระหว่างที่ลายดันเจี้ยนได้เกิดวังวนขึ้นมามากมายหลายครั้งและหากใครอยากที่จะเปิดประตูมิติพวกเขาก็จะตั้งคำสั่งและเปิดประตูมิติหลังจากจัดการหลายๆอย่างเหมาะสมแล้ว

และในตอนนี้รองหัวหน้ากลุ่มเทพสายฟ้าคังฮาจินก็กำลังจะเปิดประตูมิติสู่เบรย่า! แน่นอนว่าหัวหน้ากิลด์กับสมาชิกหลักอย่างนักบวชไม่ได้อยู่ด้วยแต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร!

นี่จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรที่นายูนาจะไม่อยู่ด้วย คังมิเรย์ได้คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วว่าการที่นายูนาอยู่ข้างเธอกับยูอิลฮานจะเป็นการปลอดภัยยิ่งกว่าอยู่กับพี่ชายของเธอ

"โอเค ถ้างั้นเราก็ปล่อยเขาไว้แล้วไปกันเถอะ"

"เย้"

"...ท่านคังฮาจินที่น่าสงสาร"

เพราะแบบนี้องค์หญิงที่หนึ่งแห่งจักรวรรดิเพลลาเดียเออร์ม่า แอน อิลต้า คังมิเรย์ และนายูนาก็ได้ไปที่โลกอื่น นอกจากพวกเธอแล้วก็ยังมียูมิลที่ไม่ยอมแยกจากยูอิลฮานอีกด้วย

"จนกว่าฉันจะกลับมาก็ฆ่ามอนสเตอร์ไปก่อนล่ะกัน"

"ครับ พวกเราจะทำให้ดีที่สุด"

นี่มันยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของโลกที่ยูอิลฮานจะต้องไปรีบฆ่ามอนสเตอร์แย่งลูกน้องเขา แถมที่ที่เขาไปก็ไม่ได้ไปทำลายแบบที่ผ่านๆมาแต่แค่แวะไปเที่ยวซากปรักหักพังเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องพาลูกน้องเขาไปด้วย

นอกไปจากนี้ช่องว่างระหว่างยูอิลฮานกับลูกน้องของเขาก็ยิ่งกว้างยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อยูอิลฮานได้สร้างพื้นที่แห่งความอบอุ่นแล้วความเศร้าขึ้นมาทำลายวังวน นี่เป็นโอกาสสำหรับลูกน้องเขาแล้วที่จะได้เพิ่มเลเวลสักนิดจากการล่า

"โลกดูน่าจะไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้ว ดังนั้นพวกนายจะกลับไปช่วยเอลฟ์ที่ดาเรย์ก่อนหรือไปไคโรช่วยพวกเผ่าหมาป่า หรือจะทำอะไรก็แล้วแต่เลย"

"เข้าใจแล้วครับ/ค่ะ"

ทันทีที่ยูอิลฮานพูดจบลงเอริเซียกับไมเรย์ก็ได้เป่ายิ้งฉุบกัน และผู้ชนะคือไมเรย์ ยูอิลฮานได้มองส่งพวกเธอไปดาเรย์ก่อนที่จะเตรียมตัวไปตามทางของเขา

"แล้วประตูมิติอยู่ไหนล่ะ"

"ในกังนัมนี่แหละ ใกล้ๆ"

ยูอิลฮานได้คิดว่านี่เธอมีอำนาจมากเลยคนหนึ่ง ตราบใดที่ประตูมิติยังเชื่อมต่ออยู่ ไม่ใช่ว่าองค์หญิงคนนี้สามารถจะหาทางมาศูนย์กลางการค้าได้ตลอดในเวลาทีเธอเดินเล่นเลยหรอ?

แม้ว่าเขาจะทำประตูมิติเชื่อมต่อไปดาเรย์ในบ้านตัวเองเหมือนกันก็เถอะนะ!

[พวกเราก็ไม่รู้ว่ามันเป็นไปได้ที่เอลฟ์จะสร้างประตูมิติเหมือนกัน พวกเอลฟ์ไม่เหมือนกับมนุษย์บนโลกที่เชื่อมต่อกับโลกอื่น พวกเขาแค่ติดสอยห้อยตามอิลฮานมา] (เลียร่า)

[บางทีมันก็ไม่น่าจะต่างอะไรมากนักหรอกที่จะเปิดประตูมิติในโลกที่พวกเขาอยู่ทั้งๆที่อยู่บนโลก ดูอย่างยูอิลฮานสิ เขายังเปิดประตูมิติไปในโลกที่มีปีศาจสั่นสะเทือนโผล่ออกมาได้เลย] (เอิลต้า)

"เงียบน่า"

เพียงแค่ 10 นาทีรถลีมูซีนของคังมิเรย์ก็ได้มาถึง คนที่ดูแลประตูมิติอยู่ไม่ใช่คนจากกลุ่มเทพสายฟ้าแต่เป็นคนในตระกูลคัง ทันทีที่พวกเขาถึงบริษัทคนอื่นๆต่างก็ก้มหัวลงให้พวกเขา

"ป้องกันให้ดีนะ"

"ครับ! ฝากด้วยนะครับนายหญิง"

"ฝากด้วยนะครับท่านยูอิลฮาน!"

ยูอิลฮานรู้สึกแปลกเล็กๆที่คนพวกนี้ให้ความเคารพเขามากเกินไป แต่ว่าเขาก็ไม่สนใจมากนักก็เพราะเขาเป็นเพื่อนของเธอนี่ เขาได้เดินไปที่ประตูมิติทันที

พระราชวังแห่งเพลลาเดียกำลังรอคอยเขาอยู่แล้ว

จบบทที่ บทที่ 164 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (6) [08-06-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว