เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 163 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (5) [05-06-2019]

บทที่ 163 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (5) [05-06-2019]

บทที่ 163 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (5) [05-06-2019]


บทที่ 163 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (5)

 

ต้องขอบคุรการสอบสวนพิเศษจากโอโรจิทำให้ตัวการที่อยู่เบื้องหลังเหตุการนี้ได้ถูกเผยออกมาแล้ว คนที่อยู่เบื้องหลังคือประเทศ 'เทสเนอร์' จากโลก 'มิชต้า' ซึ่งได้มีประสบการณ์กับมหาภัยครั้งที่ 3 และประชาชนจากเนเธอร์แลนด์เป็นคนที่เปิดประตูมิติให้คนพวกนี้ข้ามมา

เนเธอร์แลนด์ไม่ได้มีคนที่แข็งแกร่งที่ถูกพูดถึงเลยทำให้ไม่มีใครให้ความสนใจ มันเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะไม่อาจมามีส่วนร่วมในการซื้อขายอาวุธชั้นสูงกับแวนการ์ดในครั้งที่สองได้

แต่แล้วอยู่ๆก็มีหัวหน้ากลุ่มจากเนเธอร์แลนด์ที่มีเลเวลแตะถึง 85 และเปิดประตูมิติขึ้นมาก่อนที่จะวางแผนจะขโมยไอเทมทั้งหมดในการประมูลของแวนการ์ดด้วยการยืมมือราชาแห่งประเทศทหารรับจ้าง เทสเนอร์ เงื่อนไขของพวกเขาคือแบ่งของที่ได้ 8 ต่อ 2

พวกคนจากเนเธอร์แลนด์อาจจะคิดว่าหากประชาชนในประเทศยังเพิ่มเลเวลกันในความเร็วแบบนี้ก็คงจะไม่เห็นอนาคตอีกต่อไป นั่นน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาคิดที่จะทำแบบนี้

นอกไปจากนี้คนที่มาช่วยพวกเขาก็ยังเป็นราชาแห่งประเทศทหารรับจ้างที่มีประสบการณ์ในการต่อสู้ทุกรูปแบบแถมยังมีโจรคลาส 4 มาร่วมด้วย พวกเขาก็คงจะคิดว่านี่มันไม่มีทางเลยที่พวกเขาจะพลาดแบบนี้

แน่นอนว่าคนทั้งหมดนั่นก็ถูกยูอิลฮานจัดการสังหารหมู่ไป และแผนของพวกเขาก็ได้ล้มเหลวลงไป

"ฉันเข้าใจว่าทำไมว่าทำไมคนอื่นถึงต้องขึ้นการขายอาวุธชั้นสูงของแวนการ์ดไม่เท่าเทียบและไม่ยุติธรรม จนคนพวกนั้นต้องไม่ชอบใจ แต่ว่าริงๆแล้วความไม่ยุติธรรมนะฉันเลือกทำมันเอง ทำเพื่อเสริมพลังให้คนที่เก่งอยู่แล้วเก่งขึ้นไปอีก"

[ก็ใช่] (เลียร่า)

"ฉันเข้าใจว่าทำไมพวกนั้นถึงได้ร้อนใจ แล้วฉันก็ยังเข้าใจได้ด้วยว่าพวกเขาจะต้องแข็งแกร่งให้ได้ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไร ในฐานะมนุษย์แล้วนี่มันคือเรื่องปกติ"

ไม่ว่าจะมนุษย์คนไหนพวกเขาต่างก็เลือกที่จะดิ้นรนเอาตัวรอดมากกว่าที่จะอยู่เฉยๆฝากความหวังไว้กับคนอื่น เขาก็คิดแบบนั้นเช่นกัน

ยังไงก็ตามเขาก็คิดวาคนพวกนั้นก็จะต้องรับผลจากการกระทำของตัวเองด้วยเช่นกัน

[การที่นายคิดแบบนี้บางครั้งมันก็ทำให้ฉันกลับนะ นายนี่เท่เป็นบ้าเลย!] (เลียร่า)

[เลียร่าเธอนี่จบแล้ว เทพแห่งความรักเอายาพิษมาเทใส่สมองเธอหรือยังไงกันนะ] (สเปียร่า)

[ตอนนี้ความคิดของยูอิลฮานได้เป็นเหมือนกับสิ่งมีชีวิตชั้นสูงไปแล้ว ฉันไม่รู้เลยว่าจะยินดีหรือว่าต้องเศร้ากับเรื่องนี้กันแน่] (เอิลต้า)

หลังจากจบการประมูลลงไปโอโรจิได้ใช้เวลาในการดึงข้อมูลออกมาไม่ถึง 20 นาทีด้วยซ้ำไป เนเธอร์แลนด์คงจะไม่มีวันคาดคิดเลยว่ายูอิลฮานจะรู้ตัวการแล้ว และเพราะแบบนี้ทำให้เขาไม่ได้รีบอะไร

ช้าๆแต่ชัวร์ นี่เป็นเทคนิคที่จะทำให้ไม่มีความล้มเหลว ดังนั้นอย่างแรกเลยคือเขาจะต้องจัดการเรื่องการประมูลให้เสร็จหมดก่อน

"การที่เราได้ดาบนี่มามันก็... แวนการ์ด ฉันจะจำชื่อนี้ไว้ ฉันจะไม่มีวันทำให้คุณเสียใจที่ขายมันให้ฉัน ครั้งหน้าฉันจะเอาของขวัญมาให้นะ"

"ฉันมาเอาไอเทมฉันคืน เวร..."

"ส่งสร้อยคอของฉันมา! สร้อยคอของฉัน! อ่า มิเรย์สวัสดี!"

"ฉันจะตรวจดูไอเทมที่มีมูลค่า 350 เหรียญ"

"เข้มงวดจัง!"

ขณะที่เขาแลกเปลื่ยนไอเทมกับเหรียญเขาก็ไม่ได้สนเลยสักนิดว่าคนที่ได้ไอเทมไปจะรู้สึกดีใจหรือสิ้นหวังยังไง การแลกเปลื่ยนได้เสร็จลงไปอย่างรวดเร็วจากการช่วยของคังมิเรย์กับเอริเซีย

"เสร็จแล้ว!"

"ว้าว เยอะจังเลย"

คังมิเรย์ได้ตะลึงงันเมื่อได้เห็นไอเทมเหลืออยู่ในการครอบครองของยูอิลฮานหลังจบการประมูล

"นี่มันน่าทึ่งมาก คุณอิลฮานน่าทึ่งจริงๆ"

"นี่มันก็จริง ฉันไม่รู้เลยว่าฉันจะได้อะไรมากแบบนี้"

ด้วยการประมูลครั้งเดียวเขาได้รับหินพลังเวทย์คลาส 4 เกือบๆจะสี่ร้อยก้อน แถมยังได้รับวัสดุโลหะที่เขาจะเอามาใช้ได้ในอนาคตอีกด้วย

แม้ว่าเขาจะคิดเอาไว้แล้วว่ามันจะเป็นประมาณนี้แต่ของที่ได้ก็ยังมากไปอยู่ดี

"หินพลังเวทย์เยอะขนาดนี้..."

"นายท่านจะทำอะไรต่อไปคะ?"

"อยากแรกเลยฉันจะต้องเปลื่ยนอาร์ติแฟคทั้งหมดก่อนเลย"

ก่อนหน้านี้ยูอิลฮานจำเป็นต้องถนอมเก็บหินพลังเวทย์คลาส 4 เอาไว้ แต่ว่าในเมื่อตอนนี้เขามีมากขนาดนี้แล้วเขาก็ไม่จำเป็นต้องใช้แบบประหยัดอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นทั้งอาวุธ เกราะ หรือกระทั่งเครื่องประดับเขาก็จะใช้หินพลังเวทย์คลาส 4 ไปให้หมด

ยูอิลฮานได้การันตีว่าจะทำอุปกรณ์ระดับยูนีคกับตำนานออกมาได้ด้วยหินพลังเวทย์กับวัสดุในคลาส 3 แต่ว่าด้วยหินพลังเวทย์คลาส 4 จำนวนมากขนาดนี้ เขาก็มั่นใจว่าเขาจะต้องทำให้อุปกรณ์ทุกๆอนของเขานับจากนี้เป็นระดับตำนานให้หมด

หินพลังเวทย์พวกนี้ซึ่งมันชัดเจนว่าจะต้องมีเหลืออีกมากแน่.... ใช่แล้ว ยูอิลฮานได้หันไปพููดกับคังมิเรย์ที่แสดงสีหน้าออกมามากกว่าเขาอีกเมื่อมองดูกำไรที่ได้มา

"เธอได้ช่วยฉันเอาไว้มากในคราวนี้ ถ้าไม่มีเธอ ฉันก็คงไม่ได้ขายไอเทมได้ดีขนาดนี้หรือก็ไม่ได้กำไรขนาดนี้ ขอบคุณมากๆนะ"

"ไม่เลย! อย่างที่ฉันบอกไปก่อนหน้านี้ไงทั้งหมดนี่ก็เพราะนายที่ทำให้ความวุ่นวายเงียบลงไปมากและคนก็ได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น.... ทั้งหมดที่ฉันทำก็แค่เสนอความเห็นเท่านั้นเอง"

คำตอบของคังมิเรย์เธอประหม่ามากๆ เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเธอตัวจะลอยแล้ว แต่ว่าเธอก็ฝืนตัวเอาเอาไว้ให้คิดว่านี่มันน่าพึงพอใจจากการทำงานแบบ 120% ของเธอ

แต่คำพูดต่อมาของยูอิลฮานก็ได้ทำให้เธอต้องใจเต้นแรง

"ไม่หรอก มันเยี่ยมมากที่เรื่องน่ารำคาญต่างๆมันลดลงไปก็เพราะเธอ ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ฉันก็จะทำเครื่องประดับอันใหม่ให้กับเธอ เธออยากจะได้แบบไหนล่ะ?"

"ว่าไงนะ!?"

เครื่องประดับที่ยูอิลฮานทำให้? คังมิเรย์ได้มองลงมาที่นิ้วของเธอและเงยหน้ากลับขึ้นมาทันที ที่แก้มของเธอก็ยังแดงเปล่งขึ้นมาทันที

"มะ ไม่เป็นไรจริงๆนะ! นายให้อะไรฉันมามากแล้ว ถ้าหากฉันได้อะไรอีก ฉันก็คงจะไม่อาจจะเงยหน้าได้อีก..."

"จริงด้วย"

ขณะที่คังมิเรย์กำลังโบกมือปฏิเสธวุ่นวาย อยู่ๆก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาจับมือของคังมิเรย์เอาไว้จากด้านหลัง

"กรี๊ด"

"หืม"

เพียงเมื่อคังมิเรย์กับยูอิลฮานกระพริบตาอย่างตกใจ ผู้ที่ซุ่มเข้ามาก็ได้ยกมือของเขาคังมิเรย์ขึ้นมาพร้อมกับพูดขึ้น

"แหวนก็ดีนี่ แหวนที่เหมาะกับนิ้วที่ขาวเรียวสวยของมิเรย์"

"โอ้ แน่นอนว่าได้ นิ้วเธอก็สวยแหละ... หืม? เธอสองคนรู้จักกันด้วยหรอ?"

"...องค์หญิง"

ในที่สุดคังมิเรย์ก็ได้รู้ตัวว่าใครเป็นคนที่แอบเข้ามา เธอได้ถอนหายใจออกมาและผลักมือของเธอออกไป

"นายคงจะเคยเจอก่อนหน้านี้แล้วแต่ให้ฉันแนะนำเธออีกครั้งล่ะกัน นี่คือองค์หญิงที่หนึ่งแห่งจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่เพลลาเดียในโลกที่ฉันถูกส่งไปน่ะ"

"ฉันเออร์ม่า แอน อิลลาต้า นับจากนี้มาเป็นเพื่อนกันนะ! แล้วก็เชิญเรียกฉันด้วยชื่อได้เลย"

เธอได้พูดออกมาด้วยภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่วในขณะที่กางมือของเธอไปทางยูอิลฮาน ยูอิลฮานก็ยังตอบกลับไปด้วยภาษาอังกฤษเช่นกัน

"ฉันยูอิลฮาน ฉันไม่ได้มีความสนใจที่จะเป็นเพื่อนกับเธอเลยสักนิดดังนั้นช่วยเรียกฉันด้วยชื่อด้วยเท่านั้นนะ"

"นายนี่มันคือศัตรูที่แข็งแกร่ง!? นายเหมือนกับมิเรย์มากขนาดนี้เลยงั้นหรอ? เดี่๋ยวนะ ที่ทั้งสองคนสนิทกันก็เพราะนายเป็นแบบนี้งั้นหรอ?"

"องค์หญิงช่วยออกไปที"

เออร์ม่า แอน อิลลาต้าดูเป็นหญิงสาวงามสง่าที่มีผมสีบลอนด์ดูเธอจะไม่เคยต้องลำบากสักครั้งในชีวิตนี้ นอกจากนี้ดวงตากลมโตสองข้างของเธอก็ดูบริสุทธิ แต่ว่าถ้าพูดตรงๆก็ดูจะงี่เง่ามา

เมื่อได้เห็นคนแบบเธอตะโกน 'กรี๊ด กรี๊ด' ทั้งๆที่พยายามจะเกราะคังมิเรย์ ยูอิลฮานก็อดไม่ได้ที่เขาจะคิดว่าเธอค่อนข้างจะคล้ายกันกับนายูนา ทำไมคังมิเรย์ถึงเป็นที่นิยมในหมู่ผู้หญิงแบบนี้กันนะ

ตอนนี้เองที่เขากำลังคิดแบบนี้อยู่องค์หญิงคนนี้ก็ได้ยิงคำถามใส่เขา

"คนที่ฆ่าคนข้างนอกคือนายใช่ป่ะคุณยูอิลฮาน? ถึงฉันจะดูเป็นแบบนี้แต่ฉันก็เชี่ยวชาญในเการในการอ่านร่องรอยเวทย์พอตัวเลยนะ!"

"ฉันก็ไมได้คิดจะซ่อนอยู่แล้ว บนโลกนี้ก็มีแต่ฉันเท่านั้นที่ทำเรื่องแบบนั้นได้ดังนั้นฉันก็ไม่ได้คิดจะซ่อนอะไรอยู่แล้ว เธอมาที่นี่เพื่อที่จะถามฉันรื่องนั้นน่ะหรอ?"

"ไม่ ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก.... แต่ว่าทำไมจู่ๆหน้านายถึงได้เซ็งแบบนั้นล่ะ?"

คุยกับเธอมันไม่น่าพอใจขนาดนั้นเลย? องค์หญิงคนนี้ได้แต่ตกใจอยู่ข้างในใจ แต่ว่าเหตุผลที่จู่ๆทำไมยูอิลฮานถึงได้ทำหน้าเซ็งขึ้นมาจริงๆแล้วก็เพราะว่าเขาเห็นนายูนาที่กำลังจะวิ่งมาทางนี้ด้วยรอยยิ้มสดใส

หน้าอกของเธอได้กระเพื่อมไปตามแรงการเคลื่อนไหวของเธอทำให้ยูอิลฮานทำใจได้ยาก แต่ที่ทำให้เขารู้สึกลำบากใจยิ่งกว่าอีกคือการมีอยู่ของเธอ

'มันไม่มีอะไรจะน่ากลัวไปกว่าการที่มีนายูนาสองคนอยู่ในที่เดียวกันแล้ว'

เธอไล่ตามเขามาตลอดทุกๆวันโดยที่เอาแต่พูดว่ามันไม่ยุติธรรมที่เขาเอาแต่อยู่กับมิเรย์ ยูอิลฮานไม่ชอบเธอเลย ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ คำพูด ความต้องการที่ลึกลับของเธอ รวมไปถึงความไร้เดียงสาด้วย

ดังนั้นยูอิลฮานได้ตัดสินใจจะไปจากที่นี่ในทันที

"ฉันขอตัวก่อนนะ ฉันมีเรื่องที่จะต้องไปดูหน่อยนะ เอริเซียอีกเดี๋ยวฉันจะกลับมานะดังนั้นช่วยจัดการทำความสะอาดส่วนที่เหลือด้วย โอ้คุณมิเรย์ รอก่อนนะเดี๋ยวฉันจะทำแหวนให้"

"อะ อะไรนะ!? วะ แหวน? ไม่ ฉะ...!"

ขณะที่คังมิเรย์ตื่นตระหนกจนพูดแทบไม่ออกอยู่ ยูอิลฮานก็กางปีกเสียงเพรียกแห่งการล่มสลายของเขาแล้ว

"โอ้เท่จัง นี่มัน..."

"ฮ่าห์"

ทันทีที่เออร์ม่า แอน อิลลาตาได้กระพริบตาอย่างตกใจเพราะได้เห็นปีกของยูอิลฮาน ยูอิลฮานก็ได้กระโดดหายไปในทันที เขาได้ใช้การกระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้าหลายกิโลเมตรในพริบตาเดียว

"ว้าว!"

นายูนาที่มาถึงช้าไปได้ล้อเล่นออกมาตามปกติของเธอ

"เขาวิ่งหนีไปก็เพราะอายที่จะเจอฉันสินะ"

"...นี่เป็นการมองในแง่ดีของเธอสินะ"

คังมิเรย์ที่ในที่สุดก็ได้ใจเย็นลงจากการที่ยูอิลฮานจากไปก็ได้ผลักองค์หญิงออกไปเบาๆและดึงเสื้อของเธอดีๆ ยังไงก็ตามสีหน้าของเธอก็ยังเต็มไปด้วยความพอใจเล็กๆ

"เธอต้องขอบคุณฉันน้า"

องค์หญิงที่ไม่เคยได้เห็นสีหน้าแบบนี้ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงล้อเลียน คังมิเรย์ได้ส่งเสียงฮึ่มกลับมาพร้อมตอบกลับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"ถ้าไม่ใช่แหวนสำหรับนิ้วนางก็ไม่มีความหมายอะไร"

"โอ้? เธอคิดไปไกลถึงขนาดนั้นเลยหรอ?"

"อ่า!"

หน้าของคังมิเรยืได้แดงขึ้นมาทันทีเหมือนกับภูเขาไฟปะทุ เธอได้รับผลกระทบอย่างจัง

"ทั้งสองคนคุยอะไรกันอยู่อะ?"

นายูนาได้ถามออกมาอย่างอารมณ์ดี คังมิเรย์ได้เลือกที่จะเงียบ ส่วนองค์หญิงได้ผิวปากออกมา และเอริเซียที่มองดูตลอดเวลาก็ได้ส่งเสียงขึ้นจมูกขึ้น

ในมุมมองของเอริเซียแล้วไม่ใช่แค่คังมิเรย์ แต่ว่าทั้งสามคนนี้ไม่มีใครที่คู่ควรกับยูอิลฮานเลย

ไม่สิ มันตั้งแต่แรกแล้วที่มันดูน่าตลกมากที่คังมิเรย์คิดกับยูอิลฮานแบบคนรักกัน ความแข็งแกร่งของทั้งสองคนแตกต่างกันอย่างมากและเธอก็ไม่เห็นจะเข้าใจเลยว่าทำไมมนุษย์ถึงได้เอาวัฒนธรรมที่ว่าสังคมทุกๆคนอยู่ในระดับเดียวกัน

แล้วสำหรับเอริเซียล่ะ? หลังจากที่เธอได้พ่ายแพ้ไปอย่างสิ้นเชิงทั้งในด้านพลังต่อสู้ หรือแผนการ ยูอิลฮานก็ได้เป็นเป้าหมายที่เธอให้ความเคารพนับถือและบูชา เธอจะทำตามเขาไม่ว่าเขาจะสั่งให้เธอทำอะไรและเขาก็จะให้รางวัลกับเธอหากเธอทำได้ดี

ดังนั้นเธอจึงทำในสิ่งที่เขาสั่งอย่างสุดความสามารถของเธอ

"ฉันกำลังทำความสะอาดที่นี่แล้ว คุณกำลังจะไปทำอะไรกันต่อ?" (เอริเซีย)

"ฉันคงต้องรอ ฉันมีเรื่องปรึกษาคุณอิลฮานหน่อยนะ ระหว่างรอเดี๋ยวฉันช่วยเธอเองเอริเซีย" (มิเรย์)

ทั้งสองคนต่างก็เป็นคนที่รู้งานและเริ่มทำงานกันทันที นายูนากับองค์หญิงที่ถูกเมินกได้มองกันและกันก่อนที่จะเงียบไป แม้ว่าพวกเธอจะรู้จักกันแล้วผ่านคังมิเรย์ แต่พวกเธอก็ไม่ได้สนิทกันมากนัก

แต่แล้วในเวลานี้เององค์หญิงก็ได้ตะโกนออกมาเมื่อเธอนึกขึ้นได้ถึงบางอย่าง

"โอ้จริงด้วย ฉันมีเรื่องต้องคุยกันเขา! เรื่องวิศวกรรมเวทย์"

"ทำไมเธอเพิ่งจะมาพูดเอาตอนนี้ล่ะ!"

คังมิเรย์ที่กำลังเผาเอกสารที่อยู่บนโต๊ะด้วยสายฟ้าของเธอได้หันหน้ามาตะโกนขึ้น เส้นสายฟ้าได้เล็ดลอดออกมาทำให้องค์หญิงต้องสะดุ้ง

"นั่นมันล้อเล่นน่ะมิเรย์ งั้น... ฉันจะรอเขาด้วย" (เออร์ม่า)

"ฉันก็มาคุยกับอิลฮานเหมือนกัน งั้นฉันจะรอด้วยคน" (ยูนา)

"ถ้างั้นระหว่างรอก็ช่วยกันทำงานด้วย ตรงนี้มีที่ให้ทำความสะอาดอีกเยอะเลย" (เอริเซีย)

เอริเซียได้ประกาศออกมา องค์หญิงกับนายูนาที่เกลียดการใช้แรงงานต่างก็ก้าวถอยทันที แต่ว่าเอริเซียก็จับคอพวกเธอยกขึ้นมาในเวลาไม่นานด้วยรอยยิ้มที่สดใสยิ่งกว่าเดิม

เธอคือหมาป่า และเธอก็จะไม่มีวันปล่อยเหยื่อที่เธอเพิ่งจะจับได้ไป

"ช่วยแสดงความเคารพกับคำพูดของตัวเองด้วย ดังนั้นทำงานซะ"

"ค่ะคุณผู้หญิง"

"ค่าาาา"

ระหว่างหมาป่ากำลังใช้งานองค์หญิงกับนักบวชศักดิ์สิทธิ์ ยูอิลฮานก็ได้กำลังบินตรงไปเนเธอร์แลนด์ ต่อให้ไปนิวยอร์กเขายังใช้เวลาแค่ 17 นาที ดังนั้นกับแค่เนเธอร์แลนด์จึงใช้เวลาสั้นกว่ากันอีก

[นายจะไปทำอะไรล่ะ? ฆ่าพวกเขาทุกคนงั้นหรอ?] (เอิลต้า)

"กลุ่มพันธมิตรน่ะหรอ? อ่า"

ยูอิลฮานได้หัวเราะออกมาทั้งๆที่ส่ายหัว

"ถึงฉันจะโกรธที่พวกนั้นโจมตีพื้นที่ประมูล แต่ว่าในสถานการณ์ปัจจุบันมันต่างกับทีฟีราต้ามาก ต่อให้ฉันฆ่าพวกนั้นทั้งหมดไปก็จะมีแต่พวกคนบริสุทธิ์ที่ใช้ชีวิตในเนเธอร์แลนด์จะต้องลำบากเพราะขาดเกราะป้องกัน"

[งั้นแล้วนายกำลังจะไปทำอะไร?] (เลียร่า)

"ไปขโมย"

[...ขโมย?] (เลียร่า)

ไม่นานนักยูอิลฮานก็ได้มาถึงจุดหมายของเขา ประตูมิติที่หัวหน้ากลุ่มพันธมิตรแห่งเนเธอร์แลนด์ได้แอบเปิดขึ้นมาอย่างลับๆและพาชาวเทสเนอร์แห่งมิชต้ามา!"

ที่แห่งนี้ได้ถูกคุ้มกันอย่างเข้มงวดจากคนในกลุ่มพันธมติร แต่ว่าไม่ว่าจะมีคนอยู่มากแค่ไหนก็ไม่มีทางที่คนพวกนี้จะจับยูอิลฮานที่ตั้งใจซ่อนตัวได้ เขาได้ยิ้มขึ้นมากับตัวเอง

"ยูอิลฮานออกเดินทาง"

[ทำงี้นายไม่เหนื่อยหน่อยหรอ!?] (เอิลต้า)

เขาได้เข้าไปในประตูมิติทันที ทิวทัศน์ข้างหน้าของยูอิลฮานได้เปลื่ยนไปทันที

ท้องฟ้าที่นี่มีสีเป็นขี้เถ้าหม่นที่แตกต่างไปจากโลก มันมีฝนตกอยู่ปละปลายดังนั้นเขาจึงรู้ได้เลยทันทีว่าเขาได้มาถึงที่ต่างโลกแล้ว

ในเวลานี้เองเสียงที่ไม่ใช่เสียงของคนบนโลกได้หลั่งไหลเข้ามาในหูของเขาท่ามกลางสายฝน

"เมื่อไหร่ท่านจักรพรรดิจะกลับมานะ?"

"ท่านแข็งแกร่งมากอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าท่านได้อาวุธแบบนั้นมาอยู่ในมือ... ท่านจะต้องยิ่งใหญ่แน่"

"เฮ้ หยุดพูดน่า"

แค่หน้าประตูมิติก็มีคนเฝ้าอยู่จำนวนมากแล้ว แต่นี่ก็ช่วยไม่ได้ในเมื่อราชาของพวกเขาได้ผ่านประตูมิตินี้ไป

"คุ้มกันเข้มงวดมาก"

[ดูเหมือนว่ามันจะถูกทำเป็นความลับสินะ] (เอิลต้า)

เป็นโชคดีของการ์ดที่ไม่มีใครเลยที่มองเห็นยูอิลฮาน เขาได้โบกมือให้พวกการ์ดก่อนที่จะเดินออกมา

ที่ที่ประตูมิติตั้งอยู่กคือภายในปราสาทยักษ์ที่ทำขึ้นเพื่อทำสงคราม ปราสาทนี้เป็นเหมือนกับสัญลักษณ์ของประเทศทหารรับจ้างที่ราชาจัดการดูแลเรื่องการปกครองเพียงเล็กน้องเท่านั้น

"และมันก็ยังมีที่เก็บสมบัติลับด้วยเหมือนกัน"

[นายรู้ได้ยังไงล่ะ?] (เลียร่า)

"โอโรจิที่น่าภูมิใจของเราเป็นคนรู้น่ะ"

[กรรรร เรื่องเล็กน้อย] (โอโรจิ)

ยูอิลฮานได้ค้นหาเส้นทางไปที่เก็บสมบัติอย่างรวดเร็ว และเข้าไปข้างในหลังจากจัดการพังประตูนหน้าไป แม้ว่าเขาจะทำเสียงดังขึ้นมาแต่ว่าก็ไม่ต้องกังวลเลย การปกปิดตัวตนของเขาจะไม่มีวันหายไปเว้นแต่ว่าเขาจะโจมตีคนอื่นและฆ่าคนๆนั้นไม่ตาย

"ว้าว"

ที่เก็บสมบัติได้เต็มไปด้วยโลหะล้ำค่าที่เปล่งประกาย ไม่ใช่แค่นั้นมันยังมีโลหะล้ำค่าที่มีเพียงแต่ในโลกนี้อีกด้วย

"นี่คงเป็นประเทศของโจรไม่ใช่ทหารรับจ้างหรอกมั้ง?"

[เอาเถอะ ทั้งสองอย่างนั่นก็ไม่ได้ต่างกันมากหรอกน่า โอ้ สร้อยคอนั่นสวยดีแหะ] (เอิลต้า)

[อิลฮานฉันอยากได้แหวนคริสตัลตรงนั่นนนน!] (เลียร่า)

"ได้ ได้"

ด้วยจำนวนมากขนาดนี้หากพวกเขาเลือกซื้อขายกันดีๆก็น่าจะได้ระดับยูนีคได้ไม่ยาก แม้แต่ระดับตำนานก็ยังไม่ยากจนเกินไปเลย เอาเถอะนะความโลภของมนุษย์มักจะนำหายนะมาหาตัวเองเสมอ

ยังไงก็ตามมันก็เป็นเรื่องดีเพราะมันไดทำให้ยูอิลฮานได้รับกำไรที่มากมาย เขาได้จัดการย้ายของทุกๆอย่างในห้องเก็บสมบัติเข้าไปในช่องเก็บของของเขา ด้วยฟังก์ชั่นการเก็บของระยะไกลกับสกิลการปกปิดตัวตนนี้มันคือการจับคือสกิลแห่งโจรโดยแท้

"เยี่ยม เสร็จหมดแล้ว"

[ฉันคิดว่าฉันคงต้องไปหายเวทย์ซ่อนตัวกับการเก็บของระยะไกลมาใช้แล้วสิ] (เลียร่า)

สิ่งสำคัญที่มากพอๆกับการลอบเข้ามาและจัดการให้รวดเร็วก็คือการถอยกลับไปอย่างรวดเร็ว ยูอิลฮานได้จัดการปล้นทรัพย์ที่นี่ทั้งหมดไปได้อย่างสมบูรณ์ซึ่งต่างไปจากพวกที่บุกการประมูลโดยสิ้นเชิง เขาได้ออกไปจากที่นี่ทั้งๆที่ยังปกปิดตัวตนอยู่จนกระทั่งมาถีงประตูมิติ

"เอาล่ะถ้างั้นก็"

เมื่อตรวจสอบแล้วว่านักรบที่เฝ้าอยู่ด้านนอกประตูมิติโดยที่ไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในนปราสาท ยูอิลฮานก็ก้าวเท้าเข้าไปในประตูมิติครึ่งตัวก่อนที่จะโยนหัวของราชาเทสเนอร์ที่อยู่ในช่องเก็บของของเขาออกมา

หัวได้ลอยไปไกลเลยทีเดียวจนมันชนเข้ากับกำแพงปราสาทเสียงดัง 'โพ๊ะ' จนทำให้คนอื่นๆรู้ได้ทันทีว่านั่นคือหัวของใคร

"นะ นั่นท่านจักรพรรดิ..."

"ท่านจักรพรรดิตายแล้ว!?"

"อะไรกัน... ใครกันที่ฆ่าเขาได้ทั้งๆที่เขาอยู่ในคลาส 4..."

"ไม่ นี่จะต้องเป็นของปลอม มันเป็นของปลอม!"

นับจากนี้แหละจะเป็นของจริง ยูอิลฮานได้กระโดดเข้าไปในมิติพร้อมทั้งคิดขึ้นโดยไม่ลังเลใดๆ

คนส่วนหนึ่งจะต้องไปที่เนเธอร์แลนด์ด้วยความโกรธแน่ และในตอนนั้นยูอิลฮานก็จะได้ตัดสินใจว่าจะเอายังไงต่อตามการกระทำที่กลุ่มพันธมิตรจะตอบสนอง

เขาอาจจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องฆ่าบางคนก็ได้ แต่ถาเป็นไปได้มันจะดีกว่าถ้าจะนองเลือดให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่ในตอนนี้ที่แกะดำมันโผล่ออกมาแล้ว เขาก็คงจะต้องจัดการมันออกไปให้หมด! ยูอิลฮานคิดว่านี่เป็นวิธีที่่ดีที่สุดแล้ว

"โอ้ เอาล่ะถ้างั้นฉันก็น่าจะจัดการยึดอาวุธที่ผลิตจำนวนมากที่จัดให้เนเธอร์แลนด์ก่อนหรือป่าวนะ?"

[ตอนนี้ฉันแยกไม่ออกแล้วว่าใครกันแน่ที่เป็นคนชั่ว] (เอิลต้า)

ผู้คนจากเทสเนอร์ได้ตอบสนองรุนแรงกว่าที่ยูอิลฮานคิดเอาไว้ กองกำลังทั้งหมดที่ดูแลประตูมิติรวมไปถึงทหารทั้งหมดในปราสาทที่บุกเข้ามาที่โลก!

ชาวเนเธอร์แลนด์ต่างก็ตื่นตระหนกและกลุ่มพันธมิตรก็ยิ่งตระหนกยิ่งกว่าอีก พวกเขาไม่รู้เลยว่าทำไมคนพวกนี้ถึงได้มีปฏิกิริยาที่รุนแรงแบบนี้ แถมยังไม่มีใครอธิบายอะไรด้วย เพราะแบบนี้ทุกๆคนต่างก็ถูกดึงเข้าไปในความวุ่นวาย

หลังจากผ่านไป 11 ชั่วโมงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเนเธอร์แลนด์็ได้สงบลง

การกระทำของเนเธอร์แลนด์ กลุ่มพันธมิตร รวมไปถึงเทสเนอร์ได้กลายเป็นที่รู้กันทั่วโลก และหลังจากนั้นประตูมิติที่เชื่อมต่อเข้ากับมิชต้าก็ไม่มีเปิดขึ้นบนโลกอีกเลย

แวนการ์ดไยึดเอาอาวุธทั้งหมดที่เคยขายให้กับเนเธอร์แลนด์มาและประกาศจะไม่ข้องเกี่ยวกับประเทศหรือกลุ่มที่อยู่ในเนเธอร์แลนด์อีกต่อไป ส่งผลให้คนจำนวนมากได้เลือกที่จะลี้ภัยจากเนเธอร์แลนด์ไปประเทศอื่น

นอกไปจากนี้เนื่องจากว่ากลุ่มพันธมิตรเป็นกลุ่มหลักที่ทพหน้าที่ปกป้องประเทศได้พินาศไปแล้ว ไม่นานนักเนเธอร์แลนด์ก็ล้มเหลวที่จะคงสภาพประเทศเอาไว้ได้และล่มสลายลงไป

ประเทศที่หายไปอย่างสมบูรณ์จากการวางแผนต่อต้านแวนการ์ดนี้ได้ถูกจารึกลงไปในประวัติศาสตร์ สิ่งนี้ได้กลายเป็นสัญญาณเตือนประเทศอื่นๆอย่างน่าหวาดหวั่น พวกเขาต่างก็ได้รู้แล้วว่าไม่ว่าใครก็ตามที่หาญกล้าไปท้าทายแวนการ์ดจะมีแต่ความชิปหายเท่านั้นที่รอคอยคนพวกนั้นอยู่

นี่คือวินาทีที่กฏระเบียบของโลกที่ชัดเจนได้ถูกสลักลึงลงไปในใจของทุกๆคน

จบบทที่ บทที่ 163 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (5) [05-06-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว