เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 162 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (4) [02-06-2019]

บทที่ 162 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (4) [02-06-2019]

บทที่ 162 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (4) [02-06-2019]


บทที่ 162 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (4)

 

"ได้โปรดเงียบเสียงด้วยการประมูลกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว"

ตรงกลางเวทีมีเอลฟ์ชุดสูทสีดำรัดรูปทรงเสน่ห์กำลังยืนพูดผ่านไมค์อยู่ เนื่องจากเอลฟ์ได้ใช้อาร์ติแฟคจากสวรรค์ทำให้คนนับร้อยที่มารวบตัวกันสามารถเข้าใจสิ่งที่เธอพูดได้ในภาษาที่พวกเขาเข้าใจ

"ฉันขอพูดอีกครั้งนะคะ การประมูลกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วดังนั้นได้โปรดนั่งที่ด้วยค่ะ ผู้ที่มีไอเทมที่ยังไม่ทำการประเมินได้โปรดรีบทำให้เสร็จโดยเร็วด้วยค่ะ"

เสียงที่อ่อนหวานและนุ่มนวลได้กระจายไปทั่วถึงทุกๆคนลานนี้ผ่านเครื่องมือที่ทันสมัย

บางทีเพราะแบบนี้ทำให้ทุกๆคนตั้งใจฟัง จริงๆแล้วพวกเขาทุกคนต่างก็ถูกดึงดูดไปโดยความสวยงามหมดจดของเอลฟ์อีกด้วย

"นี่คือเอลฟ์ที่เป็นตำนานน่ะหรอ? พระเจ้า ฉันได้เห็นเอลฟ์ด้วยตาตัวเองด้วยล่ะ?"

"การที่เขาให้เอลฟ์ชั้นสูงมาทำแบบนี้มัน... แล้วก็ยังเป็นคนที่สวยอีกด้วย"

"มีเอลฟ์อยู่บนโลกด้วยงั้นหอ? นี่มันน่าจะเป็นอันตรายได้เลยนะถ้าเมื่อไหร่ที่เรื่องนี้ไปถึงหูนักล่าเอลฟ์น่ะ พวกเราจะไม่ต้องทำอะไรเรื่องนี้หน่อยหรอ?"

พวกเอลฟ์ต่างก็ถูกปฏิบัติเป็น 'มนุษยชาติ' ปกติในดาเรย์ แต่ว่าในที่อื่นแล้วคำว่าเอลฟ์นี่เหมือนกับตัวตนเผ่าพันธ์ที่หาได้ยาก

จริงๆแล้วเผ่าพันธ์ส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่ก็เป็นมนุษย์และถึงแม้ว่ามันจะมีความเผ่าพันธ์อื่นๆอยู่ที่นี่ด้วยอย่างหลากหลายมีทั้งพวกที่สูง 2.5 เมตร หรือเตี้ยจนน้อยกว่า 140 เซ็นติเมตร หรือว่ามีเขาเล็กๆ หรอมีสามขา แต่ก็ไม่ได้มีเอลฟ์ให้เห็นเลย

"สมกับเป็นพีท เขาดูเป็นเอลฟ์ที่สุดในหมู่พวกเราทั้งสี่คนแล้ว"

"แต่แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ชาย..."

เอลฟ์คนอื่นๆต่างก็ทำหน้าที่ให้การสนับสนุนในการประมูลเหมือนอยู่พวก พวกเขาต่างก็อยู่ในชุดสูทเช่นเดียวกัน และเพราะแบบนี้เพื่อให้เกิดระเบียบขึ้นพวกเขาจึงได้เลือกโหวตเลือกหัวหน้า จนได้ข้อสรุปว่าพีทที่มีใบหน้าสวยที่สุดจะเป็นหัวหน้า

"ไม่ว่าเขาจะสวยยังไงแต่เขาก็ยังเป็นผู้ชายอยู่ดี แล้วทำไมพวกมนุษย์พวกนั้นถึงได้ปากค้างแบบนี้ล่ะ?"

ไมเรย์ที่เป็นนักรบสาว แต่ว่าเธอได้แต่งตัวด้วยชุดรัดรูปกับกางโปงสั้นๆเพื่อขับเน้นส่วนเว้าโค้งของเธอออกมา เธอได้แต่สงสัย จิลที่เป็นนักรบโลที่มีกล้ามเนื้อมากที่สุดในทั้งสี่คนได้ไขข้อสงสัยของเธอทั้งๆที่หัวเราะไปด้วย

"ไมเรย์ เธอสนไหมล่ะว่าปลาที่เธอกินจะเป็นตัวผู้หรือตัวเมีย?"

"แต่ว่าปลาก็เป็นปลาน่ะ แค่อร่อยก็พอแล้ว"

"ก็นั่นแหละ! ไม่ว่าจะเพศอะไรแค่อร่อยก็พอแล้ว มันทั้งหมดก็... อั๊ก!"

หมัดแยปอย่างรวดเร็วจากโจรสาวฟีเรียได้ต่อยเข้าที่จิลทันที ดวงตาของเธอได้กลายเป็นน่ากลัวขึ้นมา

"หุบปากไปเลยจิล ฉันไม่สนหรอกนะว่านายจะพูดไร้สาระอะไรของนาย แต่ถ้ามันมีผลถึงท่านจักรพรรดิ..."

"โอเค เข้าใจแล้ว เอามีดออกไปที!"

"ตั้งใจทำงานดีนะฟีเรีย"

"อ่า มันง่ายก็เพราะว่ามีการต่อต้านน้อยกว่าที่ฉันคิดอีกน่ะ"

เธอเพิ่งจะได้ทำหน้าที่มอบเหรียญประมูลไปให้ผู้มีส่วนร่วมที่นำไอเทมจากการประเมินไอเทมนั้น

ยูอิลฮานช่างตีเหลกระดับเชี่ยวชาญได้รู้ถึงคุณค่าของไอเทมที่เขาได้เห็นได้ตั้งแต่ครั้งแรกอย่างแม่นยำ จากนั้นเขาก็จะตั้งราคาให้มัน เอริเซียจะเป็นคนมอบเหรียญออกไปในขณะที่เฟียร่าช่วยเธอในเรื่องนี้

แม้ว่าเธอจะคิดว่าจะมีคนที่ไม่เห็นด้วยกับราคาพยายามจะอารวาด แต่ว่ากลับไม่มีคนแบบนี้เกิดขึ้นเลย

นี่มันก็เป็นเพราะอย่างแรกคือการประเมินของยูอิลฮานที่แม่นยำเหมาะสมไม่เกินไป สองเขาได้บอกคนพวกนี้ว่าพวกเขาก็ยินดีที่จะไม่ค้าขายหากพวกเขาไม่ต้องการและก็กลับไปซะ ในตอนนี้ยูอิลฮานได้พอจับทางการใช้อำนาจเบ็ดเสร็ดของเขาได้แล้ว

"ฟู่ ท่านจักรพรรดิเจ๋งเกินไปสำหรับฝูงชนพวกนี้"

ในขณะที่เฟียร่าตกอยู่ในอาการหลงผิดอยู่ ไมเรย์ก็ถามออกมา

"ถ้ามันเป็นไปได้ที่จะซื้อไอเทมด้วยเหรียญที่ให้ไปถ้างั้นทุกๆคนก็สามารถจะซื้ออาร์ติแฟคระดับตำนานได้งั้นสิ?"

"มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอกนะ เหรียญน่ะไม่ได้ ได้กันมาง่ายๆน ะประวัติศาสตร์ของทุกๆโลกค่อนข้างจะน่าประทับใจ มันมีโลหะล้ำค่าที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนแล้วก็มีกระทั่งคนที่เอากล่องที่เต็มไปด้วยหินพลังเวทย์คลาส 4 สองร้อยก้อนมาด้วยน่ะ"

"โว้ว? 200 ก้อน? นี่มันน่าทึ่งมาก! แม้กระทั่งเราที่จัดการกวาดล้างทั้งโลกยังได้แค่ 20 ก้อนเองนะ"

จริงๆแล้วนี่ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจเลย การที่มนุษย์จะพัฒนาไปถึงคลาส 4 เป็นเรื่องที่ยากเอามากๆ แต่ว่าสำหรับมอนสเตอร์คลาส 4 พวกมันจะปรากฏตัวออกมาค่อนข้างบ่อยแล้วหลังจากที่เกิดมหาภัยพิบัติครั้งที่ 3

แม้ว่าจะมีคนนับร้อยหรือนับพันที่ตายไปในระหว่างการฆ่ามอนสเตอร์แบบนี้ แต่ในท้ายที่สุดพวกเขาก็จะล่ามันได้ และแม้ว่าจะมีความเป็นไปได้น้อยที่หินพลังเวทย์จะปรากฏออกมาก็ตาม

หากว่าพวกเขาใช้หินพลังเวทย์ที่ได้มาทำอะไรไม่ได้ หินพลังเวทย์ก็จะถูกเก็บเอาไว้ในคลังสมบัติของคนมีอำนาจไปตลอดกาล เมื่อผ่านไปเรื่อยๆเป็นร้อยปี หินพลังเวทย์คลาส 4 200 ก้อนก็ไม่ใช่อะไรที่จะยอมรับกันไม่ได้

"มูลค่าของหินพลังเวทย์คลาส 4 คือเหรียญหนึ่งเหรียญ นี่มันไม่มีอะไรน่าตกใจเลย"

"งั้นนี่มันก็หมายความว่าจะมีก็แต่พวกคนที่สามารถนำหินพลังเวทย์คลาส 4 มาแลกเปลื่ยนได้เท่านั้นสินะที่จะมามีสิทธิในการประมูลนี้...?"

"นี่มันน่าทึ่งจริงๆ..."

พวกเอลฟ์ได้ทึ่งไปอีกครั้งหลังจากได้รู้ถึงความยอดเยี่ยมของจักรพรรดิของพวกเขา

ในก่อนหน้าที่ที่พวกเขาได้ชื่นชมเห็นจักรพรรดิของพวกเขาก่อนหน้านี้ก็ทำอาวุธระดับตำนานขึ้นมาเหมือนกับว่ามันไม่มีค่าอะไรเลย แล้วแถมยังถึงขนาดให้ธนูระดับมหากาพย์(อีปิค) กับพีทด้วย เพราะแบบนั้นทำให้พวกเขาคิดว่าไอเทมระดับตำนานมันเป็นเรื่องปกติมาพักหนึ่ง.. แต่แล้วเมื่อได้เห็นผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันเพื่อซื้อมันแบบนี้ พวกเขาก็ได้ถึงความยิ่งใหญ่จริงๆของอาวุธระดับตำนานแล้ว

"ฉันคังมิเรย์เป็นคนดูแลการประมูลครั้งนี้ เอาล่ะฉันจะเริ่มจากไอเทมชิ้นแรกเลยนะ"

"กำลังจะเริ่มแล้ว ทุกคนเตรียมตัว"

"โอเค"

"รับทราบ"

คนคุมงานครั้งนี้คือคังมิเรย์ แม้ว่าจะมีความคิดที่ว่าจะให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการประมูลมาจัดการดูแล แต่ว่าพวกเขาก็ได้ตัดสินใจให้เป็นคังมิเรย์แทนเพราะตัวเธอเป็นคนที่ค่อนข้างจะมีชื่อเสียงอยู่แล้วบนโลกแถมเธอยังมีความเข้าใจในไอเทมสิ่งต่างๆป็นอย่างดีเลยด้วย

แน่นอนว่าผู้สร้างไอเทมยูอิลฮานก็ไม่ได้เสนอตัวเองออกมา สำหรับเขาแล้วจัดการดูแลการประมูลกับคนมากๆนี่มันเป็นไปไม่ได้ยิ่งกว่าการให้เขาตายแล้วเกิดใหม่ซะอีก และเพราะเขารู้เรื่องนี้ดีเขาเลยอาสาเป็นคนรักษาความปลอดภัยแทน

พีทได้เข็นรถขึ้นมาบนเวที บนผ้าสีแดงบนรถเข็นนั้นมีถุงมือคู่หนึ่งที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีแดงเล็กๆนับพันอยู่

"ไอเทมชิ้นแรงคือชุดเซ็ตถุงมือต่อสู้ที่ทำขึ้นมาจากหนังของมอนสเตอร์คลาส 3 สามชนิดที่ต่างกันไปและเกล็ดของเผ่าพันธ์มังกร ระดับของมันคือยูนีค พลังโจมตีคือ 4,100 เริ่มประมูลที่ 1 เหรียญ"

"1 เหรียญ"

"2 เหรียญ"

"3 เหรียญ"

ไอเทมชิ้นแน่จริงๆแล้วคือการเรียกน้ำย่อยเท้านั้นเอง แม้ว่าพลังโจมตีของมันจะสูงกว่าไอเทมที่เป็นทางการของแวนการ์ด แต่ว่ามันก็ยังคงอยู่ในระดับยูนีคเท่านั้นเอง

แต่ถึงแบบนั้นราคาของมันก็ยังพุ่งขึ้นสูงอยู่ดี นี่มันแสดงให้เห็นได้ชัดเจนได้เลยว่ายูอิลฮานได้ขายสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาให้กับคนบนโลกถูกมากแค่ไหน

"ขายที่ 7 เหรียญ ถ้างั้นเราจะมาต่อกันที่ไอเทมถัดไปเลยนะ"

ผู้คนบนโลกที่เข้ามาร่วมได้โดยไม่ต้องมีไอเทมใดๆที่มีค่าเทียบเท่ากับหินพลังเวทย์คลาส 4 ต่างก็ตกตะลึงงันหลังจากได้เห็นว่าถุงมือถูกประมูลออกไปที่ 7 เหรียญ

"บ้าไปแล้ว"

"ของตะกี้เพิ่งจะถูกซื้อไปในราคาหินพลังเวทย์คลาส 4 7 ก้อน? ทั้งๆที่ทั้งโลกเราตอนนี้ยังไม่มีหินพลังเวทย์สักก้อนเดียวเลยนะ..."

ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยู่ที่จัดการประมูลหรือว่าคนที่ดูผ่านทีวีหรือจากสื่อต่างๆ ความสนใจของคนทั่วโลกต่างก็มาจดจ่ออยู่ที่การประมูลในใจกลางเขตการค้ากังนัมนี้

เมื่อพวกเขาได้เห็นรายงานที่ว่าอาร์ติแฟคระดับยูนีคถูกขายไปในราคาที่เทียบเท่ากับหินพลังเวทย์คลาส 4 7 ก้อน พวกเขาต่างก็แทบจะล้มเป็นลมไป

"ขาย" (คังมิเรย์)

ไอเทมชิ้นที่สองชุดเกราะเต็มตัวระดับยูนีคยิ่งมีราคาที่แพงกว่าคือ 11 เหรียญ ทุกๆคนที่ดูภาพๆนี้ต่างก็ต้องกลืนน้ำลายลงคอไป

"นี่มันบ้าอะไรกันวะเนี้ย!"

"ผู้ทรงอำนาจจริงๆต่างก็มารวมกันอยู่ที่นี่ และทุกๆคนต่างก็เตรียมพร้อมทุกๆอย่างเพื่อสิ่งนี้...!"

"ดูเหมือนว่าถ้าเปนแบบนี้ต่อไปแวนการ์ดได้เอาหินพลังเวทย์จากทุกโลกมาหมดแน่เลย ถ้าเขาจะสร้างประเทศขึ้นมามันคงจะไม่แปลกเลย"

ราคาไอเทมยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปเรื่อยตามไอเทมที่ผ่านไปจนถึงชิ้นที่ 4 แม้ว่าจะรู้ดีว่าไอเทมชิ้นหลังๆจะยิ่งดีกว่า แต่พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะเสนอราคาออกไปเพราะไอเทมที่โชว์อยู่นี้มันดีเกินไป

"แบบนี้แวนการ์ดก็จะกำลังเก็บรวบรวมความมั่งคังไปตลอดเวลา"

"รัฐบาลเกาหลีจะคิดยังไงกันนะ? ไม่ใช่ว่าทางรัฐบาลวางแผนจะเก็บภาษีเขาหรอ?"

"ฉันก็อยากจะให้รัฐบาลทำแบบนั้นจริงๆ เขาจะได้ออกไปจากเกาหลีนี่ ฉันจะต้องทำให้เขามาเป็นประชาชนของเราให้ได้"

"ขาย" (คังมิเรย์)

มีไอเทมทั้งหมดอยู่ 30 อัน 28 อันได้ถูกประมูลออกไปในทันที และในตอนนี้แวนการ์ดก้ได้รวบรวมเหรียญถึง 841 เหรียญไปแล้ว

ในตอนนี้ไม่มีใครตกใจอีกต่อไปแล้ว ผู้คนจากโลกอื่นต่างก็ยินดีที่ได้รับไอเทมที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ และยูอิลฮานก็ได้มองดูหินพลังเวทย์กับโลหะที่จะเป็นของเขาด้วยความพอใจในขระที่เตรียมตัวจะออกไปอย่างช้าๆ

จากนั้นคังมิเรย์ก็ได้สูดลมหายใจสั้นๆ ลึกๆ

"พีท"

"ฉันกำลังไป"

พีทที่เป็นคนแนะนำไอเทมอันแรกได้เข็นรถขึ้นไปอีกครั้ง บนนั้นมีดาบยาวเล่มหนึ่งอยู่ ด้วยคมมีดสีฟ้าที่คมวาว การออกแบบที่ดูหรูหราตามแนวยาวของอาวุธทำให้อาวุธนี้ไร้ที่ติและน่าประทับใจอย่างไร้ข้อกังขา

"นี่มันดูจะอยู่ในคนละระดับเลยนะ"

"ใครเป็นคนสร้างของแบบนี้ขึ้นกัน? ฉันรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นที่วาบผ่านคอในทันทีที่ฉันมองไปที่คมดาบเลย"

ผู้คนส่วนใหญ่บนลกก็แค่คิดว่ามันเป็นดาบที่สวยงามมาก แต่ว่าคนจากต่างโลกที่มีแต่คนที่มีคลาส 3 ขึ้นไปได้รู้ได้ในทันทีว่าดาบนี่ไม่ใช่ของธรรมดา

"ไอเทมนี่"

คังมิเรย์ได้สูดหายใจลึกก่อนที่เธอจะพูดออกมา

"นี่เป็นดาบยาวที่ถูกสร้างขึ้นจากการลับคมกระดูกของมอนสเตอร์คลาส 4 ที่มีความสามารถในการแช่แข็งพื้นที่ ผ่านการหัตถกรรมมานาด้วยหินพลังเวทย์จากมอนสเตอร์ตั้งต้นของมันและประสบความสำเร็จในการดึงความสามารถดั้งเดิมจากมอนสเตอร์นั้นมาและพลังโจมตีอยู่ที่ 5,500"

"อะไรนะ?"

ผู้ที่มาเข้าร่วมทั้งหมดต่างก็หันไปกระซิบกันเมื่อได้รู้ว่าดาบยาวมีพลังโจมตีถึง 5,500 ที่น่าทึ่งยิ่งไปกว่านั้นอีกคือดาบนี่มีความสามารถพิเศษ! นี่มันก็หมายความว่า...

"นี่คือไอเทมระดับตำนาน ไอเทมนี่เริ่มจาก 100 เห..."

"ตอนนี้แหละ!"

"ฮ่าห์"

ในทันทีที่มีคำว่าตำนานหลุดออกจาก ได้มีคนบงคนที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังเวทีกระโดดขึ้น คนพวกนี้ต่างก็ปกปิดตัวตนด้วยการใช้อาร์ติแฟคทั้งนั้น! ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังโยนอาร์ติแฟคที่กระจายควันออกมาในทันทีที่ปรากฏตัว ชัดเจนว่าคนพวกนี้ได้เตรียมตัวมาสำหรับซุ่มโจมตี

"ฮ่าห์"

พีทกับเอลฟ์คนอื่นๆที่ใช้สัมผัสไม่ได้รับผลอะไรจากควันพวกนี้เลย พวกเขาได้โจมตีเข้าใส่คนที่บุกเข้ามาด้วยอาวุธที่ซ่อนเอาไว้ แต่คนพวกนั้นก็เตรียมตัวเอาไว้แล้ว คนพวกนี้ได้คิดที่จะสละชีวิตมนุษย์ด้วยการเอามาทำเป็นกำแพงเนื้อขวางกั้นเอลฟ์เอาไว้

ในขณะเดียวกันได้มีคนหนึ่งกางแขนออกมาและคว้าเข้าไปที่ไอเทม

"ย๊าห์"

ตอนนี้เองเขาได้ถูกแช่แข็งไปไม่ได้ขยับอีกเลย

"ทางนี้เคลียร์แล้ว"

"ทางนี้ก็ด้วย"

"ฉันฆ่าเจ้าพวกนี้เลยไม่ได้หรอ?"

"แม้ว่าท่านจักรพรรดิจะดูแลทุกๆอย่างได้ แต่ว่าเราก็จำเป็นต้องจับพวกนี้ไว้เป็นหลักฐานด้วย"

หลังจากที่เอลฟ์จัดการคนบุกรุกได้เสร็จสมบูรณ์ไม่นานนักควันก็จางและผู้เข้าร่วมที่เตรียมตัวจะเข้าไปสู้ด้วยก็ได้รู้สึกแหลกๆหลังจากได้เห็นผู้บุกรุกที่นอนถูกจัดการอยู่บนพื้นกับชายอีกคนหนึ่งที่ถูกแช่แข็งอยู่

"ผู้บุกรุกไม่น่าจะมีเลเวลที่ต่ำนะ... การที่คนพวกนี้ถูกจับได้อย่างรวดเร็วนี่มันอะไรกัน"

"งั้นพวกเอลฟ์นั่นก็ไม่ใช่แค่ไม้ประดับสินะ"

แม้ว่านี่จะไม่ใช่การตั้งใจแต่ก็เป็นโอกาสดีที่จะได้แสดงให้คนอื่นได้รู้ถึงพลังที่แวนการ์ดมี แน่นอนว่าก็ยังคงมีพวกโง่เง่าที่เล็งไอเทมของแวนการ์ดอยู่ดี

"ฟู่"

คังมิเรย์ได้ตรวจดูว่าไม่มีผู้บุกรุกอีกรอบๆอีก และเธอก็ให้เอลฟ์ถอยกลับไปก่อนที่ชี้ไปที่รูปปั้นน้ำแข็งรูปชายคนหนึ่งพร้อมทั้งอธิบายต่อไป

"อย่างที่คุณได้เห็นนี่ก็ยังเป็นความสามารถที่จะแช่แข็งใครก็ตามที่ไม่ได้รับอนุญาติจากเจ้าของให้แตะต้องดาบ"

"พรืด"

"อะไรนะ ถ้างั้นทั้งหมดนี่ถูกวางแผนไว้ก่อนแล้วงั้นหรอ? การแสดงนี่มันงี่เง่ามากเลยนะ"

เมื่อได้เห็นเธออธิบายออกมาได้มีบางคนกระทั่งหัวเราะออกมา ยังไงก็ตามในวินาทีต่อมารอยยิ้มของพวกเขาก็ต้องค้างไป คังมิเรย์เธอได้ใช้คทาของเธอทุบเข้าใส่รูปปั้นน้ำแข็งนี่

"ฮ่าห์"

แน่นอนว่าผลที่ออกมาก็คือรูปปั้นที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์ได้แตกกระจายเป็นชิ้นๆตกลงบนพื้น

"โอ้ว?"

"เธอฆ่าเขา...!"

ในที่สุดแล้วคนอื่นๆก็ได้รู้ถึงความโกรธจางๆบนใบหน้าของคังมิเรย์ พวกเขาทั้งหมดต่างก็ถูกออร่าแปลกๆที่เธอปล่อยออกมาครอบงำเอาไว้และได้เงียยลงไป

"การประมูลจะเริ่มที่ 100 เหรียญ"

ดาบได้ถูกขายออกไปในราคา 214 เหรียญ ดาบเป็นอาวุธพื้นฐานที่คนใช้มากที่สุดและก็ยังมีความสามารถที่ยอดเยี่ยม ถ้าหากว่าผู้เข้าร่วมมีความมั่งคั่งที่มากกว่านี้ราคาก็คงจะถูกขายสูงขึ้นไปอีก

จากนั้นช่วงเวลาสุดท้ายก็ได้มาถึง

"ไอเทมต่อไปจะเป็นชิ้นสุดท้ายแล้ว มันคือสร้อยคอที่ถูกสร้างขึ้นมาจากอัญมณีที่มีปฏิกิริยากับเวทย์ที่แตกต่างกันไปถึง 10 ชนิด และเขี้ยวของมังกรดำคลาส 4 มันจะช่วยในการเร่งการฟื้นฟูมานา ความเร็วในการร่ายเวทย์ เพิ่มระดับพลังเวทย์ และมีความสามารถในการสร้างโล่ป้องกันที่จะตอบสนองอัตโนมัติในช่วงที่ผู้ใช้ตกอยู่ในวิกฤติ ระดับของมันคือตำนาน ชิ้นนี้ก็ยังจะเริ่มที่ 100 เหรียญ"

"มังกร!? 110 เหรียญ!"

"โอ้พระเจ้า พวกเขาไปฆ่ามังกรได้ยังไงแล้วไปฆ่ามาจากโลกไหนกัน!? 135 เหรียญ"

สร้อยคอนี่ซึ่งไม่ว่าจอมเวทย์คนใดก็พร้อมที่จะแลกวิญญาณเพื่อให้ได้รับมาได้ถูกขายออกไปในราคา 350 เหรียญ คนที่ได้รับไปแน่นอนว่าคือเออร์ม่า อิลลาต้า องค์หญิงแห่งจักรเพลลาเดียจากโลกลานปาสที่ได้มาด้วยตัวเอง

"ตอนนี้สร้อยคอนี่เป็นของฉันแล้ว! ฉันจะทำอะไรก็ได้ตามที่ฉันต้องการ!"

เธอได้กระโดดเต้นยินดีในทันทีที่เธอประมูลสร้อยคอได้และผู้เข้าร่วมคนอื่นๆที่พลาดอาร์ติแฟคที่แค่หนึ่งชิ้นก็ทำให้คนคลั่งได้แล้วก็ได้แต่ปรบมืออย่างขมขื่น แม้ว่าพวกเขาก็อยากจะสร้างความวุ่นวายเนื่องจากว่าการประมูลไม่ได้เป็นไปตามที่พวกเขาวางแผนไว้ แต่ว่าไม่ว่าความคิดใดๆก็หมดสิ้นไปเมื่อพวกเขาคิดไปถึงผู้บุกรุกที่กระจายเป็นชิ้นๆต่อหน้าต่อตาเขา

การประมูลได้จบลงไปทั้งแบบนี้ คนที่ประมูลสำเร็จต่างก็ลุกขึ้นยืนเพ่อไปรับไอเทม ส่วนคนที่ไม่ได้ก็จะกลับไปแลกเหรียญคืน ตอนนี้เองพวกเขาก็ได้รู้ถึงเรื่องหนึ่ง

"กรี๊ด"

"ศะ ศพ!"

ผู้บุกรุกไม่ได้มีแค่คนที่ซุ่มโจมตีเวที จริงๆแล้วคนที่วางแผนจะโจมตีมีอยู่ทั่วทุกแห่ง

พวกเขารู้ได้ไงน่ะหรอ นี่มันก็เพราะว่ามีภูเขาซากศพของคนนับพันที่ตายไปจากการถูกการโจมตีเจาะทะลวงหัวใจกองอยู่ที่มุมหนึ่งราวกับจะเป็นการแสดงให้ทุกคนได้เห็น

"นี่มันได้ยังไงกัน..."

"พวกเรากระทั่งไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดการต่อสู้อยู่ข้างนอก"

"นี่มันชัดเจนแล้ว มันไม่ใช่การต่อสู้แต่เป็นการสังหารฝั่งเดียว คนที่ตายทั้งหมดต่างก็ถูกฆ่าตายไปในการโจมตีเพียงครั้งเดียว"

สิ่งที่น่าทึ่่งยิ่งไปกว่านั้นก็คือคนที่ตายทั้งหมดต่างก็อยู่ในคลาส 3 และมีคนหนึ่งที่อยู่ในคลาส 4! ด้วยพลังแบบนี้พวกเขาควรจะไปล่ามอนสเตอร์มาแลกแบบปกติ แต่ว่าเมื่อพวกเขาคิดที่จะคดโกงค้อนแห่งความยุติธรรมก็ได้ฟาดลงมาที่หัวของพวกเขา

ยังไงก็ตามยูอิลฮานซึ่งเป็นคนทำทั้งหมดนี่ได้กำลังเดินไปมอบไอเทมให้กับคนที่ประมูลได้ของโดยไร้เลือดสักหยดเดียวบนตัวเขา ภายในหัวของเขาตอนนี้มีความคิดวิญญาณมากมายในหัวซึ่งมาพร้อมๆกับพลังชีวิตของผู้คนมากมายที่กำลังร้องเสียงดัง

"โอโรจิ"

ยูอิลฮานได้พึมพัมออกมาเบาๆ

"เริ่มเลย"

[เมื่อเสร็จแล้วฉันก็จะกินพวกมันได้ใช่ไหม?]

"แน่นอนสิ โอ้เจ้าคลาส 4 คนนั้นก็ด้วยนะ! ดูท่าวันนี้นายจะได้มีงานเลี้ยงแล้วล่ะนะ"

[ฮึ่ม]

โอโรจิได้ครางออกมากับคำพูดของยูอิลฮานและได้เริ่มการเค้นข้อมูลจากความคิดวิญญาณ เทคนิคการเค้นข้อมูลของโอโรจิไดพัฒนาขึ้นมาในทุกๆวันดังนั้นยูอิลฮานจึงเดินตอไปโดยไม่ต้องห่วงอะไนเลย

ผู้บุกรุกพวกนี้ได้วางแผนกันมาเปนอย่างดี แต่ถึงแบบนั้นคนพวกนี้ก็ยังล้มเหลวและถูกสังหารไปจนหมด และนับจากนี้เป็นต้นไป 'พวกมัน' จะต้องได้ตกอยู่ในสภาพที่น่าเสียใจยิ่งกว่าเดิมอีก

ไม่ว่า 'พวกมัน' จะเป็นเพราะประเทศไม่ได้จัดการดูแลประตูมิติอย่างดีหรือว่าเป็นโลกอื่นที่วางแผนโจมตีนี้ และผู้คนบนโลกคนไหนก็ตามที่ช่วย!

'ฉันจำเป็นจะต้องทำให้พวกมันไม่กล้าแม้แต่จะคิดเรื่องพวกนี้อีกครั้ง'

ดวงตาของยูอิลฮานได้เฉียบคมขึ้นมาแวบหนึ่ง แต่แล้วก็สงบลงไปในทันทีจากนั้น เบื้องหน้าของเขาตอนนี้ก็คือกองสมบัติที่ได้กลายมาเป็นของเขาแล้ว

จบบทที่ บทที่ 162 - ฉันเป็นศูนย์กลางของโลก (4) [02-06-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว