เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 154 - ถ้าฉันเป็นคนเปิดมันคงเป็นประตูสู่นรกแน่ (2) [12/05/2562]

บทที่ 154 - ถ้าฉันเป็นคนเปิดมันคงเป็นประตูสู่นรกแน่ (2) [12/05/2562]

บทที่ 154 - ถ้าฉันเป็นคนเปิดมันคงเป็นประตูสู่นรกแน่ (2) [12/05/2562]


บทที่ 154 - ถ้าฉันเป็นคนเปิดมันคงเป็นประตูสู่นรกแน่ (2)

 

2 สัปดาห์ได้ผ่านพ้นไป

ยูอิลฮานกับลูกน้องของเขาได้ต่อสู้อย่างกล้าหาญทั้งภายในและภายนอกพื้นที่คฤหาสน์ของเขา พวกเขาได้ฆ่ามอนสเตอร์ไปจำนวนมากจนมีวังวนมานาขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นมาหลายต่อหลายครั้ง

ดังนั้นยูอิลฮานจึงได้ตั้งใจใช้มานาทั้งหมดภายในป้อมปราการเพื่อ 'ฆ่า' วังวนนั่นและปล่อยให้ลูกน้องของเขาจัดการพวกคลาส 3 แทน แต่ถึงแม้แบบนั้นค่าประสบการณ์ที่ได้จากวังวนมันก็มายมายจริงๆและเขาก็ได้มาถึงเลเวล 155 สำเร็จในเวลาสองสัปดาห์

ยูอิลฮานได้แสดงความคิดเห็นสั้นๆกับปรากฏการณ์ครั้งนี้

"ฉันรู้อยู่แล้วว่าฉันสร้างปราการมาได้ดี!"

[ไม่ว่าหมอนี่จะทำอะไร มันก็จะเป็นแบบนี้เสมอ... มันน่าหงุดหงิดจริงๆเลย!] (เอิลต้า)

[จากประสบการณ์ทีได้เจอนี่มันหมายความว่ามันมีตัวตนอยู่ด้วยบันทึกงั้นสินะ? แล้วมันก็จะเปลื่ยนไปเป็นเกตจากการแทรกแซงด้วยมานาของคนอื่นๆ...] (เลียร่า)

[แต่มันก็ไม่ได้จะเป็นไปได้ทุกคน จากสถานะของโลกในปัจจุบันนี้หากว่าไม่ใช่คนที่อยู่ในระดับสูงๆ ไไม่ว่าจะมีมานามากแค่ไหนแทรกแซงลงไปแต่ในท้ายที่สุดวังวนมันก็จะหายไป] (สเปียร่า)

แม้แต่ทูตสวรรค์ก็ไม่อาจจะให้คำตอบที่ชัดเจนถึงตัวตนของวังวนได้ นี่มันก็เพราะปรากฏการแบบนี้เพิ่งจะเคยเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเท่านั้นนับตั้งแต่ที่พวกเธออยู่มา

จากนั้นคำตอบเดียวที่มนุษย์ยูอิลฮานได้รับมาคือบันทึกของมัน แต่ว่าเพราะอะไรบางอย่างทำให้บันทึกแห่งอคาชิคใส่แต่เครื่องหมาย ? เข้ามา ทำให้ยูอิลฮานได้แต่รู้สึกว่า 'ฉันเหมือนจะรู้แต่ว่าก็ไม่เลย' ไม่ว่าเขาจะ 'ฆ่า' วังวนพวกนี้ไปมากแค่ไหนก็ตาม'

"แต่นี่มันไม่ใช่เรื่องดีหรอ? ถ้าไม่มีใครโจมตีมันมันก็จะหายไปเองแถมมันยังให้ค่าประสบการณ์กับฉันถ้าฉันจัดการมันด้วย"

[ปัญหาก็คือเพราะมันได้เชื่อมต่อเกตไปสู่โลกอื่นไง เอาเถอะถึงมันจะไม่เป็นไรสำหรับนายเพราะนายไม่ได้ไปเชื่อมต่อกับโลกไหนเลยไง] (เลียร่า)

อย่างที่เลียร่าพูดมาก็คือความสับสนบนโลกนี้ที่เพิ่งเกิดขึ้นมาจากการที่จู่ๆประตูวาปไปสู่โลกต่างๆได้ปรากฏขึ้นหลายต่อหลายที่บนโลก

แม้ว่าโลกพวกนั้นจะมีผู้คนใช้ชีวิตอยู่เหมือนกันและต่างไปจากโลกที่ถูกทิ้ง แต่ยังไงก็ยังเป็นต่างโลกอยู่ดี

ไม่ใช่ว่าแผนการทั้งหมดของกองทัพจรัสแสงคือการเชื่อมต่อโลกอื่นๆเข้ากับโลกกันหรอกหรอ? แต่แล้วตอนนี้ในตอนที่พวกนั้นไม่ได้ทำอะไรโลกกับไปเชื่อมต่อกับโลกอื่นเองอัตโนมัติเลย!

[มันยังดีที่ไม่ใช่แค่มีคนน้อยมากๆที่มีมานาพอจะสร้างเกตเท่านั้น แต่เกตมันยังจะปิดตัวลงในไม่นานหากไม่มีมานาเข้าไป] (สเปียร่า)

[ใช่แล้ว มันก็แค่วันเดียว มันเป็นเรื่องดีหากทุกๆคนระวังกับเกตเอาไว้ หากมีใครเผลอเข้าไปจริงๆและเกตปิดตัวลง....] (เลียร่า)

"นั่นมันฟังดูน่ารำคาญเลยนะ"

พวกเขาจะถูกขังอยู่บนโลกจนกว่าจะมีวังวนอื่นๆมาอีก คนจากต่างโลกจะเป็นที่น่ารำคาญและคนบนโลกก็ยังต้องอยู่ในตำแหน่งที่ลำบากเช่นกัน มันไม่มีอะไรมารับประกันเลยว่าจะไม่มีการจราจลเกิดขึ้น

แน่นอนว่าเหตุการณ์กลับกันก็เป็นไปได้ด้วย จะเกิดอะไรขึ้นหากว่าเกตปิดตัวลงหลังจากที่คนเข้ามาบนโลกล่ะ? แน่นอนว่าผู้คนจะสามารถไปกลับในโลกที่เชื่อมต่ออยู่ได้ แต่ว่าหากคนพวกนั้นไม่ได้เชื่อมต่อกับโลกนี้ล่ะ นอกจากนี้ถ้ามันเกิดขึ้นหลายครั้งล่ะ....

[นี่มันก็จะเป็นไปได้ที่จะมีคนทุกประเภทมารวมตัวกันอยู่ที่โลกนี้!] (เอิลต้า)

"นี่มันยิ่งโครตน่ารำคาญเลยแหะ..."

แต่นี่มันจะนับว่าเป็นโชคดีไหมนะ? ในขณะที่พวกเขายุ่งกับการค้นคว้าในเกตที่เชื่อมต่อกับโลกอื่นเป็นเวลาสองสัปดาห์ ทุกๆคนบนโลกต่างก็อยู่ในสถานการณ์ที่ยุ่งอยู่ ไม่ว่าพวกเขาจะไปที่ไหนต่างก็เจอเข้ากับมอนสเตอร์กลุ่มใหญ่

คนจากต่างโลกก็ยังห้ามตัวเองจากการมาที่โลกเช่นกันเพราะพวกเขารู้สึกได้ถึงสถานการณ์ที่เลวร้าย คิดๆดูแล้วมันก็ไม่มีใครที่มีความคิดพาตัวองไปหาหายนะในโลกที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์อยู่แล้ว มันจะมีแค่พวกคนที่เกี่ยวข้องกับกองทัพจรัสแสงกับกองทัพปีศาจแห่งการทำลายเท่านั้นที่บ้าไป!

อย่างนี้โลกที่ตกอยู่ในช่วงเวลาที่โหดร้ายหลังมหาภัยพิบัติก็ถึงขนาดที่ได้ดึงโลกต่างๆเข้ามาด้วยแล้ว นี่มันสามารถจะพูดได้เลยว่ามันเป็นช่วงเวลาแห่งฝันร้ายสำหรับทุกๆคนนอกไปจากยูอิลฮาน

ถ้างั้นสำหรับยูอิลฮานล่ะ? แน่นอนนี่มันคือช่วงเวลาในการเก็บของและเลเวลไงล่ะ

"ฉันอยากจะให้มันเป็นแบบนี้ไปซักหนึ่งเดือนจริงๆ"

[นายน่ะไม่เป็นไรจากการควบคุมปราการจากภายในแน่ แต่คนอื่นๆที่ลำบากอยู่ข้างนอกล่ะ? พวกเขาคนจะสบถด่านายให้ตายแน่ถ้าได้ยินคำพูดนั้นน่ะ] (เลียร่า)

[อิลฮาน มีวังวนอยู่ตรงนั้นอีก] (สเปียร่า)

"ได้เลย มาจัดการมันกัน!"

มันโชคดีจริงๆที่ความวุ่นวายเมื่อไม่กี่วันก่อนได้ผ่านไปแล้ว ผู้คนได้เริ่มมองเห็นแสงสว่างจากปลายอุโมงแล้ว มอนสเตอร์นับพันได้ลดลงจนเหลือแค่ไม่กี่พันแล้ว

"ฝูงมอนสเตอร์ได้ถูกลดลงไปอย่างแน่นอน"

[เอาเถอะ แน่นอนอยู่แล้วว่ามันจะเป็นแบบนี้หลังจากการสังหารหมู่พวกมันครั้งใหญ่แบบนั้นนะ!] (เอิลต้า)

[ฉันคิดว่าลูกน้องของนายก็ยังเพิ่มเลเวลอย่างน้อยก็ 3 เลเวลแล้วนะ] (สเปียร่า)

มอนสเตอร์ทุกชนิดที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มอยู่ในโลกได้กวาดล้างออกไปแล้ว แน่นอนว่านี่มันก็ยังมีมอนสเตอร์ที่ไม่ได้รับอิทธิพลจากพื้นที่แงความอบอุ่นและความเศร้าอยู่ แต่ว่าหากยูอิลฮานไม่ได้สร้างปราการนี้ขึ้นมาแผนที่บนโลกก็คงจะเปลื่ยนไปอย่างมากแล้วในตอนนี้

[เมื่อดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มอนสเตอร์ที่ปรากฏในมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 กว่า 20% ต่างก็ตายกันไปที่นี่แล้ว] (เลียร่า)

[เลียร่า ลองวัดความเข้มข้นของมานาที่นี่ดูสิ ถ้าหากลองวัดดูเธอจะได้รู้เลยว่าความเข้มข้นข้างนอกกับที่นี่มันต่างกันมาก] (เอิลต้า)

จากการที่มอนสเตอร์จำนวนมหาศาลได้ตายที่พื้นที่คฤหาสน์แห่งนี้ทำให้มานาในพืนที่นี้ได้ใกล้จะปรากฏตัวออกมาเป็นรูปร่างและเกิดเป็นหมอกจางๆขึ้นแล้ว

ด้วยเพราะพลังของอาร์ติแฟคพื้นที่แห่งความอบอุ่นและความเศร้าทำให้มานาไม่อาจจะหลุดรอดออกไปได้ เป็นผลให้หมอกไม่ได้หายไปและล้อมรอบคฤหาสน์ต่อไป

มอนสเตอร์ที่ปรากฏตัวใกล้ๆจะถูกหมอกนี้ดึงดูดเข้ามาและเพราะแบบนี้ทำให้พวกมันการมาเป็นมานาในป้อมปราการอีก

[คฤหาสน์นี่มันดูเหมือนกับพวกเกมส์ผีเลยแหะ...] (เลียร่า)

[นี่มันไม่ใช่แค่เกมแล้ว แค่สถานการณ์ตรงน่านี้มันก็น่ากลัวกว่าเกมไปแล้ว] (เอิลต้า)

เกมส์ผีจะไปเทียบกับคฤหาสน์ที่ทุกๆอย่างภายในคฤหาสน์จะฆ่าทุกๆสิ่งมีชีวิตที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาติได้ยังไงกัน นอกไปจากนี้จากการที่มีมานามากเกินไปที่นี้มันก็เป็นเรื่องปกติที่จะมีมอนสเตอร์เกิดมาบนนี้ถึงแม้ว่าพวกมันจะกับดักจะทำงานและฆ่าพวกตัวที่เกิดมาในทันทีก็ตามที

"ฉันคุณว่าถ้าหมอกมันหนากว่านี้อีกนิดมันจะดูเท่ขึ้นอีกนะ"

ยูอิลฮานได้พูดไร้สาระออกมาทั้งๆที่ควบคุมปราการฆ่าศัตรูไปด้วย ตอนนี้เองเลียร่าได้ยืนขึ้นและกระพือปีกของเธอ

[ถ้างั้นในเมื่อสถานการณ์ที่นี่อยู่ตัวแล้ว ฉันจะไปที่สวรรค์หน่อยนะ ภารกิจสร้างกับดักแห่งการทำลายมันจบลงไปแล้ว ฉันจะไปเอารางวัลมาให้อิลฮาน] (เลียร่า)

"การจัดการความสับสนหลังจากมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 ก็ยังนับเป็นภารกิจด้วยใช่ป่ะ? อย่าลืมเอารางวัลนี้มาด้วยนะ"

[แน่นอนๆ ถ้างั้นฉันจะรีบมานะ] (เลียร่า)

เลียร่าได้ตอบกลับเล่นๆและจุ๊บแก้มยูอิลฮานแทนการบอกลา คิ้วของเอิลต้าได้ขมวดขึ้นมาหลังจากยูอิลฮานได้ปล่อยให้เธอได้ทำแบบนั้น

[การที่ยูอิลฮานยอมการสกินชิปแบบนี้มัน...!] (เอิลต้า)

[อุฟุฟุฟุ] (เลียร่า)

รอยยิ้มแห่งชัยชนะได้โผล่ขึ้นมาที่หน้าของเลียร่าก่อนที่เธอจะจากไป เอิลต้าที่รู้สึกแพ้ได้แต่ขบฟันแน่น แต่ว่ายูอิลฮานที่เป็นตัวต้นเรื่องก็แค่หันกลับไปควบคุมป้อมปราการต่อ

"โอเค ถ้างั้น... นับจากนี้ก็ปล่อยให้มันเน้นไปที่ร่างกายของมอนสเตอร์ที่กำลังฟื้นตัว..."

เมื่อเวลาผ่านไปสี่ห้าชั่วโมงในที่สุดแล้วสถานการณ์ก็ได้สงบลงไป จำนวนของมอนสเตอร์ได้ลดลงไปเรื่อยๆตามเวลาที่ผ่านไปและในท้ายที่สุดฝูงมอนสเตอร์ที่วิ่งเข้ามาทางคฤหาสน์อย่างไม่สิ้นสุดก็ได้ตายลงไปหมดจนสมบูรณ์

"เป็นแบบนี้ไปได้ยังไงกัน"

ยูอิลฮานได้ตกอยู่ในความสิ้นหวังขณะที่มองดูจอที่ว่างเปล่า ในตอนนี้แม้แต่มอนสเตอร์สักตัวเดียวยังไม่มีให้เห็นอีกแล้ว

"ถ้าฉันเลเวลขึ้นอีกหนึ่งครั้งฉันก็จะเลเวล 160 แล้วนะ"

[อย่าไปพูดแบบนี้ที่อื่นนะ หากคนอื่นๆได้ยินคงได้โมโหจนอกแตกตายแน่] (เอิลต้า)

หลังจากตรวจดูว่าการต่อสู้แสนยาวนานได้จบลงไปสมบูรณ์แล้ว ยูอิลฮานก็ได้ให้ลูกน้องของเขากลับมาทันที การป้องกันคฤหาสน์แสนเพลิดเพลินได้จบลงไปแล้ว

"ท่านจักรพรรดิ ท่านน่าทึ่งจริงๆ"

"การระเบิดมานานั่นมันกวาดพวกมอนสเตอร์ไปเกลี้ยงเลยล่ะ..."

"ฉันใช้มันไม่ได้บ่อยหรอกนะ ไม่ว่ายังไงก็ตามพวกนายก็ทำได้ดีเหมือนกัน"

ยูอิลฮานถึงขนาดรู้สึกผิดหลังจากได้เห็นลูกน้องของเขา พวกเขาได้ต่อสู้มาตลอด 20 วันโดยที่ไม่ได้อาบน้ำเลย ยังไงก็ตามพวกเอลฟ์ก็ยังดูสง่างามเช่นเดิมแม้ว่าพวกเขาควรจะสกปรกก็ตาม

"ไปอาบน้ำแล้วก็นอนพักเถอะ ขอบคุณพวกนายมากนะ พวกเราไม่ต้องห่วงเรื่องมอนสเตอร์ไปสักพักแล้ว"

"เย้"

"ท่านจักรพรรดิ ถ้างั้นโปรดยกโทษให้ผมด้วยที่ไปพัก"

"ไมเรย์ไปอาบน้ำกัน!"

"โอเค"

แม้ว่าทุกๆคนจะมีห้องเป็นขอตัวเอง แต่ว่าไมเรย์ ฟีเรียและเอริเซียต่างกรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะอยู่คนเดียวและพวกเธอได้เลือกที่จะไปนอนอยู่ในห้องเดียวกัน และพีทกับจิลก็เป็นเหมือนๆกันด้วย

ยูอิลฮานก็คิดว่าพวกเขาทั้งหมดควรจะไปนอนด้วยกันซะเลย แต่แล้วก็ได้ยอมรับมันหลังจากนึกขึ้นได้ว่าพีทกับจิลเป็นผู้ชาย

ในขณะเดียวกันมิลที่ดูจะคิดถึงพ่อจากการต่อสู้อย่างหนักเป็นเวลานาน ได้วิ่งไปอาบน้ำเปลื่ยนเป็นชุดนอนมาหายูอิลฮานก่อนที่จะหลับไปในอ้อมแขนของเขา ความอบอุ่นร่างกายของเขามันให้ความรู้สึกที่ดีมาก

แม้ว่ามิลจะดูเป็นเด็กอายุ 11 ขวบจากภายนอก แต่ภายในตัวมิก็ยังเป็นเด็กเล็กๆอยู่เลยซึ่งมันกระตุ้นให้ยูอิลฮานยิ้งออกมา แต่ยังไงก็ตามเขาก็ยิ้มไปตลอดไม่ได้

"มิลเลเวล 140 แล้วนี่ ว้าว มันเพิ่มเร็วจริงๆเลย"

[นั่นเป็นเหตุผลที่นายไม่พอใจงั้นสิ?] (เอิลต้า)

จากการที่ยูมิลเป็นคนที่ต่อสู้มากที่สุดแล้วในโลกที่ถูกทิ้งมาตลอด 2 ปี 9 เดือนทำให้เลเวลเขาเพิ่มขึ้นมามากที่สุดด้วย ในการป้องกันคฤหาสน์ก็เป็นเหมือนกัน และจริงๆแล้วที่มันเปนไปได้ขนาดนี้ก็เพราะการกินเนื้อมังกรด้วย

ยูอิลฮานได้คิดย้อนกลับไปถึงกองภูเขาเนื้อมังกรในช่องเก็บขอของเขาและได้รู้ว่าจริงๆแล้วยูมิลอาจจะไปถึงคลาส 4 เร็วกว่าเขาก็ได้

[คุณอิลฮาน พวกเราเข้าไปได้ไหม?] (มิเรย์)

[เย้!] (นายูนา)

ในตอนนี้เองแขกได้เข้ามาถึง

ยูอิลฮานได้ยิ้มขึ้นมาหลังจากดูแขกผ่านจอภาพ คนๆนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกไปจากคัมิเรย์กับนายูนา

พวกเธอได้เข้ามาในทันทีเลยที่มอนสเตอร์ถอยทัพไป นี่มันดูเหมือนว่าพวกเธอจะชอบยูมิลมากสินะ - ยูอิลฮานได้คิด(ผิด) ขึ้นมาพร้อมทั้งควบคุมให้คฤหาสน์ปล่อยให้พวกเธอเข้ามา

ยังไงก็ตามตอนที่ยูอิลฮานกำลังจะไปที่ห้องรับแขกได้มีบางอย่างบินผ่านหน้าต่างมาเหมือนกับสายฟ้า

[ฉันกลับมาแล้ว] (เลียร่า)

"หว๋า!ฎ

เป็นเลียร่านี่เอง จากการที่ยูมิลหลับอยู่บนแขนของเขาทำให้เขาได้ยกแขนขึ้นมาอีกข้างรับเลียร่าเอาไว้

[รับรางวัลไปเลย!] (เลียร่า)

"เธอหนักนะ!"

ในทันทีที่ยูอิลฮานฝืนรับเลียร่าไว้โดยที่ไม่ให้มิลตื่นขึ้นมา ออร่าที่ร้อนแรงก็ได้ย้ายจากร่างเลียร่ามาสู่เขา และข้อความสีเขียวได้ปรากฏขึ้นมา

[ภารกิจสวรรค์ 07,08 สำเร็จ!]

[สเตตัสทั้งหมดเพิ่มขึ้น 20 พละกำลังเพิ่มขึ้นอีก 10]

[คุณได้รับสกิลติดตัว วิศวกรรมเวทย์ ในตอนนี้คุณสามารถจะดึงพลังของอาร์ติแฟคออกมาได้ง่ายขึ้นและความสำเร็จในการทำหัตถกรรมมานาได้เพิ่มยิ่งขึ้น]

ยูอิลฮานได้นั่งลงไปพร้อมกับยูมิลที่อยู่ในแขนข้างหนึ่งและเลียร่าที่อยู่อีกข้าง จากนั้นเขาก็เอียงหัวตรวจดูสกิลที่เขาเพิ่งจะได้มา

"จากข้อมูลของพื้นที่แห่งความอบอุ่นและความเศร้า ฉันได้อยู่ในจุดสูงสุดของวิศวกรรมเวทย์แล้วไม่ใช่หรอ?"

[นั่นมันก็แค่การปฏิบัติจริงโดยไม่มีทฤษฎี แน่นอนว่านั่นมันน่าทึ่งมาก แต่ว่าวิศวกรรมเวทย์มันไม่ใช่แบบนั้น มันเป็นสาขาการเรียนรู้และสกิลที่จะต้องเรียนรู้หากจะใช้ภาษาเวทย์กับหัตถกรรมมานา มันเป็นการวิจัยที่ได้ถูกพัฒนามาในโลกจำนวนมากมายหลายร้อยปีหลังจากที่เกิดมหาภัยพิบัติขึ้นมา] (เลียร่า)

"หืม"

ไม่ว่าเขาจะคิดเกี่ยวกับมันยังไงมันก็ฟังดูน่ารำคาญมาก แต่ว่าถ้าหากว่ามันทำให้อาร์ติแฟคเขาทรงพลังขึ้นตามเลเวลสกิลที่เพิ่มขึ้น ถ้างั้นเขาก็ขอไม่ปฏิเสธัน

จากการปรับปรุงให้ผสมรวมกันของเอนชานท์วิญญาณกับอาร์ติแฟคมันก็เป็นส่วนช่วยให้การทำป้อมปราการเคลื่อนที่สำเร็จได้แน่นอน และรวมไปถึงอุปกรณ์ที่เขาวางแผนจะทำที่หยุดอยู่ในขั้นตอนการออกแบบอยู่ีกด้วย

เยี่ยม เมื่อเขาคิดได้แบบนี้แรงบันดาลใจก็พุ่งพล่านขึ้นมาแล้ว ยูอิลฮานได้ถามกับเลียร่าด้วยใบหน้าคาดหวังทันที

"แล้วถ้างั้นฉันจะฝึกวิศวกรรมเวทย์นี่ได้ยังไงล่ะ? มันคงไม่ใช่แค่การทำหัตถกรรมมานาซ้ำๆใช่ไหม?"

[อืม ฉันก็ไม่รู้เลยสักนิด] (เลียร่า)

"ฉันน่าจะเดาได้ตั้งแต่แรกที่เธอทำเสียงมั่นใจแล้วนี่เนอะ!"

[กรี๊ดดดดดดดด!] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้ขยับไปจี้เอวของเธออย่างไร้ปราณีทันที

[อ่า แม้แต่ฉันก็รู้แค่พื้นฐานของวิศวกรรมเวทย์เท่านั้นเอง...!] (เอิลต้า)

[ที่เธอหงุดหงิดเพราะเธอสอนวิศวกรรมเวทย์ให้ยูอิลฮานไม่ได้หรือว่าเธอไปแทนที่เลียร่าไม่ได้กันแน่...?] (สเปียร่า)

เอิลต้าได้แต่มองฉากนี้อย่างไม่พอใจและสเปียร่าได้ขมวดคิ้วมองดูเธอ ส่วนยูมิลก็ยังคงหลับอย่างสบาย

"...คุณอิลฮาน?"

"โอ้"

และในตอนนี้แขกที่ถูกลืมกำลังยืนอยู่ที่นอกห้องรับแขกด้วยตาที่เบิกกว้าง

"ฉันขอโทษนะ พอดีประตูมันเปิดอยู่ฉันก็เลยเข้ามาในตอนที่ได้ยินเสียงคนคุยกันนะ..."

"นายช่วยจ้างฉันเป็นแม่บ้านที่นี่ทีสิ๊!"

"ไม่ ฉันไม่ต้องการแม่บ้าน แล้วก็นะ..."

ยังไงก็ตามเพียงเมื่อยูอิลฮานกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากนี้เอง ขณะเขาก็คิดหาทางออกแต่แล้วคังมิเรย์ก็ได้โพล่งในสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงออกมา

"วิศวกรรมเวทย์... คือสิ่งที่ถูกพัฒนาการไปค่อนข้างดีเลยในโลกที่ฉันไปมา"

"...เธอว่าไงนะ"

แม่พระมาโปรดแล้ว

จบบทที่ บทที่ 154 - ถ้าฉันเป็นคนเปิดมันคงเป็นประตูสู่นรกแน่ (2) [12/05/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว