เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 155 - ถ้าฉันเป็นคนเปิดมันคงเป็นประตูสู่นรกแน่ (3) [15/05/2562]

บทที่ 155 - ถ้าฉันเป็นคนเปิดมันคงเป็นประตูสู่นรกแน่ (3) [15/05/2562]

บทที่ 155 - ถ้าฉันเป็นคนเปิดมันคงเป็นประตูสู่นรกแน่ (3) [15/05/2562]


บทที่ 155 - ถ้าฉันเป็นคนเปิดมันคงเป็นประตูสู่นรกแน่ (3)

 

คังมิเรย์ได้ดื่มชาที่เอิลต้าชงให้พร้อมทั้งอธิบายเรื่องราวของเธอ ในขณะเดียวกันยูอิลฮานก็ดึงดลียร่าออกไปจากเขาและนั่งลงนิ่งๆไม่ให้ยูมิลตื่นขึ้นมา

"โลกที่ฉันไปคือลันปาส ที่ที่ฉันไปอยู่คือจักรวรรดิที่มีชื่อว่าเพลลาเดีย โอ้ ชารสชาติดีมากเลยขอบคุณนะ"

"ฉันก็คิดว่าฉันเคยได้ยินมาแล้วนะ"

"มันเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จ จักรวรรดิเวทมนตร์แห่งอิลลาต้า เนื่องจากที่นี่คือประเทศที่มีอุดมการณ์ที่ว่าทุกๆคนสามารถขึ้นเป็นจักรพรรดิได้ตราบใดที่คนๆนั้นมีพรสวรรค์ที่มากพอจึงได้กลายเป็นศูนย์กลางรวมผู้คนที่มีความสามารถอยู่ เพราะแบบนี้ที่นั่นจึงทำให้เกิดการพัฒนาในด้านเวทมนตร์ทุกๆรูปแบบขึ้นอย่างมาก"

เธอก็ยังได้บอกว่าวิศวกรรมเวทย์ก็เป็นหนึ่งในสาขาที่มีความก้าวหน้า และเธอก็ยังมั่นใจในเรื่องนี้เนื่องจากว่าเธอได้เจอกับหนังสือสองสามเล่มเกี่ยวกับพื้นฐานวิศวกรรมเวทย์

"เธอพอจะช่วยฉันได้ป่ะ?"

ยูอิลฮานได้รู้สึกปั่นป่วนขึ้นมาหลังจากได้ยินแบบนี้ คังมิเรย์ได้มองเขาพร้อมทั้งรู้สึกได้ว่าเธอใจเย็นลงบ้างแล้วพร้อมทั้งได้รู้ว่าความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้มายาวนานของเธอได้ลดลงไปเล็กน้อยจากการได้ช่วยเขาบ้างแล้ว

"เมื่อเทียบกับที่ฉันได้รับมาจนถึงตอนนี้ทำไมจะไม่ได้ล่ะ แม้ว่าในปัจจุบันมันจะเป็นไปไม่ได้เพราะสถานการณืบนโลก แต่ว่าฉันจะไปดูให้ในทันทีที่เราได้จัดการสิ่งต่างๆแล้ว"

"ขอบใจมาก"

"ฉันบอกแล้วว่าไม่เป็นไรไง"

เพียงเมื่อยูอิลฮานกำลังกระวนกระวายกับความคาดหวังในป้อมปราการเคลื่อนที่ นายูนาที่ไม่ได้รู้สึกดักับการที่สองคนต่างมองกันด้วยสีหน้าแปลกๆทำให้เธอแตะคังมิเรย์และพูดออกมา

"ทำงานอย่าเอาแต่เล่น"

"โอ้ จริงด้วย"

คังมิเรย์ได้นึกขึ้นมาได้ว่าทำไมเธอถึงได้มาหายูอิลฮานที่นี่และได้กลับมาพูดหัวข้อหลักของเธอทันที

"มานาที่ถูกคฤหาสน์นี่ปล่อยออกมามันคืออะไรกัน? การที่มอนสเตอร์จำนวนมากได้มารวมที่นี่ก็เพราะมานา... การที่มานาก่อตัวกันเป็นหมอกนี่... ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนซักครั้ง"

"มันจะเป็นแบบนี้อีกซักพักแหละ จนกว่าที่คฤหาสน์จะพัฒนาขึ้นมันจะเป็นเรื่องยากที่จะควบคุมมานาทั้งหมด"

"...คุณเพิ่งจะพูดว่าคฤหาสน์นี่พัฒนา ฉันได้ยินถูกใช่ไหม?"

"ใช่แล้ว"

คังมิเรย์รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆว่ามันจะดีกว่าสำหรับเธอที่ไม่รู้อะไรจะดีกว่า

เมื่อคิดย้อนดูแล้วชายคนนี้ได้กวาดล้างมอนสเตอร์จำนวนมหาศาลที่มารวมตัวกันจากทั่วทั้งโลกตลอด 20 วันที่ผ่านมา ในตลอดเวลาเธอได้คิดว่าเธอเริ่มคุ้นชินกับความตกใจใหม่ๆแล้ว ยิ่งเธอเจอก็มีแต่จะทำให้เธอเหนื่อยหน่ายมากยิ่งขึ้น

"ถึงแม้ว่าจะไม่มีการบาดเจ็บล้มตายแต่ว่ามันก็มีความเสียหายอยู่มากกับพื้นที่ใกล้เคียงเพราะการที่คฤหาสน์แห่งนี้ได้ดึงดูดมอนสเตอร์ทุกชนิดเข้ามา แม้ว่ามันจะน่าตลกเล็กน้อยสำหรับฉันนะที่จะพููดแบบนี้ แต่ว่ามันจะต้องมีคนบ่นแน่นอนว่าทำไมคุณถึงได้ทำให้มันออกมาเป็นแบบนี้"

"โอ้ นี่มันก็จริง ฉันน่าให้ค่าชดเชยกับคนพวกนั้นหรือป่าวนะ?"

คังมิเรย์ได้ยิ้มขึ้นมาและส่ายหัว

"ไม่ต้องเลยสักนิด ไม่ว่าจะเป็นการไล่ล่ามอนสเตอร์หรือดึงดูดพวกมันเข้ามาก็ได้ทำให้ชีวิตคนนับไม่ถ้วนได้ถูกช่วยเอาไว้แล้ว มันคงจะเป็นเรื่องไร้สาระมากๆแน่ถ้าหากว่าคนที่ทำเพื่อโลกขนาดนี้ยังต้องมาชดใช้อะไรอีก ฉันก็แค่อยากจะบอกว่าคุณไม่จำเป็นต้องไปสนใจคนพวกนั้นหากมีโผล่ขึ้นมาน่ะ"

ยูอิลฮานได้รู้สึกอีกครั้งหนึ่งว่าคังมิเรย์เธอเป็นคนที่ดีโดยธรรมชาติ มันไม่น่าเชื่อเลยว่าเธอเป็นคนที่โตขึ้นมาภายใต้ตระกูลคังที่หลงผิด

ยังไงก็ตามมันก็ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้รู้เลยว่ายูอิลฮานใส่ใจกับคนแบบนี้มานานแล้ว

"ในมุมมองของการช่วยปกป้องโลกนี่มันเป็นเรื่องดีอย่างยิ่งเลย พวกเราอาจจะได้เป็นห่วงเรื่องมนุษย์ที่จะเจอเข้ากับมอนสเตอร์ที่นี่น้อยลง แต่ว่าฉันก็ห่วงเรื่องคุณเหมือนกันคุณอิลฮาน คุณจะต้องได้เจอกับมอนสเตอร์อีกมากแน่ในอนาคต..."

"ป้อมปราการนี่ ไม่สิ คฤหาสน์นี่มันมีฟังชั่นก์ยิงอัตโนมัติอยู่ ดังนั้นไม่เป็นไรหรอก แม้ว่าจะไม่สามารถฆ่ามอนสเตอร์คลาส 4 ได้แต่มันก้สามารถจะถ่วงเวลามันเอาไว้ได้ชั่วคราว"

"..."

นี่คือป้อมปราการที่ละเอียดอ่อนที่ช่วยลดความกังวลให้กับจิตใจของผู้คน คังมิเรย์ได้ตัดสินใจที่จะไม่พูดในเรื่องนี้อีกต่อไป กลับกันนายูนาได้เอียงหัวขึ้นมาและแทรกบทสนทนาเข้าไปแทน

"ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วคุณอิลฮาน"

"ยูอิลฮานครับ"

"คุณอิลฮาน ในรอบนี้คุณได้ฆ่ามอนสเตอร์คลาส 4 ไปใช่ไหม?"

ยูอิลฮานได้ส่ายหัวออกมา

"น่าเสียดายที่ไม่มีมันโผล่ออกมาเลย แล้วก็นะเรียกฉันว่ายูอิลฮาน"

"นี่มันแปลกมาก ฉันก็ยังไม่ได้เจอมันสักตัวเลย"

"มันจะเป็นอันตรายแน่ถ้าเจอมัน ไม่ว่าเราจะแข็งแกร่งแค่ไหนแต่ว่าคลาส 4 มันก็หนักหนาเกินไปหากไม่มีมิล นอกไปจากนี้โลกในตอนนี้ก็ยังอยู่ในช่วงต้นของมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 เท่านั้นเอง ทำไมมันถึงได้จะมีคลาส 4 ขึ้นมาล่ะ? แม้กระทั่งโลกที่เจอมหาภัยพิบัติขั้นที่ 3 ก็ยังมีคลาส 4 แค่ไม่กี่ตัวเอง"

คังมิเรย์ได้ดุนายูนาเพื่อเตือนไม่ให้เธอพูดในเรื่องที่โชคร้ายแบบนั้น แต่ว่ายูอิลฮานก็พอจะเดาถึงเจตนาที่นายูนาต้องการจะบอกได้จากสายตาของเธอ

"นี่มันแปลกงั้นสินะ?"

"ใช่แล้ววว"

"จริงๆแล้วมันก็ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่ได้คิดแบบนั้นเหมือนกันนะ"

ไม่ว่าพื้นที่แห่งความอบอุ่นและความเศร้าจะดึงดูดมอนสเตอร์มามากแค่ไหนมันก็ไม่มีทางเลยที่พวกคลาส 4 จะวิ่งสุ่มๆมาที่นี่

ยังไงก็ตามถ้าหากว่าพื้นที่แห่งความอบอุ่นและความเศร้ายังดึงดูดจับมันไม่ได้ มันก็มีโอกาสอย่างมากเช่นกันที่กับดักแห่งการทำลายก็จะจับพวกมันไม่ได้ ถ้างั้นมันก็หมายความว่าหากมีพวกคลาส 4 ที่เกิดจากมหาภัยพิบัตินี้ พวกมันก็คงจะได้แอบซ่อนหลบเลี่ยงจากสายตามนุษย์อยู่

"แต่ถ้าพวกมันแค่ซ่อนตัวอยู่ นั่นมันก็ไม่น่าจะมีปัญหา"

"นายก็คิดว่ามีมอนสเตอร์คลาส 4 อยู่ด้วยเหมือนกันหรอ?"

"ถ้าเราคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกมาจนถึงตอนนี้ล่ะก็ ใช่แน่ๆ"

ที่มอนสเตอร์มีปัญหาก็เพราะพวกมันจะโจมตีมนุษย์เป็นเหยื่อ เอริเซียหรือเฟมิลก็จะคิดว่าการที่ล่ามนุษย์เพื่อเอาบันทึกมาก็เป็นเรื่องปกติเช่นกันหากว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ใต้คำสั่งของยูอิลฮาน

แต่เดิมแล้วมันก็ไมมีทั้ง 'ดี' หรือ 'ชั่ว' เรื่องการกระทำของมอนสเตอร์ มันก็เหมือนๆกันกับที่มนุษย์ฆ่าหมูวัวมาทำเป็นอาหารนั่นแหละ นอกจากนี้มนุษย์ก็ยังฆ่ามอนสเตอร์เพื่อเพิ่มเลเวลตัวเองโดยไม่รู้สึกผิดด้วย

ยังไงก็ตามมอนสเตอร์ที่ไม่ปรากฏตัวให้เห็นและซ่อนตัวอยู่เพราะไม่ชอบการต่อสู้ เขาก็คิดว่ามันไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะไปจัดการพวกมันทุกๆตัว

"มันจะเกิดอะไรขึ้นหากว่ามันมีเหตุผลอื่นที่ซ่อนตัวล่ะ? เหตุผลแย่ๆน่ะ"

เพราะแบบนี้ทำให้คำพูดของนายูนาดูน่าเชื่อถือมาขึ้น

"แล้วเธอคิดยังไงล่ะ คุณนายูนา?"

"ฉันจะบอกนายถ้านายเรียกฉันว่า 'ยูนา' แบบเต็มไปด้วยความรัก"

"นับตั้งแต่ที่เจอเธอนี่มันก็ไม่น่าพอใจเลยนะ แล้วก็อย่ามาเจอกันอีกเลย ลาก่อน"

"ฉันจะพูด ฉันจะบอกแล้ววว!"

นายูนาได้เบ้ปากและพูดสิ่งที่เธอคิดออกมา จากระดับของฝูงมอนสเตอร์ในมหาภัยพิบัตินี้ มันเป็นเรื่องที่แน่นอนว่ามันน่าจะมีมอนสเตอร์คลาส 4 อยู่ แต่ว่ากลับไม่มีแม้แต่ตัวเดียวที่โผล่ออกมาราวกับพวกมันได้วางแผนทั้งหมดไว้ล่วงหน้าแล้ว และนี่มันก็น่าสงสัยเอามากๆ

ที่เป็นแบบนี้อาจจะเพราะมันรอที่จะเคลื่อนไหวในตอนที่มนุษย์โล่งใจกับการจัดการมอนสเตอร์ออกไปได้

"ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่ได้มีหลักฐานใดๆเลย เธอรู้สึกมากไปหรือป่าว... แล้วทำไมเธอถึงได้มาพูดเอาจนป่านนี้ล่ะ?" (มิเรย์)

"ก็เพราะในโลกเราตอนนี้มีก็แต่คุณอิลฮานเท่านั้นที่สู้กับคลาส 4 ได้" (ยูนา)

"แล้วถ้าเกิดเธอคิดมากไปล่ะ?" (อิลฮาน)

"งั้นก็ช่วยไม่ได้นี่ ฉันจะให้นายจูบ... แอ๊ก!" (ยูนา)

ยูอิลฮานได้มองดูคังมิเรย์จัดการนายูนาในระหว่างที่จิบชาเฉยๆ ในขณะเดียวกันยูมิลก็ตื่นขึ้นมามองสลับไปมาระหว่างสองสาว ทำให้มันดูเหมือนว่าความโกรธของคังมิเรย์จะหายไปเล็กน้อย

"คุณจะเมินคำพูดของเธอไปก็ได้ก็เพราะเธอมันงี่เง่า" (มิเรย์)

"ไม่หรอกฉันจะไปดูรอบๆ แม้ว่าหัวของนายูนาจะดูเหมือนว่างเปล่า แต่ว่ามันก็น่าจะมีเศษเสี้ยวอะไรดีๆอยู่ก็ได้" (อิลฮาน)

"โอ้!" (ยูนา)

ยูอิลฮานได้ยืนขึ้นโดยที่แบกมิลขึ้นเหมือนกับหมีโคอาล่า ถ้าหากว่าเป็นตัวเขาก่อนหน้านี้เขาก็คงจะกลัวเล็กน้อยกับภารกิจแบบนี้ แต่ว่าด้วยเสียงเพรียกแห่งการล่มสลายที่เขามีทำให้เขาสามารถท่องไปรอบโลกได้อยางง่ายดาย

"ถ้าคุณไปหาทั่วแล้วไม่เจออะไรเลยก็บอกฉันนะ ฉันจะไปจูบคุณ" (ยูนา)

"ขอปฏิเสธ"

"คุณกำลังอายนี่นา"

มันดูเหมือนว่านายูนาจะยังคงคิดว่ายูอิลฮานชอบเธออยู่

นายูนาได้ปล่อยนายูนาไว้และเสริมขึ้นว่าเธอจะติดต่อเขาไปอีก ยูอิลฮานได้ตอบรับและวางยูมิลที่ตื่นขึ้นมาแล้วลงพร้อมเตรียมจะออกไป

"ผมไปด้วยไม่ได้หรอ?"

"เดี๋ยวพ่อก็กลับมาแล้ว ลูกไปพักที่บ้านอีกหน่อยเถอะ ถ้าเกิดลูกหิวก็กินซุปนี่กับข้าวนะ"

"ครับ"

แน่นอนว่าซุปก็คือซุปที่ทำขึ้นมาจากเนื้อมังกร เป็นอาหารทำมือที่ยูอิลฮานทำมาให้เพื่อมิลโดยเฉพาะ!

เขาได้พามิลไปห้องนอนและให้เอิลต้าอยู่กับมิลก่อนที่เขาจะออกมา ส่วนโล่งที่สะอาดหมดจดได้เข้ามาสู่สายตาของเขา

"ฟู่"

[ว้าว สะอาดจริงๆเลยนะ] (เลียร่า)

พื้นคฤหาสน์มันสะอาดกว่าที่เขาคิดไว้ซะอีก

เพราะการที่ศพของมอนสเตอร์ทั้งหมดหายไปงั้นหรอ? ไม่มีทาง นี่มันเป็นเพราะว่าคฤหาสน์ได้ซ่อมแซมตัวเองด้วยการดูดซึมส่วนที่เหลือและศพของมอนสเตอร์ลงไปต่างหาก

แน่นอนว่าขาก็ได้เก็บเอาศพของมอนสเตอร์ที่มีเลเวลสูงกว่า 150 เอาไว้ด้วย

"ในตอนนี้มันก็สมบูรณ์แล้ว ถ้าฉันก็คงไปได้แล้ว"

[แม้ว่ามันจะไม่มีคลาส 4 ก็...] (เลียร่า)

[มันจะไม่น่าตกใจหากมันมีคลาส 4 เลียร่า] (สเปียร่า)

ยูอิลฮานได้บินขึ้นไปบนท้องฟ้ากับเลียร่าที่ดูไม่ค่อยเชื่อและสเปียร่าที่ยอมรับในความเป็นจริง ความเร็วในการบินของยูอิลฮานตอนนี้ไดเร็วยิ่งกว่าเดิมอีกจากการที่เขาได้ปรับตัวเข้ากับเสียงเพรียกแห่งการล่มสลาย ทูตสวรรค์ต่างก็ยังต้องเร่งความเร็วเพื่อไม่ให้ถูกทิ้งเอาไว้

[พวกเราจะไปหามอนสเตอร์คลาส 4 ทั้งแบบนี้เจอจริงๆดิ?] (เลียร่า)

"ไม่ว่าจะเป็นคนหรือมอนสเตอร์ แต่ว่าหากพวกนั้นซ่อนตัวจากคนอื่นอยู่ งั้นฉันก็มั่นใจว่าฉันจะเจอพวกนั้นแน่ ฉันได้คิดถึงสิ่งต่างๆในมุมมองของพวกนั้นแล้ว... ในเรื่องนี้น่ะฉันมีประสบกสารณ์กับมันมากเลยนะดังนั้นฉันก็เลยรู้เป็นอย่างดี"

[ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายจิตใจอิลฮานนะ แต่แล้วฉันก็เผลอเหยียบกับระเบิดดข้าอีกแล้ว!] (เลียร่า)

[นายจะบอกว่าพลังแห่งจ้าวแห่งการปกปิดตัวตนสินะ](สเปียร่า)

ยังไงก็ตามแม้ว่ายูอิลฮานจะตรวจดูไปทุกๆที่บนโลกกับทูตสวรรค์ทั้งสองคน เขาก็ไม่เจอมอนสเตอร์คลาส 4 เลย จะมีที่ยกเว้นไว้อยู่ก็คือที่แปซิฟิกที่กลายเป็นพื้นที่ของมอนสเตอร์ไปแล้ว

แม้ว่าเขาจะเจอบางตัวที่มันมีศักยภาพในการพัฒนาไปเป็นคลาส 4 ได้ในไม่นาน แต่ว่าในปัจจุบันมันก็ยังไม่ใช่คลาส 4 อยู่ดี

"แต่ในเมื่อที่นี่มันมีมอนสเตอร์มากขนาดนี้งั้นก็มาจัดการมันก่อนล่ะกัน"

[นี่มันเเป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันได้เห็นมนุษย์ที่ใช้คำว่า 'จัดการมันก่อน' ทั้งๆที่กำลังพูดว่าจะกวาดล้างมอนสเตอร์ทั้งประเทศทิ้ง] (เลียร่า)

การโจมตีของยูอิลฮานเป็นเหมือนหายนะที่มาถึงมอนสเตอร์ มันได้เกิดเป็นพายุหอกกระดูกมังกรที่ไม่สิ้นสุดกับแส้มังกรดำที่เป็นประกายไปทั่ว

จริงๆแล้วยูอิลฮานยังหวังว่าจะได้เจอวังวนอีกหากมอนสเตอร์จำนวนมากขนาดนี้ตายไป แต่ว่ามันก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นมาแค่เพราะคนต้องการให้มันปรากฏขึ้นมา แต่ว่ามันก็ยังมีสัญญาณของวังวนขึ้นมาอยู่เมื่อยูอิลฮานได้จัดการกวาดล้างมอนสเตอร์ไปประมาณ 2 ชั่วโมง

[ถึงมันจะเกิดขึ้นมาต่อหน้า แต่ฉันก็ไม่เข้าใจกลไกของมันเลย!] (เลียร่า)

[มันก็คล้ายๆกับแบพวกมอนสเตอร์แหละ แม้ว่าเราจะรู้เรื่องอื่นๆ แต่ว่าเราก็ยังไม่รู้กลไกของการเกิดมอนสเตอร์...] (สเปียร่า)

ในขณะที่สิ่งมีชีวิตชั้นสูงกำลังยุ่งกับการตั้งสมมติฐานอยู่ ยูอิลฮานก็ได้จัดการกวาดล้างมอนสเตอร์ใกล้ๆและได้มีวังวนปรากฏขึ้นมาเลียร่าได้แต่ถามขึ้นมาทั้งๆที่มองดูยูอิลฮานเก็บแส้กลับไปและหยิบเอาหอกออกมา

[แล้วตอนนี้นายจะทำยังไงล่ะ? ถึงมันจะเป็นไปได้ที่จะทำลายวังวนในคฤหาสน์เพราะการระเบิดของมานานาย แต่ตอนนี้มันจะยังเป็นไปได้ที่จะทำลายมันอยู่หรอ?] (เลียร่า)

"ฉันก็ได้แต่ลองจนกว่ามันจะแหลกไปนั่นแหละ มันไม่น่าจะเชื่อมต่อกับโลกอื่นอยู่แล้วนี่"

ยูอิลฮานได้ประกาศออกมาอย่างมั่นใจและอัดมานาลงไปในอาวุธของเขา เพลิงนิรันดร์ เพลิงม่วงและประกายเพลิงได้รวมเข้าด้วยกันเป็นเพลิงสีขาว จากนั้นเขาก็ใช้หอกไร้วิถีพร้อมทั้งพยายามอัดพลังของดาบ แส้และค้อนลงไปในหอกพร้อมๆกัน

"ฮ่าาาาาาห์!"

การโจมตีอย่างสุดพลังของยูอิลฮานได้เจาะทะลวงวังวนหลายต่อหลายครั้ง

ยังไงก็ตามมันก็ยังไม่พอเมื่อเทียบกับในตอนที่เขาได้โจมตีด้วยพลังของป้อมปราการทำให้เขาต้องโจมตีไปหลายต่อหลายครั้งด้วยการดึงพลังทั้งหมดที่เขามีออกมา... ในตอนนี้เองจู่ๆวังวนก็ได้เริ่มขยายออกมาด้วยแสงแปลกๆ

"พระเจ้า!"

[อ่า มันกำลังจะระเบิดแล้ว!] (เลียร่า)

[ยูอิลฮาน หลบ!] (สเปียร่า)

ยูอิลฮานได้เรียกเอจิสออกมาป้องกันด้านหน้าเขาก่อนที่ทูตสวรรค์จะเตือนเขาซะอีก ถึงแม้ว่าววังวนจะทำให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นแต่ว่ามันก็ไม่อาจจะทำลายเอจิสได้

ยูอิลฮานได้รู้ตัวว่าไม่มีข้อความอะไรขึ้นมาและรู้แล้วว่าเขาไม่อาจจะทำลายวังวนเพียงลำพังได้ และจากนั้นเมื่อเขาเก็บเอจิสกลับไป...

เขาก็ได้พบเข้ากับเกตที่ภายในแสดงให้เห็นทิศทัศน์ที่น่ากลัวอยู่

จบบทที่ บทที่ 155 - ถ้าฉันเป็นคนเปิดมันคงเป็นประตูสู่นรกแน่ (3) [15/05/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว