เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 153 - ถ้าฉันเป็นคนเปิดมันคงเป็นประตูสู่นรกแน่ (1) [09/05/2562]

บทที่ 153 - ถ้าฉันเป็นคนเปิดมันคงเป็นประตูสู่นรกแน่ (1) [09/05/2562]

บทที่ 153 - ถ้าฉันเป็นคนเปิดมันคงเป็นประตูสู่นรกแน่ (1) [09/05/2562]


บทที่ 153 - ถ้าฉันเป็นคนเปิดมันคงเป็นประตูสู่นรกแน่ (1)

 

 

เสียงร้องแห่งความเจ็บปวดได้ดังก้องไปอยู่ทั่วพื้นที่คฤหาสน์ของยูอิลฮาน

"ก๊าซซซซซ!"

"กี้ซซซซ!"

มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นโลกกันเนี้ย?

มอนสเตอร์หลายสายพันธ์ที่เกินกว่าร้อยตัวได้ถูกสังหารไปด้วยหลายๆรูปแบบ

"กีซซซซซซ"

ในทันทีที่มอนสเตอร์ได้ปะทะเข้ากับรั้วเพื่อทำร้ายรั้วทิ้ง รั้วได้ดูดมานาของพวกมอนสเตอร์และสร้างความร้อยขึ้นมา มอนสเตอร์ที่กล้าหาญกว่าครึ่งได้จบลงอยู่ตรงนี้ และตัวอื่นๆที่พยายามจะทำร้ายรั้วด้วยสกิลใส่ก็ตายลงไปไม่นานหลังจากที่รั้วได้ปล่อยสิ่งที่มากกว่าไฟออกมาด้วยการใช้มานาจากสกิลที่พวกมนอสเตอร์ปล่อยออกมา

"ก๊าซซซซซซ....!"

ในตอนนี้แม้แต่มอนสเตอร์ที่ไร้สมองก็รู้แล้วว่ากการเข้าไปใกล้รั้วจะเป็นอันตราย แต่แน่นอนว่ากว่าจะรู้ตัวก็เหลือเป็นแค่ชนกลุ่มน้อยมากๆแล้ว ส่วนพวกที่เหลือต่างก็ระเหยไปหลังจากปะทะกับรั้ว!

"ก๊าซซซซซว!"

มอนสเตอร์ต่างก็ต้องใช้สมองอันน้อยนิดของมันคิดหาวิธีเอาตัวรอดจากวิกฤตินี้อย่างหัวหมุนแทนที่จะพุ่งเข้าไปโง่ๆ และคำตอบที่พวกมันได้มาก็คือการกระโดด! ไม่ว่าจะเป็นการเหยียบหลังพวกตัวอื่นๆหรือกระโดดข้ามรั้วไปด้วยพลังของตัวเองก็ตาม พวกมันได้คิดหลากหลายวิธีทางที่จะข้ามรั้วไป นี่มันเป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลมากๆ

"ก๊าาาาาาาา!"

และในทันทีที่มอนสเตอร์ 'ฉลาด' ได้ลงมาสัมผัสพื้นกำแพงชั้นที่สองภายในดินก็พุ่งขึ้นมาดันพวกมันกลับเข้าไปในหลุมเพลิง

"ก๊าซซซซซ!"

"เอ๋งๆๆ"

มอนสเตอร์อีกกว่าครึ่งก็ติดอยู่กับตรงนี้ ยังไงก็ตามมันก็ยังมีกำแพงที่สามอีกสำหรับพวกตัวที่กระโดดข้ามไปด้วยพลังขาที่มหาศาลหรือพวกมอนสเตอร์ที่บินได้

"ต่อให้ฉันมาโจมตีปราการนี้มันก็ยังดูน่ากลัวเลย"

"ดีล่ะ เพราะแบบนี้ทำให้มอนสเตอร์ที่เราต้องเจอลดกำลังลงไปเยอะเลย"

เอลฟ์ที่พุ่งออกไปที่สวนทั้งๆที่เตรียมใจจะสู้กับมอนสเตอร์นับพันนับหมื่นด้วยตัวเองแล้วได้แต่หยุดลง มองดูมอนสเตอร์ที่ตายไปลงและคิดว่ายูอิลฮานเป็นชายที่น่ากลัว

ยังไงก็ตามกำแพงกับรั้วมันก็แค่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง อาร์ติแฟคที่ปลอมตัวเป็นต้นไม้หรือหญ้าในสวนต่างก็จับและรัดข้อเท้ามอนสเตอร์ที่ผ่านไปหรือไม่ก็รมควันพิเษเข้าใส่เป็นผลให้จำนวนของพวกมอนสเตอร์ยิ่งลดลไปอีก แม้แต่นอกไม้ที่ดูสวยงามก็ยังยิงกลีบดอกเข้าใส่มอนสเตอร์ที่เข้ามาใกล้! แน่นอนว่ากลีบดอกนี่ทำมาจากกระดูกมอนสเตอร์คลาส 4 ทำให้มันไม่มีทางเลยที่มอนสเตอร์คลาส 2 จะรอดไปได้และแม้แต่คลาส 3 ก็ยังได้รับบาดเจ็บร้ายแรงถึงตายได้เลย

"นายท่านยอดเยี่ยมจริงๆ!"

"ท่านจักรพรรดิโครตเจ๋ง"

"ท่านพ่อเท่มาตั้งนานแล้ว!"

ไม่ว่าจะเป็นคนปกติคนใดก็ต้องตกตะลึง แต่แม้แบบนั้นลูกน้องของยูอิลฮานก็มีแต่อุทานอย่างชื่นชมในความยิ่งใหญ่และเกรียงไกรของหัวหน้าพวกเขา ยังไงก็ตามทัศนคติที่ผ่อนคลายของพวกเขาก็ค่อยๆหยุดลงไปอย่างช้าๆ มอนสเตอร์ที่จะหลุดเข้ามาในสวนได้แม้จะเผชิญหน้ากับกับดักมากขนาดนี้จะต้องเป็นตัวที่แข็งแกร่งแน่

"แกจะไม่มีวันได้ก้าวเข้าไปในคฤหาสน์"

"ย๊ากกกกกกกก!"

ระหว่างที่พีทยิงลูกธนูสอยพวกมอนสเตอร์ที่บินอยู่ ลูกนอกที่เหลือนอกไปจากเอริเซียกับยูมิลก็ได้เริ่มเข้าต่อสู้กับมอนสเตอร์คลาส 3 แล้ว

ความสนุกสนามและเพลิดเพลินในการปกป้องคฤหาสน์ได้เกิดขึ้นมา! ค่าประสบการณ์ของทุกๆคนต่างก็เพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

จากการที่พื้นที่แห่งความอบอุ่นและความเศร้าได้ดูดมานาเข้าไปมากยิ่งๆขึ้น ตอนนี้มันจึงไม่ใช่แค่เมืองใกล้ๆแล้วแต่เป็นมอนสเตอร์ทั้งหมดทั่วทั้งเกาหลีได้พุ่งเข้ามาทางนี้หลังจากที่รู้สึกได้ถึงมานาที่มหาศาล กลุ่มต่างๆในเกาหลีต่างก็ต้องตัวสั่นด้วยความหวดกลัวโดยที่ไม่รู้เลย่าเกิดอะไรขึ้น

และยูอิลฮานที่เป็นคนควบคุมพื้นที่แห่งความอบอุ่นและความเศร้าเพื่อลองศึกษาอยู่ในปัจจุบันก็ได้อยู่ในสถานการร์ที่ยากลำบาก

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 6,123,512...]

[คุณได้รับบันทึกงูสองหัวเลเวล 108]

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 4,563,100...]

[คุณได้รับบันทึกสุดยอดลิงเลเวล 104]

[คุณได้รับ...]

[คุณได้รับ...]

"แค่หัวฉันเจ็บมันก็มากพอแล้วแต่นี่ตาฉันก็ต้องมาเจ็บกับข้อความเตือนพวกนี้อีก!"

[รายยังจะได้ค่าประสบการณ์จากพวกที่ติดกับดักตายด้วย!?] (เลียร่า)

เลียร่าได้ตะโกนออกมาอย่างตกตะลึง แต่ว่ายูอิลฮานได้แต่บ่นออกมาทั้งๆที่จับหัวของเขาอยู่

ใช้แล้ว ก่อนหน้านี้เขาก็ได้ยืนยันมาแล้วว่าจะไม่ได้บันทึกหรือค่าประสบการณ์ใดๆจากการใช้กับดักหรือระเบิดฆ่ามอนสเตอร์ ยังไงก็ตามเนื่องจากเขารู้แบบนั้นแล้วเขาก็จะไม่มีทางทำความผิดพลาดซ้ำแน่

"ของพวกนี้มันไม่ใช่กับดัก มันคือป้อมปราการที่ฉันควบคุมโดยตรง พูดให้ชัดคือฉันได้จัดการมอนสเตอร์พวกนี้ด้วยการเหวี่ยงป้อมปราการเป็นอาวุธ"

[เขากระทั่งเจอวิธีได้ค่าประสบการณ์จากมันได้อีก!] (เลียร่า)

[เอาเถอะนะ] (สเปียร่า)

มันก็เหมือนกับการที่ติดกับระเบิดไว้ฆ่ามอนสเตอร์จะไม่ได้ค่าประสบการณ์ แต่หากเป็นการโยนระเบิดใส่มอนสเตอร์จะได้รับค่าประสบการณ์ หากยูอิลฮานได้เปิดใช้งานกับดักกับออฟชั่นของป้อมปราการตรงๆ บันทึกของพวกมอนสเตอร์ก็จะถูกส่งมาให้ยูอิลฮาน เขาได้วางแผนที่จะทำป้อมปราการให้เป็นแบบนี้แต่แรกแล้ว

"แน่นอนว่าบันทึกมอนสเตอร์คลาส 2 มันไม่ได้มีค่ากับฉันอยู่แล้วดังนั้นฉันจะปล่อยให้พื้นที่แห่งความอบอุ่นและความเศร้าดูดซับไปมัน ถ้าเป็นแบบนี้มันจะพัฒนาขึ้นไปพร้อมๆกับฉันด้วย นี่มันเหมือนกันยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลย"

เขาก็ยังอยากที่จะใช้เอนชานท์วิญญาณจัดการดูแลพื้นที่แห่งความอบอุ่นและความเศร้าด้วย แต่น่าเสียดายที่ยูอิลฮานไม่ได้มีความคิดที่อยู่ในระดับเดียวกันกับอาร์ติแฟคระดับกลียุคเลย เขาคิดว่าความคิดระดับนั้นบางทีอาจจะมีอยู่แค่ในโลกขั้นสูงเท่านั้น

[คุณได้รับ...]

[คุณได้รับ...]

"ถ้ามอนสเตอร์มันยังมาเรื่อยๆแบบวันนี้ งั้นฉันก็น่าจะได้เพิ่มอีกสักเวลแล้ว"

[ฉันไม่ได้ตกใจเลย ฉันไม่ตกใจสักนิด!] (เอิลต้า)

มอนสเตอร์ได้มุ่งข้ามาทางคฤหาสน์มากขึ้นเรื่อยๆ มันแทบจะดูเหมือนกับว่ามอนสเตอร์ทั้งโลกได้ถูกดึงดูด มอนสเตอร์ที่บินได้บนท้องฟ้าก็มีนับพันไปแล้ว ส่วนมอนสเตอร์บนพื้นมีมากกว่านั้นถึงสิบเท่า เสียงร้องของพวกมันได้ดังขึ้นมาเรื่อยๆจากการถูกฆ่า

กลุ่มที่อยู่ในเกาหลีก็ยังได้รู้แล้วว่ามอนสเตอร์พวกนี้กำลังไปรวมกันอยู่ในจุดๆหนึ่ง แต่ว่าก็ไม่มีใครที่กล้าเข้าไปในทางที่มอนสเตอร์คลาส 3 ที่เกินกว่าสามหมื่นตัวเดินไป สมาชิกของแต่ล่ะกลุ่มได้แต่นั่งอมนิ้วดูอยู่เฉยๆ

แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่ได้มีอะไรทำ ในปัจจุบันนี้โลกคือสวรรค์ของมอนสเตอร์ ถ้าหากว่ามอนสเตอร์บนพื้นดินกับมอนสเตอร์ทางอากาศต่างก็เล็งคฤหาสน์ของยูอิลฮาน แล้วพวกที่เหลือมันจะไม่เล็กงงั้นหรอ? และกลุ่มต่างๆจึงได้ไปเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ทะเลที่กำลังล้อมน่านน้ำของเกาหลี

"โอ้วววววว!"

"นั่นมันหมึกยักษ์! ย้ำอีกครั้งหมึกยักษ์ มันมีมากกว่า 100 ตัวเลย!"

"ทุกคนบุก! ในวันนี้เราจะเอาหมึกย่างสายฟ้ามากินเล่นกัน!"

มอนสเตอร์ที่คลานขึ้นมาจากทะเลมีมากกว่าเม็ดทรายบนหาดทรายซะอีก นี่มันขนาดที่ว่ากับดักแห่งการทำลายได้ดักจับมอนสเตอร์ไปมากกว่าครึ่งแล้ว

[พวกเราได้รับรายงานแล้ว] (สเปียร่า)

เพียงเมื่อยูอิลฮานได้จัดการเอาชนะด้วยการควบคุมสิ่งต่างๆในคฤหาสน์ของเขา สเปียร่าก็พูดออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน

[ถึงพวกเราจะเดาได้ระดับหนึ่งแล้วก็นะ ฉันคิดว่ากับดักแห่งการทำลายที่กระจายไปทั่วโลกไม่สามารถจะจับคลื่นมอนสเตอร์ขนาดใหญ่ได้] (สเปียร่า)

[ได้ยังไงกัน ประสิทธิภาพมันก็น่าจะเพิ่มขึ้นจากการที่เราปล่อยให้ยูอิลฮานสร้างกับดักแห่งการทำลายสิ] (เอิลต้า)

[ฉันก็จะบอกว่าถึงประสิทธิภาพมันจะเพิ่มขึ้นมันก็ยังไม่อาจจะจับพวกมันได้ไงล่ะ] (สเปียร่า)

นี่มันก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร ในท้ายที่สุดกับดักแห่งการทำลายมันก็แค่ป้องกันมอนสเตอร์ไม่ให้ปกคลุมไปทั้งโลกเท่านั้น มันไม่ใช่เครื่องมือที่จะขังมอนสเตอร์ทั้งหมดไว้ในดันเจี้ยนได้

ตามปกติแล้วมันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะได้เห็นส่วนหนึ่งของโลกถูกมอนสเตอร์ปกคลุมหลังจากเกิดมหาภัยพิบัติ ในช่วงเวลาเหล่านี้สิ่งมีชีวิตทรงสติปัญญาจะเลือกพื้นที่ปลอดภัยอยู่ไม่ว่าพวกเขาจะต้องสละคนอื่นๆไปกับมอนสเตอร์ก็ตาม เพราะแบบนี้พื้นที่มอนสเตอร์กับพื้นที่อยู่อาศัยจะแยกจากกันอยู่

มันจะดีแค่ไหนกันล่ะถ้ามันเป็นไปได้ที่จะฆ่าหรือดักจับมอนสเตอร์ทั้งหมดไปในดันเจี้ยน? ยังไงก็ตามเรื่องนั้นมันเป็นไปไม่ได้ ในตอนนี้ทุกๆโลกต่างก็เสียสละพื้นที่อาศัยไปทีล่ะน้อย

ยังไงก็ตามจากความพยายามที่ไม่คิดชีวิตของยูอิลฮานได้ทำให้ค่าเฉลี่ยเลเวลของคนบนโลกได้เพิ่มขึ้นอย่าต่อเนื่องและฟังชั่นก์ของกับดักแห่งการทำลายก็ยังเพิ่มสูงขึ้น

แถมตัวยูอิลฮานเองยังสร้างอาวุธทำลายล้างขนาดใหญ่ที่เป็นที่รู้จักในชื่อพื้นที่แห่งความอบอุ่นและความเศร้าขึ้นมาเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับมหาภัยพิบัติขั้น 2 ดังนั้นแทนที่มนุษย์จะอยู่ในสภาพที่น่าสงสัยกลับกลายเป็นมอนสเตอร์ที่ไปอยู่ในสภาพนั้นแทน

เพราะแบบนี้ทูตสวรรค์จึงคิดดีไปว่าบางทีคนบนโลกอาจจะจัดการป้องกันโลกข้ามผ่านมหาภัยพิบัติขั้นที่2 ไปได้ แต่แล้ว....

[จำนวนกับเลเวลของมอนสเตอร์ที่โผล่มามันยิ่งกว่ามหาภัยพิบัติขั้น 2 ไปแล้ว นี่มันใกล้เคียงกับมหาภัยพิบัติขั้น 3 แล้วนะ เธอไม่รู้สึกเหมือนกันหรอ? ตามปกติแล้วมันไม่มีทางเลยที่จะมีมอนสเตอร์คลาส 3 มากขนาดนี้] (สเปียร่า)

[ในจุดๆนี้แล้ว ฉันกระทั่งสงสัยว่าโลกอาจจะกำลังเดินไปในเส้นทางการวิวัฒนาการที่ต่างไปจากโลกอื่นๆ... ถ้ามันเป็นแบบนี้ พวกสวรรค์อย่างเราก็จะให้ความช่วยเหลือได้จำกัดแล้ว] (เอิลต้า)

เสียงของทูตสวรรค์ฟังดูหมดหนทางเล็กน้อย ยังไงก็ตามยูอิลฮานได้ปลอบพวกเธอด้วยรอยยิ้มสดใส

"อ่า ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันได้เก็บทุกๆความคาดหวังที่มีให้พวกเธอไปตั้งแต่ที่ฉันถูกทิ้งเอาไว้นานแล้ว"

[จากตอนที่นายถูกทิ้งไว้? นั่นหมายความว่านายไม่เคยคาดหวังอะไรกับเราเลยดิ!] (เอิลต้า)

เขาได้หยักไหล่ออกมาเมื่อได้ยินแบบนี้

"คำว่า 'คาดหวัง' มันมาจากคำว่ายอมแพ้ การคาดหวังอะไรจากคนอื่นมันก็หมายความว่าฉันไม่สามารถจะแก้ไขหรือทำมันได้ด้วยตัวเอง"

[นายไปได้ยินมาจากไหนกัน?] (เอิลต้า)

"จนมาถึงตอนนี้ฉันไม่ได้พึ่งพาใครมาเลย แล้วเพราะแบบนี้ฉันจึงได้แต่ทำทุกๆอย่างด้วยตัวเองทั้งน้ำตา"

[แล้วเรื่องเศร้านี่มันอะไรกัน!] (เอิลต้า)

"เงียบแล้วดูไว้ซะ"

ยูอิลฮานได้แตะที่จอภาพ ในตอนนี้เองมานาที่เข้มข้นในฉากภายในจอ และพื้นที่รอบๆอาร์ติแฟคได้เกิดระเบิดขึ้นฆ่าฝูงมอนสเตอร์ไป

แม้แต่การดุงมานากลับมาจากการตายของมอนสเตอร์ก็ยังสมบูรณ์แบบ

[คุณได้รับ...]

[คุณ....]

ข้อความสีเขียวได้ขึ้นมาเต็มม่านตาของเขาทันที

แม้ว่าการระเบิดนี้มันจะแข็งแกร่งมากๆจนมาพอที่จะทำความเสียหายให้ได้แม้แต่คลาส 4 แต่ข้อเสียเลยคือการสั่นพล้องของมานามันยิ่งใหญ่และเป็นวงกว้างมากเกินไป มันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่มอนสเตอร์ทั้งหมดใกล้ๆ ทั้งที่ชายขอบประเทศ ในทะเล บนท้องฟ้าและแม้แต่ที่ประเทศเพื่อนบ้านก็ยังสังเกตุเห็นการระเบิดของมานาได้

ยังไงก็ตามยูอิลฮานไม่ได้หยุดแค่นี้ เขาได้เปิดใช้งานอุปกรณ์ดัดแปลงทั้งหมดที่ติดอยู่ทั้งข้างในและข้างนอกคฤหาสน์ขึ้นมาพร้อมทั้งอัดมานาลงไป

เมื่อได้มองเห็นยูอิลฮานสร้างเทศกาลสังหารหมู่ขึ้นจากการใช้มานาของเขาเอง ทูตสวรรค์ก็ได้กอดกันเองด้วยความกลัว

[ยูอิลฮาน นายบ้าไปแล้วหรอ? นี่มันจะไม่จบแค่หมื่นตัวแล้วนะ!] (สเปียร่า)

"นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ"

ริมฝีปากของยูอิลฮานได้โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม

"ฉันบอกไปแล้วนี่ว่าฉันพึ่งคนอื่นไม่ได้ นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันจะต้องกวาดล้างทุกๆอย่างออกไปด้วยตัวเอง"

[การกลายพันธ์แบบนี้... นี่มันจะเกิดขึ้นมาเมื่อผู้โดดเดี่ยวได้เจอกับเวลาที่พิเศษกับพรสวรรค์ที่พิเศษ] (สเปียร่า)

[คุณได้รับ...]

[คุณได้รับ...]

เขาได้รับตาลงไปราวกับว่าจะลบข้อความสีเขียวทั้งหมดไป จากนั้นเขาได้เปิดใช้งานออฟชั่นบนป้อมปราการอีกครั้ง มอนสเตอร์ในฝูงได้ตายลงไปอีกครั้ง แน่นอนว่าลูกน้องของยูอิลฮานก็ยังต่อสู้ด้วยเช่นกัน จำนวนของมอนสเตอร์ที่ตายลงไปได้มากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ

และในระยะเวลาหนึ่งมานาที่พุ่งออกมาจามอนสเตอร์ที่ตายนับไม่ถ้วนได้เกิดซ้อนทับกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกิดขึ้นเป็นวังวนมานาขนาดใหญ่ขึ้นภายในคฤหาสน์ของยูอิลฮานอีกด้วย!

ทุกๆคนต่างก็ร้องออกมาเมื่อเห็นแบบนี้

[นั่น มันดูเหมือนกับความเข้มข้นของมานา แต่ว่าจริงๆแล้วมันใกล้เคียงกับเกตที่สร้างขึ้นจากธรรมชาติเลย! ได้ยังไงกัน...!] (เลียร่า)

[โอ้วว ฉันได้รับรายงานมาแล้ว! วังวนมานาได้ถูกสร้างขึ้นทั่วโลกและหากใครไปเติมเต็มเงื่อนไขด้วยการอัดมานาลงไป มันจะเกิดการระเบิดออกมาและเกตที่เชื่อมต่อกับโลกที่เขาหรือเธอเคยไปมาก็จะปรากฏขึ้น...! เอิลต้า เธอพูดถูก! โลกกำลังวิวัฒนาการไปในเส้นทางของมันเอง!] (สเปียร่า)

"โอ้วววว!"

ยูอิลฮานที่ไม่ได้ยินที่ทูตสวรรค์คุยกันได้คิดว่าสิ่งนี้คือสัญญาณของการล้นของมานาเหมือนกับคนอื่นๆ เขาได้จิ้มที่จอภาพเหมือนกับคนบ้า

มานาทั้งหมดในคฤหาสน์ได้ถูกรวมเข้ามาในวังวนและเกิดการระเบิดขึ้นมา มันเป็นการระเบิดจากมานาจำนวนมหาศาลมากๆที่ไม่มีใครบนโลกที่จะใช้มันได้ในตอนนี้! มอนสเตอร์ที่อยู่ใกล้ๆต่างก็ระเหยไปเช่นกัน แม้แต่ลูกน้องของเขาก็ยังต้องถอยออกมา

วังวนไม่อาจจะทนได้จนจบและมันได้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้น! ยูอิลฮานได้ทำในสิ่งที่ไม่มีใครบนโลกทำได้สำเร็จ

[??????? ค่าประสบการณ์]

[???? บันทึกเลเวล ?????]

[คุณได้เพิ่มเลเวลเป็น 146 พละกำลัง +3 ความคล่องแคล่ว +2 พลังชีวิต+2 พลังเวทย์ +2]

ในจุดที่วังวนระเบิดออกมามันไม่มีอะไรอยู่เลยแม้แต่เกตก็ไม่มี ด้วยแบบนี้จำนวนมานาที่ซ้อนทับกันได้สูญเสียพลังถูกคฤหาสน์ควบคุมเอาไว้และถูกกลืนกินไปโดยสมบูรณ์

ยูอิลฮษนพอใจมากกับการที่เขาป้องกันการล้นของมานาได้ แต่ว่าเขาก็ต้องงงกับเครื่องหมายคำถามที่โผล่ขึ้นมาในข้อความ

"หืม? ถึงฉันจะเก็บค่าประสบการณ์ไเยอะแล้วก็ตาม แต่ฉันเพิ่งไปฆ่าอะไรกันที่ทำให้ฉันเพิ่มเลเวลขึ้นสองครั้ง? ไม่ว่าการระเบิดมันจะยอดเยี่ยมแค่ไหนมันก็น่าจะมีดาเมจที่จำกัดนี่ งั้นมันไม่น่าจะฆ่ามอนสเตอร์คลาส 4 ได้เลยด้วย... นอกไปจากนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับข้อความพวกนี้กัน? บันทึกแห่งอคาชิคมีบัคด้วยหรอ?"

[...]

[...]

[...]

ทูตสวรรค์ทุกๆคนได้มองมาที่ยูอิลฮาน เขาก็ได้แต่ต้องงุนงงอักครั้ง และทูตสวรรค์ก็ได้แต่ยอมแพ้ ต่อให้พวกเธอซักถามเขาไปก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี

"ทำไมเธอถึงมองฉันแบบนั้นล่ะ?"

[เพราะนายหล่อมั้ง ถ้านายไม่ชอบชั้นก็จ้องฉันคืนสิ] (เอิลต้า)

"อ่า ถ้าเธอพูดแบบนั้น..."

ตอนนี้ประวัติศาสตร์ใหม่ได้เริ่มถูกเขียนบนโลกแล้ว ประวัติศาสตร์ของมนุษย์กำลังถูกขีดเขียนขึ้นมาใหม่

การป้องกันคฤหาสน์ก็ยังคงดำเนินต่อไป

เพื่อที่จะให้ความวุ่นวายจากมหาภัยพิบัติครั้งใหญ่ขั้นที่ 2 ลดลง มันจำเป็ฯจะต้องใช้เวลามากสักนิด

จบบทที่ บทที่ 153 - ถ้าฉันเป็นคนเปิดมันคงเป็นประตูสู่นรกแน่ (1) [09/05/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว