เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 97 การเผชิญหน้าที่ไม่คาดคิด (3)

บทที่ 97 การเผชิญหน้าที่ไม่คาดคิด (3)

บทที่ 97 การเผชิญหน้าที่ไม่คาดคิด (3)


เมื่อไม่นานมานี้ สมาคมโบราณคดีได้จัดงานใหญ่เกี่ยวกับการค้นพบซากโบราณใต้ดินลึกเข้าไปในเมืองทิร์นา

ไม่แปลกเลยที่สายตาของผู้คนจะเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น

ซากโบราณสถานคืออะไร?

มันคือสถานที่ลึกลับที่ว่ากันว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยโบราณกาล ในยุคที่ตำนานยังมีชีวิตอยู่

ตัวซากโบราณที่เองก็มีค่ามหาศาล แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ มันอาจเก็บซ่อนสมบัติทองคำ เงิน และโบราณวัตถุเอาไว้

และสิ่งที่ผู้คนอยากได้มากที่สุดก็คือโบราณวัตถุ

คุณค่าของโบราณวัตถุนั้นประเมินราคาแทบไม่ได้ หากบังเอิญได้ชิ้นที่สมบูรณ์มา ก็สามารถทำเงินมหาศาลจากการวิเคราะห์และนำไปสร้างโบราณวัตถุใหม่ ๆ ได้

เหมือนกับที่เงินคือสิ่งโปรดปรานของชาวเมืองทองคำ โบราณวัตถุที่ตีค่าเป็นเงินได้ก็กลายเป็นของล้ำค่าที่ทุกคนถวิลหา

“เรื่องนี้ต้องยุ่งวุ่นวายแน่”

“จะวุ่นอะไรล่ะ? นี่มันของโบราณเชียวนะ”

“เคยมีเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนหรือเปล่า?”

“เคยสิ เรื่องเล่าดังอยู่เลย เมื่อราว 20 ปีก่อน บริษัทขนาดกลางที่ค้นพบซากโบราณสถานกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ขึ้นมาในชั้วข้ามคืน”

ช่องว่างระหว่างธุรกิจในเทียร์นามันกว้างมหาศาล ระหว่างกิจการเล็กกับกลางก็ข้ามยากแล้ว ระหว่างกลางกับใหญ่ยิ่งห่างเกินเอื้อม

ว่ากันว่าซากโบราณสถานนี่แหละที่ช่วยลดช่องว่างของชนชั้นลงมา

แค่เหตุผลนี้ก็เพียงพอจะทำให้ผู้กระหายความสำเร็จทั้งหลายต่างโลภอยากได้

“ยิ่งกว่านั้น ขนาดของซากครั้งนี้ก็ใหญ่โตมากนะ แค่ปากทางเข้าก็กว้างจนจินตนาการไม่ออกแล้ว”

“อืม… เข้าใจล่ะ”

โอเซียนเองก็เริ่มรู้สึกสนใจ แต่ไม่ใช่เพราะลอเรนพูดจาตื่นเต้นหรอก

‘ถ้าเป็นซากโบราณในมาตรฐานยุคนี้ ก็นับว่าใหญ่ประมาณดันเจี้ยนในเกมที่เราเคยเล่นนั่นแหละ’

ในเกมที่เขาเล่นก็มีซากโบราณอยู่เช่นกัน ซากเหล่านั้นหรือดันเจี้ยนเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ กับดัก และแน่นอนว่ามีรางวัล

ด้วยความที่เกมมีสเกลใหญ่ จึงมีดันเจี้ยนกระจายอยู่ทั่วทวีปกว่าร้อยแห่ง

‘ตอนเล่นรอบที่ 99 เราไปแค่ดันเจี้ยนที่จำเป็นต่อการดำเนินเนื้อเรื่องเอง...’

คร่าว ๆ ก็น่าจะเหลือเกิน 90 แห่ง

แต่แน่นอน ไม่มีการรับประกันว่าทั้ง 90 จะยังคงอยู่

‘ที่แรกที่เราเคยเห็นก็ถูกทำลายไปนานแล้วเหมือนกัน’

แม้แต่ซากโบราณเองก็ต้องผุพังไปตามกาลเวลา บางดันเจี้ยนก็ถูกฝังอยู่ในภูเขาที่ถูกระเบิดทิ้งเพื่อสร้างโรงงานแล้ว

โลกเปลี่ยนแปลงพัฒนาไป สถานที่มากมายก็หายสาบสูญ

‘ว่าแต่ครั้งนี้พวกเขาพบซากที่ไหนกันนะ?’

บทความบอกว่าอยู่ในเขตที่ 32 ซึ่งอยู่ติดกับเขต 33 ที่มีประชากรหนาแน่น

เป็นพื้นที่ที่ไม่สะดุดตาอะไร แต่ในอนาคตโอเซียนสามารถจินตนาการออกเลยว่าผู้คนจะกรูกันเข้ามาเหมือนผึ้งแตกรัง

“ถ้าเราเข้าไปแล้วได้โบราณวัตถุสักชิ้น ก็เลี้ยงชีพไปได้ทั้งชีวิตเลยนะ!”

ลอเรนเพ้อฝันถึงอนาคตอันสวยหรู

–อื้อ...

ดิโอลันเห็นท่าทางนั้นแล้วเบือนหน้าหนีอย่างขยะแขยง เหมือนเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็น

“แต่ดูแล้ว การแข่งขันก็น่าจะดุเดือดมากไม่ใช้รึ”

ลอเรนชะงักเมื่อได้ยินคำพูดของโอเซียน

แม้เธอจะเพ้อฝันถึงซากโบราณ แต่ความจริงก็มักโหดร้าย

“เรามีวิธีเข้าไปมีเอี่ยวบ้างไหม?”

“เอ่อ… นั่นสิ...”

แต่เป็นโรแนนที่ตอบแทนลอเรนที่ลังเล

“ไม่มีทางหรอก”

“ไม่มีทางเหรอ? มันก็ไม่ได้ยากเกินไปนี่!”

ลอเรนโต้เถียงอย่างไม่ยอมแพ้ ราวกับจะบอกว่าอย่ามาทำลายความฝันสีชมพูของเธอ

“ถ้าคิดแบบสามัญสำนึก นักแก้ปัญหาก็มีสิทธิ์เข้าไปมีเอี่ยวได้ง่าย ๆ อยู่แล้ว และถ้าเราจับตาดูอยู่ ฝ่ายนั้นก็ต้องเฝ้าดูที่อื่นด้วย”

โอเซียนพยักหน้าเห็นด้วย

‘ถ้าโบราณวัตถุจากซากพวกนี้มีค่าขนาดนั้น มันก็ไม่ใช่แค่มีพวกนักแก้ปัญหาแน่’

เมืองเทียร์นาทั้งเมืองต้องขยับตัว และบรรดาบริษัทใหญ่ก็ต้องจ้องตาเป็นมัน แล้วพวกนักเวทกับองค์กรต่าง ๆ ในเทียร์นาล่ะ?

“"แบบนั้นมันยิ่งทำให้เรื่องวุ่นวายเข้าไปอีก”

โอเซียนพูดอย่างมีเหตุผล

พอมีองค์กรต่าง ๆ มากมายแย่งชิงซากเดียวกัน การต่อสู้เพื่อควบคุมตั้งแต่ปากทางเข้าก็จะเกิดขึ้นทันที

ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยที่จะเห็นความโกลาหลและการนองเลือดทันทีที่มีใครเจอแผนที่สมบัติ

‘ก็ไม่ใช่ว่าเราไม่สนใจหรอกนะ’

แม้เขาจะเคยพิชิตมาแล้ว แต่การได้สัมผัสด้วยตนเองมันก็เป็นอีกความรู้สึกหนึ่ง

สิ่งหนึ่งคือการมองโลกผ่านจอภาพ อีกสิ่งคือการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าโดยตรง

แต่ในที่แบบนี้ ที่การแข่งขันรุนแรงถึงเพียงนี้ นักแก้ปัญหาธรรมดาอย่างเขายากจะยื่นนามบัตรได้ด้วยซ้ำ

“ฮะ ๆ ถูกแล้ว อีกไม่นานที่นี่คงจะโกลาหลแน่ มีคนแย่งสิทธิ์ มีคนตายและฆ่ากันในซากเพราะโลภในสมบัติ”

“หมายความว่าเจ้ามีแผนรึ?”

“ก็ใช่น่ะสิ อย่างที่บทความบอก ซากโบราณแบบนี้จะอยู่ภายใต้การจัดการของสมาคมโบราณคดี”

“สมาคมโบราณคดี?”

เมืองเทียร์นาเป็นเมืองแห่งสหภาพ ก็แน่นอนว่าจะต้องมีสมาคมนักโบราณคดีอยู่

ชื่อว่าสมาคมโบราณคดี พวกเขามีหน้าที่หลักคือสำรวจดันเจี้ยนและซากใต้ดินจากยุคโบราณ

“พวกเขาจะได้สิทธิ์เบื้องต้นเพราะเป็นผู้ค้นพบ เหมือนเป็นกฎหมายของเมืองที่ตั้งขึ้นมาเพื่อป้องกันความวุ่นวาย”

“แล้วมันช่วยอะไรได้?”

"อย่างแรกเลยก็คือ มีคนไร้ยางอายน้อยลงที่อ้างสิทธิ์ครอบครองซากปรักหักพังตามใจชอบ แค่นี้ความวุ่นวายก็สงบลงและเป็นระเบียบเรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความสนุกก็เกิดขึ้นหลังจากนั้น"

โรแนนยิ้มกว้าง ยกนิ้วชี้ขึ้น

“สมาคมโบราณคดีควบคุมการเข้าออก แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะเดินดุ่ม ๆ เข้าไปในซากที่ไม่รู้ว่ามีอันตรายอะไรได้เอง เพราะพวกเขาไม่มีพลังจะสำรวจได้ด้วยตนเอง”

“งั้นก็ต้องหาคนมาปกป้อง หรือไม่ก็ต้องโอนสิทธิ์การสำรวจ หรือจ้างคนไปแทน”

“ถูกต้องเลย! สมาคมโบราณคดีเองก็แบ่งเป็นนักโบราณคดีและนักสำรวจมากมาย แต่ละคนก็จะได้รับบัตรผ่านจากสมาคม แล้วเอาไปประมูลต่อ”

พูดอีกอย่างคือ นักโบราณคดีหรือนักสำรวจที่ได้สิทธิ์ก็จะหาคนไปร่วมทีมด้วย

เป็นโครงสร้างที่น่าสนใจ คล้ายกับขายตั๋วเข้าซากโบราณ

ที่ตลกกว่านั้นคือ พอเอาออกมาประมูล ก็มีคนแห่แหนอยากซื้อเพียบ

โอเซียนคิดในใจว่า “ที่แท้องค์กรแบบสมาคมโบราณคดีก็หาเงินแบบนี้นี่เอง”

เข้าไปด้วยกัน แล้วถ้าพบสมบัติหรือโบราณวัตถุ ก็แบ่งกันตามสัดส่วน

แค่เจอซากสักแห่ง สมาคมโบราณคดีก็สามารถมีเงินเลี้ยงชีพไปอีกหลายปี

ช่างเป็นตัวเลือกแบบทุนนิยมแท้ ๆ

“แต่ส่วนใหญ่ก็ต้องแย่งตั๋วกันนั่นแหละ” โลแรนว่า

จำนวนตั๋วที่ปล่อยออกมาไม่เคยบอกแน่ชัด แต่ที่แน่ ๆ ว่าน้อยกว่าจำนวนคนอยากเข้า

“บางคนก็ขู่เข็ญนักโบราณคดี บางคนก็มีเส้นสายกับนักโบราณคดีหรือสำรวจมาตั้งแต่แรก บางคนก็มีอำนาจบารมีหรือเงินทอง ส่วนอีกวิธีก็มีนะ!”

“วิธีไหน?”

“ก็คือเมื่อนักโบราณคดีเลือกจ้างด้วยตัวเอง ซึ่งเกิดขึ้นน้อยมาก ๆ”

“แต่สุดท้ายก็เข้าข้างคนมีเงินอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?”

“ก็ไม่เสมอไป เพราะพลังฝีมือก็สำคัญ เงินมากก็ไม่ได้แปลว่าจะมีพลังมาก”

ถ้านักโบราณคดีต้องเลือกระหว่างมหาเศรษฐีกับหอคอยเวท เขาจะเลือกใคร?

แน่นอนว่าต้องเลือกฝ่ายหลัง แม้พวกพ่อค้าใหญ่จะจ่ายมากกว่า แต่พลังเวทย่อมส่องประกายในซากโบราณ

“แม้แต่พวกบริษัทใหญ่ที่ได้ตั๋วมา ก็ยังจ้างนักแก้ปัญหาเพิ่มเมื่อกำลังไม่พอ”

“รับเหมาช่วงต่ออีกทีสินะ”

“ใช่เลย! นักแก้ปัญหาก็เล็งแบบนี้แหละ ได้เงินจากงานเล็ก ๆ หรือถ้าโชคดีได้เปอร์เซ็นต์จากสมบัติในซากก็คุ้มเกินคุ้ม”

“นี่สินะที่เจ้าหวังไว้”

“ก็ใช่น่ะสิ ทำไมล่ะ?” ลอเลนเบ้ปาก

เธอเองก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า ต่อให้คิดเพ้อฝันยังไง โอกาสจะได้เหยียบเข้าไปในซากโบราณจริง ๆ ก็น้อยนิด

“ก็แค่จินตนาการเล่น ๆ น่ะ เพราะจำนวนคนที่เข้าไปได้มันจำกัดอยู่แล้ว”

“เข้าใจแล้ว”

“เพราะงั้นเราก็รอดูเฉย ๆ ก็ได้ว่าใครจะเข้าไป แล้วเอาอะไรกลับออกมา ก็น่าสนุกไปอีกแบบนะ”

เมื่อฝันหวานจบลง ลอเรนก็ทิ้งตัวพิงเก้าอี้ด้วยความจริงจัง

เธอแกว่งขาไปมา แม้ปากจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่ในใจไม่ใช่เลย

แล้วพัสดุหนึ่งก็มาถึงอย่างไม่คาดคิด ส่งแบบลงทะเบียนถึงโรแนน

“หืม? จดหมายตอนนี้เหรอ? ปกติมันมาช่วงหกโมงเช้านี่นา”

โรแนนเปิดซองจดหมายอย่างงง ๆ แล้วดึงเอกสารออกมา

คิ้วเขากระตุกขึ้นเล็กน้อยเมื่อกวาดตามองเร็ว ๆ

“นี่มัน...”

ทุกคนหันไปจ้องโรแนน

เขาส่งเอกสารให้กับโอเซียน เห็นว่าคงให้เจ้าตัวดูเองจะดีกว่ามาอธิบาย

“ส่งถึงข้าเหรอ?”

“ใช่แล้ว คุณโอเซียน”

“นี่มันมาจากไหนกันแน่...”

“สมาคมโบราณคดี”

พอได้ยินคำนั้น ลอเรนถึงกับเอนเก้าอี้จนเสียหลัก

“อะไรนะๆๆๆ?!”

“สมาคมโบราณคดี?”

โอเซียนเองก็ประหลาดใจ รีบดูเอกสาร

บนเอกสารมีตราประทับของสมาคมโบราณคดี ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ จู่ ๆ ก็มีจดหมายเร่งด่วนประทับตราส่งมาหาเขา?

หัวใจโอเซียนพลันเต็มไปด้วยความกังวลปนความคาดหวัง

“พวกเราขอเชิญคุณโอเซียนเข้าร่วมคณะสำรวจซากโบราณในครั้งนี้”

แม้แต่โรแนนที่ปกติมักหัวเราะเสียงดัง ก็ยังอึ้งไปชั่วครู่

‘น่าสนใจจริง ๆ’

โอเซียนไม่เคยคิดเลยว่าจะถูกเลือก

แน่นอนว่าเขาพยายามสร้างชื่อในฐานะนักแก้ปัญหามาสักพักแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่คาดคิดว่าจะได้เข้าไปมีส่วนร่วมในคณะสำรวจซากครั้งนี้

‘คงต้องขอบคุณที่เลือกเราล่ะนะ’

เมื่อคิดถึงจำนวนคนที่สนใจในเรื่องนี้ มันก็เป็นเรื่องน่าประหลาดใจอยู่ไม่น้อย

บางทีนั่นแหละคือเหตุผลที่ทำให้เขาไม่ได้รู้สึกดีใจ แต่กลับประหลาดใจเสียมากกว่า

ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้ประหลาดใจกว่าก็คือ เขาไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้ว่าจ้างต่อ ๆ กัน แต่เป็นนักโบราณคดีตัวจริงที่เลือกเขาเอง

‘ทำไมถึงเลือกเรา อันนี้คงต้องไปถามต่อหน้า’

ดังนั้นโอเซียนจึงมาที่สำนักงานของนักโบราณคดี

ส่วนหนึ่งก็เพื่อพบกับผู้ว่าจ้างโดยตรง อีกส่วนก็เพราะเป็นห่วงเรื่องไวโอเล็ต ฟ็อกซ์

–ทำไม... ทำไมต้องเป็นนายคนเดียวด้วย...

สีหน้าของลอเรนที่แทบเลือดออกจากดวงตานั่น มันหนักเกินกว่าที่โอเซียนจะทนดูได้

‘นั่นไม่ใช่หน้ามนุษย์แล้ว’

โอเซียนส่ายหัว ยืนอยู่หน้าสำนักงาน

สำนักงานนั้นเป็นบ้านหลังเล็กแยกเดี่ยว สองชั้นที่สร้างมานานแล้ว กำแพงภายนอกแสดงถึงอายุชัดเจน

เขากดกริ่งหน้าประตูชั้นหนึ่ง

ใช้เวลาไม่นานก่อนจะได้ยินเสียงกริ่งดังพร้อมเสียงเร่งรีบจากข้างใน

“รอก่อนนะ!”

–กึกกัก! โครม! ปั่ก! เพล้ง!

เสียงวิ่งล้ม โครมคราม หนังสือล้มเกลื่อน ก่อนที่ประตูจะเปิดออกช้า ๆ

“แฮ่ก ๆ ๆ ยินดีที่ได้เจอนะ!”

หญิงสาวคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น เธอสวมแว่นกรอบหนา ผมถักเปีย เสื้อผ้าโคร่ง ๆ และเส้นผมสีเขียวปนเหลืองมันเยิ้มที่ไม่ได้สระมาหลายวัน ดูเหมือนภาพจำของนักวิจัย

ด้านหลังเธอ หนังสือกองพังระเนระนาด เอกสารเกลื่อนกลาด เป็นหลักฐานชัดว่าเส้นทางเดินมาหาประตูไม่ราบรื่น

“คุณต้องเป็นคุณโอเซียนใช่ไหม?”

“แน่นอน”

“ยินดีที่ได้รู้จัก! เข้ามาสิ ถึงจะลกหน่อย แต่ก็ยังพอต้อนรับแขกได้นะ”

ลกนิดหน่อยเหรอ?

โอเซียนขมวดคิ้วเมื่อเห็นแมลงสาบวิ่งไปมาระหว่างกองหนังสือ

เหลือบไปทางห้องครัว เห็นจานชามสกปรกกองพะเนิน มีฝุ่นจับหนาเตอะ ไม่ได้ทำความสะอาดมานานหลายเดือน

บันไดขึ้นชั้นสองก็เต็มไปด้วยหนังสือจนเหลือทางเดินเพียงช่องแคบให้เดินได้ทีละคน

“ฉันชื่ออินลัว เป็นนักโบราณคดีจากลีกโบราณคดี”

“โอเซียน นักแก้ปัญหากับอัศวิน”

“ว้าว!”

อิลัวเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น

“มีอะไรเหรอ?”

“ก็เพราะฉันไม่เคยเจอใครที่แนะนำตัวว่าเป็นอัศวินมาก่อนเลยน่ะสิ!”

“หมายถึงว่า...?”

“ใช่! ฉันเคยทำการวิจัยเรื่องอัศวินมาก่อน โดยเฉพาะอัศวินพเนจรในอดีตที่ถูกบรรยายว่าเป็นยอดมนุษย์ผู้ทรงพลัง และฉันก็อยากเจอคุณโอเซียนมานานแล้ว!”

เขาแอบสงสัยว่าถ้าบอกไปตรง ๆ ว่าตนเองเคยเป็นอัศวินพเนจรจากอดีตจริง ๆ เธอจะมีปฏิกิริยายังไง

แน่นอนว่าเธอคงไม่เชื่อ

โอเซียนจึงเลือกถามสิ่งอื่นแทน

“มีแค่ข้าที่ถูกเรียกมาหรือรึ?”

“ไม่หรอก ฉันเรียกคนอื่นมาด้วย เพราะจะจ้างแค่คนเดียวมันไม่ไหวอยู่แล้ว”

ก็คิดไว้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้

“เขากำลังจะมาถึงพอดี คุณมาถูกเวลาเลย!”

อินลัวเดินลงไปชั้นล่างตามเสียงสัญญาณเตือน บอกว่าจะไปตามอีกคนมา

ไม่นานนัก ประตูก็เปิดออก และโอเซียนก็ถอนหายใจทันทีที่เห็นว่าใครเดินเข้ามา

“ทำไมเป็นเจ้า?”

บารุดที่เข้ามาพร้อมแว่นตา ก็มองโอเซียนด้วยแววตาเย็นชาไม่ต่างกัน

จบบทที่ บทที่ 97 การเผชิญหน้าที่ไม่คาดคิด (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว