เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 ผู้อาวุโสวงการอุตสาหกรรม (1)

บทที่ 33 ผู้อาวุโสวงการอุตสาหกรรม (1)

บทที่ 33 ผู้อาวุโสวงการอุตสาหกรรม (1)


โอเชียนลงสู่พื้นแล้วเงยหน้ามอง

เพดานของโรงไฟฟ้าเต็มไปด้วยรอยแผลลึกเหมือนถูกดาบขนาดยักษ์ฟันเข้าใส่

เขามองเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยควันผ่านช่องโหว่ขนาดใหญ่

“แรงไปหน่อยแฮะ”

โอเชียนเกาศีรษะ

ถึงแม้จะจัดการพวกแก๊งค์ไปได้ แต่มันก็ไม่ใช่ภาพที่ลูกค้าของเขาน่าจะปลื้ม

ข่าวดีเพียงอย่างเดียวก็คือ แกนกลางของโรงไฟฟ้ายังอยู่ดี

แต่แค่นั้นก็คงไม่พอจะกลบหลุมยักษ์นี้ได้ ต้องมีการซ่อมแซมอีกมาก

“อืม บางทีหมอนั่นอาจจะหนีไปแล้ว”

โอเชียนมองไปรอบ ๆ มองหาวี่แววของเดเวอร์ แต่ไม่ว่าจะค้นหาอย่างไร ก็ไม่พบแม้แต่เงา

อีกฝ่ายถูกฟันด้วยดาบดาวตกแล้วหายตัวไปเลยงั้นหรือ?

ไม่หรอก

โอเชียนจำความรู้สึกของปลายดาบตอนสุดท้ายได้ดี

ดาบดาวตกที่เล็งใส่เดเวอร์ได้ฟันเขา แต่แสงอันร้อนแรงของมันไม่ได้เผาร่างเขาทั้งตัว

ในวินาทีสุดท้าย เดเวอร์ถอยกลับด้วยแรงทั้งหมด

‘บาดแผลนั้นขนานนั้น ยังไงก็ต้องมีร่องรอยหลงเหลืออยู่’

ตรงนี้เป็นที่ที่เขาร่วงลงมา ถ้าค้นรอบ ๆ น่าจะเจออะไรบางอย่าง

การตัดสินใจของโอเชียนถูกต้อง

“เจอแล้ว”

มีคราบเลือดบางส่วนที่พื้น และแขนที่ถูกตัดขาด ห่อไว้ด้วยผ้าพันแผลขาด ๆ มันคือแขนของเดเวอร์แน่นอน

แขนขาด แต่กลับไม่มีเลือดมากนัก

กลิ่นไหม้ของเนื้อยังคงลอยอ่อน ๆ อยู่ในอากาศ

‘เขาห้ามเลือดด้วยการเผาบาดแผลโดยตรงงั้นเหรอ?’

เขาคงรีบเผาบาดแผลแล้วหนีออกไป

แม้จะเป็นวิธีที่บ้า แต่ทักษะกับการตัดสินใจของเขานั้นยอดเยี่ยม

สมกับที่เป็นผู้ก่อการร้ายที่มีหมายแดงจากเมืองทีร์นา

น่าเสียดาย

ถ้าฟันแขนอีกข้างได้ คงได้แขนเทสลานั่นมาด้วย

‘เสียดายที่จัดการไม่จบ แต่เอาแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน’

สักวัน เดเวอร์จะกลับมาแก้แค้นเรื่องแขนที่เสียไป แต่โอเชียนไม่กังวลเลย เพราะตอนนั้นเขาจะต้องแข็งแกร่งกว่านี้แน่

‘เราก็เริ่มควบคุมพลังแสงดาราได้แล้ว’

แต่มันก็ทำให้รู้บางอย่างเช่นกัน

‘พลังแสงดาราไม่ใช่อะไรที่จะใช้ได้ง่าย ๆ’

ถ้ามันเป็นเกม ก็แค่กดปุ่มลัดเปิดสกิล แต่ในความจริงมันไม่ง่ายแบบนั้น

มันเป็นเรื่องของจิตใจ

การใช้แสงดารายังคลุมเครือและเป็นนามธรรมมาก

ต้องใช้อีกหลายครั้งถึงจะเริ่มจับจังหวะได้

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาไม่ได้ดีใจเกินเหตุที่ใช้ได้ครั้งแรก

‘ตอนนี้แค่ไขความลับได้แค่หนึ่งในสามความสามารถเท่านั้น’

ยังเหลืออีกสองความสามารถที่เขายังไม่ได้ใช้

นอกจากนี้ คุณสมบัติที่เรียกว่า “แสงดารา” ก็ไม่ใช่สกิลของดาบดาวตกโดยตรง

ดาบดาวตกเป็นทักษะโจมตีขั้นพื้นฐานที่สามารถเรียนรู้ได้ทันทีที่ปลดล็อกพรสวรรค์แสงดารา

มันอาจใช้บ่อยและสารพัดประโยชน์ แต่มันไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกสถานการณ์

ยังมีทักษะอื่นที่มีประสิทธิภาพมากกว่าในบางกรณี

“ไม่รู้ว่าทักษะอื่นจะเป็นยังไง แต่ถ้าได้เรียนรู้ เกราะดารา หรือ ผืนผ้าเนบิวลา คงพอรับมือกับอนาคตได้ไม่ยาก”

แน่นอนว่านั่นคือเงื่อนไขขั้นต่ำ

ควรจะใช้ทุกสิ่งที่มีได้จะดีที่สุด

ไม่มีทางรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต

แค่งานวันนี้ก็เจอผู้ก่อการร้ายหมายแดงแบบไม่ทันตั้งตัวแล้ว

โอเชียนรู้ดีว่าร่างกายของเขาไม่ได้ไร้เทียมทาน

เขาได้คาดไว้แล้ว แต่เมื่อต้องเผชิญกับความจริงแล้ว เขาก็ยิ่งระมัดระวังตัวมากขึ้น

‘ต้องระวังตัวให้มากขึ้นอีก’

คิดได้เช่นนั้น โอเชียนก็ออกจากโรงไฟฟ้า

รอบข้างยังคงมืดอยู่ แต่เขามองเห็นผู้คนที่รอเขาอยู่ด้านนอกได้อย่างง่ายดาย

เมื่อพวกเขายืนรวมตัวกันขนาดนั้น ก็ยากที่จะไม่สังเกต

“ทุกคนกลับไปหมดแล้วเหรอ?”

โอเชียนถาม แต่ไม่มีใครตอบ

พวกทหารรับจ้างยังอยู่ในอาการตื่นตะลึงที่สามารถเอาตัวรอดจากภารกิจนี้ได้

คนที่พูดขึ้นมาคือเดวิด

“นายเป็นใครกันแน่?”

“อะไรนะ?”

“นั่นน่ะสิ……”

“ข้าบอกไปแล้วนี่ ว่าข้าเป็นอัศวิน”

เมื่อได้ยินคำตอบของโอเชียน เดวิดก็ทำหน้าสับสนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า

“นั่นน่ะเหรอ……เข้าใจล่ะ ไม่อยากเปิดเผยตัวตนสินะ เข้าใจดีเลย บางคนในวงการก็หนีอดีตของตัวเองเหมือนกัน”

ทหารรับจ้างคนอื่น ๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย ไม่เว้นแม้แต่โจนาธานผู้บาดเจ็บและสาวกเหล็ก

“แต่อย่าห่วง เราอาจจะเลวก็จริง แต่ก็ยังมีศักดิ์ศรีอยู่บ้าง เราจะไม่ลบหลู่ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเราแน่นอน”

เหมือนมีอะไรบางอย่างมันผิดไปแตโอเชียนก็ไม่คิดจะแก้ต่าง

แค่ศึกในวันนี้ก็ทำให้เขาเหนื่อยพอแล้ว

“ว่าแต่นั่นมันแสงดาราจริงเหรอ?”

เดวิดนึกถึงภาพที่เพิ่งเห็นเมื่อครู่

ลำแสงที่ตกลงมาจากฟ้า เจาะทะลุเวทมนตร์ของเดเวอร์ทุกชนิด

มันราวกับปาฏิหาริย์

เขายังรู้สึกเหมือนฝันอยู่เลย

“ของจริงหรือเปล่ามันสำคัญตรงไหน?”

เดวิดเบิกตากว้างกับคำถามของโอเชียน ก่อนจะหัวเราะออกมา

“ฮ่า ๆ ก็ใช่ล่ะ มันไม่สำคัญแล้วล่ะ ตอนนี้พวกเรารอดมาได้แล้ว แถมยังทำงานสำเร็จอีก”

เดวิดหัวเราะแล้วหันไปมองทางเข้าที่พังยับของโรงไฟฟ้า

“ลูกค้าอาจจะหัวเสียหน่อยนะถ้าเห็นแบบนี้”

“ก็แค่ราคาถูกที่ต้องจ่ายเพื่อจับผู้ก่อการร้ายหมายแดง”

“แล้วเขาเป็นยังไง? นายจัดการเขาได้รึเปล่า?”

“หนีไปได้”

น่าเสียดายจริง ๆ

โอเชียนหันไปทางเดวิดและทหารรับจ้างที่ฟังดูเสียดาย แล้วพูดเสริมว่า

“แต่เขาได้ทิ้งหางไว้แล้ว เหมือนจิ้งจก”

“หาง?”

“จากนี้เขาคงต้องกินข้าวด้วยแขนเทสลาแล้วล่ะ แขนที่แพงที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้”

ทหารรับจ้างต่างหัวเราะเมื่อเข้าใจความหมายของคำพูดนั้น

เมื่อได้ยินจากปากของโอเชียนเอง พวกเขาก็รู้ว่าสงครามครั้งนี้จบลงแล้ว

พวกเขารอดชีวิตมาได้

แน่นอนว่ามีคนตาย หลายคนต้องสูญเสียเพื่อนร่วมงานที่อยู่ข้างเคียง

แต่นี่แหละคือวิถีของวงการนี้

สุดท้าย เมื่อมีใครสักคนล้มลงที่ไหนสักแห่ง มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร

มันเป็นเรื่องปกติ

ทหารรับจ้างแยกย้ายกันไป โดยทิ้งคำสัญญาไว้กับโอเชียนว่า หากเจอกันอีก จะเลี้ยงเบียร์สักแก้ว

โจนาธานผู้ตัวใหญ่โค้งให้โอเชียน ส่วนสาวกเหล็กก็จากไปเงียบ ๆ

เหลือเพียงเดวิดเท่านั้น

“มีอะไรอยากจะบอกข้าอีกไหม?”

“จำได้ไหมว่าก่อนเราจะเข้าไป ฉันพูดอะไรไว้?”

โอเชียนนึกออกทันทีว่าเดวิดหมายถึงอะไร

“อ๋อ เรื่องออโตมาตันนั่นสินะ”

“ออโตมาตันที่นายสู้ด้วยวันนั้น นายบอกว่ามันระเบิดแขนออกมา นั่นต้องเป็นออโตมาตันระดับพิเศษของ Battle Trench Company แน่ ๆ”

“คนที่ควบคุมมันต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ”

“ใช่ เพราะแขนระเบิดได้ มันคงมีฟังก์ชันแบบนั้นทั่วทั้งร่าง”

“ทำไม?”

“เพราะพวกเขาไม่ต้องการทิ้งหลักฐานไว้ ก็เลยทำให้มันระเบิดหมด จะได้ไม่มีร่องรอยเหลือ”

โอเชียนถามติดตลก

“เหมือนของนายรึเปล่า?”

“ใช่……มันเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ”

“อ๋อ…”

สีหน้าของเดวิดดูหม่นลง โอเชียนก็รู้สึกสงสารเขา

จากปฏิกิริยาแบบนั้น คงเจ็บไม่น้อยเลย

“แต่เอาเถอะ อย่างน้อยฉันก็ยังมีชีวิตอยู่ โดยเฉพาะต่อหน้าคนที่ช่วยชีวิตฉันไว้”

อะแฮ่ม—โอเชียนกระแอมแก้เก้ออย่างไม่มีเหตุผล ทำให้เดวิดหลุดยิ้ม

โอเชียนเองก็ยิ้มตามเมื่อรู้ว่าเดวิดก็ขำเหมือนกัน

“ยังไงก็เถอะ ระวังตัวไว้ด้วย ถ้ามีใครสักคนควบคุมออโตมาตันระดับพิเศษ และมีอะไรเบื้องหลังอีก เท่าที่ฉันรู้ เขาน่าจะเป็นผู้ช่วยของบริษัทใหญ่”

คำว่า “ผู้ช่วย” ที่เดวิดใช้ เป็นคำเรียกเฉพาะในวงการ หมายถึงคนที่ทำงานสกปรกให้กับบริษัทอยู่เบื้องหลัง

คนที่ถูกจ้างแยกจากบริษัทใหญ่ มักจะถูกเรียกว่า “ผู้ช่วย”

“ฉันไม่รู้ว่าเขาทำงานให้ใครแน่ แต่ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ คนที่เขาทำงานให้น่าจะนับนิ้วได้ไม่เกินสองมือ”

เมื่อมีบริษัทใหญ่เข้ามาเกี่ยว เดวิดก็ไม่คิดจะขุดคุ้ยอะไรอีก

ถึงแม้เขาจะมีชื่อในวงการ แต่ก็แค่ชื่อเล็ก ๆ ในระดับล่างเท่านั้น

มันเทียบไม่ได้กับโลกของบริษัทระดับบิ๊กๆ

“ระวังตัวไว้เถอะ นั่นคือทั้งหมดที่ฉันจะบอก แน่นอนว่า สำหรับฝีมือนาย ต่อให้เจอผู้ช่วยบริษัทก็ไม่น่ามีปัญหา แต่ก็ไม่แน่นอนหรอกนะ”

“เข้าใจแล้ว”

“โอเค ฉันได้พูดทุกอย่างที่อยากพูดกับคนที่มีอนาคตสดใสแบบนายแล้วล่ะ ฉันเองก็คิดว่าจะรีไทร์เร็ว ๆ นี้เหมือนกัน”

“จริงเหรอ?”

“ก็คิดไว้ว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ทำงานแบบนี้แล้ว ออโตมาตันที่เป็นทั้งชีวิตของฉันก็พังหมดแล้ว”

ถึงเขาจะรีไทร์ตอนนี้ก็ยังมีเงินเก็บพอไม่ให้ต้องลำบาก

“แต่พอเห็นนายต่อสู้วันนี้ ความคิดฉันก็เปลี่ยนไป”

เดวิดนึกถึงแสงที่โอเชียนแสดงให้เห็น

มันเป็นแสงที่เจิดจ้าและงดงาม แบกไว้โดยชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเขามาก

แสงนั้นพาเดวิดย้อนกลับไปในอดีตอันไกลโพ้น สมัยที่เขายังเป็นเด็ก ยังไร้เดียงสา สมัยที่ดวงตายังเปล่งประกายจากเรื่องเล่านิทาน

บางที ความฝันที่เขาเคยมีในหัวใจก็คือแสงดาราที่ค่อย ๆ จางหายไป

“ฉันเคยคิดว่าการพยายามอีกสักครั้งเป็นเรื่องไร้สาระ แล้วก็อยากจะหยุดไว้แค่นี้”

มันเป็นความงามที่แสนจะชั่วคราว ที่ดูเหมือนจะหายไปแล้ว

แต่ตอนนั้น เดวิดก็รู้ว่า แสงนั้นยังอยู่ ลึก ๆ ในหัวใจของเขา

สิ่งที่เขารู้มาตลอด สิ่งที่เขาเลี่ยงมาตลอด และตอนนี้เขาก็สามารถเผชิญหน้ากับมันได้ในที่สุด

“เพราะงั้น ตอนนี้ฉันมาถึงขนาดนี้แล้ว ก็ขอลองต่ออีกหน่อยละกัน”

“นายต้องพยายามหนักขึ้นหน่อยนะ ถ้าจะซ่อมออโตมาตันที่พัง”

“ฮะฮะฮะ ใช่ ต้องพยายามให้มากกว่าที่เคยล่ะ”

พูดจบ เดวิดก็ถอดหมวกจากหัวแล้ววางไว้ที่อก

เขาโค้งศีรษะให้โอเชียนด้วยความเคารพและนอบน้อม

“ขอบคุณมากครับ หวังว่าเราจะได้พบกันอีกสักวัน”

จากนั้น เดวิดก็เดินจากไป

ขณะที่ร่างเขาค่อย ๆ หายลับไปในตรอกมืด โอเชียนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า

ท้องฟ้ายังมีเมฆหนาทึบ ไม่มีแสงใด ๆ ให้เห็น แต่ไม่รู้ทำไม โอเชียนกลับรู้สึกว่าท้องฟ้าวันนี้สว่างเป็นพิเศษ

วันถัดมา โอเชียนกลับมาที่ Violet Fox และพบกับโรแนนกับลอร์เรน

จากสายตาที่ทั้งสองมองเขา ดูเหมือนจะรอเขาตั้งแต่เช้า

“โอเชียน……”

“เฮ้ รุ่นน้อง! ฉันได้ยินว่านายจัดการเดเวอร์แห่ง Blood Brotherhood ได้ด้วย!”

ลอร์เรนตะโกนด้วยความตื่นเต้นราวกับเป็นเรื่องของตัวเอง ดวงตาเบิกกว้าง

“นายทำได้ยังไงกัน?!”

“คุณลอร์เรน ใจเย็นก่อนครับ”

โรแนนพยายามระงับลอร์เรนแล้วหันไปหาโอเชียน

“อรุณสวัสดิ์ครับ คุณโอเชียน”

“อรุณสวัสดิ์”

“ผมได้ยินข่าวมาบ้าง เห็นว่ามีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น”

“ดูเหมือนข่าวจะกระจายเร็วเหมือนกันนะครับ”

“เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถไม่กระจายได้เลย”

โรแนนตัดสินใจว่าจะต้องถามคำถามที่เก็บไว้ในใจตั้งแต่ก่อนโอเชียนมาถึง

“เขาว่านายใช้แสงได้จากมือ”

“ใช่แสงดารา”

“ทำไมนายไม่บอกฉันตั้งแต่แรกว่านายมีความสามารถแบบนั้น?”

“ข้าเพิ่งจะใช้งานได้คล่องเมื่อไม่นานนี้เอง ก็เลยช่วยไม่ได้”

โอเชียนพูดตามความจริง แต่โรแนนกลับไม่เชื่อง่าย ๆ

“เข้าใจล่ะ งั้นก็แล้วไป”

“ข้าพูดความจริง”

“นั่นก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอัศวินใช่ไหมล่ะ……เป็นอดีตสินะ เข้าใจดีครับ”

“………”

ทำไมกันนะ เวลาบอกความจริงแล้วคนไม่ค่อยเชื่อ

ขณะที่โอเชียนกำลังคิดถึงเหตุการณ์ต่อเนื่องนี้ เสียงวุ่นวายก็ดังมาจากชั้นสอง

เขาเหลือบมองไป แล้วโรแนนก็ส่ายหน้าเล็กน้อย

“ว่าแต่ คุณโอเชียน คุณยังไม่ได้เจอพวกเขาเลยสินะ ตอนนี้มีนักแก้ปัญหหาคนหนึ่งจากบริษัทเรารออยู่ในห้องผมพอดี”

หืม?

แววตาของโอเชียนเปล่งประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็น

จบบทที่ บทที่ 33 ผู้อาวุโสวงการอุตสาหกรรม (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว