- หน้าแรก
- วิธีการใช้ชีวิตเป็นอัศวินหลังจบเกม
- บทที่ 22 Blossom Tear (2)
บทที่ 22 Blossom Tear (2)
บทที่ 22 Blossom Tear (2)
“งานมันจบแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“ใช่ แต่มีบางอย่างที่ยังไม่ถูกคิดบัญชี อย่างเช่น ใครบางคนไปโดนสัญญาณเตือนซะเฉย ๆ แล้วทำให้คาร์ล แจ็คสันหนีไปน่ะสิ”
ใบหน้าของหัวหน้าทีมแข็งตึงทันที
โอเชียนกำลังพูดว่า คนของ Blossom Tier ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง—ซึ่งเขาก็ไม่ได้พูดผิด
เพราะเป็นหนึ่งในสมาชิกของ Blossom Tier เองที่ไปยุ่งกับหนูเวทจนเรื่องแตก
คาร์ล แจ็คสันถึงรู้ตัวว่ามีคนตามอยู่ เลยตัดสินใจหนีทันทีแต่หัวหน้าทีมก็ไม่อยากยอมรับความผิดเลยตอบโต้กลับ
“เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วถ้ามีใครทำจริง ๆ ก็คงเป็นพวกนายแหละ!”
หัวหน้าทีมจ้องโอเชียนอย่างไม่พอใจ แต่โอเชียนก็จ้องกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน
หัวหน้าทีมขมวดคิ้ว
‘ไอ้พวกซับคอนแทร็ก ไว้ใจอะไรไม่ได้...’ คิดว่าทำงานสำเร็จแล้วจะยกหัวสูงงั้นเหรอ?
(หมายเหตุ ซับคอนแทร็ก คือ พวกรับงานมาอีกที )
ความเป็นศัตรูจากพวกการ์ด Blossom Tier แผ่ซ่านออกมา
แต่โอเชียนก็ชี้ไปในตรอกอีกทาง โดยสีหน้ายังนิ่งเฉยไม่เปลี่ยน
“สิ่งที่สำคัญจริง ๆ อยู่ทางนั้น”
ในทิศทางที่เขาชี้ มีเด็กสาววอร์ล็อคยืนอยู่
เธอเพิ่งฟื้น และตาปรือราวกับยังมึนงงอยู่
“เธอมาจากสมาพันธ์วอร์ล็อคและพยายามจะพาตัวคาร์ล แจ็คสันที่ข้าจับมา ไปเอง”
“อะไรนะ......?”
“แล้วทำไมในรายละเอียดภารกิจถึงไม่มีเรื่องนี้ล่ะ? อยู่ ๆ ก็มีวอร์ล็อคอีกคนโผล่มาแทรก แล้วพยายามแย่งเป้าหมาย ข้าเข้าใจว่าหน้าที่ของข้ามีแค่จับคาร์ล แจ็คสันไม่ใช่เหรอ?”
“......”
สีหน้าของหัวหน้าทีมเริ่มบูดเบี้ยว ลอเรนจึงก้าวออกมา
“การไม่เปิดเผยข้อมูลในงานที่ขอมาเป็นความผิดของพวกคุณชัด ๆ อย่าคิดจะโยนความผิดมาทางเราเชียวนะ”
“......ลอเรน พงค์”
หัวหน้าทีมจำเธอได้และเรียกชื่อเต็ม
น้ำเสียงเขาแผ่วลงเล็กน้อย ไม่มีวี่แววจะดูถูกเธอเหมือนกับที่ทำกับโอเชียน กลับแฝงด้วยความเคารพบางอย่าง
โอเชียนเหลือบตามองลอเรนอย่างแปลกใจ
เขาคิดว่าเธอแค่พยายามทำตัวเหมือนรุ่นพี่เท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าเธอจะมีชื่อเสียงไม่น้อย
ลอเรนที่รู้สึกถึงสายตานั้น ก็ยืดไหล่อย่างภูมิใจเล็กน้อย
เห็นไหม? ฉันก็ไม่ธรรมดาหรอก
เธอแสดงออกแบบนั้นโดยไม่ต้องพูด แน่นอนว่าเธอก็ยังคงอยู่ข้างโอเชียนเหมือนเดิม
“หรือคุณอยากจะเถียงเรื่องใครผิดใครถูกกันต่อ? ถ้าอย่างนั้นก็ต้องใช้พลังของสมาคมแล้วล่ะ”
“นั่นมัน......”
ถ้าต้องให้สมาคมนักแก้ปัญหาเข้ามายุ่ง ฝ่ายเขานั่นแหละที่จะซวย
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะยอมถอยง่าย ๆ
ขณะที่หัวหน้าทีมกำลังคิดอยู่นั้น สมาชิกในทีมคนหนึ่งก็โพล่งขึ้นมา
“ก็แค่นักแก้ปัญหาอย่าทำตัวกร่างไปหน่อยเลย!”
“หือ? นักแก้ปัญหาเหรอ?”
สีหน้าของลอเรนแข็งทันที
เธอจ้องการ์ดบริษัทที่พูดอย่างเย็นชา
หมอนั่นยังดูหนุ่มแน่น มีความมั่นใจสูง และภาคภูมิใจที่ได้เข้าบริษัทใหญ่ เลยดูถูกนักแก้ปัญหาอย่างพวกเธอ
ลอเรนยิ้มเย็น
“โอ้โห มันต้องมีสักคนแบบนี้แหละ ที่แยกไม่ออกว่าฝีมือต่างกันแค่ไหน รู้ไหมว่าไอ้พวกแบบนายมันจบยังไง?”
ลอเรนยกนิ้วชี้ขึ้นเป็นรูปปืนแล้วเล็งไปที่หน้าผากของหมอนั่น
“มีรูตรงหน้าผาก ไว้ให้ลมผ่าน สมองจะได้ไม่ต้องทำงานหนัก”
สีหน้าของการ์ด Blossom Tier เริ่มถมึงทึง แต่หัวหน้าทีมก็รีบแทรกขึ้นมา
“แล้วพวกคุณต้องการอะไร?”
“ฉันว่าเราต้องทบทวนเรื่องค่าจ้างกันใหม่”
“แต่งานก็จบไปแล้ว คุณคิดว่าเราจะเปลี่ยนข้อตกลงตอนนี้เลยหรือ?”
“ถ้าพวกคุณทำงานให้มันถูกต้องฉันก็จะไม่พูดหรอก แต่นี่มันสถานการณ์พิเศษ ถ้าคุณไม่ยอม ฉันก็มีทางเลือกอื่น”
“ฉันไม่เข้าใจ”
“เห็นเด็กคนนั้นไหม? ฉันบอกแล้วว่าเธอมาจากสมาพันธ์วอร์ล็อค”
สีหน้าของหัวหน้าทีมเริ่มเปลี่ยน
“อย่าบอกนะว่า....”
“ถ้าพวกคุณไม่ยอม ฉันจะส่งคาร์ล แจ็คสันให้เธอคนนั้นแทน”
“จะยกเลิกภารกิจตอนนี้งั้นเหรอ? คุณรู้ไหมว่าค่าปรับมันเท่าไหร่?”
“พวกเขาก็ต้องการคาร์ล แจ็คสันเหมือนกัน และจ่ายมากกว่าคุณแน่ รวมถึงค่าปรับที่พวกเราต้องจ่ายให้พวกคุณด้วย”
“......”
หัวหน้าทีมจ้องลอเรนตาขวาง มือข้างหนึ่งเริ่มแตะไปที่เอวเหมือนจะคว้าปืน
ดูเหมือนเขาพร้อมจะยิงได้ทุกเมื่อ
“หยุด”
โอเชียนก้าวเข้ามายืนระหว่างลอเรนกับหัวหน้าทีม
สีหน้าของเขายังเรียบเฉยแม้สถานการณ์จะตึงเครียด
“ถ้าคิดจะทำ ก็อย่าหวังว่าข้าจะไว้ชีวิต”
หัวหน้าทีมถึงกับนิ่งไปกับคำพูดของโอเชียน
เขาหงุดหงิดมากที่นักแก้ปัญหาที่บริษัทจ้างมากล้าท้าทายเขาแบบนี้
เขาอยากจะสบถแล้วชักปืนยิงทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทำไม่ได้
ราวกับมือของเขาถูกตรึงไว้ด้วยอะไรบางอย่าง
‘บ้าชะมัด... เกิดอะไรขึ้นกันแน่?’
ในตอนนั้นเอง สมาชิกอีกคนหนึ่งในทีมเดินเข้ามาแล้วกระซิบที่ข้างหู
“หัวหน้าครับวอร์ล็อคคนนั้น... ใช่เธอจริง ๆ ครับ”
“เฮ้ ไอ้บ้า! พูดแบบนี้ฉันจะไปรู้ได้ไงว่า ‘เธอ’ คือใคร?”
“ก็...อัจฉริยะที่กำลังดังในสมาพันธ์วอร์ล็อคตอนนี้ไงครับ”
“เอลีส เดนาโรว่า?”
“ใช่ครับ ผมว่าเธอคนนั้นแหละ”
หัวหน้าทีมหันไปมองเด็กสาวในตรอกทันที
ใบหน้าไร้อารมณ์เหมือนตุ๊กตา กับผมสีเงินนั่น—ใช่เลย เหมือนกับเอลีส เดนาโรว่าที่เขาเคยได้ยินมาเป๊ะ
‘บ้าชะมัด เธอมาทำไมที่นี่?’
อัจฉริยะที่กลายเป็นวอร์ล็อคระดับ 4 ตั้งแต่อายุน้อยขนาดนี้ โผล่มาที่นี่เพื่อล่าตัวคาร์ล แจ็คสัน?
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญ
ถ้าเอลีสลงมือเอง ก็หมายความว่าสมาพันธ์วอร์ล็อคจริงจังกับการจับตัวคาร์ล แจ็คสันมาก
และตอนนี้ เขาก็กำลังจะเสียเป้าหมายให้พวกนั้น
จากสีหน้าของหัวหน้าทีม ลอเรนก็รู้แล้วว่าเธอชนะแล้ว
“ฉันเสนอเงื่อนไขไปแล้ว ทางเลือกอยู่ที่คุณ”
“เรื่องนั้น......”
“จะรับ หรือจะปฏิเสธ? ถ้าไม่รับ ฉันจะไปคุยกับเธอเอง”
หัวหน้าทีมรู้แล้วว่าเถียงไปก็ไร้ประโยชน์ จึงเงียบไป
คาร์ล แจ็คสัน ถ้าตกไปอยู่ในมือสมาพันธ์วอร์ล็อค—ผลลัพธ์จะเป็นยังไงก็เดาได้ไม่ยาก
จากท่าทีแล้ว ดูเหมือนโอเชียนจะเอาชนะเอลีส เดนาโรว่าได้ด้วย
แค่นั้นก็หมายถึงว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา
หัวหน้าทีมก้มหน้าอย่างเคร่งเครียด
“เข้าใจแล้ว แต่ฉันตัดสินใจเองไม่ได้ ต้องโทรกลับสำนักงานใหญ่”
“ฉันรอได้ แต่ก็หวังว่าจะตัดสินใจเร็ว ๆ หน่อย”
“......คงไม่นาน”
หัวหน้าทีมจึงหันไปสั่งลูกน้องให้รีบติดต่อบริษัททันที
ลอเรนถอนหายใจเบา ๆ
“นี่คือจบแล้วใช่ไหม?”
“อืม คงต้องรอสักหน่อย แต่ถ้าพวกเขาเห็นสถานการณ์แบบนี้ ก็คงยอมเงื่อนไขเราเองนั่นแหละ”
“แปลกแฮะ ฉันนึกว่าจะสู้กันให้ตายไปข้าง”
“ไม่สู้ก็ดีที่สุดแล้ว แต่ถ้าจะสู้ข้าก็จะไม่ถอย”
ลอเรนแนะนำว่านักแก้ปัญหาต้องแกร่ง เพราะถ้าถูกมองว่าอ่อนแอ จะไม่มีใครจ้างอีก
ระหว่างที่โอเชียนกำลังคิด เธอก็เดินเข้ามา
เอลีส เดนาโรว่า
"อะไรกัน ยังไม่กลับอีกเหรอ?"
โอเชียนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็ง ๆ ขณะเอลีสมองเขานิ่ง ๆ โดยไม่พูดอะไร
ถ้าลอเรนไม่เข้ามาห้ามไว้ก่อน เขาคงฟันคอเธอไปแล้วด้วยซ้ำ
แม้จะเผชิญหน้ากันตรง ๆ แบบนี้ เอลีสก็ยังไม่รู้ว่าเธอเกือบจะถูกฆ่า
แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังเดินเข้ามาใกล้โอเชียน
ความอยากรู้ของเธอมีมากกว่าความกลัวผู้ชายที่เกือบสังหารเธอ
“นาย...ชื่ออะไร?”
“หือ?”
“ชื่อ”
โอเชียนขมวดคิ้วกับคำพูดที่สั้นและตรงเกินไปของเอลีส
เธอถามชื่อเขาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
ลอเรนที่ยืนมองอยู่ด้านข้างถึงกับเบิกตากว้างอย่างเหลือเชื่อ
เอลีส เดนาโรว่าถามชื่อเขา?
ถึงลอเรนจะไม่ได้รู้จักเอลีสเป็นการส่วนตัว แต่ก็เคยได้ยินชื่อเสียงของเธอมา
วอร์ล็อคอัจฉริยะผู้ไร้อารมณ์ เหมือนรูปปั้นขี้ผึ้งที่ไม่พูดกับใคร
ดังนั้น การที่เธอเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามชื่อนั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย
แต่สิ่งที่ทำให้ตกใจยิ่งกว่านั้น คือคำตอบของโอเชียน
“อัลเบิร์ต”
“......?”
“ข้ามีนามว่าอัลเบิร์ต”
“อัลเบิร์ต......”
เอลีสพึมพำชื่อนั้น แล้วก็หันหลังกลับไป
เธอไม่ลืมหยิบหน้ากากกระดูกที่โอเชียนฟันจนแหว่งติดมือกลับไปด้วย
ลอเรนมองเหตุการณ์ด้วยสีหน้าตกตะลึง พอเอลีสลับสายตาไปแล้ว เธอก็หันมาถามโอเชียน
“ทำไมนายไม่บอกชื่อจริงไปล่ะ?”
“งั้นข้าขอถามกลับว่า—แล้วข้าจะต้องบอกไปทำไม?”
“หา? ก็ถ้าสร้างความสัมพันธ์ไว้กับจอมเวทแบบนั้น มันจะมีประโยชน์ไงล่ะ!”
คำพูดของลอเรนทำให้โอเชียนขมวดคิ้ว
“ไม่จำเป็นหรอก อัศวินจะไปยุ่งกับวอร์ล็อคสกปรกได้ยังไง”
“ไม่สิ...”
เธอรู้อยู่แล้วว่าเขาบ้า แต่ตอนนี้มันยิ่งบ้ามากกว่าที่คิดอีก!
‘นายจริงจังกับบทบาทอัศวินมากไปแล้วมั้ง!’
ลอเรนถอนหายใจแล้วถามอีก
“อย่างน้อยก็บอกชื่อเธอไปก็ได้มั้ง”
“วอร์ล็อคแบบนั้นอยู่ดี ๆ จะมาสนใจข้าได้ไง มีเหตุผลเดียวเท่านั้น—เธอคงอยากได้ร่างกายของข้า”
“อะไรนะ...? ทำไมเธอต้องอยากได้ร่างกายนาย?”
“ก็จะฆ่าข้าแล้วใช้ร่างข้าเป็นบริวารไง—เห็น ๆ อยู่”
…นี่มันอาการหวาดระแวงชัด ๆ
ลอเรนถึงกับส่ายหน้าอย่างหมดคำจะพูด
•
“ล้มเหลว”
เอลีสต่อสายเข้าระบบสื่อสารพกพา แล้วรายงานกลับไปยังสมาพันธ์
[……ฉันนึกว่าเธอจะสำเร็จ ด้วยความสามารถของตัวเองซะอีก]
“เจอนักแก้ปัญหาฝีมือดีน่ะ”
[ก็แค่ช้าไปก้าวเดียว คงช่วยอะไรไม่ได้แล้ว]
ความจริงคือ เอลีสไม่ได้มาช้า—แต่เธอแพ้ให้กับนักแก้ปัญหาคนนั้นต่างหาก
คนในสายก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม เพราะมั่นใจในฝีมือของเธอ
[กลับมาก่อน]
“ค่ะ”
เอลีสตัดสาย
“……อัลเบิร์ต”
เธอพึมพำชื่อนั้นเบา ๆ ขณะเดินออกจากตรอก
ในหัวของเธอเต็มไปด้วยภาพการเคลื่อนไหวของโอเชียนเมื่อครู่
ท่าทางการฟันดาบ ร่างกายที่แกร่งเกินมนุษย์ ภายใต้เสื้อคลุมที่พลิ้วไหว
แค่ได้สัมผัสร่างเขา เธอก็รู้ว่านี่คือร่างกายที่ “สมบูรณ์แบบ” ที่สุดเท่าที่เคยพบ
แก้มของเอลีสขึ้นสีแดงเรื่อเล็กน้อย
‘เหมาะจะเป็นโครงกระดูกชั้นดีจริง ๆ’