เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 คำขอที่อันตราย (2)

บทที่ 18 คำขอที่อันตราย (2)

บทที่ 18 คำขอที่อันตราย (2)


หลังจากครุ่นคิดอย่างยาวนานในห้องทำงานโรแนนก็ตัดสินใจแน่วแน่และลงมายังชั้นล่างของร้านเหล้า

เขากำลังจะบอกโอเซียนว่าควรจะมีคนตามไปด้วยในการทำภารกิจนี้แต่พอเห็นโลเรนน์ เขาก็ปิดปากเงียบอีกครั้ง

โลเรนน์ทักทายโรแนนขณะอีกฝ่ายเดินลงบันได

“สวัสดี”

“คุณโลเรนน์มาแล้วสินะ”

โลเรนน์ดูเงียบผิดปกติ ทั้งที่ปกติจะเปิดปากขอเหล้าตั้งแต่กลางวัน

วันนี้กลับนั่งเงียบ ๆ เหม่อมองโอเซียนแทน

ไม่ว่าจะดูยังไงก็รู้ว่าทั้งสองคนมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น และโรแนนก็สังเกตได้ทันที

‘พยายามทำตัวเป็นรุ่นพี่แต่ดันโดนเล่นกลับจนเสียหน้า’

น่าสงสารโลเรนน์ ที่เคยพูดอยู่เสมอว่าคงจะดีถ้ามีรุ่นน้องสักคน ทั้งที่ในวงการนี้ไม่มีใครสนเรื่องอาวุโสจริง ๆ—เธอแค่ต้องการใครสักคนให้เธอได้ดูแลแล้วอวดเก่งใส่เขา

แต่ไวโอเล็ตฟ็อกซ์ไม่ใช่ที่ที่ใครจะมาเป็นนักแก้ปัญหาได้ง่าย ๆ

โรแนนกลั่นกรองผู้สมัครอย่างเข้มงวดก่อนจะเสนอให้ทำงานจึงทำให้บริษัทนายหน้าแห่งนี้มีนักแก้ปัญหาน้อยกว่าที่อื่นมาก

บางทีโลเรนน์ก็รู้เรื่องนี้ดีจึงยิ่งทำให้เธออยากมีรุ่นน้องเป็นของตัวเองมากขึ้น

เธอแทบจะยอมหมดทุกอย่างแล้ว

โลเรนน์อยากแสดงความเป็นรุ่นพี่และอวดอำนาจของตัวเอง—แต่น้องใหม่คนนี้กลับเหนือความคาดหมายไปไกล

‘ก็เตือนแล้วว่าให้ระวัง’

ทั้งหมดนี้คือผลแห่งกรรมของโลเรนน์ โรแนนคิด ขณะหันไปหาโอเซียน

“จริง ๆ ผมตั้งใจจะบอกว่าคุณควรรับงานนี้โดยมีคนติดตามไปด้วย”

“ข้าเข้าใจ”

“แต่ในเมื่อคุณได้ไกด์ดีขนาดนี้แล้ว ผมก็คงห้ามอะไรไม่ได้แล้วล่ะ”

คำพูดนั้นทำให้ศักดิ์ศรีของโลเรนน์สะเทือนหนัก เธอจ้องโรแนนด้วยสายตาเขม็ง

‘ไอ้บ้า! ใครเป็นไกด์ของหมอนี่กัน แกอยากตายเหรอ?’

โลเรนน์สบถเบา ๆ นอกสายตาของโอเซียน แต่โรแนนก็แกล้งทำเป็นไม่สนใจ

โลเรนน์กัดฟันแน่นแต่ไม่กล้าโวยออกเสียง เพราะยังกลัวโอเซียนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อยู่ดี

“ว่าแต่ จะออกเดินทางเลยไหม?”

“เร็วเท่าไหร่ยิ่งดีครับ”

เขต 43 ของเมืองทิร์นา เป็นย่านอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

แรงงานในชุดหมีเปื้อนน้ำมันเดินขวักไขว่ ใบหน้าคล้ำคล้ายมีรอยคล้ำใต้ตา แสดงออกถึงความเหนื่อยล้า

บนถนนรถบรรทุกขนาดยักษ์วิ่งผ่าน พ่นไอน้ำสีขาวออกมาทางปลายท่อ

เสียงแตรจากคนขับรถดังโหวกเหวก จนหนูที่อยู่ตามถนนต้องแตกฮือ

โอเซียนยืนอยู่บนทางเท้า มองภาพตรงหน้าด้วยความสนใจ

“ประหลาดใจเหรอ?”

โลเรนน์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย ที่แฝงความจำยอมต้องตามมา

โอเซียนส่ายหน้าให้กับคำถามนั้น ภาพของคนงานและรถที่วิ่งขวักไขว่นั้นเขาเคยเห็นมาแล้วในโลกของเขา

สิ่งที่ดึงดูดสายตาเขากลับเป็นควันจากปล่องโรงงาน

บางปล่องปล่อยควันสีดำ บางปล่องปล่อยควันสีขาว

ทั้งสองสีผสมปนเปกับเมฆบนท้องฟ้า ทำให้บรรยากาศรอบ ๆ ดูเหมือนฝนกำลังตกแม้จะเป็นเวลากลางวัน

“ควันสีดำคือถ่านหิน ควันสีขาวคือน้ำอีเธอร์ที่ถูกเผา”

โลเรนน์อธิบายเมื่อสังเกตได้ว่าโอเซียนกำลังมองอะไร

“น้ำอีเธอร์คือทรัพยากรที่ขาดไม่ได้ในอุตสาหกรรม มันให้พลังงานมากกว่าน้ำเดือดธรรมดาถึงสามเท่า ใครล่ะจะไม่อยากใช้”

“แต่ดูเหมือนควันดำจะเยอะกว่ามากเลยนะ”

“ทุกคนใช้ทรัพยากรเดียวกันไม่ได้หรอก”

น้ำอีเธอร์ไม่สามารถระเหยได้ทันที

มันต้องผ่านกระบวนการที่ซับซ้อนและการประสานงานจำนวนมาก

สิ่งนี้เองที่สร้างช่องว่างระหว่างบริษัทที่สามารถใช้น้ำอีเธอร์ได้กับที่ไม่สามารถใช้ได้ และกลายเป็นเกณฑ์ตัดสินระดับของบริษัท

บริษัทที่ไม่มีสิทธิ์ใช้น้ำอีเธอร์ก็ต้องเผาถ่านหินและถ่านไม้คุณภาพต่ำแทน

ปล่องของพวกเขาจึงพ่นควันดำออกมา

ควันดำจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความขาดแคลน

“ในทิร์นา วิธีดูระดับโรงงานง่ายมาก แค่มองดูสีของควัน”

ถ้าควันเป็นสีขาว แปลว่าใช้พลังงานจากน้ำอีเธอร์ เป็นบริษัท “ขาว”

แต่ถ้าควันเป็นสีดำ ก็หมายถึง “บริษัทดำ”

จากมุมมองนี้ เขต 43 ก็เป็นเขตที่มีบริษัทดำมากกว่าบริษัทขาว

“พูดตรง ๆ เลยนะ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่นาน แค่อยู่แป๊บเดียวก็รู้สึกว่าปอดจะพังแล้ว”

“ไม่เห็นเป็นอะไรเลย”

โอเซียนรู้ดีว่าอากาศในเขต 43 ไม่ดี

ด้วยประสาทสัมผัสที่เฉียบคมกว่าใคร เขารู้สึกได้ถึงกลิ่นเหม็นและสารพิษเจือปนในอากาศ แต่ทั้งหมดนั้นไม่ได้ส่งผลอะไรกับร่างกายของเขาเลย

แม้จะสูดพิษเข้มข้นกว่านี้ ร่างกายที่แข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อของเขาก็สามารถย่อยสลายมันได้หมด

แต่โลเรนน์ที่ไม่รู้เรื่องนี้ก็ทำปากยื่นพลางบ่นพึมพำ

“ชิ แบบนี้มันไม่แฟร์เลยนะ มนุษย์กลายพันธุ์ก็ไม่ควรแข็งแรงขนาดนี้นายไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกของคนธรรมดาหรอก”

“มนุษย์กลายพันธุ์?”

โอเซียนขมวดคิ้วกับคำพูดของโลเรนน์

“ทำไมเรียกข้าแบบนั้น?”

เขาไม่เข้าใจ

‘ว่ากันว่ามนุษย์กลายพันธุ์เกิดขึ้นหลังการค้นพบน้ำอีเธอร์’

แต่มันไม่เคยมีอยู่ในเกมเลย

หลังมนุษยชาติค้นพบน้ำอีเธอร์และเริ่มใช้งานในอุตสาหกรรมเวทต่าง ๆ โลกนี้ก็ได้ให้กำเนิดมนุษย์ที่มีร่างกายผิดแปลก

พวกเขาทำเรื่องเหนือธรรมชาติได้โดยไม่ต้องใช้เวทมนตร์

ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และมลพิษทางสิ่งแวดล้อมทำให้ยีนของมนุษย์กลายพันธุ์ และเกิดเผ่าพันธุ์ใหม่ขึ้นมา

ผู้คนเรียกพวกเขาว่า มนุษย์กลายพันธุ์

โอเซียนรู้สึกไม่ค่อยดีที่คนรอบตัวมองว่าเขาเป็นหนึ่งในนั้น

โลเรนน์เบิกตากว้างกับคำถามของโอเซียน

“คนเรียกมนุษย์กลายพันธุ์ก็คือมนุษย์กลายพันธุ์นั่นแหละนายจะเรียกตัวเองว่าอะไรล่ะ?”

“ข้าไม่ใช่มนุษย์กลายพันธุ์”

“หา? หมายความว่าไง?”

“ทุกคนเข้าใจผิดไปหมด ข้าเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา”

“มนุษย์ธรรมดาบ้าอะไรฟันกรสุนปืนกระจุยด้วยดาบน่ะนะ? ขนาดหมาข้างทางยังไม่ขำเลย!”

“มันไม่ใช่เรื่องน่าขำ”

“ถ้ามันไม่ใช่เรื่องตลกแล้วพลังทางกายภาพมหาศาลนั่นมันคืออะไร?”

โลเรนน์ถามกลับ โอเซียนไม่ตอบตรง ๆ

ก็เพราะเขาอัปค่าสเตตัสเต็มตั้งแต่เล่นเกมน่ะสิ แต่เขาจะพูดแบบนั้นไม่ได้

เมื่อโอเซียนเงียบ โลเรนน์ก็แค่นเสียงออกมา

ในโลกนี้ไม่มีมนุษย์ธรรมดาคนไหนใช้ดาบตัดกระสุนได้แน่นอน ถ้าไม่ใช่มนุษย์กลายพันธุ์

‘อัศวินที่เชี่ยวชาญดาบในอดีตก็เคยมี แต่ยุคนั้นมันผ่านไปนานแล้ว’

โลเรนน์ปัดคำพูดของโอเซียนไปทันที

เธอไม่ได้คาดหวังคำตอบแบบปกติอยู่แล้ว เพราะไม่มีใครปกติที่ยังถือดาบอยู่ในยุคที่ทุกคนใช้ปืน

“นายอ่านเอกสารคำขอแล้วใช่ไหม? อ่านดี ๆ ด้วยล่ะ”

“อ่านหมดแล้ว”

โลเรนน์พูดด้วยท่าทางที่พยายามจะแสดงความเป็นมืออาชีพ

“งั้นอธิบายมาสิ”

“แล้วถ้าข้าพูดผิดล่ะ?”

“……เหรองั้นก็เดี๋ยวรุ่นพี่คนนี้จะแก้ให้ก็แล้วกัน”

พอเจอคำตอบแบบจริงจังโลเรนน์ก็หงอทันที

โอเซียนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบา ๆ กับท่าทางที่ดูเหมือนเด็กของเธอ

“ชื่อของวอร์ล็อคผู้หลบหนีคือ คาร์ล แจ็คสัน”

ในเอกสารมีภาพถ่ายขาวดำของคาร์ล แจ็คสัน ชายวัยกลางคนที่ผอมแห้งดวงตาดูว่างเปล่า

ความรู้สึกแรกที่โอเซียนนึกขึ้นมาได้คือ

‘หน้าอย่างกับวอร์ล็อค’

แม้จะไม่ควรตัดสินจากรูปลักษณ์ แต่วอร์ล็อคส่วนใหญ่ก็ดูเหมือนใช้เวทมืดตั้งแต่แรกเห็น

“เวทหลักของเขาคือเวทด้านโรคภัย รองลงมาคือเนโครแมนซีและคำสาป”

โรคกับคำสาป—ฟังแค่นี้ก็ทำให้นักแก้ปัญหาขนลุกแล้ว

เพราะการต่อสู้กับวอร์ล็อคแบบนี้ไม่มีทางจบลงอย่างไม่เจ็บตัว

เศษเสี้ยวของคำสาปและโรคจะกัดกินร่างกายไปอีกนานหลังการต่อสู้จบลง

“ตอนนี้ คาร์ล แจ็คสัน หนีไปพร้อมกับสูตรยา และน่าจะอยู่ในเขต 43 แน่นอน”

“อะไรนะรู้หมดแล้วเหรอ?”

เสียงของโลเรนน์ปะปนทั้งความโล่งอกและความหงุดหงิด

“ถ้างั้นก็ไม่รู้จะให้คำแนะนำอะไรแล้วรีบไปเถอะ เพราะเราไม่รู้ว่าเขาจะหนีออกจากเขตนี้เมื่อไหร่”

“เจ้ารู้มั้ยว่ามันอยู่ที่ใด?”

“มันแน่อยู่แล้ว วอร์ล็อคที่หลบหนีมาอยู่ในเขต 43 ก็ต้องอยู่ในโรงแรมซอมซ่อแถวตรอกลึก ๆ แน่นอน ไม่มีใครอยากเข้าไปที่แบบนั้น ทำให้มันเป็นที่ซ่อนที่ดีของพวกทำเรื่องสกปรก”

“เข้าใจแล้ว”

จากคำตอบที่เฉียบขาดนี้ โอเซียนก็เข้าใจว่าทำไมโรแนนถึงอยากให้โลเรนน์ตามมาด้วย

เขายังใหม่กับเมืองนี้รายละเอียดแบบนี้เขายังไม่รู้

“แต่อย่าเข้าไปในตรอกมั่ว ๆ เด็ดขาด”

“เพราะมันใช้บริวารไงเขาเรียนเนโครแมนซี ใช้ซากหนูสร้างเครือข่ายสอดแนมทั่วตรอก”

“……รู้ดีจังเลยนะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายจับวอร์ล็อคเหรอ?”

โอเซียนแค่ยักไหล่แทนคำตอบ

“อ๋อ… มีอดีตลับๆสินะ เข้าใจแล้ว”

พูดจบ โลเรนน์ก็ชูมือขวาขึ้นกลางอากาศ

ในมือของเธอคือปืนที่ปลายติดตะขอเกี่ยว

–ปัง!

ตะขอพุ่งออกไปเกี่ยวกับราวของโรงงานด้านบน

ร่างของโลเรนน์พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจนข้ามหลังคาไป

เมื่อดึงสายกลับ โลเรนน์ก็ยืนมองลงมาจากราวหลังคาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“ไง รุ่นน้อง ถ้าอยากขึ้นมาล่ะก็ ลองขอรุ่นพี่คนนี้ช่วย—”

–ปัง!

ยังไม่ทันพูดจบ โอเซียนก็กระโดดข้ามเธอขึ้นมาบนหลังคาเฉย

โลเรนน์ถึงกับตาโต หน้าแดง แล้วหันมองไปมาระหว่างราวหลังคากับโอเซียน

“อะ อะไรนะ?! ทำได้ไง?”

“ก็แค่กระโดด”

“………”

โลเรนน์พูดไม่ออก

เธอเป็นนักแก้ปัญหามือดีแต่โอเซียนกระโดดขึ้นมาถึงระดับที่เธอต้องใช้ตะขอเกี่ยวแบบไม่เปลืองแรงเลยแม้แต่น้อย

‘ทำไมเก่งขนาดนี้? ถ้าไม่ใช่มนุษย์กลายพันธุ์ ก็ต้องเป็นตัวประหลาดแน่ ๆ’

คำว่า "คนธรรมดา" ที่เขาพูดไว้ เริ่มฟังดูตลกในสายตาเธอ

โลเรนน์นึกถึงคำพูดของโรแนนทันที

‘ผมเคยบอกแล้วว่าเขาคิดคอนเซปต์ตัวเองขึ้นมา แล้วก็ยึดมันแน่น พวกนักแก้ปัญหาแบบนี้ไม่ใช่คนปกติหรอก’

โลเรนน์ส่ายหน้าเบา ๆ

ไม่ว่าเธอจะพยายามโชว์ความเป็นรุ่นพี่แค่ไหน ความสามารถเหนือมนุษย์ของโอเซียนก็ทำลายความหวังของเธอทุกครั้ง

‘นี่เห็นฉันเป็นไกด์ทัวร์จริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย?’

เธอเริ่มรู้สึกแปลกใจปนขุ่นเคืองขึ้นมานิด ๆ

“รู้ทางต่อจากนี้แล้ว เดินตามฉันมา”

ถึงตอนนี้จะต้องให้แน่ใจว่าเธอยังเป็นผู้นำอยู่

โลเรนน์ออกเดินนำด้วยฝีเท้าเร่งรุด โอเซียนตามมาติด ๆ

ทั้งคู่กระโดดข้ามหลังคาอาคารปล่องควันทีละหลัง จนมาถึงลานว่างแห่งหนึ่ง

อาจเป็นที่ที่วอร์ล็อคผู้หลบหนีกบดานอยู่

ทันใดนั้น โลเรนน์ก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังโครม

โอเซียนที่ตามมาเร็วคว้าตัวเธอไว้แล้วดึงให้หยุดกะทันหัน

“เฮ้! ทำอะไรของนายเนี่ย?”

“ชู่”

โอเซียนยกนิ้วชี้ขึ้นแนบริมฝีปาก

ท่าทางจริงจังของเขาทำให้โลเรนน์ต้องกลืนคำด่าและตั้งใจฟังตามสัญชาตญาณของนักแก้ปัญหา

“ตรงนั้น”

โอเซียนชี้เงียบ ๆ ไปบนท้องฟ้า

โลเรนน์มองตาม เห็นบางอย่างสีขาวบินวนอยู่

‘นกเหรอ?’

มันคือนกโครงกระดูก

มันบินวนรอบบริเวณนั้นอย่างใจเย็น คอยสอดส่องหลังคาของอาคารต่าง ๆ

“บ้าเอ๊ย หมอนั่นใช้บริวารสอดแนมจริงด้วย!”

สถานการณ์นี้เร่งด่วน ถ้าช้ากว่านี้อีกนิด พวกเธอคงโดนจับได้แน่

ในขณะเดียวกัน โลเรนน์ก็เหลือบมองโอเซียนด้วยความไม่เชื่อ

‘เขารู้ได้ยังไงเนี่ย?’

โอเซียนกลับทำตัวเหมือนเห็นล่วงหน้าอยู่แล้ว

“ข้าจะไปแล้ว”

“เดี๋ยวนี้เลยเหรอ?”

“ถึงจะเป็นบริวารบินได้ แต่มันก็มีจุดบอด ถ้าเราหลบดี ๆ ก็เข้าถึงตัวได้โดยไม่โดนเห็น”

“ไม่สิ ฉันหมายถึง... จะทำยังไงล่ะ.......?”

“ถ้าไม่มั่นใจ ก็ตามข้ามาข้าจะนำทางเอง”

คำพูดนั้นฟังดูเหมือนโอเซียนกำลังพูดจากบนลงล่าง

‘ฉันต่างหากที่เป็นรุ่นพี่นะเฟ้ย’

โลเรนน์กัดฟัน แล้วรีบตามเขาไปอย่างหงุดหงิดปนละอาย

จบบทที่ บทที่ 18 คำขอที่อันตราย (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว