- หน้าแรก
- วิธีการใช้ชีวิตเป็นอัศวินหลังจบเกม
- บทที่ 17 คำขอที่อันตราย (1)
บทที่ 17 คำขอที่อันตราย (1)
บทที่ 17 คำขอที่อันตราย (1)
ผมไม่เห็นด้วยกับงานนี้เลย
ประโยคนั้นไม่ใช่สิ่งที่นายหน้าที่รับงานมาแล้วส่งต่อให้นักแก้ปัญหาควรพูด
“ทำไมเจ้าถึงคิดแบบนั้นล่ะ?”
แม้ผมจะรู้จักโรแนนได้ไม่นาน แต่ก็พอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนที่จะพูดอะไรแบบนี้โดยไม่มีเหตุผล
ผมเดาว่ามันต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่างแน่นอน
“มีอยู่สองข้อ”
โรแนนดีดนิ้วไปทีละข้อ
“ข้อแรกตัวเลขมันไม่ลงตัว”
“หมายถึงค่าตอบแทนเหรอ?”
“ใช่”
“ข้ายังใหม่กับวงการนี้เลยไม่รู้อะไรมากนักแต่ถ้าดูจากค่าตอบแทนในนี้ มันก็ดูดีไม่ใช่เหรอ?”
ค่าตอบแทน: สามสิบล้าน
แถมทางบริษัทยังสนับสนุนยาเพิ่มเติมอีกด้วย
ในเกมโพชั่นคือของล้ำค่ามาก
แม้ตอนนี้อาจจะไม่ได้หายากเหมือนแต่ก่อน แต่ก็ยังถือว่ามีค่าไม่น้อย
จ่ายเงินระดับนี้เพื่อจับวอร์ล็อคที่หลบหนี ผมยังคิดว่าน่าลองเลยด้วยซ้ำ
“ค่าตอบแทนมันก็ดีแหละ แต่ปัญหาคือคู่ต่อสู้เราคือวอร์ล็อค”
“แล้วไงล่ะ?”
“เอ้า ก็ถ้าเป็นวอร์ล็อคมันคงไม่ใช่แค่นั่งลงเจรจาดี ๆ แล้วได้สูตรยากลับมาใช่มั้ยล่ะ?”
“นั่นสิ”
เขาขโมยสูตรยาจากบริษัทไป แปลว่าเขาต้องมีจุดประสงค์อะไรบางอย่าง
ไม่มีทางที่เขาจะคืนมันให้แค่เพราะเราขอ
“งั้นเราต้องเตรียมตัวเผชิญหน้ากับวอร์ล็อค ซึ่งเป็นสิ่งที่นักแก้ปัญหาส่วนใหญ่หลีกเลี่ยง”
“เพราะอะไรเหรอ?”
“ก็เพราะมันอันตรายน่ะสิ”
“อ้อ”
ผมเข้าใจทันทีว่าทำไมโรแนนถึงพูดแบบนั้น
วอร์ล็อคคือศัตรูอันดับหนึ่งของนักแก้ปัญหา
เหตุผลก็คือพลังของพวกมัน
วอร์ล็อคเชี่ยวชาญด้านเวทที่ทำลายร่างกายมนุษย์
คำสาป โรคระบาด ความเน่าเปื่อย พิษ
แม้แต่เวทพื้นฐานของพวกมันก็อันตรายพอที่จะทำให้คุณต้องทนทุกข์ไปตลอดชีวิตถ้าโดนเข้าไป
ร่างกายคือทุกอย่างของนักแก้ปัญหา
งานแบบนี้อาจพอเลี้ยงชีพได้ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ทำไปตลอดชีวิตได้แน่
คุณต้องมีรายได้สม่ำเสมอและถ้าเกิดร่างกายพังขึ้นมาคุณก็จะไม่ได้อะไรเลย
ต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ตามซอกมือตรอก ขอทานไปวัน ๆ
‘วอร์ล็อคไม่ใช่พวกที่อ่อนโยนด้วย’
ทุกคนที่ผมเคยเจอในเกม ต่างก็อันตรายทั้งนั้น
บางคนพยายามใช้กองทัพอันเดธทำลายเมือง
บางคนทำพิธีเชิญปีศาจในถ้ำใต้ดิน เปิดประตูนรก
บางคนอาจใช้บึงน้ำเน่าวางแผนล้มล้างอาณาจักรด้วยโรคระบาด
แน่นอนว่าไม่ใช่วอร์ล็อคธรรมดาจะทำอะไรแบบนี้ได้ และในการต่อสู้ พวกมันก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ธรรมดาด้วย
ในฐานะคนที่ภาคภูมิใจว่าเคยเป็นนักเล่นเกมมือเก๋า ผมเคยเจอจอบอสที่แทบเอาชนะไม่ได้และเคยแพ้มาไม่รู้กี่รอบ
มาคิดดูแล้ว โรแนนก็ไม่ได้พูดผิดเท่าไหร่
“ถ้าคุณโดนคำสาปของวอร์ล็อคเข้า อาจจะถึงขั้นพิการเลยก็ได้”
“เข้าใจแล้ว”
“วอร์ล็อคจึงเป็นเป้าหมายที่นักแก้ปัญหาจะไม่ยุ่งด้วยถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ”
“อือ…”
ผมเกือบจะบอกไปแล้วว่าผมเคยฆ่าวอร์ล็อคมามากกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ แต่ผมก็หยุดปากไว้
เพราะมันเกิดขึ้นในเกม ไม่ใช่ในโลกจริง
“แล้วอีกข้อนึงล่ะ?”
“เราไม่รู้ว่าเบี้องหลังวอร์ล็อคมีอะไรอยู่”
“หมายถึงว่าวอร์ล็อคที่หนีไปอาจจะมีเบื้องหลัง?”
“ใช่ ผมหวังว่ามันจะเป็นแค่การคิดมากเกินไปนะ แต่ใครจะรู้ละ”
“เจ้าสงสัยสมาพันธ์วอร์ล็อค?”
โรแนนพยักหน้า พร้อมยิ้มเล็กน้อย
“สมาพันธ์ก็ส่วนสมาพันธ์นั่นแหละ แต่ผมไม่ชอบที่บริษัทพยายามใช้นักแก้ปัญหาเป็นโล่มนุษย์”
“โล่มนุษย์…”
“บริษัทก็มีคนของตัวเองนะ ไม่ใช่ว่ามีแค่นักแก้ปัญหาในเมืองนี้”
นักแก้ปัญหาไม่ใช่พวกเดียวที่ใช้ความรุนแรงได้
บอดี้การ์ด รปภ. ทหารรับจ้าง นักเลง มือสังหาร
โลกนี้ยังต้องการคนที่มีพลังอยู่เสมอ
แม้แต่บริษัทใหญ่ ๆ ก็ยังยอมจ่ายแพงเพื่อปกป้องพื้นที่ของตัวเอง
Blossom Tear ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
“พวกเขามีกองกำลังของตัวเอง แต่กลับเรียกใช้นักแก้ปัญหา นั่นแปลว่า?”
“แปลว่านักแก้ปัญหาจะเป็นคนออกหน้าไปปะทะวอร์ล็อคแล้วพอมันเหนื่อยล้าพวกนั้นจะมาฉกผลงานไป”
“ใช่เลย พวกเขาไม่ได้หวังให้นักแก้ปัญหาจับวอร์ล็อคได้จริง ๆ หรอก แค่อยากให้ถ่วงเวลาไว้ให้หมดแรงก่อน”
ผมเริ่มเข้าใจว่าวงการนักแก้ปัญหามันซับซ้อนแค่ไหน
คุณพยายามหางาน แต่ลูกค้ากลับพร้อมจะหาผลประโยชน์จากคุณ
ไม่มีประกัน ไม่มีสวัสดิการ
“แล้วผลกระทบหลังสู้กับวอร์ล็อคมันร้ายแรงขนาดไหน?”
“โอกาสฟื้นตัวได้เต็มที่มีแค่ราว 60% เท่านั้น”
“น้อยกว่าที่คิดนะ”
“นั่นแค่กรณีที่รักษาด้วยยาและเวทได้ทันนะ ไม่งั้นเกิน 90% เลยล่ะ”
“เก้าสิบเปอร์เซ็นต์…”
นั่นคือในกรณีที่คุณ ‘ชนะ’ นะ
ถ้าแพ้ล่ะก็… เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ยังถือว่าน้อยไป
คุณแค่ตายเลยก็ได้
“ก็น่าลองดู”
“หา?”
“มันคุ้มที่จะลอง”
“ผมไม่เข้าใจที่คุณพูด ช่วยอธิบายอีกหน่อยได้มั้ย?”
“เจ่าบอกว่าจับวอร์ล็อคมันอันตราย แล้วลูกค้าก็แค่อยากให้ข้าเป็นตัวล่อ แล้วค่อยเข้ามาจัดการตอนมันอ่อนแรงใช่มั้ย?”
“ก็ประมาณนั้น”
“งั้นลองคิดกลับกัน ทำไมเราไม่จับวอร์ล็อคให้เร็วที่สุดล่ะ แบบที่พวกนั้นไม่มีเวลาจะเข้ามาแย่งละ”
แน่นอน ใคร ๆ ก็อยากทำแบบนั้น
แต่ผมกลับมีความมั่นใจแปลก ๆ ว่าผมทำได้
ด้วยความสามารถทางร่างกายของผมตอนนี้ มันไม่ได้เป็นไปไม่ได้เลย
“คุณโอเซียน สมมติว่าเป็นไปได้”
“ไม่ใช่สมมติ แต่ ‘มันเป็นไปได้’”
“เอ่อ ใช่ ผมพูดผิด งั้นก็... มันเป็นไปได้”
“มันเป็นไปได้แน่นอน”
“ถึงอย่างนั้น คุณก็ไม่จำเป็นต้องรับงานนี้นี่ครับ คุณไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินสักหน่อย”
“ก็มีนักแก้ปัญหาคนอื่นนอกจากข้าอยู่ซินะ”
“ถูกแล้ว เพราะนี่ไม่ใช่งานจองชื่อไง”
ผมกอดอกเอนตัวพิงพนักเก้าอี้
เอาจริง ผมก็เข้าใจว่าทำไมโรแนนถึงพยายามห้ามขนาดนี้
งานที่เสี่ยงแบบนี้ ใครจะไปรับถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ
ถ้ารู้ว่าข้างหน้ามีกับระเบิด คุณก็ต้องอ้อม ไม่ใช่เดินข้ามมัน
แต่ตอนนี้โรแนนมองผมเหมือนผมกำลังเต้นอยู่บนกับระเบิดเลย
ซึ่งเขาก็ไม่ได้ผิดนัก
“ผมเองก็อยากหาเงินแบบปลอดภัยเหมือนกัน”
ตัวตนดั้งเดิมของผมอาจจะระวังตัวกว่านี้
แต่ตอนนี้ผมกลายเป็นตัวละครที่ผมเคยเล่น—อัสวินพเนจรผู้กล้าหาญ รักการผจญภัย มีจิตใจชอบความยุติธรรม
ด้วยเหตุนี้ ตัวตนของผมก็เริ่มผสมผสานเข้ากับบุคลิกของอัาวินพเนจรนั้น
ผมกล้าขึ้น และบ้าบิ่นขึ้นเล็กน้อย
‘แต่ถึงอย่างนั้น งานนี้ผมก็รับเพราะความตั้งใจของผมล้วน ๆ’
ผมถูกโยนเข้ามาในโลกของเกมที่ผมเคยเล่น
ไม่ใช่แค่เกมธรรมดาแต่เป็นโลกที่ผ่านไปแล้วหลายร้อยปี
ทุกอย่างต่างไปจากเดิมหมด
ผมไม่รู้ว่าจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน
บางทีอาจจะไม่มีวันกลับไปเลยก็ได้ งั้นผมก็ต้องยอมรับและปรับตัวให้ได้
ไม่สิ… ต้องไม่ใช่แค่ “ยอมรับ” ผมต้อง “ลุกขึ้นมาใช้ชีวิต”
“ในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องสนุกไปกับมัน”
แม้จะดูแถไปนิด แต่ผมก็มองว่านี่คือ DLC
DLC หรือ DownLoadable Content คือส่วนเสริมของเกมที่ซื้อเพิ่ม
ผมเล่นเกมนี้มานานมาก และสนุกกับมันจริง ๆ
ผมไปในที่ที่คนอื่นไม่เคยไป ฆ่าบอสลับมานับไม่ถ้วน
ผมคือลูกค้าประจำที่อยู่กับเกมจนถึงฉากจบที่ 99 ทั้งที่รู้ว่าไม่มีแพตช์ใหม่อีกแล้ว
สำหรับผมโลกนี้มันไม่ใช่แค่เกมอีกต่อไป
ในฐานะคนที่รักเกม มันทำให้ใจเต้นแรงจริง ๆ
‘ก็อาจใช่แหละ ผมเคยคิดถึงการกลับไปโลกเดิมบ้าง’
แต่พูดตามตรง มันคงดีกว่าถ้าไม่ต้องกลับไป
ผมไม่มีเพื่อนหรือครอบครัวอยู่แล้ว และใช้ชีวิตแบบทำงานไปวัน ๆ
ฟังแล้วไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย
แต่โลกนี้ต่างออกไป
แค่คิดถึงสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า ใจผมก็เต้นแรงแล้ว
ดังนั้น งานที่คนอื่นกลัวกลับกลายเป็นความบันเทิงใหม่สำหรับผม
‘คิดแบบนี้แล้วผมนี่มันเหมือนคนบ้าเลยแฮะ’
ผมหัวเราะออกมาเบา ๆ
แน่นอนว่าผมคิดแบบนั้นก็จริง แต่ผมก็รู้ตัวดีว่านี่คือโลกจริง
คนที่นี่ไม่ใช่ข้อมูล แต่คือมนุษย์ที่มีเลือดมีเนื้อ
ภาพตรงหน้าผมคือของจริง ไม่ใช่ภาพบนจอที่มี UI
ผมจึงตั้งใจจะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่
สิ่งแรกที่ต้องทำคือต้องหาเงินให้ได้เยอะ ๆ
จะเอาไปทำอะไรค่อยคิดทีหลัง แต่ไม่เคยมีคำว่ามากเกินไป
และงานนี้ก็คืองานเริ่มต้น
ถ้าทำสำเร็จ ชื่อเสียงของผมก็จะเพิ่มขึ้น และงานดี ๆ ก็จะตามมาเอง
“......คุณนี่เอาจริงแฮะ”
“ข้าไม่ทำงานแบบเล่นๆหรอกนะ”
“โห ผมว่ายังไงคุณก็คงไม่ฟังผมอยู่ดีสินะ”
“ขอเริ่มงานได้เลยไหม?”
“ขอเวลาสักครู่”
พูดจบ โรแนนก็เดินขึ้นไปยังห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสอง
เขาดูตั้งใจจะตรวจสอบข้อมูลคำขออีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
จากสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมด โรแนน โรแลนด์ คือคนที่วางแผนรอบคอบและรอบรู้มาก
‘และก็มีความเจ้าเล่ห์อยู่พอตัว’
ถ้าเป็นฝ่ายตรงข้ามก็คงน่าสงสัย แต่ถ้าเป็นฝ่ายเดียวกันก็น่าไว้ใจอย่างประหลาด
เขาไม่มีวันทำอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ แน่นอน
‘บางทีเขาอาจจะส่งคนมาช่วยเพิ่มเพื่อความปลอดภัยหรือไม่ก็ใช้สิทธิ์นายหน้าปฏิเสธคำขอแทน’
นั่นอาจทำให้ผมเดือดร้อนอยู่บ้างเพราะตอนนี้ผมยังไม่มีหลักฐานว่าเก่งพอสู้วอร์ล็อคได้
-กริ๊ง
ทันใดนั้น กระดิ่งหน้าประตูร้านก็ดังขึ้นเสียงดังผิดปกติ
มันดังพอจะรู้ได้ว่าแขกคนใหม่ไม่ใช่ลูกค้าประจำแบบปกติ
ผมหันไปมองประตู และในขณะเดียวกัน คนที่เพิ่งเดินเข้ามาก็หันมาเห็นผม
สายตาเราสบกัน
“แค๊ก…”
เธอทำหน้าตาเหมือนเคี้ยวอะไรฝืด ๆ อยู่ในปาก
ผมแสยะยิ้มให้กับโลเรนน์ มือปืนสาวผู้มีผมสีงาช้างที่งดงาม
“ดีเลย”