เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 คำขอที่อันตราย (1)

บทที่ 17 คำขอที่อันตราย (1)

บทที่ 17 คำขอที่อันตราย (1)


ผมไม่เห็นด้วยกับงานนี้เลย

ประโยคนั้นไม่ใช่สิ่งที่นายหน้าที่รับงานมาแล้วส่งต่อให้นักแก้ปัญหาควรพูด

“ทำไมเจ้าถึงคิดแบบนั้นล่ะ?”

แม้ผมจะรู้จักโรแนนได้ไม่นาน แต่ก็พอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนที่จะพูดอะไรแบบนี้โดยไม่มีเหตุผล

ผมเดาว่ามันต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่างแน่นอน

“มีอยู่สองข้อ”

โรแนนดีดนิ้วไปทีละข้อ

“ข้อแรกตัวเลขมันไม่ลงตัว”

“หมายถึงค่าตอบแทนเหรอ?”

“ใช่”

“ข้ายังใหม่กับวงการนี้เลยไม่รู้อะไรมากนักแต่ถ้าดูจากค่าตอบแทนในนี้ มันก็ดูดีไม่ใช่เหรอ?”

ค่าตอบแทน: สามสิบล้าน

แถมทางบริษัทยังสนับสนุนยาเพิ่มเติมอีกด้วย

ในเกมโพชั่นคือของล้ำค่ามาก

แม้ตอนนี้อาจจะไม่ได้หายากเหมือนแต่ก่อน แต่ก็ยังถือว่ามีค่าไม่น้อย

จ่ายเงินระดับนี้เพื่อจับวอร์ล็อคที่หลบหนี ผมยังคิดว่าน่าลองเลยด้วยซ้ำ

“ค่าตอบแทนมันก็ดีแหละ แต่ปัญหาคือคู่ต่อสู้เราคือวอร์ล็อค”

“แล้วไงล่ะ?”

“เอ้า ก็ถ้าเป็นวอร์ล็อคมันคงไม่ใช่แค่นั่งลงเจรจาดี ๆ แล้วได้สูตรยากลับมาใช่มั้ยล่ะ?”

“นั่นสิ”

เขาขโมยสูตรยาจากบริษัทไป แปลว่าเขาต้องมีจุดประสงค์อะไรบางอย่าง

ไม่มีทางที่เขาจะคืนมันให้แค่เพราะเราขอ

“งั้นเราต้องเตรียมตัวเผชิญหน้ากับวอร์ล็อค ซึ่งเป็นสิ่งที่นักแก้ปัญหาส่วนใหญ่หลีกเลี่ยง”

“เพราะอะไรเหรอ?”

“ก็เพราะมันอันตรายน่ะสิ”

“อ้อ”

ผมเข้าใจทันทีว่าทำไมโรแนนถึงพูดแบบนั้น

วอร์ล็อคคือศัตรูอันดับหนึ่งของนักแก้ปัญหา

เหตุผลก็คือพลังของพวกมัน

วอร์ล็อคเชี่ยวชาญด้านเวทที่ทำลายร่างกายมนุษย์

คำสาป โรคระบาด ความเน่าเปื่อย พิษ

แม้แต่เวทพื้นฐานของพวกมันก็อันตรายพอที่จะทำให้คุณต้องทนทุกข์ไปตลอดชีวิตถ้าโดนเข้าไป

ร่างกายคือทุกอย่างของนักแก้ปัญหา

งานแบบนี้อาจพอเลี้ยงชีพได้ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ทำไปตลอดชีวิตได้แน่

คุณต้องมีรายได้สม่ำเสมอและถ้าเกิดร่างกายพังขึ้นมาคุณก็จะไม่ได้อะไรเลย

ต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ตามซอกมือตรอก ขอทานไปวัน ๆ

‘วอร์ล็อคไม่ใช่พวกที่อ่อนโยนด้วย’

ทุกคนที่ผมเคยเจอในเกม ต่างก็อันตรายทั้งนั้น

บางคนพยายามใช้กองทัพอันเดธทำลายเมือง

บางคนทำพิธีเชิญปีศาจในถ้ำใต้ดิน เปิดประตูนรก

บางคนอาจใช้บึงน้ำเน่าวางแผนล้มล้างอาณาจักรด้วยโรคระบาด

แน่นอนว่าไม่ใช่วอร์ล็อคธรรมดาจะทำอะไรแบบนี้ได้ และในการต่อสู้ พวกมันก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ธรรมดาด้วย

ในฐานะคนที่ภาคภูมิใจว่าเคยเป็นนักเล่นเกมมือเก๋า ผมเคยเจอจอบอสที่แทบเอาชนะไม่ได้และเคยแพ้มาไม่รู้กี่รอบ

มาคิดดูแล้ว โรแนนก็ไม่ได้พูดผิดเท่าไหร่

“ถ้าคุณโดนคำสาปของวอร์ล็อคเข้า อาจจะถึงขั้นพิการเลยก็ได้”

“เข้าใจแล้ว”

“วอร์ล็อคจึงเป็นเป้าหมายที่นักแก้ปัญหาจะไม่ยุ่งด้วยถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ”

“อือ…”

ผมเกือบจะบอกไปแล้วว่าผมเคยฆ่าวอร์ล็อคมามากกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ แต่ผมก็หยุดปากไว้

เพราะมันเกิดขึ้นในเกม ไม่ใช่ในโลกจริง

“แล้วอีกข้อนึงล่ะ?”

“เราไม่รู้ว่าเบี้องหลังวอร์ล็อคมีอะไรอยู่”

“หมายถึงว่าวอร์ล็อคที่หนีไปอาจจะมีเบื้องหลัง?”

“ใช่ ผมหวังว่ามันจะเป็นแค่การคิดมากเกินไปนะ แต่ใครจะรู้ละ”

“เจ้าสงสัยสมาพันธ์วอร์ล็อค?”

โรแนนพยักหน้า พร้อมยิ้มเล็กน้อย

“สมาพันธ์ก็ส่วนสมาพันธ์นั่นแหละ แต่ผมไม่ชอบที่บริษัทพยายามใช้นักแก้ปัญหาเป็นโล่มนุษย์”

“โล่มนุษย์…”

“บริษัทก็มีคนของตัวเองนะ ไม่ใช่ว่ามีแค่นักแก้ปัญหาในเมืองนี้”

นักแก้ปัญหาไม่ใช่พวกเดียวที่ใช้ความรุนแรงได้

บอดี้การ์ด รปภ. ทหารรับจ้าง นักเลง มือสังหาร

โลกนี้ยังต้องการคนที่มีพลังอยู่เสมอ

แม้แต่บริษัทใหญ่ ๆ ก็ยังยอมจ่ายแพงเพื่อปกป้องพื้นที่ของตัวเอง

Blossom Tear ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

“พวกเขามีกองกำลังของตัวเอง แต่กลับเรียกใช้นักแก้ปัญหา นั่นแปลว่า?”

“แปลว่านักแก้ปัญหาจะเป็นคนออกหน้าไปปะทะวอร์ล็อคแล้วพอมันเหนื่อยล้าพวกนั้นจะมาฉกผลงานไป”

“ใช่เลย พวกเขาไม่ได้หวังให้นักแก้ปัญหาจับวอร์ล็อคได้จริง ๆ หรอก แค่อยากให้ถ่วงเวลาไว้ให้หมดแรงก่อน”

ผมเริ่มเข้าใจว่าวงการนักแก้ปัญหามันซับซ้อนแค่ไหน

คุณพยายามหางาน แต่ลูกค้ากลับพร้อมจะหาผลประโยชน์จากคุณ

ไม่มีประกัน ไม่มีสวัสดิการ

“แล้วผลกระทบหลังสู้กับวอร์ล็อคมันร้ายแรงขนาดไหน?”

“โอกาสฟื้นตัวได้เต็มที่มีแค่ราว 60% เท่านั้น”

“น้อยกว่าที่คิดนะ”

“นั่นแค่กรณีที่รักษาด้วยยาและเวทได้ทันนะ ไม่งั้นเกิน 90% เลยล่ะ”

“เก้าสิบเปอร์เซ็นต์…”

นั่นคือในกรณีที่คุณ ‘ชนะ’ นะ

ถ้าแพ้ล่ะก็… เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ยังถือว่าน้อยไป

คุณแค่ตายเลยก็ได้

“ก็น่าลองดู”

“หา?”

“มันคุ้มที่จะลอง”

“ผมไม่เข้าใจที่คุณพูด ช่วยอธิบายอีกหน่อยได้มั้ย?”

“เจ่าบอกว่าจับวอร์ล็อคมันอันตราย แล้วลูกค้าก็แค่อยากให้ข้าเป็นตัวล่อ แล้วค่อยเข้ามาจัดการตอนมันอ่อนแรงใช่มั้ย?”

“ก็ประมาณนั้น”

“งั้นลองคิดกลับกัน ทำไมเราไม่จับวอร์ล็อคให้เร็วที่สุดล่ะ แบบที่พวกนั้นไม่มีเวลาจะเข้ามาแย่งละ”

แน่นอน ใคร ๆ ก็อยากทำแบบนั้น

แต่ผมกลับมีความมั่นใจแปลก ๆ ว่าผมทำได้

ด้วยความสามารถทางร่างกายของผมตอนนี้ มันไม่ได้เป็นไปไม่ได้เลย

“คุณโอเซียน สมมติว่าเป็นไปได้”

“ไม่ใช่สมมติ แต่ ‘มันเป็นไปได้’”

“เอ่อ ใช่ ผมพูดผิด งั้นก็... มันเป็นไปได้”

“มันเป็นไปได้แน่นอน”

“ถึงอย่างนั้น คุณก็ไม่จำเป็นต้องรับงานนี้นี่ครับ คุณไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินสักหน่อย”

“ก็มีนักแก้ปัญหาคนอื่นนอกจากข้าอยู่ซินะ”

“ถูกแล้ว เพราะนี่ไม่ใช่งานจองชื่อไง”

ผมกอดอกเอนตัวพิงพนักเก้าอี้

เอาจริง ผมก็เข้าใจว่าทำไมโรแนนถึงพยายามห้ามขนาดนี้

งานที่เสี่ยงแบบนี้ ใครจะไปรับถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ

ถ้ารู้ว่าข้างหน้ามีกับระเบิด คุณก็ต้องอ้อม ไม่ใช่เดินข้ามมัน

แต่ตอนนี้โรแนนมองผมเหมือนผมกำลังเต้นอยู่บนกับระเบิดเลย

ซึ่งเขาก็ไม่ได้ผิดนัก

“ผมเองก็อยากหาเงินแบบปลอดภัยเหมือนกัน”

ตัวตนดั้งเดิมของผมอาจจะระวังตัวกว่านี้

แต่ตอนนี้ผมกลายเป็นตัวละครที่ผมเคยเล่น—อัสวินพเนจรผู้กล้าหาญ รักการผจญภัย มีจิตใจชอบความยุติธรรม

ด้วยเหตุนี้ ตัวตนของผมก็เริ่มผสมผสานเข้ากับบุคลิกของอัาวินพเนจรนั้น

ผมกล้าขึ้น และบ้าบิ่นขึ้นเล็กน้อย

‘แต่ถึงอย่างนั้น งานนี้ผมก็รับเพราะความตั้งใจของผมล้วน ๆ’

ผมถูกโยนเข้ามาในโลกของเกมที่ผมเคยเล่น

ไม่ใช่แค่เกมธรรมดาแต่เป็นโลกที่ผ่านไปแล้วหลายร้อยปี

ทุกอย่างต่างไปจากเดิมหมด

ผมไม่รู้ว่าจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน

บางทีอาจจะไม่มีวันกลับไปเลยก็ได้ งั้นผมก็ต้องยอมรับและปรับตัวให้ได้

ไม่สิ… ต้องไม่ใช่แค่ “ยอมรับ” ผมต้อง “ลุกขึ้นมาใช้ชีวิต”

“ในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องสนุกไปกับมัน”

แม้จะดูแถไปนิด แต่ผมก็มองว่านี่คือ DLC

DLC หรือ DownLoadable Content คือส่วนเสริมของเกมที่ซื้อเพิ่ม

ผมเล่นเกมนี้มานานมาก และสนุกกับมันจริง ๆ

ผมไปในที่ที่คนอื่นไม่เคยไป ฆ่าบอสลับมานับไม่ถ้วน

ผมคือลูกค้าประจำที่อยู่กับเกมจนถึงฉากจบที่ 99 ทั้งที่รู้ว่าไม่มีแพตช์ใหม่อีกแล้ว

สำหรับผมโลกนี้มันไม่ใช่แค่เกมอีกต่อไป

ในฐานะคนที่รักเกม มันทำให้ใจเต้นแรงจริง ๆ

‘ก็อาจใช่แหละ ผมเคยคิดถึงการกลับไปโลกเดิมบ้าง’

แต่พูดตามตรง มันคงดีกว่าถ้าไม่ต้องกลับไป

ผมไม่มีเพื่อนหรือครอบครัวอยู่แล้ว และใช้ชีวิตแบบทำงานไปวัน ๆ

ฟังแล้วไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลย

แต่โลกนี้ต่างออกไป

แค่คิดถึงสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า ใจผมก็เต้นแรงแล้ว

ดังนั้น งานที่คนอื่นกลัวกลับกลายเป็นความบันเทิงใหม่สำหรับผม

‘คิดแบบนี้แล้วผมนี่มันเหมือนคนบ้าเลยแฮะ’

ผมหัวเราะออกมาเบา ๆ

แน่นอนว่าผมคิดแบบนั้นก็จริง แต่ผมก็รู้ตัวดีว่านี่คือโลกจริง

คนที่นี่ไม่ใช่ข้อมูล แต่คือมนุษย์ที่มีเลือดมีเนื้อ

ภาพตรงหน้าผมคือของจริง ไม่ใช่ภาพบนจอที่มี UI

ผมจึงตั้งใจจะใช้ชีวิตอย่างเต็มที่

สิ่งแรกที่ต้องทำคือต้องหาเงินให้ได้เยอะ ๆ

จะเอาไปทำอะไรค่อยคิดทีหลัง แต่ไม่เคยมีคำว่ามากเกินไป

และงานนี้ก็คืองานเริ่มต้น

ถ้าทำสำเร็จ ชื่อเสียงของผมก็จะเพิ่มขึ้น และงานดี ๆ ก็จะตามมาเอง

“......คุณนี่เอาจริงแฮะ”

“ข้าไม่ทำงานแบบเล่นๆหรอกนะ”

“โห ผมว่ายังไงคุณก็คงไม่ฟังผมอยู่ดีสินะ”

“ขอเริ่มงานได้เลยไหม?”

“ขอเวลาสักครู่”

พูดจบ โรแนนก็เดินขึ้นไปยังห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสอง

เขาดูตั้งใจจะตรวจสอบข้อมูลคำขออีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

จากสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมด โรแนน โรแลนด์ คือคนที่วางแผนรอบคอบและรอบรู้มาก

‘และก็มีความเจ้าเล่ห์อยู่พอตัว’

ถ้าเป็นฝ่ายตรงข้ามก็คงน่าสงสัย แต่ถ้าเป็นฝ่ายเดียวกันก็น่าไว้ใจอย่างประหลาด

เขาไม่มีวันทำอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ แน่นอน

‘บางทีเขาอาจจะส่งคนมาช่วยเพิ่มเพื่อความปลอดภัยหรือไม่ก็ใช้สิทธิ์นายหน้าปฏิเสธคำขอแทน’

นั่นอาจทำให้ผมเดือดร้อนอยู่บ้างเพราะตอนนี้ผมยังไม่มีหลักฐานว่าเก่งพอสู้วอร์ล็อคได้

-กริ๊ง

ทันใดนั้น กระดิ่งหน้าประตูร้านก็ดังขึ้นเสียงดังผิดปกติ

มันดังพอจะรู้ได้ว่าแขกคนใหม่ไม่ใช่ลูกค้าประจำแบบปกติ

ผมหันไปมองประตู และในขณะเดียวกัน คนที่เพิ่งเดินเข้ามาก็หันมาเห็นผม

สายตาเราสบกัน

“แค๊ก…”

เธอทำหน้าตาเหมือนเคี้ยวอะไรฝืด ๆ อยู่ในปาก

ผมแสยะยิ้มให้กับโลเรนน์ มือปืนสาวผู้มีผมสีงาช้างที่งดงาม

“ดีเลย”

จบบทที่ บทที่ 17 คำขอที่อันตราย (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว