เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 147 - ฉันจะสร้างบ้านของฉัน (1) [อ่านฟรีวันที่ 21/04/2562]

บทที่ 147 - ฉันจะสร้างบ้านของฉัน (1) [อ่านฟรีวันที่ 21/04/2562]

บทที่ 147 - ฉันจะสร้างบ้านของฉัน (1) [อ่านฟรีวันที่ 21/04/2562]


บทที่ 147 - ฉันจะสร้างบ้านของฉัน (1)

 

ยูอิลฮานกับผู้เข้าร่วมจากโลกได้กลับโลกไปในทันทีที่การต่อสู้แข่งขันจบลง เนื่องจากเวลาในการแข่งขันมันสั้นอยู่แล้วทำให้เวลาผ่านไปไม่กี่วัน โลกก็ค่อนข้างสงบดีซึ่งขัดกับความคิดของยูอิลฮานที่คิดว่ามันจะมีความวุ่นวายเกิดขึ้น

อันที่จริงมีขบวนพาเหรดมาต้อนรับยมทูตกับลูกลูกน้องของเขาที่นำชัยชนะกลับมา! แต่ว่ายูอิลฮานก็ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เลย เขาแค่เอียงหัวอย่างสงสัย

"แปลกแหะ มันไม่เห็นมีเหตุการณ์อย่างการลักพาตัวนายูนาหรือสงครามพวกของกลุ่มสิ่งมีชีวิตชั้นสูงเลย แปลกจริงๆเลย"

[ถ้าทุกอย่างมันเกิดขึ้นตามที่นายคิดล่ะก็เราคงไม่ได้มีชีวิตมาจนถึงตอนนี้หรอก] (เอิลต้า)

แม้ว่าเขาจะกลับไปโลกหลังจากยืนยันว่านายูนาข้ามไปฝั่งโลกแล้วก็ตาม แต่เขาก็ผิดหวังเล็กๆที่มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

"ใจดีจังเลยนะ คุณปฏิเสธฉันเสมอแต่จริงๆคือชอบฉันใช่ไหม ใช่ไหมล่ะ?"

"ไม่เลย ต่อให้มีพรุ่งนี้จะเกิดหายนะอะไรมันก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น"

"ว้าว คุณกำลังเขินแน่ๆ"

นายูนาได้เข้าใจเจตนาของเขาผิดไปแล้ว! ยูอิลฮานได้ผลักเธอออกไปอย่ารำคาญและโบกมือให้กับฝูงชนที่มาต้อนรับเขา

การโบกมือของเขามีความหมายที่ซ่อนอยู่ที่สื่อถึง 'ฉันขอบใจนะที่มาต้อนรับกันแต่ว่าฉันหวังให้พวกนายหายๆไปซะ คนที่นี่มันจะเยอะเกินไปแล้ว' แต่ว่าน่าเสียดายที่คนพวกนี้เข้าใจเจตนาของเขาผิดไปเช่นกัน และโบกมือลกับมาเป็นการตอบรับ ยูอิลฮานไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้เลย มันทำให้เขาอึดอัดจนอยากจะตาย

"นี่ไม่ดีแล้ว มิลมานี่มา"

"ครับ"

ในท้ายที่สุดยูอิลฮานได้เข้าไปกอดมิลเบาๆ

คนอื่นๆต่างก็มองเขาอย่างสงสัย แต่ยูอิลฮานก็พูดกับเฟมิลโดยไม่อธิบายอะไร

"เฟมิล นายทำได้ดีมาก ที่เราชนะมาได้ง่ายๆก็เพราะนาย"

"ไม่เลย ฉันก็ได้รู้อะไรหลายอย่างจากการดูนายสู้เหมือนกัน ฉันรู้สึกเหมือนว่าฉันเจอหนทางที่จะแข็งแกร่งขึ้นแล้วด้วย"

"ฉันไม่คิดว่าฉันจำเป็นจะต้องยืมพลังนายอีกในเร็วๆนี้แล้ว ดังนั้นก็กลับไปไคโรในทันทีที่นายไปถึงเกาหลีนะ"

"อ่าา อะไรนะ...?"

ทำไมอยู่ๆมาบอกตอนนี้นะหรอ? นั่นก็ง่ายมาก ในหมู่สมาชิกที่อยู่ที่นี่มีเพียงเฟมิลเท่านั้นที่เขาไม่อยากจะเจอในเกาหลี

"ถ้างั้นฉันขอตัวก่อนนะ! ลาก่อน"

ยูอิลฮานได้กางปีกขึ้นและกระโดดออกไปทันที! เขาได้ไปอยู่เหนือพื้นดินหลายกิโลทันที และใช้คลื่นกระแทกกับการกระโดดหลายครั้งผลักดันให้ตัวเองอยู่สูงขึ้นไปอีก จนกระทั่งไม่มีใครเห็นเขาได้อีกต่อไป

[บ้าไปแล้ว ตัวหลักของที่นี่กลับหนีไปเพราะเขาไม่ชอบผู้คน!]

[อิลฮานรอฉันด้วย!] (เลียร่า)

เลียร่าได้พุ่งตามเขาไปในขณะที่พูดในสิ่งที่ทำให้คนพูดไม่ออกออกมา พวกเขาได้แต่มองขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างสับสน จะมีก็แค่คังมิเรย์ที่คาดเอาไว้แล้วแทนที่จะกังวล เธอได้ยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มแห้งๆ

"มิเรรรรย์ เธอก็คิดว่าคุณอิลฮานชอบชั้นใช่มะ?"

ในอีกด้านหนึ่งนายูนาได้พูดกับคังมิเรย์ในขณะส่ายหัวไปมา ราวกับว่าเธอไม่ได้คิดอะไรเลย ถึงจริงๆแล้วเธอมักจะไม่คิดอะไรอยู่แล้วก็ตาม ดูเหมือนว่าการที่ยูอิลฮานพูดถึงความปลอดภัยของนายูนาจะทำให้เธอเข้าใจผิด คังมิเรย์ได้ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม

"เงียบน่านายูนา"

"โอ้"

ยูอิลฮานได้สร้างสถิติโลกใหม่ขึ้นมาด้วยการไปจากนิวยอร์กจนถึงอพาร์ทเม้นท์ในกังนัมได้ในเวลา 15 นาที สิ่งแรกเลยก็คือช่วยยูมิลอาบน้ำก่อน เลียร่าที่ไล่ตามมาทันกลางทางก็ได้มาด้วยกัน หลังจากเห็นแบบนี้เธอก็เอียงหัวออกมา

[ทำไมนายไม่อาบน้ำด้วยกันเลยล่ะ?] (เลียร่า)

"เพราะเดี๋ยวฉันก็เหงื่อออกอีก"

[นายยังมีอะไรจะต้องทำอีกหรอ?]

"ใช่แล้ว ตอนนี้ยังมีสิ่งที่ต้องทำอยู่ ฉันจะต้องให้อาหารโอโรจิในขณะที่ไปจัดการกวาดล้างดันเจี้ยนใกล้ๆนี้ ที่จริงแล้ว... ฉันคิดว่าจะมีข่าวอะไรใหม่ๆเกิดขึ้นในเร็วๆนี้..."

เลียร่าได้แต่สับสนกับเรื่องนี้ แต่หลังจากนั้นเธอก็ต้องอทานออกมาเมื่อวงแหวนทูตสวรรค์บนหวัของเธอได้เริ่มเรืองแสง

[กับดักแห่งการทำลายจะถูกใช้งานบนโลก... ดูเหมือนว่าพวกเขามีแผนจะขอให้นายทำมันขึ้นอีกนะ](เลียร่า)

"ฉันรู้อยู่แล้วว่าจะเป็นแบบนี้ ถ้าพวกนั้นไม่ได้มีแผนจะทำให้เกิดเหตุการแบบในตอนหายนะครั้งใหญ่ขั้นทึ่หนึ่ง พวกเขาก็ควรจะมาขอฉันนั่นแหละ"

[แต่แล้วถ้าพวกเขาขอให้นายทำอันที่จะไปใช้ในโลกอื่นด้วยล่ะ?] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้มองไปที่เลียร่าด้วยสายตาที่แปลกประหลาด

"ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วยนะ"

[จะว่าไงดีล่ะ นายเก่งกว่าช่างตีเหล็กจากสวรรค์...] (เลียร่า)

แม้ว่าเธอจะพูดแบบนี้ออกมาแต่หน้าของเธอก็แดงขึ้นด้วยความอาย ยูอิลฮานได้คิดว่าจะปล่อยไปเพราะความน่ารักของเธอ นอกไปจากนี้ถ้ามันเป็นการทำกับดักแห่งการทำลายให้โลกอื่น... มันก็มีบางอย่างที่เขาอยากจะทดลอง

"โอเค แค่ส่งวัสดุมาให้ฉันก็พอ มันจะใช้เวลานานแค่ไหนล่ะ?"

[น่าจะสักพักหนึ่ง ฉันจะต้องไปส่งเอกสาร พบเจอและก็คัดกรอกวัสดุออกมาจากคลัง มันน่าจะใช้เวลาอย่างน้อยก็สิบสามชั่วโมง] (เลียร่า)

"โอเค งั้นก็ไปเถอะ"

[ได้ เดี๋ยวฉันจะรีบกลับมานะ] (เลียร่า)

เลียร่าได้พยายามที่จะจุ๊บแก้มยูอิลฮานราวกับว่ามันเป็นนิสัยไปแล้ว ยูอิลฮานได้ยอมแพ้ที่จะต่อต้านและให้แก้มของเขาไปดีๆ เลียร่าได้จุ๊บแก้มของยูอิลฮานและหายไปจากที่นั่นในทันที

"พี่สาวทูตสวรรค์ยุ่งมากเลย"

"พ่อก็ยุ่งเหมือนกันนะ ค่อนข้างจะมากด้วยแหละ"

ยูอิลฮานได้หยิบเอาหอกมังกรแปดหางออกมาจากช่องเก็บของและสูดหายใจลึก แม้ว่าเขาจะไม่ได้เกลียดการตีเหล็ก แต่ว่าการสร้างกับดักแห่งการทำลายมันใช้พลังใจมาก การที่ต้องสร้างกับดักแห่งการำลายไปพร้อมๆกับสิ่งที่เขากำลังจะทำมันยิ่งเพิ่มความยากลำบากขึ้นไปอีก

"เยี่ยม งั้นมาเริ่มกันดีกว่า"

[ก๊าซซซซซซซซ!]

"โอเค ฉันเข้าใจแล้ว เดี๋ยวฉันจะให้อาหารแก"

ยูมิลได้มองดูยูอิลฮานคุยกับโอโรจิผ่านหอกมังกรแปดหาง นิ้วของเขาได้ชี้ไปทางหอกมังกรแปดหาง

"เจ้านี่มันมีชีวิตด้วยหรอครับ?"

"ก็ไม่เชิงหรอก มันเป็นความคิดที่แยกออกมาจากมอนสเตอร์ แม้ว่ามันจะไม่มีวิญญาณของตัวเอง แต่มันก็เป็นเศษเสี้ยวด้วย มันอาจจะได้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตรูปแบบใหม่ได้จากการกินพลังชีวิตและความคิด"

"พ่อน่าทึ่งจัง"

"ถึงพ่อจะไม่ค่อยชอบ แต่พ่อคนนี้เป็นยมทูตเลยนะ"

"พ่อเจ๋งที่สุด"

ความชื่อชมของยูมิลได้พุ่งไปถึงขีดสุดแล้ว ยูอิลฮานได้ภูมิใจมากที่เขาไม่ได้แสดงด้านแย่ๆให้ลูกเขาเห็น นี่มันอาจจะพูดได้ว่ามันน่าทึ่งมากกับตัวยูอิลฮานที่เขาทำตัวสมกับเป็นพ่อของมังกร แถมเขายังภูมิใจกับมันอีกด้วย

"ถ้างั้นเจ้านี่ก็เหมือนๆกับพี่ชายพี่สาวเอลฟ์แล้วก็พี่สาวเอริเซียสินะครับ?"

คำพูดของยูมิลที่เขาคิดออกมาได้เข้ามาในหัวยูอิลฮานทันที

"...ลูกพูดอะไรนะ?"

"ผมบอกว่าเจ้านี่ก็เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง งั้นพ่อก็เป็นเจ้านายมันใช่ไหมครับ?"

"ไม่ มันไม่ค่อนข้างจะใช่แบบนั้น ความร่วมมือมันเกิดขึ้นมาก็เพราะสิ่งที่โอโรจิกับพ่อกำลังต้องการนั้นคล้ายกันมาก..."

เขาได้พูดออกมาแบบนี้เมื่อเขารู้สึกได้ถึงบางอย่างแปลกๆ เขารู้สึกได้ว่าความสามารถในฐานะยมทูตของเขามันสอดคล้องเข้ากับความสามารถที่เขาได้รับมาด้วยตัวเอง

หัวใจของเขาได้เต้นแรงขึ้น เขารู้สึกเหมือนกับว่าเขาได้เจอกับเส้นทางใหม่ที่เปิดไว้ให้เขาแต่แรกแล้ว แต่เขาก็รู้สึกว่าเขาไม่อาจจะเข้าไปได้ง่ายๆ

[ก๊าซซซซซ]

โอโรจิได้ร้องออกมาราวกับจะบอกว่า 'นายเพิ่งจะรู้?'

ยูอิลฮานได้ยิ้มกลับไปและเปิดใช้การสกิลการปกครองโดยไม่ลังเล เขาจำเป็นจะต้องทำสิ่งนี้เพื่อยืนยันในความรู้สึกของเขา

"ตอนนี้นายปฏฺิเสธไม่ได้แล้วใช่ไหม?"

[กรรรรรร!]

'ฮึ่ม ช่วยไม่ได้ ในเมื่อฉันก็ต้องกินอาหาร' เสียงร้องของโอโรจิก็น่าจะบอกประมาณนี้

หลังจากนั้นสกิลปกครองได้เริ่มทำงานทันที

[ความคิดของยามาโตะ โนะ โอโรจิได้กลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณ ความเร็วในการพัฒนาขึ้นของความคิดได้รวดเร็วขึ้น]

[สกิลเอนชานท์วิญญาณ ได้รับผลจากสกิลปกครอง ความเร็วในการพัฒนาของอาร์ติอฟคจะเพิ่มขึ้นหากใช้เอนชานท์วิญญาณกับความคิดที่คุณปกครอง]

[สกิลปกครองได้กลายเป็นเลเวล 56 ความเป็นไปได้ที่จะได้รับผู้ใต้บังคับบัญชาเพิ่มขึ้น]

[สกิลเอนชานท์วิญญาณได้เพิ่มเป็นเลเวล 24 การปราบและปกครองความคิดของสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งกว่าคุณจะกลายเป็นง่ายขึ้น]

ในวินาทีที่สกิลได้งานสำเร็จและสายสัมพันธ์ระหว่างยูอิลฮานกับโอโรจิได้แน่นขึ้น ยูอิลฮานก็ตัวสั่นกับความพิศวงและความตื่นเต้นจนอธิบายไม่ได้ที่มันผ่านมาในร่างของเขา

เขารู้สึกว่าในที่สุดเขาก็ได้พบกับเส้นทางที่เขาจะเลือกเดินไปในฐานะยมทูตแล้ว ด้วยความสามารถนี้เขาสามารถจะทำงานของเขาในแบบที่ง่ายขึ้นได้

ทำไมเขาถึงพึ่งมารู้ตัวเอาตอนนี้นะ ขั้นตอนแรกในการแข็งแกร่งขึ้นมันไม่ใช่การไปเรียนสกิลขั้นสูงอย่างหอกสะบั้นจักรวาล แต่มันควรจะเป็นการหาวิธีใช้ความสามารถที่เขามีอยู่จนถึงขีดสุดและหาทางปรับใช้พลังนั้นสิ

แล้วในตอนนี้ยูอิลฮานก็ทำมันสำเร็จแล้ว

"มิล พ่อรักลูก"

ทั้งหมดนี่ก็เพราะมิล มิลไม่ต่างไปจากก้อนแห่งโชคลาภของเขาเลย

"ผมรักพ่อเหมือนกัน"

"อื้ม อื้ม"

ทั้งพ่อลูกต่างก็กอดกันกลมทั้งแบบนี้ จนกระทั่งเอิลจต้าที่มาช้ากว่าเลียร่าได้แสดงท่าทางแปลกใจออกมา

จากนั้นยูอิลฮานก็ออกไปจัดการกวาดล้างดันเจี้ยนทั้งหมดในโซล ต่อด้วยทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น จีน และกระทั่งประเทศอื่นๆใกล้เคียง ยังไงก็ตามจากการที่ดันเจี้ยนพวกนี้ยังไม่ได้อยู่ในหายนะครั้งใหญ่ขั้นที่สองเลยทำให้มันเป็นการง่ายสำหรับยูอิลฮานที่จะจัดการ เขาใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีด้วยซ้ำในการกวาดล้างพวกมันแต่ล่ะที่

[รสชาติมันแย่จริงๆเลย] (โอโรจิ)

บางทีอาจจะเป็นเพราะสกิลปกครองหรือไม่ก็สติปัญญาที่พัฒนามาจากสกิลปกครองทำให้ในที่สุดโอโรจิก็สื่อสารกับยูอิลฮานด้วยภาษามนุษย์ได้

ยังไงก็ตามจจากสกิลภาษาที่ยูอิลฮานมีทำให้ก่อนหน้านี้เขาก็เข้าใจในสิ่งที่มันจะบอกได้ แต่ยังไงก็ตามการที่มันสื่อสารตรงๆได้ก็เป็นเรื่องดี ยูอิลฮานได้หยักไหล่ออกมาและปลอบโยนมัน

"ฉันได้ให้ความคิดส่วนใหญ่ที่ฉันได้มาจากฟีราต้ากับนายไปแล้ว ครั้งนี้ก็พอใจกับปริมาณมากกว่าคุณภาพไปก่อนนะ ฉันน่าจะเก็บบางส่วนไว้ใช้กกับอย่างอื่นด้วย"

[ฮึ่ม ถ้างั้นฉันจะกินเพื่อให้อิ่มพอล่ะกัน] (โอโรจิ)

แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะพอรู้สึกอยู่แล้ว แต่ว่าในตอนนี้ความคิดของโอโรจิที่มาจากตัวหายนะที่ญี่ปุ่นได้น่ารักมากจนต่างไปจากตัวดั้งเดิม สภาพในปัจจุบันของมันใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวิตไปโดยสิ้นเชิงแล้ว

เอิลต้าที่ได้รู้ว่ายูอิลฮานได้ก้าวไปสู่ขอบเขตพลังใหม่ได้ถามเขาได้ด้วยสายตาเฉียบคม

[มันเกิดอะไรขึ้นในเวลาสั้นๆกัน? ฉันคิดว่าหอกของนายแข็งแกร่งขึ้นนะ] (เอิลต้า)

"ความลับน่ะ"

แม้ว่าหอกของยูอิลฮานจะสามารถพูดได้ว่ามันอยู่ในขีดสุดแล้ว แต่ตอนนี้ที่ความรู้สึกของเขากับโอโรจิได้แน่นแฟ้นขึ้น ในตอนนี้เขาก็สามารถจะใช้หอกได้เหมือนกับที่เขาจัดการกับเพลิงนิรันดร์แล้ว

แม้เขาจะไม่สนุกกับการใช้เทคนิคแยกหอกเป็นแปดแฉก แต่ว่าความคิดของเขาก็ได้เปลื่ยนไปหลังจากได้ใช้พลังของโอโรจิจริงๆ

โอโรจิได้จัดการกลุ่มคนที่อ่อนแอด้วยหางทั้งแปดของมัน ด้วยรูปแบบนี้ที่สง่างามและทรงพลังกว่าในตอนที่มันใช้หางทั้งแปดกดดันยูอิลฮาน ในตอนนี้มันทำให้ยูอิลฮานดูเป็นจอมเวทย์มากกว่าผู้ใช้หอกซะอีก

พลังโจมตีของเขามันไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนะ แต่ยังไงก็ตามมันทำให้วิธีการโจมตีของเขาหลากหลายยิ่งขึ้น สิ่งนี้มันได้ทำให้ยูอิลฮานแกร่งขึ้น

ยูอิลฮานได้ยิ่งตื่นเต้นและอารวาดมากขึ้น มอนสเตอร์ตามดันเจี้ยนต่างก็ถูกจัดการสังหารทันที การสังหารหมู่นี่มันไม่อาจจะทำให้เขาได้ยืดเส้นยืดสายได้เลยและโอโรจิก็ได้กินจนอิ่ม

ยังไงก็ตามเขาก็ไม่อาจจะยืดเส้นแบบนี้ได้ตลอดไป เมื่อเขากำลังจะไปมหาสมุทรต่อไปหลังจากที่เขาได้จัดการดันเจี้ยนที่อยู่บนสองทวีปและหนึ่งมหาสมุทรไปแล้ว เลียร่าเธอได้กลับมาพร้อมกับวัสดุในการสร้างกับดักแห่งการทำลายที่มีเต็มช่องเก็บของ

[มีหลายที่ที่หายนะครั้งใหญ่เพิ่งจะเริ่มขึ้น! มาเริ่มกันเถอะยูอิลฮาน!] (เลียร่า)

"ให้ตายสิ ฉันวางแผนไว้ว่าจะทำให้สกิลปกครองไปถึงเลเวล 60 นะ"

ยูอิลฮานได้รู้ถึงอุปกรณ์ที่ใช้สร้างกับดักแห่งการทำลายได้ไปอยู่ในที่ทำงานของเขาแล้ว ทูตสวรรค์... พวกนี้ทำงานได้เร็วแค่ในเวลาแบบนี้ตลอดเลยนะ

"เยี่ยม เยี่ยมไปเลย แล้วรางก็มีเยอะด้วยใช่ป่ะ?"

เขาได้หยักหน้าอย่างพอใจและหยิบเอาเกราะออกมาใส่ก่อนที่จะคาดหน้าผากซับเหงื่อบนหน้าด้วยท่าสุดเท่ และเขาได้ยืนยันถึงรางวัลของเขา

[อย่างแรกคือสกิลตัวตัวหนึ่งอย่างกับแต้มสเตตัส 40 แต้มเป็นรางวัล นี่คือรางวัลพื้นฐาน] (เลียร่า)

"นี่มันฟังดูน้อยไปนะเมื่อเทียบกับจำนวนงานที่มหาศาล ฉันคิดว่าถ้าเธอเพิ่มขวดมานาโพชั่นขั้นสูงสักร้อยขวดเข้ามาด้วยก็น่าจะสมกับเป็นรางวัลพื้นฐานกว่านี้นะ"

เลียร่าได้คิดอยู่เล็กน้อยก่อนจะมองไปทางสเปียร่า สเปียร่าได้หยักหน้าออกมา

[ทูตสวรรค์เชื่อในความสามารถของนาย ฉันจะเพิ่มมานาโพชั่นขั้นสูงไปอีก 50 ขวดตามที่นายเพิ่งพูด] (สเปียร่า)

"โอเค ดีล"

ยูอิลฮานได้ยอมรับและถอดเอาปีกเสียงเพรียกแห่งการพังทลายออกไปด้วย แน่นอว่าเขาไม่ได้ลืมที่จะแยกเพลิงนิรันดร์จากปลีกไปในเตาเผาด้วย

การใช้เพลิงนิรันดร์คือข้อบังคับในการทำกับดักแห่งการทำลาย

เขาได้ยกระดับเพลิงนิรันดร์มาจนถึงตอนนี้และในตอนนี้เขาก็ใช้มันได้ค่อนข้างดีแล้ว ดังนั้นเขาก็น่าจะทำกับดักแห่งการทำลายได้ง่ายขึ้น... เขาคิดแบบนี้จนกระทั่งมีความคิดหนึ่งเข้ามาในหัวของเขา

"รอเดี๋ยว เพลิงนิรันดร์ก็ยังมีชีวิตอยู่ไม่ใช่หรอ?"

[เราก็พูดแบบนั้นมาตลอดนี่] (เลียร่า)

เลียร่าได้เอียงหัวอย่างสงสัย นี่มันไม่ใช่เรื่องใหม่เลยนะ ยูอิลฮานได้พูดว่า 'ใช่ไหม' ออกมาและแสยะยิ้ม

มักจะมีคำพูดที่ว่า 'เสียใจจากการทำดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ' เขาได้คิดว่านีมันถึงเวลานั้นแล้ว

'ใช้งานสกิลปกครอง'

เพลิงนิรันดร์ได้แสดงจำนงยอมแพ้ราวกับว่ากำลังรออยู่นานแล้ว ความสัมพันธ์ของยูอิลฮานกับเพลิงนิรันดร์ได้อยู่ในระดับเจ้านายกับทาสมานานแล้ว! ยังไงก็ตามปัญหาคืออะไรล่ะ? ระดับของเพลิงนิรันดร์อยู่สูงกว่าเขางั้นหรอ? สกิลปกครองมันใช้งานไม่สำเร็จและถูกยกเลิกไปกลางทาง เขาได้พยายามอีกสองครั้งแต่ว่าก็ไม่ได้ผลดีขึ้นเลย

[อิลฮาน อย่าบอกฉันนะว่านาย...?] (เลียร่า)

[ไม่มีทางน่า!] (เอิลต้า)

[ไม่ ยูอิลฮานมีฉายา 'วีรบุรุษแห่งเพลิง' แล้ว นอกไปจากนี้คลาสของเขาก็ยังเกี่ยวข้องกับไฟด้วย ความสัมพันธ์กับไฟและความต้านทานของเขาในตอนนี้มันสูงมากๆแล้ว บางทีเขา...] (เลียร่า)

ตอนนี้มันไม่ได้ผลเลย! ถ้างั้นเขาจะต้องทำยังไงล่ะ เสริมพลังของสกิลการปกครอง? พลังเหนือมนุษย์ก็ไม่ได้ผล พรของนายูนาก็ไม่ได้

ยังไงก็ตามถ้าเป็นสกิลของนักขี่มังกรก็น่าจะเป็นไปได้

'โลหิตมังกร'

มานาในร่างของเขาได้เริ่มปะทุขึ้นมา ในที่สุดเขาก็รู้สึกถึงมันแล้ว สกิลนี้ไม่ใช่แค่การเสริมพลังของสกิลแบบง่ายๆ แต่มันเป็นการบังคับยกระดับขอบเขตของเขา! ถ้าหากมันมีขั้นต่อไปของสกิลนี้มันคงไม่จบแค่ใช้เปิดใช้งานแน่ แต่มันน่าจะเปลื่ยนตัวตนของเขาไปโดยสิ้นเชิง

"ปกครอง"

แม้ว่าเขาจะไม่จำเป็นต้องตะโกนก็ได้ แต่เขาก็รู้สึกว่าต้องทำมันดังนั้นเขาจึงทำไปโดยสัญชาตญาณ และแล้วเขาก็ได้ประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่งในการปกครองเพลิงนิรันดร์ด้วยสกิลของเขา

[เพลิงนิรันดร์ได้กลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณ ความเร็วในการพัฒนาของเพลิงนิรันดร์เพิ่มมากขึ้น]

[สกิลปกครองได้กลายเป็นเลเวล 63 ความสามารถของผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณได้แกร่งขึ้น]

[เทพแห่งเพลิงอยากจะมอบพรให้กับคุณ หากคุณได้ทำตามเงื่อนไขได้สำเร็จอีกข้อหนึ่ง คุณจะได้รับพรจากเทพแห่งเพลิง!]

"โอ้ววววว!"

ข้อความที่เขาคาดไว้และคาดไม่ถึงได้โผล่ออกมาทำให้เขาต้องอุทานขึ้น

[มีอะไรยูอิลฮาน? มีบทลงโทษจากการที่สกิลล้มเหลวหรอ!?] (เลียร่า)

[ฉันบอกแล้วไใช่หรอกว่ากับเพลิงนิรันดร์มันเป็นไปไม่ได้? มันไม่มีทางที่มนุษย์จะทนกับเพลิงที่คงอยู่ไปชัวนิรันดร์ได้] (เอิลต้า)

"ไม่ มันไม่ใช่แบบนั้น"

ยูอิลฮานได้ยกค้อนของเขาขึ้นมาในขณะตอบกลับอย่างไร้พลัง ทูตสวรรค์ได้ถามเขาอย่างคาดหวัง

[ถ้างั้นมันอะไร!] (เลียร่า)

[ใช่แล้ว งั้นมันอะไร!] (เอิลต้า)

"ไม่..."

ยูอิลฮานได้ตอบกลับด้วยหน้าเซ็งๆ

"..."

นี่คือช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ที่พรของเทพถึงสององค์กำลังเฝ้าคอยจะมอบให้กับมนุษย์คนหนึ่ง

จบบทที่ บทที่ 147 - ฉันจะสร้างบ้านของฉัน (1) [อ่านฟรีวันที่ 21/04/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว