เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 148 - ฉันจะสร้างบ้านของฉัน (2) [อ่านฟรีวันที่ 25/04/2562]

บทที่ 148 - ฉันจะสร้างบ้านของฉัน (2) [อ่านฟรีวันที่ 25/04/2562]

บทที่ 148 - ฉันจะสร้างบ้านของฉัน (2) [อ่านฟรีวันที่ 25/04/2562]


บทที่ 148 - ฉันจะสร้างบ้านของฉัน (2)

 

เพลิงนิรันดร์เป็นสมบัติที่อยู่ในระดับที่น่าทึ่งอย่างมาก ลักษณะพิเศษที่มันสามารถจะเผาไปได้ตลอดกาลและพัฒนาไปได้อย่างต่อเนื่องด้วยการดูดกลืนหลายๆสิ่งหลายๆอย่างเข้าไปเป็นพลังที่สมบูรณ์แบบ

ในตอนแรกที่ยูอิลฮานได้มา มันแค่อยู่ในระดับที่ 'เพลิงที่ดีสำหรับตีเหล็ก' แต่แล้วตอนนี้ล่ะ? มันได้ดูดกลืนบันทึกมาอย่างมาก ทั้งระดับและอุณหภูมิของไฟในตอนนี้ได้ขยายเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ในตอนแรกสวรรค์ได้พิจารณาเป็นเวลานานกว่าจะมอบเพลิงนิรันดร์ให้กับยูอิลฮาน ในช่วงต้นของหายนะครั้งใหญ่ ตอนที่โลกได้เจอการท้าทายที่ไม่เคยคาดคิด หากว่าไม่ได้มียูอิลฮานก็คงจะมีอย่างน้อยสองสามประเทศที่หายไปด้วยซ้ำ

ถึงแม้แบบนั้นความสำเร็จของยูอิลฮานก็แค่พอที่ทำให้ได้รับอนุญาติให้เพลิงนิรันดร์ของสวรรค์ถูกส่งไปให้มือมนุษย์คนหนึ่ง คนที่ไม่รู้หลายต่อหลายคนก็ยังนับว่านี่มันเป็นรางวัลเพิ่มเติมชดเชยให้กับการที่ยูอิลฮานต้องอยู่คนเดียวเป็นพันปี

นอกจากนี้ยังมีเลียร่า เธอเป็นคนที่ผลักดันความคิดที่จะมอบเพลิงนิรันดร์ให้กับยูอิลฮานอย้่างแข็งขัน เธอทำท่าเหมือนกับว่าเธอจะปล้นคลังสมบัติของกองทัพสวรรค์ไปให้ยูอิลฮาน การได้รับเพลิงนิรันดร์มาเป็นรางวัลนี้จะนับว่าเป็นเพราะความพยายามของเลียร่าอย่างมากเลยก็ว่าได้

แต่ยังไงก็ตามแม้แต่ตัวเลียร่าเอง เธอก็ยังไม่คิดเลยว่ามันจะมาถึงสถานการณ์ที่มีมนุษย์คนหนึ่งปกครองเพลิงนิรันดร์ได้ด้วยสกิล

[หืม] (เอิลต้า)

[พวกเราทำอะไรกันอยู่? นี่มันเป็นประวัติการณ์เลยนะ... ถ้าเรื่องนี้ถูกพบเขา ฉันไม่คิดว่ามันจะจบลงแค่เขียนเอกสารส่งง่ายๆแน่] (เลียร่า)

[ถึงแม้ว่าเราจะเป็นคนมอบสกิลการปกครองให้เขาเป็นรางวัล เราก็ไม่เคยจะคิดมาก่อนเลยว่ามันจะมาถึงจุดนี้ สเปียร่า พวกเราจำเป็นต้องใช้ภูมิปัญญาที่ไม่สิ้นสุดจากประสบการณ์ที่มากมายของเธอ] (เอิลต้า)

[ช่วยเราด้วย สเปียร่า!] (เลียร่า)

ทูตสวรรค์สองคนนี้ได้เลือกจะพึ่งพาคนที่อยู่สูงกว่าเนื่องจากพวกเธอไม่สามารถรับมือกับยูอิลฮานได้ด้วยตัวเองแล้ว

สเปียร่าที่ถูกเรียกดูเหมือนจะตกไปอยู่ในความคิดของเธอก่อนจะลืมตาขึ้นมา

[หืม... มาดูกัน ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ล่ะก็] (สเปียร่า)

[โอ้ สมกับเป็นสเปียร่า] (เลียร่า)

[เราศรัทธาในความคิดของเธอนะ! น่าพึ่งพาจริงๆเลย!] (เอิลต้า)

[การอยู่กับยูอิลฮานทำให้ทูตสวรรค์สองคนนี้พังลงไปแล้วจริงๆ...] (สเปียร่า)

เลียร่ากับเอิลต้าได้ปรบมือออกมา ยูอิลฮานก็คิดว่าทำไมการที่เขายอมรับเพลิงนิรันดร์มาเป็ฯลูกน้องถึงเป็นเรื่องใหญ่แบบนี้ แต่ว่ามันดูเหมือนว่าสถานการณ์มันจะซับซ้อนกว่าที่เขาคิดไว้ตอนแรกซะอีก

เลียร่าได้เริ่มเร่งสเปียร่า

[งั้น? ทำไงต่อล่ะ?] (เลียร่า)

[พวกเราไม่เคยเห็นสิ่งนี้] (สเปียร่า)

[...ว่าไงนะ?] (เอิลต้า)

[พวกเราไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ไม่มีใครในโลกนี้ที่รู้ว่าเพลิงนิรันดร์ถูกมนุษย์ปกครองอยู่ กองทัพสวรรค์จะทำงานของเราอยู่เสมอ พวกเราก็ยังควรสนับสนุนยูอิลฮานให้สุดความสามารถของเรา] (สเปียร่า)

ทูตสวรรค์ที่พังลงไม่ได้จำกัดแค่เลียร่ากับเอิลต้าอีกต่อไปแล้ว

สีหน้าของทูตสวรรค์ได้แข็งทื่อไป สีหน้าพวกนี้ดูน่าตลกมาก และตามมาด้วยความขัดแย้งที่เต็มอยู่บนใบหน้าของพวกเธอ! สเปียร่าไดถามขึ้นราวกับจะตอกตะปูลงไป

[เลียร่าตอบฉันมานะ เพิ่งจะเกิดอะไรขึ้น?] (สเปียร่า)

[... ไม่รู้สิ มีอะไรหรอ?] (เลียร่า)

[เอิลต้า] (สเปียร่า)

[ฉันก็ยังไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดอะไรกัน...?] (เอิลต้า)

จากนั้นทูตสวรรค์ทั้งสามคนก็หันมาจ้องยูอิลฮาน ดวงตาที่สิ้นหวังของทูตสวรรค์ที่ปฏิเสธในความเป็นจริงและยูอิลฮานก็ได้มองออกไปกลางอากาศด้วยจิตใจที่สับสน

[ยูอิลฮาน ตอนนี้นายกำลังทำอะไรอยู่นะ? ไปทำกับดักแห่งการทำลายได้แล้ว ฉันจะเพิ่มมานาโพชั่นอีก 30 ขวดให้ ดังนั้นเริ่มทำมันได้แล้ว] (สเปียร่า)

"งั้นนี่คือเธอจะปิดปากฉันด้วยสินบนงั้นสิ..."

[สินบนอะไรกัน! ฉันไม่รู้นะว่านายกำลังพูดอะไร นายจะเต็มใจทำงานป่ะถ้าฉันให้นายเพิ่มอีก 20 ขวด?] (สเปียร่า)

"...นั่นแหละ! ฉันจะเริ่มเดี๋ยวนี้เลย!"

เขาก็อยากจะอยู่เฉยๆนะ แต่ว่าพวกเธอได้เสนอโพชั่นเพิ่มอีก 50 ขวด มันเป็นการแลกเปลื่ยนที่ยอดเยี่ยมเกินต้านทานเกินไป! ยูอิลฮานได้หยิบก้อนฮาร์คาเนี่ยมมาจากองในที่ทำงานของเขาและวางมันลงไปในเตาเผาทั้งๆที่ฮัมเพลงไปด้วย

และดังนั้นงานที่แสนสนุกก็ได้เริ่มต้น

เขาได้มีประสบการณ์มามากแล้วจากการสร้างกับดักแห่งการทำลายในครั้งก่อน แน่นอนว่าในครั้งนี้สถานการณืมันก็ต่างกันอยู่ และพิมเขียวที่เขาได้มาก็ยังมีส่วนสำคัญที่ต่างก็ไปเหมือนกัน

"งั้นนี่มันจะช่วยเสริมพลังให้กับกับดักแห่งการทำลายอันเก่าที่กระจายอยู่ทั่วโลกงั้นสิ"

[ตอนนี้นายก็วิเคราะห์มันได้แล้ว... นายพูดถูก เพื่อที่จะให้ดักจับมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งได้มากขึ้น สิ่งที่คุณทำจะเรียกว่าเป็นตัวอัพเกรดให้กับดันเจี้ยนใกล้ๆก็ว่าได้]

กับดักแห่งการทำลายอันเก่าที่ยูอิลฮานทำมันจะสามารถเสริมพลังให้กับกับดักแห่งการทำลายใกล้ๆ แต่ว่าหากเปลื่ยนแปลงคุณสมบัติของมานาไป สิ่งที่เขาจะทำมาในคราวนี้มันก็มีศักยภาพมากพอที่จะอัพเกรดดันเจี้ยนใกล้ๆทั้งหมดได้ในระดับหนึ่ง

และอันที่สร้างขึ้นจากวัสดุหายากมันก็จะเป็นในเวอร์ชั่นสูงที่สามารถดักจับคลาส 3 กับคลาส 4 ได้โดยไม่มีปัญหาได้เลย

[พวกเขาได้แย้งกันว่าเราไม่อาจจะมอบของพวกนี้ไปให้กับทุกๆโลกได้ ถ้าหากดันเจี้ยนแบบนี้ไม่ได้ถูกกระจายไปทั่วโลก พวกเขาก็อาจจะจบลงอย่างดาเรย์ในสักวัน แม้ว่าที่ดาเรย์จะที่หนักหนากว่าที่อื่นๆกตามที] (เลียร่า)

"แค่มังกรสิบตัวบนโลกมันก็ทำให้ฉันตกใจได้แล้ว"

แม้จะมองย้อนกลับไปจากตอนนี้ เขาก็ไม่มีความคิดเลยว่าเขาจะไปเอาชนะมอนสเตอร์ที่น่ากลัวพวกนี้ได้ยังไง เขาคิดว่าเขาไม่อาจจะปล่อยให้โลกเป็นแบบนั้นได้

เพราะแบบนี้

"ฉันขอแก้พิมพ์เขียวนิดนึงได้ป่ะ?"

[หืม?] (เลียร่า)

"พวกเธอใช้ภาษาสวรรค์ แต่ว่าเธอไม่ได้ใช้ภาษาของมังกรหรือภาษาของเอลฟ์โบราณนี่ ถ้าพวกเราใช้พวกนั้นด้วย ถึงแม้ว่ามันจะกินมานามากขึ้นนิดหน่อยในระหว่างการหัตถกรรมมานา แต่ฉันก็คิดว่าเราก็น่าจะเพิ่มผลของมันและลดโอกาสในการพังลงดันเจี้ยนได้"

[นายไม่คิดว่านายแปลกมากๆเลยหรอที่สามารถเอามันมาใช้ได้น่ะ?] (สเปียร่า)

สเปียร่าได้คิดเรื่องนี้อยู่แว๊บหนึ่งก่อนที่จะหยักหน้ารับในที่สุด

[พวกเราฝืนให้นายผลิตมันขึ้นมาเองดังนั้นมันคงจะไม่ดีแน่หากเราไม่ให้อิสระนายเลย... ยังไงก็ตามต้องทำการทดลองก่อน นายจะทำตัวอย่างแรกมาได้ไหม? พวกเราจะให้คำอนุญาตินายอย่างเป็นทางการเม่อเราได้ทดลองประสิทธิภาพและความปลอดภัยของมันในโลกชั้นสูงแล้ว] (สเปียร่า)

"แน่นอนว่าได้สิ"

จากนั้นยูอิลฮานได้ปรับแต่งพิมพ์เขียวในทันที เขาได้ดึงเพลิงนิรันดร์จำนวนหนึ่งขึ้นมาบนนิ้วและวางมันลงไปบนพิมพ์เขียวเพื่อวาดเส้นเล็กๆขึ้นจากการเผามัน จากภาพนี้มันเห็นได้ชัดว่าเขาควบคุมเพลิงนิรันดร์ได้อย่างใจคิดแล้ว

"เสร็จล่ะ"

[หืม ฉันไม่เห็นเข้าใจเลย เราจะไม่มีทางรู้ผลมันเลยหากไม่มีตัวอย่าง] (สเปียร่า)

"รอเดี๋ยวนะ"

ยูอิลฮานได้ฮัมเพลงหยิบค้อนขึ้นมา เขาได้ละลายฮาร์คาเนี่ยมลงไปและทำมันขึ้นมาใหม่เป็นลูกบาศก์ ต่อจากนั้นเขาได้เสริมองค์ประกอบที่จำเป็นในกับดักแห่งการทำลายลงไป

เขาได้ทุบค้อนและสกัดมันขณะที่คุยกับเพลิงนิรันดร์ไปด้วย และการขึ้นรูปและสลักมันได้จบลงในเวลา 40 นาที ซึ่งเป็นสถิติใหม่

"ตอนนี้มันก็เร็วขึ้นแล้ว ฉันเล็งไว้ว่าจะต้องใช้เวลา 15 นาที"

[ไม่ใช่มนุษย์แล้ว] (สเปียร่า)

[มาทำหัตถกรรมมานาเถอะ มีทูตสวรรค์คลาส 6 อยู่สองคนดังนั้นมันไม่จำเป็นต้องใช้ทูตสวรรค์ถึงสามคนแล้ว] (เลียร่า)

หัตถกรรมมานาได้เสร็จอย่างรวดเร็วเหมือนกับย่างถั่ว เนื่องจากว่านี่เป็นอันตัวอย่างทำให้พวกเขาไม่ได้ใช้ในวัสดุที่หากยาก แต่ว่าหากเขาใส่ส่วนเสริมอื่นๆลงไปใครจะรู้ล่ะ?

[สกิลเอนชานท์วิญญาณได้เพิ่มเลเวลเป็น 25]

"เสร็จแล้ว"

ยูอิลฮานได้ยื่นมันให้กับพวกเธอด้วยรอยยิ้ม ทูตสวรรค์ได้มองมาที่กับดักแห่งการทำลายและอุทานออกมา

[ฉันรู้สึกได้ถึงพลังของมันเลย ถ้าหากเป็นคลาส 4 ที่ไร้สติปัญญามันก็อาจจะมาติดกับได้เลย] (สเปียร่า)

[หัตถกรรมมานาของฉันก็ยังเลเวลเพิ่มขึ้นเหมือนกัน...] (เอิลต้า)

[สเปียร่า รีบๆทดสอบมันเร็วๆสิ] (เลียร่า)

[ถ้างั้นฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ ถ้าการทดสอบมันสำเร็จด้วยดู พิมพ์เขียวนี้ก็จะถูกยอมรับอย่างเป็นทางการ] (สเปียร่า)

[ฉันไม่คิดว่าจะมีใครที่ทำมันได้นอกจากยูอิลฮษนอีกแล้ว... ชั่งมันเถอะ ไว้เจอกันล่ะกัน] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานได้ยืดแขนออกมาหลังจากที่ยืนยันว่าสเปียร่าไปแล้ว มันไม่ใช่ว่าเขาเหนื่อย แต่ว่าการที่เขายังค้องทำมันอีกนับร้อยอันมันมีแต่ที่เขาจะต้องทำตัวให้ใจเย็นลงจากอาการตื่นเต้น

จริงๆแล้วตอนนี้เขารู้สึกว่าเขากำลังเอาชีวิตไปเล่นพนันอยู่

เหตุผลที่เขาใช้เอนชานท์วิญญาณกับกับดักแห่งการทำลายก็แน่นอนว่าเป็นการเสริมพลังให้มัน แต่ว่าเขาทำมันโดยที่ไม่บอกกับทูตสวรรค์ พวกเธอกระทั่งไม่คาดคิดเลยว่ามันจะเกิดขึ้นได้ดังนั้นเขาก็เลยไม่จำเป็นจะต้องบอกพวกเธอ และหากว่าพวกเธอรู้ว่าเขาพยายามจะทำแบบนี้ พวกเธอก็อาจจะรีบหยุดเขาด้วย

ถ้างั้นในตอนนี้สิ่งี่เขาพยายามจะทำด้วยกับดักแห่งการทำลายคือ

เขาได้หลับตาลงเล็กๆและเรียกบันทึกที่เขาต้องการออกมา เป็นเป็นเงื่อนไขในการวิวัฒนาการสกิลที่อยู่ในเลเวลสูงสุดของเขา

[เงื่อนไขการวิวัฒนาการสกิลภาษา]

[หินพลังเวทย์คลาส 3 24,498/1,000 ก้อน]

[หินพลังเวทย์คลาส 4 22/100 ก้อน]

[หินพลังเวทย์คลาส 5 0/1 ก้อน]

[บักทึกแห่งโลก 7/100]

"ถ้างั้นของพวกนั้นก็ยังไม่ทำงานสินะ"

เป็นสกิลภาษานั่นเอง หนึ่งในสกิลที่ช่วยเขาในเวลาที่เขาไม่คาดคิด อย่างตอนที่ทำการอัพเกรดกับดักแห่งการทำลาย

[อิลฮาน มีอะไรหรอ?]

"อ่า ฉันแค่สงสัยว่าบันทึกแห่งโลกมันหมายความว่าอะไรน่ะ"

[มันค่อนข้างคลุมเครือนะ แม้อย่างนั้นความต้านทานต่อโลกใหม่ๆก็จะเพิ่มขึ้นตามการที่นายไปโลกอื่นๆมากขึ้น แต่ฉันก็ไม่ได้รู้อะไรเรื่องนี้มากนักเลย](เลียร่า)

[ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเราจะมาได้ยินคำพูดนี้จากสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ] (เอิลต้า)

ในตอนแรกที่เขาได้มองดูเงื่อนไขการวิวัฒนาการสกิลภาษา ตอนนั้นเขาไม่ได้สนมันมากเนื่องจากว่าหินพลังเวทย์คลาส 4 กับคลาส 5 มันเป็นเรื่องมากสำหรับเขาในตอนนั้น แต่ว่าหากสกิลขั้นสูงต้องใช้เงื่อนไขแบบนี้ เขาก็สงสัยว่ามันจะมีความสามารถแบบไหนกันนะ

สิ่งที่ดึงความสนใจของเขาไปมากที่สุดมันก็คงเป็นเงื่อนไชช้อสุดท้าย บันทึกแห่งโลก เขาเดาว่าเขาน่าจะได้บันทึกมันมาจากโลกอื่นๆรวมไปถึงโลกเขาด้วย ยังไงก็ตามเขาก็ไม่อยากจะนึกภาพเลยว่าเขาจะไปเอาบันทึกมาจากโลกหนึ่งร้อยดวงได้ยังไง

การใช้ชีวิตบนโลกทำให้เขาได้รับบันทึกแห่งโลก และการฆ่าจอมเวทย์คลาส 4 เขาก็ได้รับบันทึกของโลกที่จอมเวทย์คนนั้นมา และได้รับของดาเรย์จากการไปที่นั่น ไคโรก็จากการปะทะกันและฟีราต้าก็จากการไปที่นั่น

นับดูก็ห้าแห่งแล้ว และอย่างที่หกคือโลกชั้นสูงลูฟีเอร่าที่เราเพิ่งจะกลับมา เหตุผลที่เขาขอเลียร่าเอาหญ้าบางส่วนมาด้วยก็เพราะแบบนี้

แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับอนุญาติในตอนท้าย แต่การได้รับชัยชนะมาในโลกนั้นและปรากฏการธรรมชาติต่างๆที่เขาได้เจอก็ทำให้เขาได้รับบันทึกแห่งโลกมา

ที่เหลืออีกอย่างมันน่าทึ่งมาก มันคือบันทึกของโลกที่ถูกทิ้งที่ลูกน้องของเขาไปนั่นแหละ น่าจะเพราะสิ่งที่ลูกน้องของเขาทำ การที่เชื่อมต่อกับเขาด้วยสกิลปกครองทำให้เขาก็ได้บันทึกมาด้วย

แม้ว่าเขาจะไม่ได้คิดอะไรมากในตอนรู้เรื่องนี้ แต่ว่าในตอนที่เลียร่าขอให้เขาสร้างกับดักแห่งการทำลายมาใช้บนโลกอื่น เขาก็ได้คิดบางอย่างขึ้นได้

และจากนั้นเมื่อเขารู้ถึงการใช้สกิลการปกครองผสานกับสกิลเอนชานท์วิญญาณทำให้เขาวางแผนขึ้นันที

ด้วยสิ่งนี้มันก็เป็นไปได้แล้ว หากว่ากับดักแห่งการทำลายมีวิญญาณลูกน้องเขาอยู่ข้างในมันก็จะเป็นไปได้ที่เขาจะได้รับบันทึกของโลกที่กับดักแห่งการทำลายถูกใช้ขึ้นมา!

เขาได้นำความคิดนี้มาทดลองทันทีโดยไม่ลังเล และมันก็เป็นไปอย่างราบรื่น ดังนั้นสิ่งที่เหลือในตอนนี้ก็คือการรอ

[ผู้ใต้บังคับบัญชางูยักษ์ได้ดูดซึมส่วนหนึ่งของบันทึกโลกระดับสูงเอลเทียฟา]

[บันทึกแห่งโลก 8/100]

ยูอิลฮานได้ยิ้มขึ้นทันที มันดูเหมือนว่าการเดิมพันของเขาจะประสบความสำเร็จแล้ว

จบบทที่ บทที่ 148 - ฉันจะสร้างบ้านของฉัน (2) [อ่านฟรีวันที่ 25/04/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว