เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 146 - MVP คือฉัน (5) [อ่านฟรีวันที่ 18/04/2562]

บทที่ 146 - MVP คือฉัน (5) [อ่านฟรีวันที่ 18/04/2562]

บทที่ 146 - MVP คือฉัน (5) [อ่านฟรีวันที่ 18/04/2562]


บทที่ 146 - MVP คือฉัน (5)

 

แม้ว่าจะมี 300 คนจาก 419 คนถูกส่งกลับไปแล้ว แต่ว่ามันก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจนักเนื่องจากความต่างของพลังพวกเขากับพวกศัตรูมีมากเกินไป พลังที่พวกเขามีส่วนช่วยในการต่อสู้มันมีน้อยกว่ามากเมื่อนำมาเทียบกับยูอิลฮาน

"นี่ฉันไปพยายามจะเอาชนะเขาจริงดิ..."

"ให้ตายสิ...!"

"ฉันน่าจะรู้ตัวตั้งแต่เห็นเขาจัดการกวาดล้างหมาป่าจากไคโรไปง่ายๆแล้ว แต่ในสักวันฉันจะ....!"

แน่นอนว่าก็มีบางคนที่ไม่ชอบในสิ่งที่ยูอิลฮานทำ คนพวกนั้นตั้งมั่นว่าจะตัองก้าวข้ามยุอิลฮานไปในสักวันและคนที่ไม่ได้ชอบยูอิลฮานมาตั้งแต่แรกอย่างมิเชล สมิธสันก็อยู่ในจำพวกนี้ด้วย แตว่ายูอิลฮานก็ไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้มันแย่อะไรเลย

ความรู้สึกอ่อนแอแลไม่มั่นคงมันจะทำให้พวกเขาพัฒนาได้เร็วขึ้น ถ้ามันเป็นแบบนี้ยูอิลฮานก็ยินดีกับสิ่งที่จะทำให้คนบนโลกแกร่งขึ้น

และหลังจากนั้นในรอบรองชนะเลิศ ยูอิลฮานได้ก้าวไปต่อ เขาได้จัดการคลาส 3 ไป 84 และคลาส 4 ไปอีกสองคน ตัวเขาพร้อมด้วยแส้เพลิงที่ลุกอยู่ได้พุ่งเข้าใส่คลาส 4 และต่อสู้อย่างทัดเทียมกัน

เฟมิลที่ในตอนนี้ก็ยังได้เจอเข้ากับศัตรูก็ได้อารวาดมาอย่างสุดกำลังจากการอนุญาติของยูอิลฮาน

"รุ่นใหม่เป็นแบบนี้ได้ยังไงกัน...!"

"ท่านหลอกผม ท่านทูตสวรรค์!"

"ให้ตายสิ นี่มันมอนสเตอร์"

"ใช่แล้ว ข้าคือหัวหน้าราชองค์รักษ์แห่งเผ่าพันธ์หมาป่าที่ได้พรจากดวงจันทร์ เฟมิล"

ผู้เข้าร่วมคลาส 4 ทั้งหมดต่างก็มีความคล่องตัวและแข็งแกร่ง แต่ว่ายูอิลฮานกับเฟมิลยิ่งกว่านั้นมาก

ต้องขอบคุณในออฟชั่นของปีกเสียงเพรียกแห่งการพังทลาย สกิลพลังเหนือมนุษย์ที่ยกระดับสเตตัสของเขาไปไม่ด้อยกว่าคลาส 4! ภาพที่ยูอิลฮานใช้คลื่นกระแทกพุ่งไปทักๆที่ท่ามกลางอากาศกวัดแกว่งแส้ใส่ศัตรูมันไม่ต่างจากหายนะเลย

"อ่าาา จัดการชาวโลกคนอื่นๆก่อน"

"จัดการผู้หญิงสายฟ้านั่นก่อนเร็ว!"

ในขณะที่คลาส 4 สองคนกำลังอยู่ขอบเหวแห่งความพ่ายแพ้ คลาส 3 คนอื่นๆก็ได้ข้อสรุปที่สมเหตุสมผลออกมานั่นคือพวกเขาจะต้องจัดการคังมิเรย์ที่ร่ายเวทย์ที่อันตรายก่อนเป็นอย่างแรก แต่ว่านายเสียดายที่หลังจากนั้นพวกเขาก็ถูกส่งออกไปด้วยกระสุนลมจำนวนมหาศาล

"มิลทรงพลังมาก"

"ใช่แล้ว พ่อก็ยังบอกเลยว่าผมทรงพลัง"

นายูนาในตอนนี้ก็ยังร่ายพรที่ทรงพลังกว่าเดิมได้อีกด้วย หลังจากที่เธอได้คลาส 3 มาก็ไม่มีใครเลยที่จะใช้พรเทียบกับเธอที่ได้พรมาจากเทพแห่งความงามได้!

นอกจากนี้ยูมิลก็ยังได้ยิงกระสุนลมออกมาหลังจากได้รับบัฟจากเธอ! กระสุนลมของเขาได้ขัดเกลาจากการต่อสู้จริงๆจนมันได้ก้าวข้ามขีดความสามารถของคลาส 3 ในด้านความเร็ว พลังทำลายหรือความแม่นยำไปแล้ว

"ตอนนี้โจมตีเลย"

"ทุกคนบุกตอนนี้แหละ"

เมื่อเธอได้มีเวลาร่ายเวทย์ คังมิเรย์ได้จัดการเรียกเวทย์ขนาดกว้างขึ้นมาจัดการคลาส 3 บนพื้นทันทีและจัดการเตะพวกคนที่เหลืออยู่ออกไปจากการต่อสู้ นี่เป็นคอมโบที่สมบูรณ์แบบ

แน่นอนว่าจากการที่มีศัตรูจำนวนมากมันไม่มีทางเลยที่ยูอิลฮานกับกลุ่มของเขาจะจัดการทุกๆคนได้ และคนชาวโลกส่วนใหญ่ที่รอดอยู่ก็ถูกเตะออกไปในรอบนี้ เมื่อการต่าสู้จบลงคนที่เหลือในรอบนี้มีเพียงแค่ 43 คนเท่านั้น กลุุ่มของยูอิลฮาน แกนหลักของกลุ่มเทพสายฟ้า หัวหน้ากลุ่มบางกลุ่มและพวกระดับสูง

ยังไงก็ตามทุกๆคนนอกไปจากกลุ่มของยูอิลฮานก็รู้ดีว่าพวกเขามาสุดทางแล้ว พวกเขาได้มาถึงขีดสุดนับตั้งแต่ที่รอบคัดเลือกสิ้นสุดลงไปแล้ว การที่พวกเขาได้ผ่านสนามรบที่มากมายมาจนถึงจุดนี้ พวกเขาได้พัฒนามามากและในตอนนี้พวกเขาก็สามารถจะแยกแยะระหว่างความกล้ากับความมั่นใจที่เกินไปได้แล้ว

"เขาอยู่เหนือกว่าคำว่าคลาสไปแล้ว ฉันอายจริงๆที่ฉันคิดจะไปเทียบกับเขา"

"ต่อให้มีคนถูกส่งออกไปต่อหน้าต่อตาฉัน แต่ฉันก็ยังไม่รู้เลยว่าคนพวกนั้นถูกโจมตีด้วยอะไรหรือยังไง..."

"ยังไงก็ตามในเมื่อฉันมาถึงจุดนี้แล้ว ฉันก็จะดูมันจนกว่าจะจบลง ฉันคิดว่านี่คือความเคารพที่ฉันจะให้ยมทูตที่สู้เพื่อชะตาของโลกได้"

แน่นอนว่ากลุ่มของยูอิลฮานก็น่าทึ่งเหมือนกัน ยูอิลฮานรู้สึกประหลาดใจมากกับความสามารถที่เพิ่มขึ้นมาของลูกน้องเขากับคังมิเรย์ แต่ว่าพวกเขาก็ยังตกตะลึงกับพลังทำลายที่เพิ่มขึ้นของยูอิลฮานที่ทิ้งห่างพวกเขาจนไม่เห็นฝุ่นด้วยซ้ำไป

"ฉันคิดว่าต่อให้เขาไม่มีการปกปิดตัวตนฉันก็ยังกลัวเขาเลย"

"เขาไปเรียนการใช้แส้มาเมื่อไหร่กัน?"

"เมื่อฉันกำลังคิดว่าฉันไล่เขาทัน เขาก็ก้าวออกห่างไปอีกแล้ว..."

"นี่มันเป็นเรื่องราวความรักที่ไม่สมหวังของคังมิเรย์หรือป่าวนะ?"

"ไม่!"

ในขณะเดียวกันยูมิลที่เป็นมังกรที่ชื่นชมในพลังก็ได้ตื่นเต้นขึ้นมาหลังจากที่ได้เห็นความเร็วของยูอิลฮานที่ใช้ปีกเสียงเพรียกแห่งการพังทลาย

"พ่อ พ่อบินเร็วแบบนั้นได้ยังไงกัน?"

"มิลเป็นมังกรที่ใช้ลม ดังนั้นลูกน่าจะสามารถเร็วกว่าพ่อได้ถ้าลูกได้คลาส 4 มา ยังไงก็ตามสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการปรับตัวให้เข้ากับความเร็วนั่น"

"ผมจะฝึกให้หนักครับ"

"ดี ดีมากเลยลูกพ่อ"

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ลูกของยูอิลฮานจะไปถึงคลาส 4 แต่ว่าเขาก็ไม่คิดว่ามันจะมีปัญหาอะไรหากให้ลูกเขาฝึกก่อนหน้า

"ถ้าผมพยายามผมจะแกร่งได้เหมือนพ่อใช่ไหม?"

"แน่นอนสิ แม้ว่าในตอนนั้นพ่อจะยิ่งแกร่งขึ้นไปอีกก็ตามนะ"

"พ่อเท่จัง!"

แม้ว่ามิลจะไม่ได้โตมาหลายต่อหลายปีเหมือนมังกรต่ออื่นๆ แต่หากเขาใช้พรสวรรค์ที่ใหญ่ที่สุดของเขาอย่างเวทย์ลมกับการปกปิดตัวตน มันก็อาจจะเกิดเป็นมังกรที่ไม่เคยมีให้เห็นมาก่อนได้ แน่นอนว่าจากการเป็นคนขี่มังกร ยูอิลฮานก็จะได้รับประโยชน์ที่คล้ายๆกัน

'โอ้ พอมาลองคิดดูแล้ว มันมีอะไรที่ฉันใช้ได้แล้วนี่'

จากสกิลเสียงสะท้อนมนุษย์-มังกร มันไม่เพียงแต่จะเพิ่มความสามารถทั้งหมดขึ้น 10% ในระหว่างสู้ด้วยกัน แต่เขายังสามารถใช้โลหิตมังกรได้แล้วเมื่อยูมิลไเคลาส 3 มา

สกิลที่จะเพิ่มพลังของสกิลใช้งานอื่นๆด้วยการรวมเข้าด้วยกัน! จากนั้นเขาก็คิดว่าเขาควรจะเอาสกิลไหนมาเพิ่มพลัง

"อั๊ก!"

ในตอนนี้เองได้มีบางทำลายชั้นบรรยากาศของชาวโลก จู่ๆบางคนก็ใช้สกิลใส่หัวใจของพวกเขาเอง มันเป็นปกติ่โล่จะถูกทำลายและพวกเขาจะถูกส่งออกไป แต่ปัญหามันไม่ใช่แค่นั้น

"นี่นายทำบ้าอะไรขึ้นกันเนี้ย"

"ทีนี้ฉันก็ยังออกไปแล้ว นายจะต้องอยู่ที่นี่จนกว่าจะจบกับพวกนั้นนะ ฉันจะเป็นกำลังใจให้"

"มันเป็นเรื่องดีที่ยมทูตอยู่ที่นี้กับเรา พวกเราจะกลับไปที่โลกก่อน"

ในขณะที่ความตกตะลึงได้กระจายไประหว่างชาวโลก ได้มีอีกสองคนเลือกที่จะกลับไปโลกเองด้วยความตั้งใจของตัวเอง จากการที่มีคนเหลือแค่ 40 กว่าคนหรือน้อยกว่านั้นอีกทำให้ช่องว่างได้กว้างขึ้นอีกทันที

"นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นมาเนี้ย"

"อย่าบอกฉันนะว่าพวกเขาโดนเวทย์โจมตีจิตใจไปน่ะ?"

"นักบวช นักบวชอยู่ไหนกัน!"

ยูอิลฮานได้คิดอยู่แว๊บหนึ่งว่าสิ่งที่เขาทำลงไปมันมากเกินไปจนบางทีอาจจะทำให้ชาวโลกรู้สึกว่าตัวเองไม่สำคัญอีกแล้ว แต่ว่าเขาก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าทุกๆคนที่เพิ่งจะออกไปเองต่างก็อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

ถ้างั้นมันต้องมีอะไรซักอย่างแล้ว

"มันเพิ่งเกิดอะไรขึ้นกันนะ?"

"ไม่มีอะไรทั้งนั้น นอกไปจากความจริงที่ว่าศัตรูของเราในการต่อสู้รอบสุดท้ายคือโลกที่ถูกเรียกว่าเคนาทู และมันดูเหมือนว่าอีกไม่นานพวกนั้นจะเจอเข้ากับหายนะครั้งใหญ่ขั้นที่สี่แล้ว บางทีพวกนั้นคงจะกลัวล่ะมั้ง?"

นายูนาได้ตอบมิลไปแบบขำๆ ยังไงก็ตามนั่นมันก็พอแล้ว ยูอิลฮานได้พบกับความไร้สาระของเรื่องนี้แล้วและถอนหายใจออกมา

"มันไม่มีความจำเป็นที่พวกนั้นจะต้องทำแบบนี้"

"เอ๋? นายคิดว่าจะมีอะไรออกมาจากคำพูดฉันที่มีประโยชน์งั้นหรอ?"

"ฉันคิดว่าคุณนายูนาก็น่าจะรู้ดี"

ยูอิลฮานได้ตอบกลับไปก่อนที่จะลุกขึ้นยืน เขาได้ลูบหัวมิลที่มองเขาอย่างเป็นกังวลและเปิดปากพูดขึ้นมาท่ามกลางผู้คน

"ทุกๆคนฟังทางนี้นะ..."

ทุกๆคนได้หันมาสนใจเขา

"ทุกๆคนช่วยทำตามต่อไปนี้ด้วยนะ ต่อให้ผู้เข้าร่วมจากเคนาทูจะพูดกับพวกนายด้วยภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆบนโลกเรา พวกนายก็แค่เมินพวกนั้นไปก็พอแล้ว"

"ยังไงนะ...? โอ้"

ดูเหมือนจะมีบางคนพอจะเข้าใจบางอย่างที่เกิดขึ้นแล้วทำให้เกิดการพูดคุยขึ้นมา

"งั้นนี่มันเป็นเหตุผลให้คนพวกนั้นเลือกออกไปเองสินะ"

"อะไรนะ? มันทำไมกันล่ะ?"

"ศัตรูของพวกเรามาจากโลกที่มีชื่อว่า เคนาทู คนที่เพิ่งจะหายไปก็มีโอกาสมากที่น่าจะเป็นกลุ่มที่สร้างขึ้นมาจากคนที่ไปในโลกนนั้น นี่มันยังเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพวกนั้นถึงมีต้องพูดกับเราด้วยภาษาอังกฤษ"

"โอ้"

ถ้าเป็นแบบนั้นมันจะเป็นการตัดสินใจได้ยากที่จะไปสู้แย่งชิงกับดักแห่งการทำลายกับโลกที่พวกเขาคุ้นเคยได้ สำหรับชาวโลกแล้ว พวกเขาจะต้องถูกโจมตีโดยไม่สนใจเรื่องความคุ้นเคยแน่ แต่ว่าสำหรับสมาชิกในกลุ่มนั้นที่พัฒนามาได้ขนาดนี้ต้องขอบคุณความช่วยเหลือของคนบนโลกนั้นทำให้พวกเขาไม่อาจจะตัดสินใจได้ง่ายๆเลย

ยูอิลฮานคิดในแง่ลบกว่านั้นซะอีก เขาคิดว่ามันอาจจะมีเหตุผลอื่นอีกแต่ว่าเขาก็ไม่ได้บอกอะไรออกมา

ไม่ว่ายังไงคนพวกนั้นก็เลือกยอมแพ้และไม่เข้าสู้แล้ว ในตอนนี้มันไม่มีผู้เข้าร่วมของโลกคนใดที่เกี่ยวข้องกับเคนาทูอีก สิ่งที่เหลืออยู่ในตอนนี้ที่ต้องทำก็คือการต่อสู้อย่างสุดความสามารถก็เท่านั้น

สนามในรอบสุดท้ายได้ทำขึ้นมาจากน้ำแข็ง จากความเย็นที่มากเกินไปของมันทำให้คนในคลาส 2 ไม่อาจจะทนได้นานๆและมันก็ยังไม่รู้ด้วยว่าจะมีรอยแยกของน้ำแข็งโผล่ออกมาเมื่อไหร ดังนั้นนี่คือสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย

ในพื้นที่แบบนี้ผู้คนบนโลกกับผู้คนของเคนาทูได้เจอกัน เมื่อทั้งสองกองกำลังมีขนาดเล็กลงก็ทำให้สนามเล็กลงไปเช่นกัน

"นี่มันอะไรน่ะ? พวกนั้นมียี่สิบคนเองหรอ?"

"แต่ว่าคนพวกนั้นดูแข็งแกร่งกว่าคนที่เราสู้ก่อนหน้านี้อีกนะ..."

"พวกนั้นมีคลาส 4 กี่คนกันนะ? บ้าเอ้ย ฉันไม่เคยได้เห็นคลาส 4 ในโลกที่ฉันได้ไป...!"

คนที่อยู่บนโลกมีอยู่แค่ไม่เกิน 40 คน แต่ว่าศัตรูของพวกเขามีน้อยกว่าพวกเขาอีกด้วยซ้ำไป เอาเถอะยังไงการแข่งของรุ่นเก่าก็ต่างไปอยู่่แล้วเพราะมันเป็นการต่อสู้ระหว่างคนเลเวลสูง ดังนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะเข้าใจไม่ได้ จริงๆแล้วมันน่าแปลกมากด้วยที่มีคนเหลือมาในรอบสุดท้ายมากขนาดนี้

"กลุ่มธงแห่งเพลิงตายไปยังนะ?"

ยังไงก็ตามก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มขึ้นมาได้มีคนจากเคนาทูพูดกับพวกเขาด้วยภาษาอังกฤษ ในตอนนี้มันไม่จำเป็นต้องสงสัยเลยว่ากลุ่มธงแห่งเพลิงเป็นใคร

ยูอิลฮานกับคนอื่นๆเดาได้ถูกแล้ว คังมิเรย์ได้เป็นตัวแทนพูดออกมา

"พวกเขาต่อสู้ได้อย่างดี แต่ว่าพวกเขาทั้งหมดออกไปแล้ว"

"เข้าใจล่ะ ขอบคุณที่ใจดีตอบเรานะ"

หลังจากที่เขาพูดสำเนียงอังกฤษที่แย่มากๆออกมาแล้ว เขาก็หันกลับไปและพึมพัมออกมาเป็นภาษาของพวกเขาเอง

"พวกขยะไร้ประโยชน์ ชาวโลกได้มาถึงรอบสุดท้ายแต่ว่าพวกนั้นมันกลับไม่ได้อยู่ในสมาชิกนี่เลย"

"ทูตสวรรค์อยู่นั่นแล้ว"

เมื่อจู่ๆมีคนพูดแบบนี้ออกมา เขาก็ได้ปิดปากเงียบทันที แต่ว่านอกจากทูตสวรรค์แล้ว ยูอิลฮานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในสกิลภาษาก็เข้าใจทั้งหมดนั่น

พวกนั้นไร้ประโยชน์เพราะการที่ไม่มีใครมาเป็นสมาชิกในการต่อสู้รอบสุดท้าย? งั้นหากคนพวกนั้นอยู่ก็จะมีประโยชน์งั้นสิ? หรืออีกอย่างก็คือนี้มันหมายความว่าเจ้าคนพวกนี้ต้องการอะไรบางอย่างจากคนที่เลือกออกไปด้วยตัวเอง

และบางอย่างนั่นก็น่าจะเป็น...

"ฮ่า..."

ยูอิลฮานได้ถอนหายใจออกมา มันคงเป็นเรื่องดีที่ในท้ายที่สุดความกังวลของเขาเป็นแค่ความกังวล แต่น่าเสียดายที่มันมักจะเป็นจริงเสมอ

คนที่ได้ยินเสียงถอนหายใจต่างก็มองมาที่เขา แต่ยูอิลฮานไม่ได้อยู่จุดนั้นอีกต่อไปแล้ว

ไม่สิ มันดูเหมือนเขาจะไม่อยู่มากกว่า

[การปกปิดตัวตนของนายมันอยู่ในระดับที่บ้าไปแล้ว] (เอิลต้า)

"เรื่องนี้คงต้องขอบคุณมิลนะ"

ฉายา 'เงาที่กว้างใหญ่' ที่มิลได้รับมาในโลกที่ถูกทิ้งและเอกลักษณ์พิเศษของนักขี่มังกรได้ทำให้สกิลการปกปิดตัวตนของยูอิลฮานเพิ่มขึ้นอีกไปอีกระดับ

ยูอิลฮานได้หยิบเอาหอกมังกรแปดหางออกมาเตรียมตัวและเปิดใช้งานพลังเหนือมนุษย์พร้อมลดร่างการตั้งท่า ปีกบนหลังของเขาได้กว้างออกพร้อมเสียงตัดผ่านอากาศเล็กๆ

[อีก 10 วินาทีการต่อสู้จะเริ่มต้น]

การนับได้เริ่มขึ้นแล้ว ชาวโลกก็ยังได้จัดการความกลัวออกไปทันที และชาวเคนาทูที่ไม่ได้รู้ถึงตัวตนของยูอิลฮานซักนิดได้ยืนเฝ้าระวังคนอื่นๆนอกจากยูอิลฮานแล้ว

[9 วินาที]

[ก๊าซซซซซซซ!]

เสียงคำรามได้ดังออกมาทันทีที่เขาจับหอกแน่น โอโรจิที่ชอบในการต่อสู้กับการทำลายล้างที่รู้ในความตั้งใจของยูอิลฮานได้คำรามออกมาอย่างยินดี

[8 วินาที]

ยูอิลฮานได้เปิดใช้งานหนึ่งในออฟชั่นของหอกมังกรแปดหาง ปลายหอกได้แยกออกป็นแปดอันทำให้ในตอนนี้เขาสามารถจะโจมตีได้ถึงแปดคนในครั้งเดียว

[7 วินาที]

ยังไงก็ตามรูปร่างที่เห็นในตอนนี้มันแตกต่างไปจากปกติเล็กน้อย ปลายหอกทั้งแปดอันได้ขดตัวรอบๆและยืดออกอย่างไม่สิ้นสุด! แม้ว่าตัวหอกจะใหญ่และยาวมากอยู่แล้ว แต่สภาพในปัจจุบันมันยิ่งกว่านั้นอีก

[5 วินาที]

5 เมตร 8 เมตร และ 10 เมตร คมมีดที่ขดอยู่ดูเหมือนจะอันตรายมากๆจากการที่มันได้ชี้ออกไปหลานทิศทาง แต่ว่ามันก็บางมากเช่นกัน ยังไงก็ตามยูอิลฮานไม่ได้กังวลในเรื่องนี้เลย

"แกจะไม่พังจากการต่อสู้กับพวกอ่อนแอพวกนั้นใช่ไหม?"

[ก๊าซซซซซซซ!]

[4 วินาที]

โอโรจิได้คำรามออกมาเพื่อสื่อว่าอย่าได้คิดดูถูกมัน ยูอิลฮานได้ยิ้มออกมาและเพิ่มอย่างสุดท้ายลงไป

'โลหิตมังกร'

เมื่อนั้นร่างกายของเขาได้เริ่มร้อนขึ้นมา พลังที่รุนแรงของมังกรที่มิลมีอยู่ได้เริ่มอัดแน่นในตัวเขา! ไม่ว่าเขาจะใช้สกิลอะไร สกิลนั้นก็จะได้รับพลังที่เสริมมากขึ้นไป

[3 วินาที]

ในสภาพนี้ยูอิลฮานได้ใช้งานเพลิงม่วงที่ติดกับหอกมังกรแปดหาง เพลิงสีม่วงได้ลุกโชนอยู่ที่ขดหอกที่ยาวกว่า 8 เมตร

ยังไงก็ตามถึงแบบนั้นมันยังไม่จบลง เมื่อยูอิลฮานกระพือปีกของเขา มันก็ดูเหมือนจะมีแสงส่างเปล่งออกมา ก่อนที่มันเพลิงสีทองจะกระจายขึ้นหลอมรวมเข้ากับเพลิงม่วงบนหอกมังกรแปดหาง

[2 วินาที]

ใช่แล้ว แม้แต่ยูอิลฮานยังไม่รู้เลยว่าออฟชั่นอัลฟ่าของปีกเขา 'มีความสามารถดูดซับและปลดปล่อยเพลิงได้อย่างอิสระ' จะสามารถดูดซับเพลิงนิรันดร์ได้ในตอนที่เขาตีเหล็ก

เมื่อเขารู้ตัวยูอิลฮานได้ย้ายเพลิงนิรันดร์จากที่ทำงานของเขามาเป็นในปีกทันที

[1 วินาที]

เพลิงนิรันดร์ที่ซึ่งได้แต่แสดงศักยภาพในการผลิตของมาจนถึงตอนนี้ ในที่สุดแล้วมันก็จะได้อารวาดในการต่อสู้แนวหน้าแล้ว

แม้ว่าศักยภาพการโจมตีของมันจะด้อยไปเล็กน้อย แต่หากว่ามันได้หลอมรวมเข้ากับเพลิงม่วงที่อยู่ในหอกมังกรแปดหาง และเพลิงโลหิตจากแส้มังกรดำ มันก็เป็นไปได้ที่จะถูกยกระดับจนเพลิงเพิ่มขึ้นจนเหนือกว่าขีดสุดที่เป็นไปได้ ยกตัวอย่างง่ายๆเพลิงนิรันดร์ก็คือบัฟเพลิงในระดับสูงสุด

'ประกายเพลิง'

และด้วยความสามารถในการสนับสนุนเพลิงนิรันดร์และเปล่งกประกายที่สุดก็ไม่ใช่อะไรอื่นนอกไปจากสกิลประกายเพลิงของเขา

ประกายเพลิงซึ่งได้ใช้งานหลังจากเพลิงม่วง เพลิงนิรันดร์ และเพลิงโลหิตได้ปกคลุมเข้าที่หอกมังกรแปดหางและเปล่งแสงสีขาวออกมา หากไม่ใช่ว่ายูอิลฮานปกปิดตัวตนอยู่ก็ไม่มีใครในสนามรบนี้ที่จะลืมตาได้อย่างเต็มที่แน่

มานาของยูอิลฮานได้ถูกดูดออกไปอย่างมหาศาล แต่เขาก็มั่นใจว่าทุกๆอย่างมันจะจบลงก่อนที่มานาเขาจะหมดตัว

[เริ่มการต่อสู้]

"ฮ่าห์"

ทันทีที่ทูตสวรรค์ประกาศเริ่มการต่อสู้ ยูอิลฮานได้เร่งคลื่นกระแทกที่ด้านหลังและพุ่งไปทันที ก่อนจะทันกระพริบตาเขาก็ไปอยู่ในวงล้อมศัตรูแล้ว

[ติดคริติคอล!]

[สกิลพลังเหนือมนุษย์ได้เพิ่มเป็นเลเวล 66 ขีดจำกัดในการเสริมพลังกล้ามเนื้อได้สูงยิ่งขึ้น]

ด้วยแบบนั้นเขาได้เหวี่ยงหอกเป็นแนวนอนส่งศัตรูเจ็ดคนออกไปในครั้งเดียว นี่มันก็น่าทึ่งมากพอแล้ว แต่ว่าสิ่งที่น่าตกใจไปกว่านั้นก็คือหนึ่งในเจ็ดคนนั้นมีถึงสี่คนที่อยู่ในคลาส 4

คลาส 4 ถูกส่งออกไปในทันทีโดยที่ยังไม่ทันได้แสดงพลังอะไรเลย

"...อันไรกัน?"

เขาได้โจมตีในระหว่างปกปิดตัวตน และไม่ได้ฆ่าใคร ดังนั้นการปกปิดตัวตนของเขาก็น่าจะหายไป แต่ยังไงก็ตามมันไม่ได้เป็นแบบนั้น พูดให้ชัดเลยคือมันได้เปิดใช้งานในทันทีที่หายไปมากกว่า

"อ๊า"

"อ๊ากก!"

เหตุผลก็ง่ายมาก ในทันทีที่เขาโจมตีเสร็จ เขาได้เปิดใช้คลื่นกระแทกกับการกระโดดทำให้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนเกินกว่าใครจะมองทัน!

ต่อให้การปกปิดตัวตนของเขาหายไป แต่หากศัตรูมองไม่ทันเขามันก็ไร้คงามหมาย ฉายาผู้โดดเดี่ยวแห่งจักรวาลได้ทำให้การปกปิดตัวตนของเขาเกิดขึ้นในทันทีที่เขาหายไปจากสายตาของผู้คน

"ชาวโลกนี่มันอะ..."

"อ๊า ตอนนี้ฉันก็..."

คนที่เหลืออยู่ของเคนาทูได้ถูกส่งออกไปโดยที่ยังไม่อาจจะพูดอะไรจบได้เลย รอยแยก? สภาพแวดล้อมน้ำแข็ง? ของพวกนี้ไม่อาจจะผูกมัดยูอิลฮานได้สักเสี้ยวเลย

หอกมังกรแปดหางและปีกเสียงเพรียกแห่งการพังทลายที่ไม่ด้อยไปกว่ากันได้ทำลายศัตรูทิ้งจนหมด หากว่าพวกเขาไม่ได้มีโล่ของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงอยู่ ฉากที่โหดร้ายอาจจะเกิดขึ้นมาแล้วก็ได้

"นี่มันบ้าอะไรกัน..."

"ฮ่า ฮ่าฮ่า..."

ชาวโลกก็ได้หมดคำพูดไปหลังจากได้เห็นผู้เข้าร่วมการแข่งของรุ่นเก่าและคนที่กำลังจะเจอกับหายนะครั้งใหญ่ขั้นที่สี่ได้ถูกกวาดล้างออกไปไม่ต่างกับเศษฝุ่นละออง

และนี่มันยังไม่ใช่ทั้งหมดของเขาด้วย เขายังไม่ได้ใช้หอกตกมาจากฟ้าเลย!

"ตอนนี้พวกเราเอาไงดี?"

ทางฝั่งของชาวโลกได้หันไปถามคังมิเรย์ พวกเขาไม่มีความมั่นใจที่จะไปเข้าร่วมการต่อสู้ที่อยู่คนละมิติกันเลย พวกเขาได้แต่หวังว่าบางทีหัวหน้ากลุ่มเทพสายฟ้าอาจจะทำอะไรสักอย่างได้

"เรา"

คังมิเรย์ได้หันไปมองฝั่งศัตรูที่หายไปกว่าครึ่งโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลยในเวลาไม่ถึงนาที จากความสามารถทางเวทย์ของเธอมันเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับเธอที่จะมองทันร่างยูอิลฮาน

แต่ว่าเพราะอะไรสักอย่างเธอรู้สึกว่าเธอมองเห็นเขาได้ รอยยิ้มได้ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ

"ฉันคิดว่าสิ่งที่ทำได้ก็มีแค่ยิ้มเท่านั้นแหละ"

การต่อสู้ดไจบลงแล้ว

การต่อสู้รอบสุดท้ายได้จบลงเร็วที่สุดในหมู่การต่อสู้แข่งขันทั้งหมดจนมาถึงตอนนี้ ได้มีสถิติใหม่ของโลกก็คือโลกที่อยู่ในหายนะครั้งใหญ่ขั้นที่หนึ่งได้จัดการกวาดล้างโลกที่เกือบจะถึงหายนะครั้งใหญ่ขั้นสี่แล้วด้วยเวลาแค่สามสิบวินาทีเท่านั้น นี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนและไม่น่าจะเป็นไปได้เลย การต่อสู้นี้จะเป็นเรื่องเล่าในหมู่ทูตสวรรค์ในเวลาต่อไปอีกยาวนานแสนนาน

จบบทที่ บทที่ 146 - MVP คือฉัน (5) [อ่านฟรีวันที่ 18/04/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว