เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 145 - MVP คือฉัน (4) [อ่านฟรีวันที่ 15/04/2562]

บทที่ 145 - MVP คือฉัน (4) [อ่านฟรีวันที่ 15/04/2562]

บทที่ 145 - MVP คือฉัน (4) [อ่านฟรีวันที่ 15/04/2562]


บทที่ 145 - MVP คือฉัน (4)

ยูอิลฮานได้ตัดสินใจจะเก็บพลังเอาไว้และหลบเลี่ยงการแสดงตัวที่ยิ่งใหญ่เกินไป แต่แม้ว่าเขาจะทำแบบนั้นเขาก็ยังเชื่อว่าเขาก็ยังคงแกร่งกว่าคนรอ ยๆตัวอยุ่ดี เขาอยากจะให้คนบนโลกก้าวข้ามเขาไปในสักวัน ยังไงก็ตามมันก็ดูเหมือนวันๆนั้นจะไม่มีวันมาถึง ช่องว่างระหว่างพลังมันกว้างมากเกินไป

เพราะแบบนี้เขาก็เลยกลัวว่าคนพวกนั้นจะหมดกำลังใจที่จะต่อสู้แน่หากเขาแสดงพลังที่มากเกินไป

"มันจะไม่มีวันเกิดขึ้น! ฉันคงจะรำคาญจนตายแน่ถ้าพวกนั้นให้ฉันทำทุกอย่าง"

[ก่อนที่จะพูดแบบนั้นนายดูเท่เลยนะ แต่ว่าตอนนี้... นายดูน่าสงสารนิดๆซะแล้ว] (เลียร่า)

ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ เขาจะปล่อยให้ลูกน้องของเขาไปจัดการรอบๆแทน แต่ว่าหลังจากพวกนั้นไปที่ต่างโลกมา แม้แต่เอลฟ์ที่เลเวลน้อยที่สุดฟีเรียก็มีเลเวลที่ 123 ไปแล้ว

เนื่องจากพวกนั้นต้องไปบากบั่นเกือบสามปีในสภาพที่น่าโหดร้าย ความเชี่ยวชาญสกิลของพวกเขาก็กระทั่งสูงยยิ่งขึ้นและอุปกรณ์ของพวกเขาที่อยู่ใต้การปรับแต่งด้วยมือยูอิลฮาน อุปกรณ์ของพวกเขาก็แทบจะไม่มีใครมาเทียบได้แล้ว

เพราะแบบนี้ยูอิลฮานเลยให้ลูกน้องของเขายั้งมือเอาไว้ มันจะดีที่สุดที่จะทำเป็นแกล้งสู้หลังจากพุ่งเข้าไปหาศัตรูพร้อมกับพรรคพวก พวกเขาจะเข้าไปมีส่วนร่วมให้น้อยลงและหากมีใครดูท่าจะอยู่ในอันตรายก็ค่อยเข้าไปช่วย เขาคิดว่านี่ก็เป็นการช่วยได้มากแล้ว

แต่ปัญหาเลยก็คือพวกเขาก็จัดการศัตรูไปกว่าครึ่งแล้วแม้ว่าจะยั้งมือไว้

"อ๊า! มนุษย์โลกพวกนั้นเป็นสัตว์ประหลาด!"

"อย่าไปสู้กับพวกนั้น! หนึ่งในพวกเขาถูกเตะออกไปจากการเตะแค่ครั้งเดียว!"

ยูอิลฮานกับพรรคพวกคือไต้ฝุ่นที่ขยับอย่างช้าๆ หากไม่เจอพวกเขากไม่เป็นไร แต่เมื่อไหร่ที่เจอใคร มันก็หมายถึงจุดจบของพวกนั้น

แม้กระทั่งการโจมตีคนอื่นๆบนโลกมันยังไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสมาชิกกลุ่มเทพสายฟ้าที่เป็นกลุ่มคนที่ได้เสริมพลังขึ้นมาจากการต่อสู้ที่วุ่นวายบนโลกหลายต่อหลายครั้งอย่างสิ้นหวังเพื่อกู้โลก

"ฉันเบื่อจนจะบ้ากับคลื่นดันเจี้ยนแล้ว!"

"ฉันจะต้องเป็นฮีโร่ของโลก"

ในขณะที่ยูอิลฮานกับพวกของเขาพุ่งไปจัดการกว้างล้างสังหารหมู่เหมือนกับในหนังสยองขวัญอยู่อีกด้านหนึ่ง คนอื่นๆก็ได้เริ่มเปิดฉากสงครามชีวิต หลาดน้ำตาที่ไม่สิ้นสุดได้เออร้น ทั้งเลือดและหยาดเหงื่อได้ไหลลงพื้น พร้อมกับเสียงตะโกนที่ดังไปทั่ว

"พวกเราทะลวงตรงกลางได้แล้ว!"

"โอ้ววววว!"

มิเรย์ที่เลเวลก้าวกระโดดขึ้นมาในโลกที่ถูกทิ้งได้นำทางพวกเขาไปข้างหน้า ไม่มีอะไรที่หยุดสายฟ้าของเธอและเวทย์ของนายูนาได้เลย พลังนี้มันมากพอที่จะทะลวงกองกำลังศัตรูได้อย่างง่ายดาย

"บ้าไปแล้ว..."

"พวกเราจะไปเอาชนะได้ยังไงกัน! ทำไมมันถึงได้ต่างกันแบบนี้! โลกของเรายังได้ผ่านการพัฒนามาเกือบสองร้อยปีหลังหายนะครั้งใหญ่เลยนะ"

ฝ่ายตรงข้ามต่างหมดกำลังใจเมื่ออยู่ต่อหน้าสายฟ้าของเธอ แน่นอนว่ามันไม่ใช่ว่าที่โลกอื่นๆจะไม่มีคนที่โดดเด่นออกมาเลย แต่ว่าคนพวกนั้นก็ถูกคังมิเรย์กับนายูนาจัดการไปอยู่ดี

ดังนั้นผลของการแข่งขันจึงยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย

[โลก การแข่งขันรุ่นใหม่อันดับท็อป 4 คนที่เหลืออยู่ 419 คน]

ผู้มีส่วนร่วมที่อ่อนแอจาโลกได้ถูกจัดการออกไปอย่างไร้ปราณีและเป็นผลให้ในท้ายที่สุดจำนวนคนที่เหลืออยูคน 419 มีเพียงแค่คนระดับสูงในระดับสูงเท่านั้นที่ยังอยู่ เลเวลพวกเขาต่างก็อยู่ในระดับ 90 กว่าๆกันทั้งนั้น

"พวกเราติดท็อปสี่แล้ว!"

"พวกเราจะได้กับดักแห่งการทำลายระดับสูงจริงๆแล้วใช่ไหม?"

"บ้าเอ้ย.. เราทำมันได้จริงๆ!"

ฮีโร่ที่นำความมั่นคงมาสู่โลกได้สำเร็จได้กอดกันแน่นและร้องไห้กันอกมา มันยากลำบากขนาดไหนกันกว่าที่พวกเขาจะผ่านคลื่นดันเจี้ยนบนโลกมาได้? แต่ว่าตอนนี้ในที่สุดแล้วพวกเขาก็ได้ทำให้โลกปลอดภัยจากคลื่นดันเจี้ยนนั้นด้วยตัวเองได้

"มันยังไม่จบ ถึงเราจะติดหนึ่งในสี่ของการแข่งรุ่นใหม่ แต่ว่าเขายังต้องสูงกับรุ่นเก่าด้วย จริงๆแล้วตอนนี้คือเราติดหนึ่งในแปดอยู่"

"ใช่แล้ว เราจะต้องไปให้สูงกว่านี้"

ผู้คนบนโลกต่างก็เต็มไปด้วยพลังใจ ยูอิลฮานได้เฝ้ามองดูและคิดว่านี่มันเป็นเรื่องดีที่เขายั้งมือเอาไว้ไม่ได้ทำอะไรมากเกินไป คนพวกนี้ไม่ได้อ่อนแอจนต้องให้คนอื่นมาดูแล แต่พวกเขาเป็นนักรบที่ต้องการไขว่คว้าอนาคตด้วยพลังของตัวเอง

ยูอิลฮานได้ปรบมือให้พวกเขาเบาๆ และเขาก็ยืนยันกับสเปียร่าเบาๆด้วยเสียงที่ไม่มีใครได้ยินนอกจากเธอ

"แต่ถึงแบบนั้นพวกเขาก็คงถูกทีมรุ่นเก่าจัดการอยู่ดีใช่ใหม่"

ความโอหังมันมีแต่จะทำให้ต้องเสียใจเท่านั้น สเปียร่าได้ยิ้มบางๆและตอบกลับคำพูดที่มีเหตุผลของยูอิลฮานไป

[มันก็ปกตินี่ พวกเขาเลเวลน้อยกว่า 130 ซะอีก ยิ่งกว่านั้นหากฉันบอกนายมันก็จะเป็นการละเมิดกฏด้วยนะ] (สเปียร่า)

เปป็นที่แน่นอนว่าฟีราต้าได้เต็มไปด้วยพลังที่มากล้นที่เต็มไปด้วยกองทักคลาส 3 จำนวนมากและคนที่มีคลาส 4 จำนวนถึงห้าคน ยังไงก็ตามมันก็ไม่ได้หมายความว่าโลกอื่นๆจะเป็นแบบนั้นด้วย บางโลกก็อ่อนแอกว่าฟีราต้าอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็มีโลกที่แข็งแกร่งกว่าเช่นกัน

เมื่อคิดถึงการแข่งของรุ่นเก่าแล้วเขาได้ชุกคิดขึ้นมาและถามกับสเปียร่า

"ฉันแค่ถามเผื่อไว้เฉยๆนะ มันเกิดอะไรขึ้นกับฟีราต้าล่ะ?"

[พวกเขาแพ้ ชนชั้นสูงที่รอดอยู่กับหัวหน้าอัศวินไม่ได้มามีส่วนร่วมเลยสักนิด และแม้ว่าจะมีกองกำลังของชนชั้นสูงในประเทศข้างเคียงและกองกำลังจากประเทศเล็กๆ... แต่ในท้ายที่สุดพวกเขาก็ไม่ติดหนึ่งในสี่เลย] (สเปียร่า)

"พวกเขาไม่ได้มามีส่วนร่วมเลย..."

เอาเถอะ กว่าครึ่งของพวกเขาก็เพิ่งจะถึงคลาสสามเอง ในขณะที่อีกครึ่งยังคงอยู่ในช่วงต้นๆเลย แต่หากว่าพวกเขาได้ร่วมพลังที่พวกเขาแสดงในวันนั้นออกมา มันก็น่าจะเป็นไปได้สำหรับพวกเขาที่จะติดหนึ่งในสี่ ยังไงก็ตามสถานการณ์ของจักรวรรดิทำให้พวกเขาทำแบบนั้นไม่ได้

เมื่อนึกไปถึงความเสียใจและน้ำตาที่พวกเขาแสดงออกมาในวันนี้ ความรู้สึกผิดได้แว๊บเข้ามาในใจของเขา ยังไงก็ตามเขาคิดว่านี่มันไม่ตลกเลยสักนิด ในเมื่อหากเขาไม่เด็ดขาดกับพวกนั้น คนที่จะต้องพังลงจะเป็นโลกของเขาเอง

เขาได้แต่ทำในสิ่งเดียวกันกับที่พวกนั้นจะทำกับเขา ดังนั้นเขาได้หยุดที่จะคิดถึงเรื่องที่ฟีราต้า

มันเหลือเวลาอีกแค่สามชั่วโมงเท่านั้นจนกว่าจะถึงรอบชิง ยูอิลฮานได้เรียกกลุ่มของเขามากลุ่มเนื้อมังกรกับเนื้อย่างดวยกัน และประกาศขึ้น

"ฉันคิดว่าเราควรจะรุกให้มากขึ้นในการต่อสู้ต่อไป"

"แล้วการพัฒนาการของคนพวกนั้นล่ะ?"

นี่คือคำถามของเอริเซีย ยูอิลฮานได้หยักหน้ารับว่านี่เป็นคำถามที่ดีก่อนจะตอบกลับไป

"ฉันได้บอกว่าฉันจะไม่ขัดขวางการพัฒนาและปล่อยให้พวกเขามีอิสระใช่ไหม?"

"ใช่แล้ว"

"ฉันโกหกนะ"

"ห๊ะ!?"

พูดชัดๆมันก็ไมได้โกหกหรอก แต่ว่าเขาแค่ไม่มีตั้งใจจะทำแบบนั้นเรื่อยๆไปจนจบเท่านั้นเอง เขาคิดว่านี้มันใกล้จะถึงขีดจำกัดของคนบนโลกในตอนนี้แล้ว และนั้นคือในตอนที่พวกเขาได้รับนายูนากับคังมิเรย์เสริมไปแล้วด้วย

"เนื่องจากพวกเขาได้สู้มาจนถึงตอนนี้ พวกเขาก็น่าจะพัฒนามามากแล้ว นอกเหนือไปจากนั้นมันสำคัญกว่าอีกหากว่าฉันได้ทำงานน้อยลงจากการที่พังลงของดันเจี้ยนลดลงไป"

ถ้าโลกเผชิญกับอันตรายเพราะการที่เขาทำให้คนพวกนีเแข็งแกร่งขึ้นและเป็นอิสระ นั่นมันก็คงไม่ใช่เป้าหมายของเขาแล้ว! ยูอิลฮานได้ตัดสินใจด้วยเหตุผลของตัวเข้าเอง

"ยิ่งกว่านั้นต่อจากนี้ไปมันเหนือกว่าระดับของพวกนั้นแล้ว ศัตรูของเขาจะมีเลเวลอย่างน้อยก็ 130 กันแล้วดังนั้นหากพวกเธอประมาทพวกเธอก็ถูกเตะโด่งออกไปได้เหมือนกัน กลุ่มมอนสเตรอ์ที่ไร้สติปัญญากับคนที่ได้รับการฝึกพิเศษมาน่ะมันต่างกันโดยสิ้นเชิงนะ"

แม้ว่าพวกเขาจะอยากผ่อนคลายเล็กๆจากการที่พวกเขามั่นใจเพราะพวกเขาได้ไปทำลายโลกทั้งใบมากแล้ว แต่ว่าพวกเขาก็ไม่อาจจะเมินเฉยคำพูดของยูอิลฮานที่มีประสบการณ์ในการต่อสู้เพียงลำพังมาตลอดได้

นอกจากนี้ไม่ใช่ว่ายูอิลฮานก็ยังไปจัดการกองทัพของมนุษยชาติในโลกอื่นหมดไปกว่าครึ่งอีกนี่ เมื่อตัดสินจากแค่ประสบการณ์ก็ไม่มีใครเทียบเขาได้แลเว ดังนั้นพวกเขาทำได้แต่หยักหน้าอย่างจริงจังขึ้น

"พวกเรารู้เรื่องนี้ดี โลกที่ถูกทิ้งที่เราไปก็ยังได้เจอกับหายนะครั้งใหญ่ขั้นที่สาม แน่นอนว่ามนุษย์ชาติที่นั่นสูญพันธ์ไปแล้ว โอ้ เนื้อนี่อร่อยไปแล้ว คุณอิลฮานมาแต่งงานกับฉันเถอะ!"

แม้ว่ายูอิลฮานจะพูดกับลูกน้องของเขา แต่นายูนาได้ตอบกลับไปแทน เมื่อยูอิลฮานหันไปมองเธอก็เห็นแต่ใบหน้าที่มีเนื้ออยู่เต็มปาก เขาได้เขกหัวเธออย่างไม่ปราณีทันที

"โอ้ย"

"อย่ามาขโมยเนื้อลูกของฉัน ไปเลยไป"

"ใช่ นายูนาไปเลยไป"

คังมิเรย์ได้กินเนื้อจากที่เธอได้มาจากยูมิลและใส่ไฟเพิ่มอีก ยูอิลฮานได้มองไปด้วยลูกชายของเขา ยูมิลด้วยสายตาที่ซับซ้อนเพราะมันเห็นได้ชัดเลยว่าเป็นยูมิลที่เป็นคนเรียกสองสาวนี่มา ก่อนที่จะหยักหน้าถอนหายใจ

"...กินตามสบายเธอ เนื้อมีมากพออยู่แล้ว"

"เย้!"

"ขอโทษที่รบกวนคุณตลอดเลยนะ"

"ฉันจะแพ็คไว้ให้คนพวกนั้นด้วยดังนั้นเธอก็เอาไปให้พวกเขาด้วยล่ะ เดี๋ยวคนพวกนั้นจะคิดว่าไม่ได้เงินเดือนอะไรเลย"

มันเป็นฉากที่แปลกมากกับที่ความสามารถในการเข้าสังคมของพ่อเขาเพิ่มขึ้นจากเพราะลูกชาย ยูมิลที่ไร้เดียงสาของเขาได้กินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยไปกับคนอื่นๆ นี่คือฉากที่เขาเคยใฝ่ฝันเมื่อยังเด็ก

"พ่อ เอาอีก!"

"....ได้เลย กินเยอะๆนะ ลูกเป็นความหวังของตระกูลยู"

งั้นแล้วพ่อของเขา ยูยงฮานล่ะ? ใช่แล้ว ความจริงคือแม้ว่าพ่อของเขาจะไม่มีสกิลปกปิดตัวตน แต่พ่อของเขาก็เป็นพวกโดดเดี่ยวเหมือนกับยูอิลฮาน มันน่าสงสัยมากที่แม่ของเขาไปแต่งงานกับพ่อเขาได้สำเร็จยังไง

ฝ่ายตรงข้ามในรอบคัดสี่ทีมได้ถูกเผยออกมาแล้ว ศัตรูคือโลกที่ถูกเรียกว่า เซนัว ที่ซึ่งได้ผ่านหายนะครั้งใหญ่ไปกว่า 1300 ปีไปแล้ว! และมันยังเป็นโลกที่เกือบจะถึงหายนะครั้งใหญ่ขั้นที่สาม

มีทีมรุ่นใหม่สองทีมที่โชคดีได้เจอกันเอง... แต่ว่าโลกกับอีกโลกหนึ่งได้มาเจอเข้ากับรุ่นเก่า

"ให้ตายสิ..."

"ถึงเราจะคิดไว้แล้วว่ามันจะต้องไม่ง่ายแน่ แต่มันก็ยังมาเป็นแบบนี้...!"

"การตัดสินคู่แข่งมันยังไงกันเนี้ย? เรียกผู้จัดการมานี่เลย!"

หลังจากคู่ต่อสู้ได้ถูกตัดสินบางแล้วได้มีบางคนถอนหายใจออกมาด้วยความโกรธ บางคนก็ดูโล่งใจ ในขณะที่บางคนสิ้นหวังยอมแพ้ไป และบางคนก็ยังเต็มไปด้วยพลังจิตวิญญาณ มันเกิดปฏิกิริยาที่แตกต่างกันขนาดนี้ในสถานการณ์เดียวกันได้ยังไงเนี้ย? ยูอิลฮานได้เฝ้ามองฉากๆนี้ขณะที่กัดแอปเปิลเป็นของว่าง

"มนุษย์น่าสนใจจริงๆเลยนะ"

[ฉันก็คิดไว้แล้วว่านายจะพูดแบบนี้] (เลียร่า)

ในการแข่งครั้งนี้แต่ล่ะรอบจะมีสภาพแวดล้อมที่่ต่างกันออกไปซึ่งต่างไปจากการสู้ช่วงแรก ยังไงก็ตามนั่นมันก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาต้องเดินทางไปกว่าครึ่งโลกเพื่อเปลื่่ยนสถานที่

แต่โลกได้เปลื่ยนสภาพให้เข้ากับพวกเขาแทน

[ไม่ใช่ว่านี่มันน่าทึ่งไปเลยหรอ? นี่แหละคือพลังของพระเจ้า] (เลียร่า)

"มันน่าทึ่งจริงๆเลย มันบ้ามากๆเลยล่ะ"

โลกระดับสูงลูฟีเอร่าสามารถจะเปลื่ยนสภาพแวดล้อมใน ลดระยะทาง ขยายพื้นที่ และตั้งวางสิ่งกีดขวางและทำสิ่งต่างๆได้ตามที่ทูตสวรรค์ที่ดูแลอยู่ต้องการได้! แทบทุกๆอย่างมันเป็นไปได้เกือบจะหมด

"ท่านทูตสวรรค์ทรงพลังมาก!"

"กองทัพสวรรค์น่าทึ่งจริงๆ"

ในระหว่างการเตรียมการนี้ยูอิลฮานกับพรรคพวกคนอื่นๆได้มองเห็นพลังของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้ด้วยตัวเองแล้ว ในที่สุดแล้วเขาก็รู้ว่าทำไมสเปียร่าถึงได้มั่นใจนัก

"เลียร่า เธอเอาตัวรอดกลับมาจากสภาพแวดล้อมแบบนี้ได้ยังไงกันนะ?"

[นายกำลังพูดถึงที่กำแพงแห่งความโกลาหลใช่ไหม? ที่นั่นมันไม่ได้สมบูรณ์แบบเหมือนที่นี่ นี่มันก็เป็นการพิสูจน์ว่าเจ้าพวกเมล็ดพันธ์นั่นมันผิดเพื้ยนด้อยกว่าพลังของพระเจ้า! ใช่แล้ ดังนั้นอิลฮานนายก็จะต้องมาเป็นทูตสวรรค์ด้วยนะ!] (เลียร่า)

[เรายินดีต้อนรับทูตสวรรค์คนใหม่อยู่ตลอดเวลา ในเมื่อพวกเรากำลังปะทะกับกลุ่มอื่นๆมากกว่าแต่ก่อน พวกเรากำลังต้องการคนที่มีพลัง...] (เอิลต้า)

ในตอนนี้แม้แต่เอิลต้าก็ยังโปรโมททูตสวรรค์ออกมา ยูอิลฮานได้ผลักพวกเธอออกไปอย่างรำคาญและเฝ้าดูการเปลื่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม

สิ่งแรกเลยที่เขาเห็นคือพื้นดินที่เปลื่ยนไปเป็นไม่สิ้นสุด เมื่อเขามองลงไป พวกเขาก็อยู่บนแท่นยืนขนาดยักษ์ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า

โอ้ นี่มันก็เรียกได้ว่าบนท้องฟ้าสินะ

[เมื่อโลกได้ผ่านมาถึงหายนะครั้งใหญ่ขั้นที่สองหรือสาม สภาพแวดล้อมจะเปลื่ยนมาเป็นหลากหลายและอันตรายมากยิ่งขึ้น นี่ก็ยังจะเป็นการฝึกให้มนุษย์ที่ใช้ชีวิตอยู่บนพื้นมาตลอดได้ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ด้วยการให้พวกเขาได้เจอกับตัวเองก่อนหน้านั้น]

คนทั้ง 419 คนต่างก็ยืนอยู่บนแท่นยืนที่แตกต่างกันไป แท่นยืนพวกนี้ต่างก็มีระยะที่ใกล้และไกลแตกต่างกันออกไปทำให้พวกมันไม่ได้เข้ามาในระยะที่ชนกันเอง พวกมันได้ขยับไปตามการไหลของอากาศ

ด้วยระยะที่แม้แต่เด็กอายุเจ็ดขวบยังกระโดดไปอีกแท่นยืนได้ทำให้มันจึงไม่เกิดเหตุการแบบที่ไม่อาจจะต่อสู้ได้เพราะแท่นยืนอยู่ห่างไป

ถ้าหากจะมีปัญหาใดนั่นมันก็คงจะเป็นว่าคนในโลกอื่นก็อยู่ในแท่นยืนแบบๆเดียวกันด้วย

"งั้นนี่ก็คงไม่ใช่การต่อสู้แบบจำนวนมากแต่เป็นกลุ่มต่อกลุ่มงั้นสินะ"

อีกฝากหนึ่งของพวกยูอิลฮาน คนพวกนั้นก็จ้องมองมาที่เขาเช่นกัน ยังไงก็ตามเนื่องจากการต่อสู้ยังไม่ได้เริ่มขึ้นจึงยังไม่มีใครพุ่งเข้ามา

[อีกสิบวินาทีจะเริ่มการต่อสู้]

ทูตสวรรค์ที่ทำการตัดสินอย่างสเปียร่าได้พุ่งขึ้นไปบนฟ้าและตะโกนออกมาจนทุกคนได้ยิน

[8 วินาที]

ยูอิลฮานได้มองดูรอบๆเขา ผู้เข้าร่วมคนอื่นๆได้ขบฟันแน่นหลังจากได้ยืนยันแล้วว่าผู้เข้าร่วมจากเซนัวแกร่งกว่าพวกเขามาก มันเป็นความรู้สึกเหมือนกับกำลังใจพวกเขาหมดลงก่อนที่จะสู้ซะอีก

[4 วินาที]

"ชิ"

ยูอิลฮานได้เดาะลิ้นออกมา เขาไม่ใช่คนแบบพวกนั้นที่จะยอมแพ้โดยที่ยังไม่ได้ลองทำอะไร

ยังไงก็ตามมันไม่ใช่แค่นั้น เขายังไม่รู้สึกดีเลยที่เขาได้มองเห็นคนพวกนี้ดูถูกตัวเองแม้ว่าจะเพิ่งทำความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มาแล้ว

[2 วินาที]

ยูอิลฮานเกลียดความโอหัง แต่ว่าเขาก็คิดว่าการมั่นใจในตัวเองมันก็ไม่ได้แย่อะไร การยอมรับในคุณค่าของตัวเองมันเป็นส่วนสำคัญในการทำทุกอย่าง

[เริ่มการต่อสู้]

ดังนั้นมันจึงไม่ได้แย่อะไรที่จะเพิ่มกำลังใจให้มนุษย์ ยังไงก็ตามนั่นก็คือหากพวกเขายังคิดว่ายูอิลฮานยังเป็นมนุษย์อยู่น่ะนะ

"ช่วยไม่ได้แหะ"

ยูอิลฮานได้ก้าวออกไปข้างหน้า นี่คือสัญญาณว่าเขาได้เปลื่ยนความคิดไปแล้วและยังเป็นในรูปแบบที่สะกดจิตตัวเองที่ทำให้เขาคิดว่าเขาจะใช้ความสามารถของตัวเองได้ดีขึ้นอีกด้วย

"อึก!? นี่มันบ้าอะไรว่ะเนี้ย!"

"หอกพวกนี้มันอะไรกัน!? มันตรงมาจากไหนกัน.... อึก ป้องกันพวกมันเอาไว้!"

หอกนับร้อยได้ตกลงมาจากท้องฟ้าด้วยความเร็วที่น่ากลัววจากท้องฟ้าเข้าโจมตีคนจากเซนัว

ยังไงก็ตามประสิทธิภาพของมันก็ไม่ได้ดีเด่เหมือนกันภาพที่แสดงออกมา ศัตรูเป็นมนุษย์ที่ผ่านการพัฒนามาเป็นสิบๆร้อยๆปี ไม่ใช่มอนสเตอร์ที่ไร้สมอง และคนพวกนี้ก็แข็งแกร่งมากพอจนมาถึงรอบนี้ได้อีกด้วย

แน่นอนว่าหอกของยูอิลฮานโผล่ขึ้นมาปุบปับและเร็วจนเกินไป มันไม่ใช่ว่าหอกจะเป็นตัวเอาชนะศัตรู แต่ว่าหอกนั่นคือกลลวงอย่างหนึ่ง

ในขณะที่คนพวกนั้นขยับตัวกันวุ่นวายป้องกันฝนหอก รูปแบบการต่อสู้แบบกลุ่มของพวกเขาก็ได้พังลงมันทีและในเมื่อพวกเขาตั้งสมาธิกับบนท้องฟ้ามากเกินไปทำให้ช่องโหว่โผล่ออกา สิ่งที่ยูอิลฮานเล็งเอาไว้ก็คือจุดนี้แหละ

"ย๊ากกก!"

ยูอิลฮานได้จัดการกวาดล้างกลุ่มหนึ่งหลังจากที่บินเข้าไปด้วยปีกของเขา

ที่นี่ไม่ใช่โลกที่ถูกทิ้ง ไม่ใช่ศัตรูที่เป็นมังกร และเพราะแบบบนี้ทำให้เขาไม่ได้รับพรหรือบัฟใดๆ แต่ถึงแบบนั้นศัตรูทั้งหมดที่ถูกเขาโจมตีต่างก็เสียโล่ไปในครั้งเดียวและถูกเตะโด่งกลับโลกตัวเอง

"อึก!?"

"ใครกัน..."

หลังจากผ่านไปไม่กี่วินาที สนามรบที่ดูจะกลายเป็นวุ่นวายก็ได้สงบลงอีกครั้ง แต่ว่ามันได้เกิดเหตุการณ์เดียวกันขึ้นในแท่นยืนจุดอื่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผู้คนที่เห็นแบบนี้ต่างก็สติหลุดไปไม่ว่าจะเป็นศัตรูหรือพวกเดียวกัน แต่ว่าน่าเสียดายที่มันยังไม่จบ

"ทุกคนบุก"

"บุก บุกไป!"

"อย่างน้อยพวกเราจะต้องจัดการได้ซักครึ่งของท่านจักรพรรดิ!"

ลูกน้องของยูอิลฮานได้พุ่งเข้าไปอารวาดอย่างสนุกสนานทันทีที่พวกเขาได้รับคำสั่ง โดยเฉพาะลูกธนูของพีทที่แข็งแกร่งถึงขนาดที่คนที่มีเลเวลมากกว่าเขายังต้องป้องกันอย่างยากลำบาก และเขาก็ได้ทำคะแนนได้สูงที่สุดแล้ว เขาทำงานได้สมกับที่ได้อาวุธระดับอีปิคไป

หลังจากนั้นการต่อสู้ก็ได้จบลงใน 15 นาที ผลลัพธ์ก็คือชัยชนะของโลกอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ หากสนามรบมันแคบกว่านี้เวลาที่ใช้คงเหลือแค่ครึ่งเดียวด้วยซ้ำไป

ในช่วงเวลาสั้นๆนี้ชาวโลกกว่า 300 คนได้ถูกส่งออกไปและโลกที่ใกล้จะถึงหายนะขั้นที่สามก็ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งออกมาแล้ว แต่ว่าชาวโลกที่ถูกส่งออกไปต่างก็เต็มไปด้วยความชื่นชมและศรัทธามากกว่าที่จะสิ้นหวังกับความไร้พลัง

พวกเขาชื่นชมในยมทูตแห่งสนามรบที่ทำให้ช่องว่างระหว่างพวกเขากับเซนัวได้ลดลงจนหายไป!

จบบทที่ บทที่ 145 - MVP คือฉัน (4) [อ่านฟรีวันที่ 15/04/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว