เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 144 - MVP คือฉัน (3) [อ่านฟรีวันที่ 05/04/2562]

บทที่ 144 - MVP คือฉัน (3) [อ่านฟรีวันที่ 05/04/2562]

บทที่ 144 - MVP คือฉัน (3) [อ่านฟรีวันที่ 05/04/2562]


บทที่ 144 - MVP คือฉัน (3)

มีอยู่แว๊บหนึ่งที่ยูอิลฮานคาดหวังว่าจะมีคนบนโลกสู้กันจนตายไปข้างกว่าที่จะได้คนหนึ่งพันคนที่เหลืออยู่ที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณที่จะปกป้องโลก

"ปาร์ตี้ซูซาโนะน่ะ"

"ฉันไม่ควรจะไปสู้กับพวกเขาให้เสียแรงเปล่าสินะ"

"สมาชิกของพวกเขาแตล่ะคนก็น่ากลัวเลยไม่ใช่หรอ? พวกเขาแต่ล่ะคนต่างก็เป็นดาวเด่นในการต่อสู้ป้องกันพวกโลกที่ถูกทิ้ง"

"หลีกทางให้พวกเขาดีกว่า"

ยังไงก็ตามทันทีที่ปาร์ตี้ของยูอิลฮานได้เข้าไปในสนามขนาดยักษ์ คนจำนวนหนึ่งก็ได้เดินออกไปด้วยตัวเองทันที

"หือ?"

จากสิ่งที่จู่ๆก็เกิดขึ้นนี้ทำให้ยูอิลฮานได้แต่เบิกตากว้าง

"คนพวกนั้นสละสิทธิงั้นหรอ?"

[แน่นอน] (เอิลต้า)

ใช่แล้ว คนที่ถอยลงไปได้พอดีกับจำนวนสมาชิกที่ยูอิลฮานพามาอย่างพอดี

เพราะแบบนี้ทำให้ยูอิลฮานเข้าใจแล้วว่าผู้มีส่วนร่วมถูกเลือกยังไง

มันมีการเลือกผู้มีส่วนร่วมอยู่สองวิธี หนึ่งคือการต่อสู้หนึ่งต่อหนึ่งกับสู้แบบกลุ่ม

คนที่อยากจะเข้าร่วมในการต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งจะเลือกคนที่มีส่วนร่วมอยู่แล้วในหนึ่งพันคนและท้าทายพวกเขา ถ้าผู้ท้าชนะ คนที่แพ้จะต้องลงไปและคนชนะจะเข้าไปแทนที นี่สำหรับคนที่สมัครใจก้าวลงไปก็ไม่เป็นไรเช่นกัน ประเด็กหลักเลยก็คือจำนวนสูงสุดที่อยู่บนสนามได้คือหนึ่งพันคน

ยังไงก็ตามการต่อสู้แบบกลุ่มมันซับซ้อนกว่ามาก สำหรับคังมิเรย์ที่กลับมาพร้อมพลังที่เพิ่มขึ้นในแค่สิบวัน เพื่อที่จะให้กลุ่มของเธอมีส่วนร่วม เธอจะต้องเลือกคนในหนึ่งพันคนและจับคู่ต่อสู้จำนวนเท่ากับสมาชิกกลุ่มของเธอ และเธอจะต้องท้าทายถึงสองรอบ

มันไม่เหมือนการต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งที่จะดึงพลังทั้งหมดของพวกเขาออกมาได้้ ในการต่อสู้แบบกลุ่มมันมีองค์ประกอบหลายอย่างมาก ดังนั้นจึงต้องต่อสู้ถึงสองครั้งเป็นการพิสูจน์ความสามารถจริงๆ ถ้าพวกเขาชนะทั้งสองรอบพวกเขาจะได้มีส่วนร่วมแน่นอน

"คุณยูอิลฮานน่าทึ่งจริงๆเลย"

เมื่อได้เห็นยูอิลฮานข้ามขั้นต่อที่วุ่นวายทั้งหมดนี้และทำให้ผู้คนชอบรับในปาร์ตี้ของเขาทำให้คังฮาจินอุทานออกมา

ด้วยเกราะเต็มตัวสุดเท่อย่างเคยและปีกใบมีดที่จู่ๆก็โผล่ออกมามันทำให้เขาดูแปลก แต่ว่าเขาก็ยังคงมีระดับเสน่ห์ที่มากล้นเช่นเคย

แม้แต่ลูกน้องเจ็ดคนที่อยู่ข้างหลังเขาก็ไม่ได้น้อยหน้าใครที่นี่เลย....

"แต่ว่าจริงๆแล้วไม่ใช่ว่ามันจะจบลงไปง่ายๆเลยหรอกหากเขาแค่นำหมาป่าที่แข็งแกร่งที่สุดทั้งพันตัวมา?"

ในวันที่มนุษยชาติต่อสู้กับไคโร หากไม่มียูอิลฮานมนุษยชาติจะต้องพ่ายแพ้แน่ ที่พวกเขาเอาชนะมาได้ก็เพราะยูอิลฮานได้เข้าไปในเกตจัดการพวกคนที่แข็งแกร่งจากอีกด้านหนึ่ง และทำให้หมาป่าที่รอดอยู่ทั้งหมดตกเป็นลูกน้องของเขา...

คังมิเรย์ได้ให้คำตอบนี้กลับไป

"แน่นอนก็เพราะมันจะจบลงง่ายๆไง"

"ถ้างั้นทำไมลล่ะ?"

"เขาไม่ควรจะคิดว่ากองกำลังในปัจจุบันเพียงพอแล้วไม่ใช่หรอ? พวกเราจำเป็นต้องพัฒนาตัวเองด้วย"

กรามของคังฮาจินได้อ้าค้างเมื่อได้ยินแบบนี้

ในตอนนี้มนุษย์ทุกคนได้รู้เรื่องราวที่เกี่ยวกับการต่อสู้แข่งขันแล้ว พวกเขารู้เรื่องจำนวนผู้เข้าร่วม และรู้ว่าผู้ชนะตัดสินจากยังไง แม้ว่าการชนะจะทำให้พวกเขาได้สิ่งที่จะทำให้โลกผ่านหายนะขั้นที่สองไปได้ แต่ว่าเขามีความมั่นใจที่จะเอาชนะทีมที่อยู่ในกลุ่มรุ่นเก่าได้งั้นหรอ?

ในขณะที่คังฮาจินกำลังเรื่องที่สมเหตุสมผลแบบนี้ น้องสาวของเขากับเพื่อนของเธอได้แปลกไปเล็กน้อยหลังจากไปอยู่ในต่างโลกมา ความคิดเห็นของพวกเธอได้ก้าวมากไปอีกขั้น

"จริงๆแล้ว มันน่าจะได้ผลดีกว่าถ้าคุณยูอิลฮานกับมิลไปกันเเองในขณะที่เราปกป้องโลก"

"เราไม่่อาจจะพึ่งเขาได้ตลอดไปหรอกนะ เราจะต้องแสดงให้เขาเห็นว่าเราก็ทำได้ต่อให้ไม่มีเขาก็ตาม"

"แม้ว่าเธอจะเต็มไปด้วยความมั่นใจแบบนี้ แต่เธอยังไม่ได้เข้าไปเลยนะ ฉันคิดว่าเธอคงจะคิดว่าความมั่นใจมันฆ่าคนได้แล้วมั้ง"

คังมิเรย์ได้แต่ยิ้มกลับไปและมองดูที่สมาชิกของกลุ่มเทพสายฟ้าจำนวนสิบคนเมื่อนับรวมเธอแล้ว

แม้ว่าช่องว่างมันจะเพิ่มขึ้นมาจากการที่เธอไปในโลกที่ถูกทิ้ง แต่พวกเขาก็ยังเป็นพวกระดับสูงที่ถูกเธอคัดสรรมา หากว่าพวกเขาได้การต่อสู้แข่งขันขัดเกลาด้วยแล้ว พวกเขาก็จะสามารถทำอะไรได้ดีขึ้นต่อให้เป็นหลังหายนะครั้งใหญ่ขั้นสอง

"เตรียมตัวด้วย มันเริ่มขึ้นแล้วว"

คังมิเรย์ได้สร้างสายฟ้าสีทองมาจับไว้ในขณะที่เธอเข้าไปในสนาม เธอนำออฟชั่นของสร้อยข้อมือระดับตำนานมาใช้ได้ง่ายๆแล้วหลังจากที่มันอยู่กับเธอมาเกือบสามปี

"เราจะท้าทายแบบกลุ่ม พวกเราทั้งสิบคน โอ้ พวกเราไม่อยากจะสู้กับคนแข็งแกร่งหรอกนะดังนั้นช่วยหลีกทางให้ด้วย"

นี่คือคำพูดที่เธอพูดออกไปจริงๆ ทีมที่แข็งแกร่งจะรู้ถึงความแข็งแกร่งที่เธอมีและหลบทางให้ ในขณะเดียวกันพวกคนที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้ก็จะถูกคำพูดยั่วยุนี้ของเธอและจากนั้นก็จะถูกเธอเตะออกมาโดยไม่ทันได้ทำอะไร

"เวทย์ของหัวหน้าแกร่งเกินไป"

"ไม่สิ พรของคุณนายูนาก็สุดยอดเหมือนกัน..."

แม้แต่สมาชิกที่ร่วมสู้ด้วยกันก็ยังตกตะลึง คังมิเรย์ได้รู้เช่นกันทำให้เธอพูดออกมาด้วยรอยยิ้มบางๆ

"ในอนาคตนายต้องตั้งใจตามเรามาให้ดีนะ"

"ครับ!"

"เข้าใจแล้ว"

หลังจากนั้นคนจำนวนมากก็ได้เข้ามาในสนามนิวยอร์ก หลายต่อหลายคนยกเว้นกลุ่มของยูอิลฮานกับเทพสายฟ้าได้ถูกท้าและร่วงลงไป แถมยังมีผู้เชี่ยวชาญบางคนที่ไม่เป็นที่รู้จักปรากฏตัวอีกด้วย

หากว่าจะมีอะไรที่แน่นอน มันก็คงจะเป็นสมาชิกทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ต่างก็มีพลังที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าตัวแทนของโลกอื่นเลย

[ฉันขอประกาศจบการคัดเลือกผู้เข้าร่วม ในอีกสองชั่วโมงการย้ายไปลูฟิเอร่าจะเริ่มขึ้นแล้ว ช่วยรออยู่ในสนามด้วย] (สเปียร่า)

"จบแล้วสินะ"

หลังจากกำหนดเวลาหมดลงแล้ว ยูอิลฮานได้นั่งลงไปบนสนามทันทีและมองไปรอบๆ

แม้ว่าคนรอบๆจะไม่อาจโชว์พลังที่มากล้นเหมือนอย่างกลุ่มยูอิลฮานหรือกลุ่มเทพสายฟ้าได้ แต่ว่าก็มีพวกกลุ่มที่อยู่ในกลุ่มพันธมิตรแนวหน้าอยู่บนสนามจำนวนมาก

แน่นอนว่ากลุ่มส่วนใหญ่ได้พาสมาชิกทั้งหมดของพวกเขามาแบบโลภมากก็ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ได้ แต่ว่าในกรณีอย่างกลุ่มมังกรปีศาจที่เป็นการรวมกันของกลุ่มคนที่ใช้การต่อสู้ประชิด พวกเขาได้รับเอาชัยชนะไปได้ด้วยการพามาแค่คนระดับสูงที่มีอาวุธขั้นสูงเท่านั้น

ในอีกด้านหนึ่งกลุ่มมาเกียและกลุ่มอัศวินโลหะดูเหมือนจะไม่อาจสู้แบบเพียงลำพังได้ทำให้พวกเขาเลือกคนระดับสูงและร่วมมือกันแสดงปาร์ตี้ที่มีความสมดุลออกมาได้ ไม่ว่าจะเป็นคาริน่า มาเลเทสต้าหรือมิเชล สมิธสัน พวกเขาต่างก็พัฒนาขึ้นต่างไปจากการต่อสู้ที่คันโตโดยสิ้นเชิง

"เฮ่ ไม่คิดวาระหว่างสมิธสันกับมาเลเทสต้ามีบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาหรอ?"

เขาสงสัยเรื่องนี้ มันเกิดอะไรขึ้นระหว่างหัวหน้ากลุ่มสองกลุ่มกันนะ

[นายพูดเหมือนนายกำลังนินทาคนอื่นในโรงเรียนมัธยมเลยนะ] (เอิลต้า)

"ฉันว่าเธอเข้าใจผิดนะ เพราะว่าในตอนอยู่โรงเรียนเวลาที่ฉันเปิดปากมีแค่ตอนขานชื่อกับกินข้าวเท่านั้นแหละ"

[ฉันขอโทษ! นับจากนี้ไปฉันจะคุยกับนายให้มากๆนะ] (เอิลต้า)

"อ่า ไม่เป็นไรหรอก มันเป็นความผิดของฉันเองที่ไม่มีเพื่อน ใช่แล้ว ฉันไม่มีคุณสมบัติที่จะไปนินทาใครได้ด้วยนี่นา"

[อ่า หว่า ฉันจะทำยังไงดีเนี้ย ฉันเผลอไปเหยียบกับระเบิดเข้าแล้ว] (เอิลต้า)

"ไม่ต้องห่วงหรอกน่า หัวใจของฉันมันตายซากไปนานแล้ว"

[นั่นยิ่งทำให้ฉันกังวล] (เอิลต้า)

เอิลต้าได้แต่โทษในความไม่ระวังจองเธอเอง! ในขณะเดียวกันเลียร่าที่ได้กลายเป็นสนใจความรักของคนอื่นหลังจากได้รับพรของเทพแห่งความรักมา ได้ตัดสินใจอย่างรวดเร็วหลังจากมองดูชายหนุ่มกับหญิงสาวที่ยืนเคียงข้างกัน

[อ่าาาา... ผู้หญิงคนนั้นดูจะสนใจในตัวผู้ชายนะ แต่ว่าความรู้สึกของเธอไม่ถูกตอบรัก ฉันเห็นได้ชัดเลยว่าเขาคนนั้นกำลังคิดเรื่องผู้หญิงคนอื่นอยู่] (เลียร่า)

[จากสิ่งที่ฉันเห็น ผู้คนนั้นจะต้องดูดีกว่าทั้งหน้าตาแล้วก็ความสามารถ แต่แล้วยังไงล่ะ? มันก็เป็นปกติที่ผู้ชายมักจะไขว้ขว้าหญิงที่สูงกว่า] (สเปียร่า)

สเปียร่าได้ตอบไปหลังจากที่เธอได้ตัดสินใจหลังจากที่มองดู ตอนนี้เองเลียร่าได้โต้กลับไป

[ความรักที่แท้จริงมันไม่มีเรื่องไร้สาระแบบนั้นหรอกน่ายัยงี่เง่า](เลียร่า)

[จริงดิ? เลียร่าเธอรู้ดีจังเลยนะ อ่อ เพราะเธอได้พรมาจาก@#$@$@!@#](สเปียร่า)

สงครามขนาดย่อมของทูตสวรรค์ได้เกิดขึ้นมาแล้ว ยูอิลฮานที่ลบความเจ็บปวดจากช่วงมัธยมออกไปได้แล้ว ได้จัดการทำความสะอาดช่องเก็บของของเขา

"กินข้าวกันเถอะ ฉันหิวแล้ว"

[น่าทึ่ง... นายคิดจะกินข้าวในสถานการณ์แบบนี้...] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานได้หยิบเอาเตาไฟขนาดเล็กออกมาและเริ่มจุดไฟวางกระทะไว้ด้านบน

เมื่อเขาได้เริ่มย่างเนื้อมังกรด้วยไขมันที่ออกมาจากเนื้อมังกร ทุกๆคนก็ได้เริ่มจ้องตรงมาที่เขาไม่ว่าจะเป็นทั้งในหรือนอกสนาม

[ฉันยอมกับกลิ่นมันเลยจริงๆ!] (เอิลต้า)

"น่าอร่อนแหะ"

เขาได้เอาข้าวออกมาจากถุงสุญญากาศ และเติมผักกับซอสลงไป

เขาได้เติมเกลือไปนิดๆและเมื่อขาใส่ซอสมังกรพิเศษที่ทำขึ้นมาจากการผสมของลมหายใจที่ถูกนายูนาล้างผิดและซอสหอย มันก็ได้กล้ายเป็ฯข้าวหน้าเนื้อมังกรที่สมบูรณ์แบบ

[ทั้งชีวิตนี้ฉันเพิ่งจะเคยเห็นคนที่ทำอาหารขึ้นบนเวทีคัดเลือกนี่แหละนะ...] (สเปียร่า)

[ตอนนี้ฉันก็หิวแล้วเหมือนกันนะ อิลฮาน ขอฉันด้วยคนนะ] (เลียร่า)

ในขณะเดียวกันคนอื่นๆต่างก็โดนความหิวโหยเข้าจู่โจม และทำได้เพียงแค่กลืนน้ำลายเท่านั้น

"อาหารที่ซูซาโนะทำ..."

"อย่าแม้แต่ฝันเลย พวกเราอาจจะจบด้วยการถูกเอาไปทำอาหารเองก็ได้"

"ให้ตายสิ สั่งพิซซ่ามาหน่อย! พวกเขาน่าจะรู้สถานที่นะถ้าเราบอกไปว่าเป็นเวทีคัดเลือกนะ"

ยูอิลฮานได้ถอดหมวกของเขาออกทันทีเมื่อเขาไม่จำเป็นต้องซ่อนอะไรแล้วและทั้งกลุ่มก็ได้เข้ามารวมกันกินข้าวหน้าเนื้อมังกรใหม่ๆ คังมิเรย์ นายูนาและคังฮาจินก็ยังเข้ามาร่วมด้วยหลังจากที่ปล่อยกลุ่มของพวกเขาไปอย่างโหดร้าย

"อร่อยย!"

"โอ้ว นี่มันอร่อยจริง!"

"ขอล่ะ กินเงียบๆหน่อย"

"..."

คังฮาจินได้กินเงียบๆทันทีหลังจากได้ยินคำพูดตรงๆของยูอิลฮาน แน่นอนว่ายูมิลเป็นข้อยกเว้น

"พ่อครับ ผมขออีก! ผมคิดว่าเลเวลผมจะเพิ่มขึ้นถ้าได้อีกจาน"

"ได้เลย ได้ มิลกินเยอะๆเลยนะมิลจะได้โตไวๆ"

"...แค่กินเลเวลเขาก็อัพแล้ว?"

การกินอาหารกับคนอื่นๆแบบนี้มันเป็นความสุขที่เขาไม่อาจจะหาได้ในตอนที่ถูกทิ้งไว้! เมื่อนึกไปถึงการเข้าร่วมการต่อสู้แข่งขันที่น่ารำคาญนี้เพื่อปกป้องความสุขเหล่านี้ของเขาทำให้ตัวเขาเต็มไปด้วยพลังในทันที

หลังจากนั้นยูอิลฮานก็ต้องทำอาหารเพิ่มอีกถึงสองชุดเพื่อเติมเต็มท้องของทุกคน

ในที่สุดแล้วช่วงเวลาที่น่าเศร้าสำหรับบางคนและช่วงเวลาที่มีความสุขของบางคนก็ได้จบลงไปแล้ว และมันก็ถึงเวลาที่จะต้องไปที่โลกชั้นสูงแล้ว บางคนก็พยายามปรับตัวในขณะเดินไปและบางคนก็อยากที่จะมีชื่อเสียงเหมือนกับซูซาโนะผ่านการต่อสู้นี้

แม้ว่าพวกเขาแต่ล่ะคนจะมีความคิดที่ต่างกันไปมากมาย แต่วัตถุประสงค์หลักๆของพวกเขาที่เข้าไปในเกตก็เหมือนกัน เพื่อที่จะนำกับดักแห่งการทำลายระดับสูงกลับมาช่วยโลก!

[โอ้ลูฟิโอร่า ฉันไม่ได้มาซักพักแล้วนะ] (เลียร่า)

[มันเป็นครั้งแรกของฉันเลย ฉันไม่เคยมาดูแลที่นี่เลย] (เอิลต้า)

"โว้ว...!"

หลังจากเขามาในเกตแล้วพวกเขาต่างก็ตกตะลึง ที่นี่มันใหญ่มาก แม้แต่ยูอิลฮานที่ได้ไปโลกอื่นมาถึงสามโลกแล้วยังตกตะลึง

"ร้อนมาก...!"

"ไม่ นี่มันกำลังจะไหม้แล้ว! ให้ตายสิ ไม่มีจอมเวทย์น้ำอยู่ที่นี่เลยหรอ?"

ทุกๆอย่างรวมไปถึงทั้งหญ้า ต้นไม้ ดอกไม้ แมลงและกระทั่งดวงอาทิตย์ยังใหญ่กว่าที่โลกถึงสิบเท่าทั้งนั้น มันได้ทำให้สภาพแวดล้อมที่นี่ร้อนมากๆ

แน่นอนว่ากับยูอิลฮานที่ได้รับฉายาวีรชนแห่งเพลิง มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสะนิดเลยด้วยซ้ำไป... แต่ว่าสิ่งมีชีวิตอื่นๆเติบโตที่นี่ได้ยังไงกันล่ะเนี้ย?

[นายกำลังคิดที่จะไปไล่ฆ่ามันมาทำเป็นอาหารใช่ไหม?] (เลียร่า)

"ฉันขอสักหน่อยได้ป่ะ?"

[แล้วนายคิดว่าได้ทำได้หรอ?] (เลียร่า)

ดวงตายูอิลฮานได้ส่งประกายออกมา มันเหมือนกับจะบอกว่า 'ต่อให้ไม่บอกฉันก็รู้' เลียร่าได้พ่ายแพ้ไปในสามวินาที

[...แน่นอนว่านายทำได้ ในเมื่อเป็นคำขอของอิลฮาน ฉันจะรับผิดชอบเอง แค่นิดเดียวโอเคนะ?] (เลียร่า)

[ไม่มีวัน!] (เอิลต้า)

[ดูเหมือนตอนนี้ฉันต้องออกหน้าแล้ว] (สเปียร่า)

เลียร่ากับเอิลต้าดูผ่อนคลายมาก แต่ว่ากับสเปียร่าที่ทำหน้าที่เป็นคนพิพากษาบนโลกนั้นต่างออกไป

หลังจากตรวจสอบว่าผู้เข้าร่วมทั้งพันคนได้ข้ามมาที่ลูฟีโอร่าได้ปลอดภัยแล้ว เธอได้สั่งให้ทูตสวรรค์ที่รออยู่ที่นี่และหันมาพูดกับยูอิลฮาน

[นับจากนี้ไปฉันจะกลายเป็นผู้ตัดสินจนกว่าการต่อสู้จะจบลง ยูอิลฮาน อย่าเผลอตัวล่ะการต่อสู้แรกของโลกใกล้จะเริ่มแล้ว... ถึงฉันจะไม่จำเป็นต้องพูดก็ตามที] (สเปียร่า)

"ได้เลย ไม่ต้องห่วง"

สเปียร่าไม่ได้พูดออกไรออกมาอีกเมื่อเห็นเขาแอบไปพยายามจะดึงหน้าออกมาลับๆและหยักหน้าให้เขา เธอได้บินออกไปด้วยรอยยิ้มและผู้เข้าร่วมก็ได้ถูกทูตสวรรค์ที่รับคำสั่งจากสเปียร่าพาไปที่สนามสำหรับการต่อสู้ในโลกที่กว้างใหญ่ใบนี้

[ชั้นป้องกันจะถูกสร้างขึ้นมาในทันทีที่คุณข้ามเส้นแบ่งนี้ไป คุณจะถูกอัญเชิญกลับไปที่โลกในทันทีทีชั้นป้องกันพังลง และการโจมตีจากพรรคพวกก็มีความเสียหายด้วยเช่นกันดังนั้นโปรดระวังไว้ด้วย นอกจากนี้คุณก็จำเป็นจะต้องรักษาชั้นป้องกันเอาไว้จนกว่าจะจบการต่อสู้ตั้งหมด โปรดอย่าทำลายชั้นป้องกันนอกจากการต่อสู้]

"พลังงานของโล่จะฟื้นฟูไหม?"

[มันจะฟื้นฟูเมื่อเวลาผ่านไป ถ้าคุณได้รับความเสียหายที่ใกล้จุดสำคัญ พื้นฐานเลยคือถอยกลับไปรวมกลุ่มใหม่]

ทูตสวรรค์ได้ถอยออกไปหลังจากที่ได้ให้ข้อมูลพื้นฐานเอาไว้ ตอนนี้มีเพียงแค่คำที่บอกว่าเหลือเวลาอีก 10 นาทีเท่านั้นก่อนการต่อสู้จะเริ่มขึ้น

"เมื่อพวกเราข้ามเส้นแบ่งนี้ไป..."

"กับดักแห่งการทำลาย โลกได้เจอกับประสบการณ์คลื่นมอนสเตอร์คลาส 3 จากการที่ขาดแคลนกับดักแห่งการทำลายระดับสูง...! ฉันจะต้องปกป้องโลกให้ได้อย่างแน่นอน!"

เมื่อผู้คนได้ยืนอยู่ที่ขอบเว้นที่ไหลไปมาจางๆ พวกเขาทั้งหมดต่างถอนหายใจออกมาด้วยความกังวล นี่มันเป็นเรื่องปกติในเมื่อพวกเขาแบกน้ำหนักของชะตาโลกไว้บนบ่า พวกเขาทำได้แค่ระวังตัวกระทั่งการเคลื่อนไหวเล็กๆ

ยังไงก็ตามผู้โดดเดี่ยวมักจะตะโกนว่าใช่ ในตอนที่คนอื่นพูดว่าไม่

ยูอิลฮานได้ข้ามผ่านไปโดยที่ไม่คิดกังวลเรื่องใครแม้แต่นิด ยูมิลกับลูกน้องคนอื่นๆก็ตามเขาไปตามลำดับ

"ว้าว!"

ยายูนาได้ร้องออกมาโดยไร้ความลังเลใดๆ จากนั้นเธอก็มองไปทีคังมิเรย์

"เราก็ไปกันเถอะมิเรย์"

"...แน่นอนสิ"

คังมิเรย์ได้หยักหน้าและข้ามเส้นแบ่งเขาไป เมื่อเธอทำแบบนี้ได้มีเวทย์ระดับสูงเข้ามาปกคลุมร่างของเธอ เธอได้เงยหน้าขึ้นมาด้วยความตั้งมั่นว่าเธอจะต้องได้เวทย์แบบนี้ในสักวัน

การต่อสู้ได้เริ่มขึ้นแล้ว

ชาวโลกได้เอาชนะในเวลา 7 นาที

หลังจากนี้การต่อสู้อีกสามครั้งก็ได้จบลงในทำนองคล้ายๆกัน ในตอนนี้โลกได้เข้าสู่รอบชิงแล้ว

จบบทที่ บทที่ 144 - MVP คือฉัน (3) [อ่านฟรีวันที่ 05/04/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว