เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 143 - MVP คือฉัน (2) [อ่านฟรีวันที่ 31/03/2562]

บทที่ 143 - MVP คือฉัน (2) [อ่านฟรีวันที่ 31/03/2562]

บทที่ 143 - MVP คือฉัน (2) [อ่านฟรีวันที่ 31/03/2562]


บทที่ 143 - MVP คือฉัน (2)

 

ยูอิลฮานกับยูมิลได้จัดการอาหารที่มีอยู่ในบ้านไปกว่าครึ่งจนหมดก่อนที่จะปิดท้ายด้วยไอศครีมในปาก

ทูตสวรรค์ เอลฟ์ มนุษย์ และหมาป่าหนึ่งตัวได้เล่นแข่งปิงปองกันจนเสร็จแล้วตอนนี้ก็กำลังเล่นเกมแข่งรถใน Playst*tion กัน

"ดูสกิลการดริฟฉันสิ้! วู้!" (นายูนา)

"มันก็งั้นแหละน่า!" (คังมิเรย์)

[กรี๊ด ระเบิด!] (เลียร่า)

[ปีกของเธอมันบังจออยู่นะ] (เอิลต้า)

มีอยู่สี่คนที่กำลังเล่นเกมอยู่ ส่วนคนี่เหนือต่างก็มองไปที่จอขนาดใหญ่พร้อมกับขยับตัวไปมาเหมือนในเกมคล้ายกับว่าพวกเขากำลังเล่นเอง

เขาเห็นได้ชัดเลยว่าความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาในเวลาแค่สิบวันแน่ แต่ที่เขาทึ่งไปกว่่านั้นก็คือการที่เลียร่าไปร่วมกลุ่มกับพวกนี้ได้

ยูมิลก็ดูเหมือนว่าเขาก็อยากจะเข้าไปเล่นด้วยดังนั้นยูอิลฮานก็ปล่อยให้เขาไป ในตอนนี้เองสเปียร่าก็ได้เดินเข้ามาหาเขา

[ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรสินะ] (สเปียร่า)

"โชคดีที่ทั้งพ่อกับแม่ของฉันปกติดี"

ถ้าหากว่าพ่อหรือแม่ของเขาได้มีประสบการณ์กับพันปีจริงๆ ถ้างั้นพวกเขาก็น่าจะมีปฏิกิริยาอะไรสักอย่างกับคำพูดของยูอิลฮาน ยูอิลฮานมั่นใจเลยว่าพ่อแม่ของเขาได้ใช้ชีวิตแบบปกติจากการที่เขามั่นใจในการอ่านสีหน้าของคนอื่น

[ฉันก็ได้รับรายงานมาจากทูตสวรรค์หลายคนจากโลกที่พ่อแม่นายไปมา พวกเขาได้ใช้เวลาสิบปีเหมือนกับคนอื่นๆแน่นอน และพวกเขาก็กลับมาพร้อมมนุษย์คนอื่น แม้ว่าฉันจะไม่แน่ใจนัก แต่ว่ามันก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิดขึ้นโดยที่ไม่ใช่ทางกรรมพันธ์นาย] (สเปียร่า)

"งั้นหรอ?"

ยูอิลฮานได้หยักหน้าและขำออกมา จากนั้นเขาก็ได้รู้ถึงเจตนาที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของสเปียร่าและถามเธอด้วยคิ้วที่ขมวดขึ้น

"ทำไมเธอถึงได้ส่งฉันไปล่ะในเมื่อเธอก็สืบเองได้นี่? ไม่สิ เอาเถอะ มันก็ไม่ใช่มันไม่ได้อะไรในเมื่อฉันก็ได้พามิลไปแนะนำตัวกับพ่อแม่แล้วก็ไปเจอพ่อกับแม่ด้วย"

[นายก็น่าจะรู้ดีว่าทูตสวรรค์ไม่ได้สมบูรณ์แบบ มันอาจจะมีใครที่พลาดอะไรไปก็ได้ นั่นมันเลยทำให้ฉันอยากจะให้นายไปยืนยันด้วยตัวเองไงล่ะ] (สเปียร่า)

หากทูตสวรรค์สมบูรณ์แบบ มันก็คงไม่มีทางที่พวกเธอจะต้องมาวุ่นวายเพราะพวกกลุ่มสิ่งมีชีวิตระดับสูงกลุ่มอื่นๆแน่ แล้วก็จะไม่มีคนทรยศคนใดอีกด้วย สเปียร่าได้พูดเสริมออกมาทำให้ยูอิลฮานพูดอะไรกลับไปไม่ได้ในเรื่องนี้

"... ความภาคภูมิใจของเลียร่ากับเอิลต้าในฐานะของทูตสวรรค์ระดับสูงได้สูงเฉียดฟ้าในตอนที่เจอพวกกันครั้งแรก แต่ว่าเธอลองมามองตอนนี้สิ..."

[มันจะไม่มีความก้าวหน้าขึ้นหากไม่มีการรู้ถึงความไม่สมบูรณ์แบบ พวกเธอทั้งสองคนนั้นที่ก้าวหน้าได้ก็เพราะพวกเธอก็เข้าใจเรื่องนี้ดี] (สเปียร่า)

"ใช่แล้ว เธออย่าพูดแบบนั้นเลย"

ยูอิลฮานได้พึมพัมในขณะที่มองดูเลียร่าใช้ปีกของเธอบังจอ และเอิลต้าก็บ่นอย่างไม่ปราณีใดๆ

แม้ว่าเขาเขาจะไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้พวกเธอกลายมาเป็นแบบนี้ แต่จากที่มองดูพวกเธอดูน่าสิ้นหวังแล้ว แม้ว่าในตอนแรกพวกเธอจะแสดงด้านที่ฉลาดออกมาก็ตาม

[แทนที่จะสนเรื่องนั้นนายควรเตรียมตัวดีกว่า] (สเปียร่า)

"เตรียมตัวสำหรับอะไร?"

[เมื่อตะกี้ ประกาศสงครามแข่งขันได้เริ่มขึ้นแล้ว] (สเปียร่า)

ยูอิลฮานได้หยุดขยับไปครู่หนึ่งเลย เขารู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายที่ผ่อนคลายของเขาได้ตรึงเครียดขึ้นในทันที

การต่อสู้แข่งขัน ทำไมเขาจะไม่รู้เกี่ยวกับมันล่ะ? เขาได้ไปจัดการกวาดล้างจักรวรรดิที่ต่างโลกก็เพราะเรื่องนี้

เขาได้จ้องไปยังกลุ่มคนที่เล่นเกมแข่งรถและหันกลับมามองสเปียร่าอีกครั้ง

"แล้วในตอนนี้เธอบอกได้แล้วหรอ?"

[มันเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว อีกเดี๋ยวเรื่องนี้จะถูกบอกกับชาวโลกทั้งหมดแล้ว] (สเปียร่า)

"อีกกี่วันล่ะ?"

[ในอีกสามชั่วโมง เวทีที่จะเลือกคนที่เข้าร่วมจะถูกจัดตั้งขึ้นมา] (สเปียร่า)

ไม่ใช่วันแต่อีกไม่กี่ชั่วโมงแล้ว

"ฮ่า เธอนี่ให้เวลาฉันมา 'มาก' เลยนะเนี้ย"

[มันไม่จำเป็นต้องรีบหรอก ผู้ที่เข้าร่วมจะถูกเลือกใน 24 ชั่วโมง สถานที่คือในนิวยอร์กที่ที่มีการต่อสู้กับโลกที่ถูกทิ้ง] (สเปียร่า)

อ่า ที่แห่งนั้นเป็นที่ที่ดีที่สุดแล้วเนื่องจากมันเป็นที่ที่ทุกๆคนในโลกต่างก็ให้ความสนใจ

[ไม่ว่าใครก็เข้าร่วมได้หากคนๆนั้นอยากจะนำกับดักแห่งการทำลายกลับมาสู่โลก มีเพียงแค่หนึ่งพันคนเท่านั้นที่จะได้รับคุณสมบัติในการเข้าร่วมการแข่งขันนี้] (สเปียร่า)

"หนึ่งพัน...?"

ยูอิลฮานได้เอียงหัวออกมา เขาได้พบว่ามีบางอย่างแปลกๆ

พวกที่ฟีราต้าจำเป็นจะต้องกลืนเวเนซุเอล่าไปด้วยหรอหากว่าจำนวนผู้เข้าร่วมมากแบบนี้? พวกเขาไม่จำเป็นต้องส่งกองกำลังนับล้ามมานี่นา!

[กฏของการแข่งขันมันจะแตกต่างกันออกไปตามแต่สมดุลของแต่ล่ะโลก แม้ว่ากฏในคราวนี้จะเป็น 'การต่อสู้ของกองกำลังระดับสูง' แต่ดูเหมือนที่ฟีราต้าในหายนะขั้นที่สองของพวกเขาจะอยู่ในกฏ 'การต่อสู้เต็มกำลัง' ] (สเปียร่า)

"นั่นมันฟังดูน่ากลัวไปเลยนะ"

มันหมายความว่าอาณาจักรคาดร้าอาจจะต้องแบ่งกองกำลังของพวกเขาออกไปนอกเวเนซุเอล่า เมื่อคิดดูแล้วมันก็เป็นไปได้นี่ที่เขาจะไม่ได้ป้องกันผู้บุกรุกของจักรวรรดิคาดร้าโดยสมบูรร์ ยูอิลฮานได้รู้สึกสั่นขึ้นมา

แน่นอนว่า จักรวรรดิที่เขากำลังพูดถึงนี้ก็น่าจะใกล้ล่มสลายเพราะพวกมอนสเตอร์แล้ว... ในระหว่างที่เขาคิดแบบนี้สเปียร่าก็ได้พูดชึ้นมาอีกครั้ง

[นายจำเป็นจะต้องได้รับตำแหน่งที่ดีในการแข่งนี้] (สเปียร่า)

"ต่อให้เธอไม่พูดฉันก็จะทำให้ดีที่สุดอยู่แล้ว แต่ว่า... ทำไมกันล่ะ?"

[การต่อสู้แข่งขันมันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนะ แล้วโลกในตอนนี้ก็กำลังพัฒนาขึ้นไปอย่างก้าวกระโดด ฉันรับประกันได้เลยว่ามันจะไม่มีการต่อสู้แข่งขันขึ้นอีกก่อนหายนะครั้งใหญ่ขั้นที่สามแน่] (สเปียร่า)

การต่อสู้แข่งขันได้จัดขึ้นใน ลูฟีเอล่า โลกชั้นสูงที่อยู่ในการปกครองของสวรรค์ ตามปกติแล้วจะไม่มีสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำใดๆเข้าไปในโลกนี้ได้

พวกเขาจะเข้าไปได้ก็ต่อเมื่อมีการต่อสู้แข่งขันขึ้น นอกจากแบบนี้จะไม่มีข้อยกเว้นใดๆแม้แต่โลกของยูอิลฮานก็ตาม

สัญชาตญานของยูอิลฮานได้ตื่นขึ้นหลังจากได้ยินเรื่องนี้

"หืม โลกชั้นสูง ตอนนี้มันทำให้ฉันกังวลแล้วสิ"

[ฉันรู้นะว่านายกำลังคิดอะไรอยู่] (สเปียร่า)

สเปียร่าได้ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม

[มันจะไม่มีเหตุการที่กลุ่มสิ่งมีชีวิตชั้นสูงอื่นบุกเข้ามาในโลกชั้นสูงที่อยู่ใต้การปกครองของสวรรค์แน่ การทำแบบนั้นมันก็เหมือนกับการที่ทูตสวรรค์บุกเข้าไปในกำแหงแห่งความโกลาหล ต่อสู้กับกองกำลังหลักของกองทัพปีศาจแห่งการทำลายแล้วยังมีชีวิตรอดกลับมาได้นะ นี่มันเป็นไปไม่ได้เลย] (สเปียร่า)

"เฮ้ ตรงนั้นก็มีอยู่คนนึงนี่"

[แต่นั่น... นายพูดถูกแหละ] (สเปียร่า)

ยูอิลฮานได้ชี้ไปที่ทูตสวรรค์ขี้โกงที่เอาปีกปิดจอไว้ไม่ให้คนอื่นเห็นในขณะที่ขับรถแซงคนอื่นไปทำให้สเปียร่าได้แต่หยักหน้า

[ฉันรู้เรื่องนี้แล้วจะทำให้มันมีความปลอดภัยให้มากยิ่งขึ้น] (สเปียร่า)

"ขอร้องเลยนะ โอ้แล้วก็ทำให้คุณนายูนาเป็นทูตสวรรค์ที่เหมาะสมด้วย แม้ว่าฉันจะไม่ได้สนใจเรื่องของเธอนัก แต่ว่าในตอนนี้หากคุณมิเรย์เป็นไปด้วย มิลจะเศร้าเอาได้"

[ฉันจะจำเอาไว้แล้วกัน] (สเปียร่า)

หลังจากนั้นยูอิลฮานก็เดินเข้าไปหากลุ่มที่เล่มเกมกัน เกมเพิ่งจะจบลงและเลียร่ากำลังถูกลงโทษด้วยการดีดมะกอก

"ฉันชนะเธอ นี่แน๊ะ!"

"นี่ นี่ นี่!"

[มันเป็นรอยช้ำแล้วนะ ให้ตายสิ!] (เลียร่า)

มันดูเหมือนว่าทุกๆคนจะไม่ชอบเลียร่าทำให้การลงโทษมันไม่ได้จบลงไปง่ายๆแม้ว่าจะผ่านไปสักพักแล้ว แถมยูอิลฮานก็ไม่ว่างจะดูไปตลอด เขาได้จบการลงโ?ษนี้ด้วยการดีดหน้าผาก

"พอได้แล้ว นิ้วเธอช้ำแล้วนะ"

[อ่า ฉันรักนายอิลฮาน!] (เลียร่า)

"อ่า นายก็ไม่ได้เล่นด้วยซ้ำไป ดังนั้นนายก็ต้องถูกลงโทษเหมือนกัน!" (นายูนา)

"นี่ฉันเป็นเจ้าของบ้านนะ เกมจบลงแล้ว แล้วเวลาพักก็จบลงแล้วเหมือนกัน"

แม้ว่าพวกเขาอาจจะเศร้านิดๆที่ไม่ได้ใช้เวลาเต็ม 72 ชั่วโมง แต่ว่ามันไม่มีเวลาให้เสียไปอีกแล้ว ท่าทีคังมิเรย์ได้เปลื่ยนไป มันดูเหมือนเธอจะรู้แล้วว่ายูอิลฮานมีบางอย่างจะบอก

"ในอีกสามชั่วโมงจะมีเวทีเพื่อเลือกตัวผู้เข้าไปมีส่วนร่วมในการต่อสู้แข่งขันที่กองทัพสวรรค์จัดขึ้น จากที่นได้ยินมาการทำความสำเร็จที่นั่นมากมันจะทำให้เราทนกับหายนะครั้งใหญ่ขั้นที่สองได้ รายละเอียดไว้ให้เอิลต้าอธิบายนะ"

[ทำไมเป็นฉันอีกแล้วที่ต้องมาอธิบายตลอดเลยล่ะ!?... ฟังให้ดีนะ ฉันจะอธิบายครั้งเดียว! การต่อสู้แข่งขันมันหมายถึง...] (เอิลต้า)

การเผยเรื่องน่าตกใจของเอิลต้าได้ดำเนินต่อไป เนื่องจากทุกคนที่นี่รู้ว่าหน้าที่กองทัพสวรรค์คือวางกับดักแห่งการทำลาย พวกเขาจึงเข้าใจได้เร็ว

ในระหว่างอธิบายยูอิลฮานก็ได้รู้ถึงเรื่องใหม่ๆคือกฏของการแข่งขัน เขาคิดว่ามันจะเป็นการทำลานทุกอย่าง แต่ดูจะไม่ใช่แบบนั้นแล้ว

[ผู้เข้าร่วมทุกๆคนจะได้รับอุปกรณ์ประกันภัยขั้นต่ำกันหมด เป้าหมายของกองทัพสวรรค์คือการแจกจ่ายกับดักแห่งการทำลายออกไปเพื่อไม่ให้พลังโดยร่วมของแต่ล่ะโลกอ่อนแอ] (เอิลต้า)

เพื่อการนั้นผู้เข้าร่วมทุกๆคนจะได้รับชั้นป้องกันบางๆอยู่เหนือผิวหนัง และชั้นป้องกันนี้จะพังลงไปเมื่อได้รับความเสียหายจำนวนหนึ่งและผู้เข้าร่วมคนนั้นก็จะถูกส่งกลับไปที่โลกของตัวเอง และผลการต่อสู้จะตัดสินจากจำนวนของผู้เข้าร่วมฝั่งอื่นที่ถูกจัดการออกไประว่างการต่อสู้หรือว่าฝั่งศัตรูถูกจัดการให้ออกไปจนหมด

ยังไงก็ตามหากว่าพวกเขาชนะการต่อสู้แล้ว ผู้ที่ถูกกำจัดออกไปจะไม่อาจจะกลับมาเข้าร่วมได้อีก ดังนั้นสิ่งสำคัญเลยคือการรักษากองกำลังเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

"แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนที่มีพลังพอที่จะฉีกชั้นป้องกันและฆ่าผู้เข้าร่วมได้ในทีเดียวล่ะ?"

[ชั้นป้องกันคือสิ่่งที่เราทำให้มากที่สุดแล้ว การแข่งขันนี้กเพื่อปกป้องโลกของพวกเขาเอง ดังนั้นหากพวกเขาไม่เตรียมรับเรื่องนี้ พวกเขาก็ไม่ควรเข้าร่วมแต่แรก] (เอิลต้า)

"นี่มันดูเย็นชาจังเลยนะ..."

การต่อสู้แข่งขันจะแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่คือรุ่นใหม่กับรุ่นเก่า รุ่นใหม่จะเป็นการแข่งขันระหว่างโลกที่กำลังจะเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่ขั้นที่สอง และรุ่นเก่าจะเป็นการแข่งขันระหว่างโลกที่กำลังจะเผชิญหายนะครั้งใหญ่ขั้นที่สาม จะมีเพียงแค่คนที่แข็งแกร่งที่สุดสี่คนในรุ่นใหม่แลคนที่แข็งแกร่งที่สุดสี่คนในรุ่นเก่า เท่านั้นที่จะได้รับกับดักแห่งการทำลายที่ทำจากวัสดุที่ดี

"ทำไมถึงไม่จัดการแข่งแบบเก็บคะแนนแบบยุติธรรม แต่เป็นการแข่งรอบเดียวจบล่ะ?"

[ในตอนนี้มี 48 โลกที่มีคุณสมบัติเข้าร่วมการแข่งรุ่นใหม่ พวกเราไม่อาจจะให้ผู้แข็งแกร่งที่สุดทั้งพันคนในแต่ละโลกมาต่อสู้ 47 ครั้งได้ พวกเขาอาจจะยอมแพ้กับการชิงกับดักแห่งการทำลายไปก่อนแล้วก็ได้] (เอิลต้า)

"นั่นก็จริง...."

หากว่ามันไม่ใช่การต่อสู้ของกองกำลังระดับสูงแต่เป็นการต่อสู้งทั้งหมด ถางั้นสถานการณ์มันน่าจะรุนแรงยิ่งไปกว่านี้อีก ทุกๆคนได้ยอมรับกับคำพูดนี้ของเอิลต้า

"ติดหนึ่งในสี่งั้นสินะ...!"

คังมิเรย์ได้ถอนหายใจออกมาหลังจากตระหนักได้ถึงความสำคัญของสถานการณ์นี้และนายูนาได้หดหู่ลง

"ทูตสวรรค์บอกแค่สิ่งที่กำลังจะมาถึงตลอดเลย"

[อ่า ต่อให้เธอรู้อะไรก่อนเธอก็ทำอะไรกับมันไม่ได้อยู่ดี] (เลียร่า)

"แต่ว่าพวกเราก็อยากจะได้รู้ก่อน....!"

[นี่มันยังไม่หมดนะ] (เอิลต้า)

แม้ว่ามันจะดีแล้วหากหมดแค่นี้ แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น หลังจากที่ได้คัดเลือกสี่ทีมของทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเกาแล้ว การแบ่งรุ่นใหม่กับรุ่นเก่าก็จะหมดลงไปและการต่อสู้สุดท้ายที่แท้จริงจะเริ่มขึ้น

นี่มันก็ยังเป็นเหตุผลให้ฟีราต้าบุกเข้ามาที่โลกก่อนที่มันจะเกิดหายนะครั้งใหญ่ครั้งที่สาม

"ได้ยังไงกัน?"

[มันเป็นเพราะว่าเผื่อในกรณีที่รุ่นใหม่แข็งแกร่งกว่ารุ่นเก่านะ ยังไงก็ตามหากว่าการแข่งขันจบลงแบบแบ่งแบบนั้น งั้นพวกรุ่นใหม่ที่เก่งกว่าก็จะเกิดการไม่พอใจใช่ไหมล่ะ? แน่นอนว่าพวกเขาก็ยังสามารถจะเลือกยอมแพ้เมื่อถึงจุดนั้นได้เช่นกัน] (เอิลต้า)

ใช่แล้ว กองกำลังในปัจจุบันของโลกถูกพิจารณาว่าใกล้เคียงกับโลกที่อยู่ในหายนะขั้นสองไปแล้ว และหากว่ามีโอกาสที่จะได้รับกับดักแห่งการทำลายขั้นสูงอยู่ตรงหน้าทำไมพวกเขาถึงจะไม่ทำกันล่ะ

[เพื่อการนั้น นายจะต้องสู้จนกว่าจะจบลงและห้ามแพ้] (เอิลต้า)

"ขอบคุณที่แนะแนวทางที่ชัดเจนให้นะ"

"...พวกเราน่าจะต้องรีบแล้ว พวกเราจำเป็นต้องไปคุยกับพันธมิตรแนวหน้า แล้วเราก็ยังต้องประกาศออกไปให้รัฐบาลของประเทศต่างๆเพื่อคัดเลือกปาร์ตี้ที่สมดุลและปาร์ตี้ที่มีเลเวลสูงที่สุดเท่าที่เป็นไปได้... โอ้ แล้วเมื่อไหร่การคัดเลือกจะจบลงล่ะ?"

[24 ชั่วโมงหลังจากเวทีถูกติดตั้งขึ้น] (เอิลต้า)

"งั้นพวกเราต้องรีบแล้ว"

คังมิเรย์ได้เก็บของอย่างรวดเร็วและโทรออกไปซักที่ ซึ่งน่าจะเป็นที่อเมริกา

"ฉันไม่อยากจะกลับไปนิวยอร์กซักพักนะ แต่ว่าพวกเราต้องกลับกันไปเดี๋ยวนี้แล้ว คุณยูอิลฮาน ถ้าคุณไม่ว่าอะไรก็ไปด้วยกันเถอะ"

"รอเดี๋ยวก่อน ฉันมีบางอย่างที่อยากจะรู้"

ยูอิลฮานได้ถามกับเอิลต้า

"มอนเตอร์จะเข้าร่วมการคัดเลือกได้ปะ?"

[มันไม่มีข้อจำกัดใดๆในการคัดเลือกผู้เข้าร่วม!] (เลียร่า)

"เยี่ยม แล้วถ้างั้นเอลฟ์ล่ะ?"

[แน่นอน แม้ว่าจริงๆแล้วการคัดเลือกผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะไม่ได้เข้มงวด แต่การที่มอนสเตอร์อยู่ฝั่งมนุษย์ คนจากโลกอื่นมาร่วมด้วย สิ่งแบบนี้มันไม่เคบเกิดขึ้นมาก่อนเลย โลกนายนี่มันแย่จริงๆนะ!] (เลียร่า)

งั้นนั่นก็เป็นเหตุผลทำให้ฟีราต้าจะเข้ารวมการแข่งขันด้วยการใช้ผิวหนังของมนุษย์ด้วย! ยูิลฮานได้ตอบกลับเลียร่าที่กำลังหัวเราะคิกๆไป

"เรื่อง ไร้ สาระ ทำ นอง แบบ นั้น มัน ก็ เกิด ขึ้น บน โลก นี่"

[อึก] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้พูดเน้นในแต่ละคำ เส้นเลือดได้ปูดขึ้นมาบนหน้าผากเขาแล้ว เลียร่าได้แต่สะอึกอย่างตกใจ

"ดังนั้นเธอจำเป็นต้องแก้กฏในอนาคตใช่ไหม?"

[ค่ะ ท่าน!] (เลียร่า)

"ในเมื่อเราเป็นคนที่เสียหาย งั้นการแข่งขันในครั้งนี้ก็ปล่อยผ่านไปก่อนแล้วค่อยแก้ครั้งหน้านะ"

[เราจะทำแบบนั้น] (เลียร่า)

"ดี ดีมาก"

ยูอิลฮานได้ออกคำสั่งมากมายกับทูตสวรรค์ คังมิเรย์กับนายูนาที่มองดูฉากนี่ต่างก็ทึ่งไป ในขณะที่สเปียร่ากับเอิลต้าได้ถอนหายใจขึ้น

"ถ้างั้น...."

"พูดมาเลยนายท่าน"

ในตอนที่ยูอิลฮษนได้หันหน้าไปหลังจากเลียร่าสัญญากับเขา เอริเซียที่อยู่ที่นี่ เธอที่ดูน่าไว้ใจที่สุดจากการที่เข้ามาหาเขาและคอยเขาอยู่หลังจากรู้ถึงสิ่งที่พวกเขาคุยกัน

"ช่วยเรียกเฟมิลที เขาจะไปนิวยอร์กด้วย"

"แม้ว่ามันจะขัดสายตาท่าน แต่มีหมาป่าหลายตัวที่แข็งแกร่งกว่าคนบนโลก ฉันต้องรวบรวมพวกเขาทั้งหมดไหมคะ?"

"ไม่ แค่เฟมิลพอแล้ว แทนที่จะทำแบบนั้นเลือกตัวที่แข็งแกร่งแล้วให้พวกนั้นป้องกันที่โซลในตอนเราไม่อยู่ดีกว่า"

"ค่ะ"

เอริเซียได้ออกไปเรียกเฟมิลกับหมาป่าตัวอื่นๆทันที ในขณะที่คังมิเรย์กับนายูนาก็แสดงสีหน้าที่โล่งใจออกมาเมื่อพวกเขารู้ว่าเฟมิล กับเอลฟ์ก็จะไปด้วย

"ท่านจักรพรรดิ พวกเราควรจะไปรวบรวมเอลฟ์มาด้วยไหมครับ? ถ้าหากเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่ถูกท่านฝึกมา พวกเขาก็พร้อมจะมาเป็นพลังให้ท่านเมื่อท่านต้องการนะครับ!"

"แค่ที่ดาเรย์พวกเขาก็ลำบากพอแล้ว ฉันพาพวกนายสี่คนมาก็เพราะช่วยไม่ได้ แต่ว่าฉันจะไม่พาใครมามากกว่านี้แล้ว"

แม้ว่าทุกๆคนก้าวหน้าอย่างราบรื่น แต่หากเขาพามามากกว่านี้ ถ้างั้นเผ่าเอลฟ์ที่นั่นอาจจะสูญพันธ์ไปเลยก็ได้ เขาไม่อาจจะพาพวกนั้นมาได้

นอกไปจากนี้เอลฟ์สี่คนที่นี่ก็มีเลเวลเฉลี่ยที่ 130 และพีทที่มีเลเวลสูงสุดก็คือ 134 แล้ว มันไม่มีความจำเป็นจะต้องเรียกกำลัง...

ในตอนนี้เองเขาก็นึกบางอย่างขึ้นได้

"พีท"

"ครับ"

ยูอิลฮานได้เอาธนูระดับอีปิคที่หลับไหลมาตลอดในช่องเก็บของส่งให้เขา หลังจากเห็นสิ่งนี้ความสนใจของทุกคนก็อยู่ที่มันทันที

"ท่านจักรพรรดิ สมบัตินี่..."

"เป็นไงล่ะ นายคิดว่านายใช้ได้ไหม?"

"...แม้ว่ามันจะยากมากๆ แต่ผมคิดว่าผมน่าจะฝืนใช้ได้"

ข้อจำกัดธนูวิถีแห่งยมทูตคือต้องเป็นนักธนูที่มีคลาส 3 และพละกำลังกับความคล่องแคล่วต้องสูงกว่า 250 เนื่องจากค่าสเตตัสของพีทเน้นไปที่พละกำลังกลับความคล่องแคล่วอยู่แล้ว ทำให้เขาพอจะถึงข้อจำกัดเหล่านี้

ยูอิลฮานได้หยักหน้าและกางมือออกมา

"ถ้างั้นนับจากนี้มันจะเป็นของนายแล้ว"

"ท่านจักรพรรดิ"

พีทได้เงียบลงไป เขาดูเหมือนจะร้องไห้เหมือนกับเด็กสาวแล้วดังนั้นยูอิลฮานจึงผลักเขาออกไป จากนั้นเขาก็พูดกับเอลฟ์คนอื่นๆที่มองอยู่

"ถ้าพวกนายทำได้ดี สักพักหนึ่งฉันก็จะทำให้พวกนายด้วย"

"ถ้าเราทำได้ดี..."

"ถ้าเราทำได้ดี ระดับอีปิคเลยนะ!"

พวกเอลฟ์ต่างก็เต็มไปด้วยไฟที่ลุกโชนหลังจากคิดว่าพวกเขาอาจจะได้ใช้อาวุธระดับอีปิคในอนาคต คังมิเรย์ได้เผลอพูดออกมาเมื่อเห็นฉากนี้

"แม้ว่าฉันจะรู้ว่านายสร้างของระดับตำนานได้... แต่กระทั่งของระดับอีปิคนี่มัน...?"

จากการอยู่ร่วมกับลูกน้องของยูอิลฮานมานานทำให้เธอรู้แล้วว่าพวกเขาไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นเอลฟ์ และอาวุธที่แวนการ์ดขายทั้งหมดก็ถูกยูอิลฮานทำขึ้น

กำไลข้อมือระดับตำนานที่เธอได้มาจากเอิลต้าก่อนการต่อสู้มันมีคุณภาพมากๆและมันได้ช่วยให้พวกเธอเอาตัวรอดได้อย่างมากในต่างโลก เธอตกใจมากที่เขาก็เป็นช่างตีเหล็กด้วย แต่ว่า... เขาทำของระดับอีปิคได้ด้วยนี่มัน...

ยังไงก็ตามยูอิลฮษนก็แค่เอียงหัวและถามออกมา

"แม้อย่างนั้นฉันก็ทำพวกมันตามต้องการไม่ได้ตลอด ถ้าหากว่าโชคดีมันก็จะมีโผล่มาในบางครั้ง ถ้าฉันทำได้อีกฉันจะทำให้เธอด้วยเหมือนกัน มิลดูจะชื่นชอบเธอด้วย"

"ฉันด้วยย! แล้วฉันล่ะะะ! ฉันก็สนิทกับมิลนะ! มิลก็ชอบฉันเหมือนกัน!"

"ยังไงก็ตาม โดยส่วนตัวฉันไม่ชอบเธอดังนั้นคือไม่ ไว้มาถามฉันอีกทีหลังผ่านไปซักสามร้อยปีนะ"

"โอ้ววว!"

เขาได้ปฏิเสธเธออย่างโจ่งแจงเลย! คังมิเรย์ได้ยิ้มออกมาพักหนึ่งเมื่อเห็ฯแบบนี้ แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งไม่ดีสำหรับกลุ่มของเธอ แต่เพราะอะไรบางอย่างเธอดูจะบอกใจ หัวใจของเธอสั่นไหว

ใช่แล้ว เธอรู้สึกตัวเบาเพราะมันดูเหมือนเธอได้รับการใส่ใจเป็นพิเศษ

ในขณะที่มิเรย์กำลังคิดไปเรื่อย ยูอิลฮานก็ได้เรียกยูมิลที่เกาะเขาอยู่

"ในระหว่างเอริเซียไปเรียกเฟมิล พ่อจะไปทำงานสักเดี๋ยวนะ พ่อจะทำการเช็คครั้งสุดท้ายแล้วก็ทำเกราะใหม่ให้มิลด้วย"

"มันไม่นานใช่ไหมครับ?"

"แน่นอนสิ"

ยูอิลฮานได้รอจนเอริเซียกลับมาพร้อมกับเฟมิล พร้อมทั้งทำเกราะให้มิลด้วย

จากนั้นพวกเขาได้มุ่งหน้าไปที่นิวยอร์กพร้อมกับคังมิเรย์กับสมาชิกกลุ่มเทพสายฟ้าที่ซึ่งคังมิเรย์ไม่ได้เจอมาสักระยะแล้ว การแข่งขันที่เข้มข้นเพื่อคัดเลือกคนหนึ่งพันคนบนโลกกำลังรอเขาอยู่

...หรือก็คือมันควรจะเป็นแบบนั้น

จบบทที่ บทที่ 143 - MVP คือฉัน (2) [อ่านฟรีวันที่ 31/03/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว