- หน้าแรก
- อยู่ดีๆ ผมก็ได้เป็นหัวหน้าเผ่ายุคบรรพกาลซะงั้น
- บทที่ 47 การเรียนรู้เคล็ดวิชาชาแมน
บทที่ 47 การเรียนรู้เคล็ดวิชาชาแมน
บทที่ 47 การเรียนรู้เคล็ดวิชาชาแมน
“เธอทำอะไรอยู่ล่ะนั่น” ซูไป๋จ้องมองไปที่หยานฮัว ซึ่งกำลังยืนแอ่นก้นมาทางเขา เมื่อสักครู่เธอวิ่งเข้ามาในเต็นท์ ก่อนจะแอบมองออกไปด้านนอกผ่านช่องว่างของชายเต็นท์ แถมยังหัวเราะคิกคักเป็นพักๆ
“เอ่อ…” ปากของอวี่อิงกระตุกขณะเอามือข้างหนึ่งปิดหน้าด้วยความอับอาย ก่อนจะใช้นิ้วสะกิดหยานฮัว
“เซียวอวี่ มาดูนี่เร็ว พ่อข้ากำลังซ้อมท่านลุงชางซื่ออยู่” หยานฮัวกวักมือเรียกโดยไม่หันหน้ามาดู
“อาฮัว…” อวี่อิงเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนเพลีย รู้สึกอับอายแทนเพื่อนของตัวเองที่กำลังยื่นก้นใส่หน้าท่านชาแมน นี่นางไม่กลัวตัวเองจะดูไม่งามเลยหรือยังไงกันนะ
“รอก่อนนะ ตอนนี้กำลังสนุกเลย” หยานฮัวกล่าวอย่างตื่นเต้น
“ไม่เป็นไรครับ ปล่อยเธอไป” ซูไป๋ยิ้มพลางส่ายหน้า
พอได้ยินเสียงดังวุ่นวายจากนอกเต็นท์กระโจม ตอนแรกเขาเดาว่าหยานเจียวกับคนอื่นๆ กำลังสาธิต ‘ท่าบ้าพลัง’ ของนักรบโทเท็มให้เด็กๆ ในเผ่าดู เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาอยากเป็นนักรบโทเท็ม
อวี่อิงที่เลิกสนใจหยานฮัวซึ่งกำลังทำตัวน่าอาย หันมาถามเบาๆ ว่า “ท่านชาแมนอยากอาบน้ำหรือไม่เจ้าคะ”
“ดีเหมือนกันครับ ได้ผ่อนคลายด้วยการอาบน้ำก็คงจะดี” ซูไป๋พยักหน้า เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่เคยไปใช้งานห้องอาบน้ำที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่
อวี่อิงรีบเดินไปที่เตียงฟาง และดึงชุดหนังสัตว์ที่เธอเย็บเมื่อคืนออกมา
จากนั้นก็นำมันมาส่งให้เขา กล่าวอย่างเขินอายว่า “ท่านชาแมน นี่คือชุดหนังสัตว์ที่ข้าเย็บเองเจ้าค่ะ”
“ดีเลยครับ ผมยังไม่มีชุดให้เปลี่ยนพอดี” ซูไป๋กล่าวอย่างอ่อนโยน ขณะยื่นมือไปรับชุด ตอนนี้เขาสามารถเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดใหม่ได้เสียที
“จะให้ข้าเย็บเพิ่มอีกชุดไหมเจ้าคะ ท่านชาแมน” อวี่อิงถามอย่างมีความหวัง
“ดีเหมือนกันครับ แล้วเราค่อยใช้เส้นใยลินินเย็บอีกชุดเพิ่มทีหลัง” ซูไป๋ย่อมไม่ปฏิเสธน้ำใจของเด็กสาว
“อื้ม” อวี่อิงพยักหน้าซ้ำๆ เริ่มวางแผนในใจว่าจะใช้หนังสัตว์แบบไหน
*ฮี่ ฮี่ ฮี่…* หยานฮัวเอามือกุมท้อง หัวเราะเสียงดังขณะหันกลับมา หลังจากที่แอบมองไปนอกชายเต็นท์ เธอพบว่าซูไป๋กับอวี่อิงกำลังจ้องมองเธอด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
จึงถามด้วยความสงสัยว่า “มองอะไรกันหรือเจ้าคะ”
“เปล่าครับ ไม่มีอะไร” ซูไป๋กล่าวขณะอมยิ้ม เขาทำเป็นไม่สนใจและเดินผ่านหยานฮัวออกนอกเต็นท์กระโจมไป
หยานฮัวหันไปทางเพื่อนของเธอและกระซิบถามว่า “เซียวอวี่ ท่านชาแมนเป็นอะไรไปเหรอ”
“คือ… เจ้าน่ะ ยืนหันก้นมาทางที่พวกเรานั่งอยู่ แล้วก็ส่ายไปส่ายมา” อวี่อิงเล่าด้วยใบหน้าที่แดงขึ้นเล็กน้อย ขณะบรรยายถึงสิ่งที่หยานฮัวทำไปโดยไม่รู้ตัว
“หาาาาาาาาาาา” ใบหน้าของหยานฮัวแดงก่ำในทันที รู้สึกหน้ามืดเล็กน้อย เธอทำท่าที่น่าอับอายขนาดนั้นต่อหน้าชาแมน
เธอจ้องมองอวี่อิงอย่างสลดใจ และตัดพ้อว่า “อวี่อิง ทำไมเจ้าไม่เตือนข้าเลย”
“ข้าสะกิดเจ้าสองครั้งแล้ว แต่เจ้าไม่สนใจเอง” อวี่อิงพูดพลางเบะปาก
“อย่าสะกิดเฉยๆ สิ คราวหน้าหยิกเลย เข้าใจไหม” หยานฮัวบ่นเสียงอ่อยๆ
อวี่อิงรู้สึกจนปัญญากับเพื่อนของเธอ จึงเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องพูดแทน “เจ้าไปเตรียมตัวให้พร้อมเถอะ คืนนี้จะมานอนที่นี่ไม่ใช่เหรอ”
“อ้อ จริงด้วย” หยานฮัวนึกถึงใบหน้าที่กำลังโกรธของพ่อเธอ และตัดสินใจจริงจังว่าจะนอนที่นี่คืนนี้
เธอยื่นหน้าออกไปมองด้านนอกเต็นท์กระโจม และเห็นพ่อของเธอกับชางซื่อกำลังพูดคุยกับชาแมน เมื่อเห็นโอกาสเหมาะ เธอจึงค่อยๆ ย่องออกนอกเต็นท์กระโจมหลักเพื่อไปหยิบเสื้อผ้าจากเต็นท์กระโจมของตัวเอง
“…” ซูไป๋บังเอิญเห็นหยานฮัวกำลังแอบย่องออกมาข้างนอก ด้วยท่าทีราวกับเป็นนักย่องเบา
“ท่านชาแมน จะให้พวกเราไปเก็บต้นป่านเพิ่มวันพรุ่งนี้เลยหรือไม่ขอรับ” หยานเจียวถามด้วยเสียงแหบแห้ง
ซูไป๋มองตาซ้ายที่บวมช้ำของหยานเจียว กับเบ้าตาทั้งสองข้างที่ช้ำราวกับเป็นหมีแพนด้าของชางซื่อ แถมแก้มทั้งสองข้างยังบวมเป่ง
ซูไป๋พยายามกลั้นหัวเราะขณะเหลือบมองกองต้นป่านที่วางสุมกันราวกับเป็นภูเขาย่อมๆ นักรบโทเท็มจำนวนหกคนช่วยกันขนทั้งหมดนี่กลับมาในวันนี้ แต่ละคนน่าจะขนได้อย่างน้อยสองร้อยกิโลกรัม
“ลองมองหาต้นป่านที่ขึ้นในป่าใกล้ๆ ดูก่อนครับ จำนวนที่มีตอนนี้น่าจะพอใช้ได้อีกสามวัน” ซูไป๋กล่าวขณะพยักหน้าเล็กน้อย
“ขอรับ” ดวงตาของหยานเจียวกระตุก แต่เขาทนเจ็บเอาไว้โดยไม่แสดงความอ่อนแอออกมา เขาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองเอาไว้
“งั้นผมไปอาบน้ำก่อนนะครับ” ซูไป๋รีบเดินแยกตัวออกมาก่อนจะหัวเราะอยู่เงียบๆ คนเดียว
เขาเดินมาถึงบริเวณห้องอาบน้ำสำหรับผู้ชาย ซึ่งไม่มีใครใช้งานในขณะนี้ เพราะทุกคนกำลังช่วยกันฉีกต้นป่านอยู่ จึงไม่มีใครว่างมาอาบน้ำ
“มืดจังเลย…” ซูไป๋ผลักประตูห้องอาบน้ำ ด้านในนั้นมืดสนิทเพราะไม่มีแสงสว่างส่องเข้ามา เขาจึงทำได้เพียงอาบน้ำท่ามกลางความมืด
ตอนที่เขาวางชุดหนังสัตว์ที่เตรียมมาเปลี่ยนลงบนพื้นและกำลังจะออกไปตักน้ำ เขาก็พบว่าหม่ายเหมายืนรออยู่ด้านนอกพร้อมกับถังไม้ที่ตักน้ำไว้จนเต็ม
“ท่านชาแมน ท่านพ่อบอกให้ข้าตักน้ำมาให้ท่าน” หม่ายเหมาพูดด้วยมุมปากที่บวมเล็กน้อย
“วางไว้ได้เลยครับ” ซูไป๋พยักหน้าและถามด้วยความสงสัย “มุมปากของคุณไปโดนอะไรมาเหรอครับ”
“ข้าเดินไม่ระวังเลยไปชนอะไรเข้าน่ะขอรับ…” หม่ายเหมากล่าวด้วยสีหน้าที่ดูไม่เป็นธรรมชาติเล็กน้อย
“อ้อ ครับ” ซูไป๋พยักหน้า แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงหม่ายเหมาร้องโหยหวนตอนโดนพ่อของเขาลงโทษ
หม่ายเหมาโค้งคำนับเงียบๆ ก่อนจะวิ่งจากไป
“น่าสงสารเหลือเกิน มีพ่อแบบนั้น…” ซูไป๋บ่นพึมพำ ก่อนจะปิดประตูและเริ่มอาบน้ำ
*ซ่า ซ่า…*
“น้ำเย็นจัง…” ซูไป๋ราดน้ำใส่หัวตัวเองก่อนจะรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว เขาใช้นิ้วสระผมของตัวเอง และสัมผัสได้ว่ามันแห้งและหยาบกระด้างมาก
เขาถอนหายใจก่อนจะบ่นอย่างสิ้นหวัง “แชมพูก็ไม่มี สบู่ก็ไม่มี อยากสระผมจังเลย…”
*ซ่า ซ่า…*
ซูไป๋ใช้ผ้าเช็ดตัวหนังสัตว์ขัดคราบสกปรกและขี้ไคลออกจากร่างกาย จากนั้นเขาก็ล้างน้ำสะอาดอีกหนึ่งรอบ ก่อนจะถือได้ว่าประสบความสำเร็จในการอาบน้ำในสังคมยุคโบราณต่างโลกเป็นครั้งแรก
หลังจากใส่ชุดหนังสัตว์ชุดใหม่ เขาก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก ไม่มีขนสัตว์แข็งๆ ทำให้เขารู้สึกคันอีกต่อไป
ซูไป๋เดินมาถึงบริเวณลานกว้าง และเห็นทุกคนกำลังตั้งใจฉีกต้นป่านอยู่รอบกองไฟอย่างเอาจริงเอาจัง เมื่อได้ยินว่าต้นป่านอาจช่วยให้พวกเขาได้กินจนอิ่มท้อง ทุกคนในเผ่าจึงตั้งใจกันอย่างเต็มที่
เขาเดินกลับไปที่เต็นท์กระโจมเงียบ ๆ และเห็นอวี่อิงกำลังจดจ่ออยู่กับการเช็ดมีดปอกผลไม้ เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาเดินเข้ามา
ซูไป๋นำเสื้อผ้าของเขาแยกเก็บไว้ ตั้งใจว่าจะเริ่มเรียนเคล็ดวิชาชาแมน เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการไปตลาดนัดของเผ่ากวางลายจุดในอีกหกวันหลังจากนี้