เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46 แกล้งทำเป็นไม่เห็น

บทที่ 46 แกล้งทำเป็นไม่เห็น

บทที่ 46 แกล้งทำเป็นไม่เห็น


พอหยานเจียวกับชางซื่อออกจากเต็นท์กระโจม ก็เริ่มสั่งให้คนในเผ่าช่วยกันฉีกต้นป่านเป็นริ้ว งานนี้มีความสำคัญต่อความอยู่รอดของเผ่ามังกรอัคคีอย่างมาก หากมีผ้าลินิน พวกเขาก็จะนำไปแลกกับเนื้อแดดเดียวได้เป็นจำนวนมาก เมื่อมีเนื้อกินจนท้องอิ่ม พวกเขาก็จะสามารถฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้นได้

หยานเจียวเดินตรวจตราบริเวณที่สมาชิกเผ่าทำงาน ตะโกนเตือนว่า “ทุกคน ตั้งใจฉีกตามที่ท่านชาแมนต้องการ เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงปากท้องของพวกเราทุกคน”

“ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนตอบรับอย่างพร้อมเพรียงกัน

“ท่านหัวหน้าเผ่า พวกเราควรเก็บเรื่องต้นป่านไว้เป็นความลับหรือไม่ขอรับ ข้ากลัวว่าจะมีคนอื่นแอบมาสอดแนมพวกเรา” ชางซื่อกวาดตามองรอบๆ และกระซิบว่า “ครั้งหน้า พวกเราฉีกต้นป่านให้เสร็จในป่าลึก แล้วค่อยขนเส้นใยกลับมาดีไหมขอรับ วิธีนั้นน่าจะปลอดภัยกว่า”

“อืม เดี๋ยวข้าจะลองไปปรึกษาท่านชาแมนดู” หยานเจียวพยักหน้า คิดว่ามันก็ฟังดูสมเหตุสมผลดี พวกเขาจำเป็นต้องเก็บเรื่องเกี่ยวกับการผลิตผ้าลินินไว้เป็นความลับ รวมถึงพืชที่เป็นวัตถุดิบด้วย

“ว่าแต่ ทำไมอวี่อิงถึงไปอยู่ในเต็นท์กระโจมของท่านชาแมนหรือขอรับ” ชางซื่อถามด้วยความอยากรู้ เท่าที่เขารู้จักนิสัยของเด็กสาวหูจิ้งจอกขี้อายคนนั้น เธอไม่มีทางกล้าเข้าไปอยู่กับท่านชาแมนด้วยตัวเองแน่ๆ

*เฮอะ* หยานเจียวรู้สึกหงุดหงิดเมื่อได้ยินเรื่องนี้ [เจ้ายังมีหน้ามาถามอีกเหรอ จะอวดเบ่งกันหรือยังไง]

“เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ” ชางซื่อเกาหน้าด้วยความสับสน

สีหน้าของหยานเจียวดูรำคาญอย่างเห็นได้ชัด “นางได้เป็นสตรีรับใช้ชาแมนน่ะสิ”

“เห จริงหรือขอรับ” ดวงตาสีม่วงของชางซื่อเบิกกว้างด้วยความดีใจ เขาถามด้วยความประหลาดใจ “หัวหน้าเผ่า ไม่ใช่ว่าท่านต้องการให้หยานฮัวเป็นสตรีรับใช้ชาแมนหรือขอรับ”

“ไม่ใช่เจ้าเป็นคนสั่งให้อวี่อิงเสนอตัวหรอกรึ” สีหน้าของหยานเจียวไม่พอใจยิ่งกว่าเดิม เขากำหมัดแน่น อยากจะประเคนกำปั้นใส่ชายตรงหน้าสักสองสามที

“ไม่ขอรับ ข้าจะสั่งให้อวี่อิงไปเป็นสตรีรับใช้ชาแมนได้ยังไง นางขี้อายเสียขนาดนั้น” ชางซื่อกล่าวด้วยใบหน้าที่ขมขื่น

“ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า อวี่อิงจะกล้าย้ายไปอยู่ในเต็นท์กระโจมของท่านชาแมนได้ยังไง” หยานเจียวกังวลจนแทบคลั่งเกี่ยวกับอนาคตของลูกสาวของเขา

“ข้านำทีมออกล่าตลอดสองวันที่ผ่านมา จะมีเวลาไปสั่งนางได้อย่างไรขอรับ” ชางซื่อเริ่มรู้สึกจนปัญญาที่จะอธิบายตัวเอง

“ไม่ใช่ว่าเจ้าสั่งนางไว้ล่วงหน้าหรอกรึ” หยานเจียวแค่นหัวเราะ

“…” หม่ายหมางเดินเข้าหาทั้งคู่จากด้านหลัง ตั้งใจจะรายงานสถานการณ์ประจำวันภายในเผ่า พอได้ยินบทสนทนาเข้า เขาจึงรู้ตัวว่าคนที่สนับสนุนให้อวี่อิงเข้าไปอยู่ในเต็นท์กระโจมของชาแมน… คือตัวเขาเอง

เขาค่อยๆ ย่องถอยออกมาอย่างเงียบๆ ตั้งใจไว้ว่าพรุ่งนี้ค่อยรายงานก็ได้ เขาไม่อยากโดนหัวหน้าเผ่าอัดจนน่วม ไม่อย่างนั้น เขาคงต้องนอนพักฟื้นถึงหนึ่งวันเต็ม

ชางซื่อเหลือบมองหม่ายหมางที่กำลังค่อยๆ ถอยหนีโดยไม่แสดงท่าทีอะไร ก่อนจะอธิบายต่อ “ท่านหัวหน้าเผ่า เชื่อข้าเถอะขอรับ ข้าไม่มีวันบังคับให้อวี่อิงทำสิ่งที่นางไม่เต็มใจอย่างแน่นอน”

“ถ้าไม่ใช่เจ้า หรือจะเป็นลูกสาวข้ากันนะ ที่เป็นคนสนับสนุนนาง” หยานเจียวกลอกตา

การที่อวี่อิงได้เป็นสตรีรับใช้ชาแมน เป็นข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว แต่เขาก็ยังทำใจไม่ได้ เขาหวังมาตลอดว่าลูกสาวของเขาจะได้เป็นสตรีรับใช้ชาแมน

“เป็นไปได้ขอรับ” ชางซื่อหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเห็นหยานฮัวกำลังเดินออกจากเต็นท์กระโจมหลัก

ความคิดหนึ่งแว่บเข้ามาในหัวเขาทันที เขาจึงกระซิบถามเบาๆ “ท่านหัวหน้าเผ่า ท่านคิดว่าสองสามวันที่ผ่านมา ใครอยู่ข้างกายท่านชาแมนมากที่สุดหรือขอรับ”

“ก็ลูกสาวข้าน่ะสิ” หยานเจียวย่อมนึกถึงลูกสาวของเขาในทันที

“ไม่ใช่ว่าหยานฮัวน่ะอยากเป็นนักรบโทเท็มมาตลอดหรือขอรับ ท่านต่างหากที่อยากให้นางเป็นสตรีรับใช้ชาแมน ท่านคิดว่าเป็นไปได้ไหม ว่านางจะเสนอให้อวี่อิงรับตำแหน่งแทนนาง” ฟันเฟืองในหัวของชางซื่อหมุนอย่างรวดเร็วที่สุดในชีวิต ทั้งหมดก็เพื่อช่วยให้ตัวเขารอดพ้นจากการโดนอัด

“ก็น่าจะเป็นไปได้…” หยานเจียวยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกคล้อยตาม

ชางซื่อเอียงคอไปทางเต็นท์กระโจมหลัก พลางพูดว่า “หยานฮัวอยู่โน่นพอดีขอรับ ท่านหัวหน้าเผ่า ลองเรียกนางมาถามดูก่อน”

หยานเจียวหันไปเห็นลูกสาวของเขากำลังเดินไปทางเต็นท์กระโจมของตัวเอง เขาจึงตะโกนเรียกทันที “อาฮัว เจ้ามานี่หน่อย”

“หืมม” หยานฮัวยืนนิ่งทันที พลางหันไปเห็นสีหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์ของพ่อเธอ เธอเหลือบมองชางซื่อที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนจะรู้ตัวทันทีว่า พ่อคงจะรู้แล้วว่าเธอเป็นคนแนะนำให้อวี่อิงเป็นสตรีรับใช้ชาแมน

[ซวยแล้ว ท่านพ่อคงจะรู้ความจริงแล้ว ถ้าข้าเดินไป งานนี้โดนด่าแน่ๆ ข้าแกล้งทำเป็นไม่เห็น แล้วหนีไปซ่อนในเต็นท์กระโจมของท่านชาแมนสักพักก่อนดีไหมนะ] หยานฮัวพยายามใช้ความคิดหาทางเอาตัวรอดอย่างรวดเร็ว

เธอนึกว่าหลังจากยุ่งๆ ตลอดทั้งวัน พ่อของเธอน่าจะลืมเหตุการณ์เข้าใจผิดเมื่อเช้าไปแล้ว

แต่หลังจากเห็นท่าทีของเขาในขณะนี้ เขาคงจะกำลังโมโหยิ่งกว่าตอนเช้าเสียอีก ไหนจะ ‘เรื่องสตรีรับใช้ชาแมน’ พ่วงด้วย ‘เหตุการณ์เข้าใจผิดเรื่องชาแมนโดนวางยาพิษ’… ระดับความโกรธสะสมจากทั้งสองเหตุการณ์นี้ ย่อมหมายความว่าหากเธอเดินไปหา เธอจะต้องโดนลงโทษด้วยกำปั้นอย่างแน่นอน

“มีใครเรียกข้าหรือเปล่านะ หรือหูแว่วไปเอง” หยานฮัวพูดขึ้นลอยๆ แกล้งทำเป็นหันมองไปทางอื่น โดยไม่หันมาทางที่หยานเจียวยืนอยู่

จากนั้นเธอก็กลับหลังหันวิ่งเข้าเต็นท์กระโจมหลักในทันที ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะแกล้งทำเป็นไม่เห็นพ่อเธอ

“!!!???” หยานเจียวจ้องมองลูกสาวของเขาหายเข้าไปในเต็นท์กระโจมหลักอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงชายเต็นท์ที่ยังขยับอยู่ เขาถึงกับตกตะลึงไปชั่วครู่

“ท่านหัวหน้าเผ่า หยานฮัวจงใจแกล้งทำเป็นไม่เห็นท่านขอรับ” ชางซื่อย้ำเตือนเบาๆ

“…” มีเส้นเลือดปูดขึ้นที่หน้าผากของหยานเจียว ขณะที่เขาหันมาถลึงตามองชางซื่อ เขาแสยะยิ้มอย่างดุร้าย “ชางซื่อ เราไม่ได้ประลองฝีมือกันนานแล้ว เจ้าว่าไหม ข้าว่าวันนี้โอกาสเหมาะทีเดียว”

“ว่าไงนะขอรับ” ชางซื่อรู้สึกสับสน [ท่านตีลูกสาวตัวเองไม่ได้ เลยจะมาอัดข้าแทนงั้นเหรอ]

“ไปกันเถอะ” หยานเจียวดึงแขนข้างหนึ่งของชางซื่้อ และลากตัวเขาไปทางลานกว้างบริเวณใจกลางอาณาเขตเผ่า

เขาไม่กล้าบุกเข้าไปเอาเรื่องลูกสาวตัวเองในเต็นท์กระโจมของชาแมน แต่เขาไม่มีปัญหาในการทุบตีชางซื่อเพื่อระบายอารมณ์

“ท่านหัวหน้าเผ่า ทำไมถึงไร้เหตุผลเช่นนี้ขอรับ” ชางซื่อร้องออกมาด้วยความขุ่นเคือง

“ไร้เหตุผลงั้นรึ” รอยยิ้มของหยานเจียว 'ส่องประกาย' มากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เขาแสยะยิ้มอย่างดุร้าย “เจ้าละเลยหน้าที่ของตัวเอง ขัดคำสั่งท่านชาแมน”

“ขะ… ข้าก็ชดใช้ความผิดไปแล้วนี่ขอรับ” ชางซื่อประท้วง

“ท่านชาแมนให้อภัยเจ้าแล้ว แต่ข้ายัง” ในที่สุดหยานเจียวก็หาข้ออ้างดีๆ เจอ

“ม่ายยยย…”

*ตุบ ตับ*

“อย่าชกหน้าข้า”

“…”

“น่าสงสารเหลือเกิน” หม่ายหมางเดาะลิ้น ยืนกอดอกจ้องมองทั้งคู่ต่อสู้กันด้วยความสะใจ

หม่ายเหมาที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาพูดขึ้นมาว่า “ท่านพ่อ ไม่ใช่ท่านเองหรือขอรับ ที่เป็นคนบอกให้อวี่อิงเสนอตัวรับใช้ท่านชาแมน”

“เงียบไปเลย” หม่ายหมางรีบเอามือปิดปากลูกชายไว้อย่างลนลาน หันไปมองบริเวณลานกว้างด้วยความรู้สึกผิด เมื่อเห็นว่าหยานเจียวกับชางซื่อไม่ได้ยิน เขาจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

เขาตัดสินใจแล้วว่า ลูกชายของเขาควรได้รับการ ‘อบรมสั่งสอน’

“ท่านพ่อ อย่าตีก้นข้าเลย มันน่าอายนะขอรับ”

“มันคือบทลงโทษที่เจ้าปากสว่างไงล่ะ เจ้าอยากเห็นพ่อตัวเองโดนอัดหรือยังไง”

จบบทที่ บทที่ 46 แกล้งทำเป็นไม่เห็น

คัดลอกลิงก์แล้ว