เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 สมบัติศักดิ์สิทธิ์อันล้ำค่า

บทที่ 44 สมบัติศักดิ์สิทธิ์อันล้ำค่า

บทที่ 44 สมบัติศักดิ์สิทธิ์อันล้ำค่า


ดวงอาทิตย์หายลับไปหลังภูเขา และท้องฟ้าก็กลายเป็นสีเทา สมาชิกเผ่าเริ่มจุดกองไฟ ในขณะที่เสียงหัวเราะยังคงลอยมาตามลมอย่างต่อเนื่อง กลิ่นหอมของเนื้อย่างลอยฟุ้งไปในอากาศ

ภายในเต็นท์กระโจมหลัก อวี่อิงเพิ่งจะจุดไฟเช่นกัน

“ท่านชาแมน ข้าเอาเนื้อแดดเดียวมาให้เจ้าค่ะ” เสียงใสๆ ของหยานฮัวดังมาจากนอกเต็นท์

“เข้ามาได้เลยครับ” ซูไป๋ตอบอย่างไม่ใส่ใจ

เขากำลังง่วนอยู่กับเครื่องกรองน้ำ เตรียมที่จะติดตั้งมันไว้ที่มุมหนึ่งของเต็นท์กระโจม มันควรจะเพียงพอสำหรับการกรองน้ำก่อนนำมาใช้ ขณะนี้เขายังไม่จำเป็นต้องส่งเสริมให้ทั้งเผ่าหันมาใช้งานสิ่งนี้ เพราะถึงยังไง แค่หาของกินให้อิ่มท้องก็สุดความสามารถของทุกคนแล้ว ถ้าเขาทำให้ทุกคนได้กินดื่มจนอิ่มท้องเมื่อไหร่ ถึงจะเป็นโอกาสเหมาะสมในการส่งเสริมการใช้เครื่องกรองน้ำ

*พรึบ* ชายเต็นท์กระโจมถูกเปิดขึ้น จากนั้นหยานฮัวก็เดินเข้ามาพร้อมเนื้อแดดเดียวชิ้นโตขนาดกว้างและยาวครึ่งเมตร

อวี่อิงเม้มริมฝีปากและทักด้วยความประหลาดใจ “เนื้อแดดเดียววันนี้ชิ้นใหญ่จังเลย”

“ท่านพ่อบอกให้ข้านำชิ้นนี้มา” หยานฮัวพูดพลางยื่นเนื้อแดดเดียวให้

อวี่อิงรับมันมาก่อนจะหันไปถามว่า “ท่านชาแมน ข้าควรย่างทั้งชิ้นเลยหรือไม่เจ้าคะ”

“ถ้าพวกเราสามคนกินหมดก็ย่างเลยครับ” ซูไป๋ตอบโดยไม่หันมามอง ตอนนี้เขากำลังมัดเครื่องกรองน้ำเข้ากับเสาค้ำเต็นท์โดยใช้เชือกหญ้า

หลังจากมัดเครื่องกรองน้ำจนแน่นดีแล้ว เขาก็ใช้มือสองข้างปัดฝุ่นกันเอง และหันไปเห็นอวี่อิงกำลังพยายามหั่นเนื้อแดดเดียวด้วยมีดหินอย่างยากลำบาก

[อ้อ จริงสิ เราได้มีดปอกผลไม้มาจากระบบช่วยเหลือนี่นา]

ซูไป๋นึกถึงมีดปอกผลไม้ พลางหันไปเปิดกล่องเก็บของ หลังจากได้รับมรดกชาแมน เขาก็เก็บมีดปอกผลไม้เอาไว้ในกล่องไม้นี้จนลืมมันไป

เขาค้นเจอมีดปอกผลไม้ในทันที จากนั้นก็เดินไปหาอวี่อิงพร้อมกับยื่นมันให้เธอและพูดว่า "จากนี้ไป ให้ใช้มีดเล่มนี้หั่นเนื้อนะครับ"

“เอ๋” อวี่อิงตกตะลึงไปชั่วขณะ ดวงตาสีชมพูของเธอจ้องมองมีดบางเฉียบที่ดูเปราะบางตรงหน้าเธอ เธอรู้สึกลังเล “ท่านชาแมน ใช้มีดเล่มนี้หั่นเนื้อ จะไม่เสียของหรือเจ้าคะ”

“ไม่เสียหรอกครับ คุณใช้มันหั่นได้ทั้งเนื้อและผลไม้เลย” ซูไป๋กล่าวด้วยเสียงนุ่มนวล มีดปอกผลไม้บางและสั้นเกินกว่าจะตัดไม้ได้ และมันคงจะหักอย่างรวดเร็วถ้าทำเช่นนั้น

“เจ้าค่ะ” อวี่อิงรับมีดปอกผลไม้มาอย่างเชื่อฟัง

หยานฮัวหยิบเนื้อแดดเดียวไปถือในมือและเร่งเร้าว่า “เร็วเข้า รีบเอามาลองหั่นกันเถอะ”

“อื้ม” อวี่อิงค่อยๆ ดึงมีดปอกผลไม้ออกจากปลอก ใบมีดนั้นเป็นสีเทา ผิวของมันเรียบราวกับกระจก สะท้อนใบหน้าของอวี่อิง

เธอจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองบนใบมีด และพูดอย่างไม่เต็มเสียงว่า “ท่านชาแมน มีดเล่มนี้มันล้ำค่าเกินไป เอามันมาหั่นเนื้อดูจะ… เสียของจริงๆ นะเจ้าคะ”

“…” ดวงตาสีแดงของหยานฮัวก็เป็นประกาย รู้สึกหลงใหลในความงามของมีดปอกผลไม้ แต่ด้วยสถานะของเธอ ทำให้เธอไม่สามารถหวังที่จะครอบครองมันได้

“เก็บไว้โดยไม่ใช้จะเสียของมากกว่าครับ ใช้ๆ ไปเถอะครับ” ซูไป๋โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

สำหรับผู้คนในสังคมยุคโบราณ มีดปอกผลไม้ถือเป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์อันล้ำค่า แต่สำหรับเขา มันเป็นเพียงมีดปอกผลไม้ราคาถูกที่หาซื้อได้ทั่วไปตามซูเปอร์มาร์เก็ตเท่านั้น

และอีกอย่าง ในอนาคตเขาก็อาจจะได้มีดจากระบบช่วยเหลือเพิ่มอีก ทำให้มีดปอกผลไม้เล่มนี้แทบไม่มีค่าในสายตาเขา

“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” อวี่อิงเห็นซูไป๋ยืนกราน จึงไม่กล้าขัดคำสั่งเขาอีกต่อไป เธอกำด้ามมีดปอกผลไม้ไว้แน่น และเริ่มหั่นเนื้อ

“เซียวอวี่ ส่งมาให้ข้าที เดี๋ยวข้าหั่นเอง” หยานฮัวขอร้องด้วยความกระตือรือร้น ดูราวกับเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่อยากได้ลูกอม

“ได้สิ นี่ไง” อวี่อิงเหลือบมองซูไป๋ และไม่เห็นเขาว่าอะไร เธอจึงส่งมีดปอกผลไม้ให้หยานฮัวอย่างระมัดระวัง

“เบาจังเลย” มือเล็กๆ ของหยานฮัวสั่นสะท้านขณะรับมีดปอกผลไม้ สัมผัสตอนที่มันอยู่ในมือเธอเป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก และเธอยิ่งแสดงออกว่าชอบมันอย่างชัดเจน

จากนั้นหยานฮัวก็เริ่มใช้มีดหั่นเนื้อแดดเดียว เธอพบว่าการเฉือนผ่านเนื้อนั้นช่างง่ายดายเหลือเชื่อ ความรู้สึกที่สัมผัสได้จากมือเธอ ทำให้เธอไม่อยากวางมันลงเลยด้วยซ้ำ มันช่างดีกว่ามีดหินทื่อๆ อย่างเทียบกันไม่ติด

“มีดเล่มนี้คมเหลือเกิน คมกว่ามีดเขี้ยวหนามของพ่อข้าเสียอีก” หยานฮัวอุทาน

“แค่มันใช้ประโยชน์ได้ก็พอแล้วครับ” ซูไป๋พูดพร้อมรอยยิ้ม เขานั่งลงข้างกองไฟจ้องมองหญิงสาวทั้งสองคนหั่นเนื้อ

อันที่จริงเขาก็มีความคิดว่าจะนำมีดปอกผลไม้อันนี้ไปแลกกับวัตถุดิบอย่างอื่นที่มีประโยชน์ แต่พอเขาคิดได้ว่าเผ่ามังกรอัคคียังไม่แข็งแกร่งพอที่จะปกป้องทรัพยากรและของมีค่าของตัวเอง เขาจึงล้มเลิกความคิดนั้นไป หากมีเผ่าที่เจตนาร้ายจับตามองพวกเขา การทำเช่นนั้นอาจเป็นการชักนำภัยพิบัติมาสู่เผ่า

ทันทีที่เขาได้รับเทคนิคการทอผ้าลินิน เขาก็ล้มเลิกความคิดที่จะเอามีดปอกผลไม้ไปแลกกับอย่างอื่น เพราะถึงยังไง เขาก็ยังสามารถเก็บซ่อนความรู้เกี่ยวกับการทอผ้าลินินเอาไว้ได้ในขณะที่เขาทำการแลกเปลี่ยน แต่มีดปอกผลไม้เป็นสิ่งที่น่าทึ่งเกินไป จึงทำได้เพียงเก็บไว้ใช้เป็นการส่วนตัวเท่านั้น

หยานฮัวเองก็เข้าใจดีว่ามีดปอกผลไม้เล่มนี้ล้ำค่าแค่ไหน หากข่าวนี้แพร่หลายออกไป คงจะดึงดูดความสนใจของเหล่านักรบโทเท็มพเนจรอย่างแน่นอน

หลังจากหั่นเนื้อเสร็จ เธอจึงกล่าวเตือนอย่างจริงจังว่า “อวี่อิง เจ้าห้ามนำมีดเล่มนี้ออกนอกเต็นท์กระโจมเด็ดขาดนะ นอกจากเรา อย่าให้ใครคนอื่นเห็นมัน”

“ข้าเข้าใจแล้ว” อวี่อิงรับปาก

“…” ซูไป๋ยักไหล่ หยานฮัวได้พูดแทนสิ่งที่เขาต้องการบอกไปแล้ว

บรรยากาศหลังจากนั้นเริ่มแปลกไปเล็กน้อย ในอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นหอมเย้ายวนของเนื้อย่าง หญิงสาวทั้งสองคนตั้งหน้าตั้งตากินกันอย่างหิวโหย

*เอื๊อก* ซูไป๋กลืนเนื้อย่างชิ้นหนึ่งลงคอ และหันไปเห็นหญิงสาวสองคนกำลังเล่นกับมีดปอกผลไม้ พวกเธอหั่นเนื้อย่างให้เป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนจะกินอย่างรวดเร็ว จากนั้นหั่นเนื้อเพิ่มอีก

“ท่านชาแมน” จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากนอกเต็นท์

“เกิดอะไรขึ้นครับ” ซูไป๋ขมวดคิ้ว เตรียมจะออกไปนอกเต็นท์เพื่อตรวจสอบ

*พรึบ* ชายเต็นท์กระโจมถูกยกขึ้นทันที จากนั้นหัวของหยานเจียวก็โผล่เข้ามา ใบหน้าของเขาดูทั้งวิตกกังวลและมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

“เกิดอะไรขึ้นครับ คนของเผ่าอสรพิษดำตามหาพวกเราจนเจอหรือเปล่า” ซูไป๋ถามพลางขมวดคิ้ว

“ไม่ขอรับ ไม่ใช่เรื่องนั้น” หยานเจียวส่ายหัวอย่างรวดเร็ว และพูดเบาๆ ว่า “ท่านชาแมน ชางซื่อกลับมาแล้ว เขาเจอพืชที่ใช้ทำผ้าลินินแล้วขอรับ”

“จริงเหรอครับ รีบเอาเข้ามาให้ผมดูเร็วเข้า” ซูไป๋อุทานด้วยความดีใจ

“ขอรับ” หยานเจียวรีบก้าวหลบไปด้านข้าง เผยให้เห็นชางซื่้อที่ยืนอยู่ด้านหลัง หอบพืชมัดใหญ่ไว้เต็มวงแขน

“เข้ามาทั้งคู่เลยครับ” ซูไป๋กวักมือเรียก

“ขอรับ” หยานเจียวกับชางซื่อก้าวเข้ามาในเต็นท์กระโจม

จบบทที่ บทที่ 44 สมบัติศักดิ์สิทธิ์อันล้ำค่า

คัดลอกลิงก์แล้ว