- หน้าแรก
- อยู่ดีๆ ผมก็ได้เป็นหัวหน้าเผ่ายุคบรรพกาลซะงั้น
- บทที่ 43 กฎใหม่ภายในเผ่า
บทที่ 43 กฎใหม่ภายในเผ่า
บทที่ 43 กฎใหม่ภายในเผ่า
“ท่านชาแมน ท่านพ่อกับคนอื่นๆ กลับมาแล้วเจ้าค่ะ” หยานฮัวรายงานเบาๆ
“อ้อ” ซูไป๋หันไปมองและเห็นเงาหลายคนกำลังวิ่งมาจากทางป่า
เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้า และสังเกตเห็นว่าดวงอาทิตย์ได้เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกไกลมากแล้ว [เราน่าจะเหลือเวลาอีกแค่ครึ่งชั่วโมงก่อนพระอาทิตย์ตกดิน]
“ท่านชาแมน พวกเรากลับมาแล้วขอรับ” เฮยหยาตะโกนมาแต่ไกล
ไม่นานหลังจากนั้น ทั้งสี่คนก็วิ่งมาถึงด้านหน้าซูไป๋ พากันสำรวจห้องเรียน ห้องสุขา และอาคารอื่นๆ ที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ต่อท่อส่งน้ำเรียบร้อยดีไหมครับ” ซูไป๋ถามอย่างเร่งรีบ
แม้จะยังรู้สึกสับสนในการเปลี่ยนแปลง แต่หยานเจียวก็ตอบอย่างรวดเร็วว่า “เรียบร้อยดีขอรับ เหลือแค่รอให้น้ำไหลมาถึง”
“งั้นก็ไปดูกันเถอะครับ” ซูไป๋กล่าวขณะเดินไปที่ถังเก็บน้ำ
“หา บ่อน้ำนี้ก็เพิ่งขุดวันนี้หรือขอรับ” เฮยหยาถามด้วยความประหลาดใจ
“ฉิงมู่กับชือตู้ช่วยกันขุดเจ้าค่ะ” หยานฮัวรายงานชื่อนักรบฝึกหัดทั้งสองคน
“ไม่เลวเลย ในที่สุดก็พอจะทำประโยชน์ให้เผ่าได้บ้าง” เฮยหยากล่าวชม
*ฮี่ ฮี่ ฮี่…* ฉิงมู่และชือตู้หัวเราะด้วยความเขินอาย โดยปกติแล้ว พวกเขามักจะโดนเฮยหยาดุด่าเพียงอย่างเดียว แทบจะไม่เคยได้รับคำชมเลย
“ทุกคนจะต้องช่วยกันดูแลความสะอาดของถังเก็บน้ำนี้ ห้ามใครโยนอะไรลงไปทั้งนั้นนะครับ” ซูไป๋เตือนอย่างจริงจัง พร้อมวางกฎพื้นฐาน “น้ำดื่ม ให้ใช้น้ำที่ไหลออกจากท่อส่งน้ำได้โดยตรง น้ำอาบ ให้ตักน้ำจากถังเก็บน้ำไปใช้”
“ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนตอบรับอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ท่านชาแมน ไม่ต้องห่วงขอรับ ข้าจะสั่งให้คนคอยดูแลความเรียบร้อยให้เอง” หยานเจียวกล่าว เขารู้ดีว่าแหล่งน้ำนั้นสำคัญแค่ไหน
“ห้องทางโน้นที่มีเสาไม้หนึ่งต้นอยู่หน้าประตูคือห้องสุขาชาย” ซูไป๋อธิบาย ถือโอกาสที่สมาชิกหลักภายในเผ่าอยู่กันพร้อมหน้า “ส่วนห้องที่มีเสาไม้สองต้นมีไว้สำหรับผู้หญิง อย่าเข้าผิดกันนะครับ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า…” ทุกคนพากันหัวเราะออกมา โดยเฉพาะพวกผู้ชายที่หัวเราะเสียงดังมาก ในขณะเดียวกัน พวกผู้หญิงต่างพากันก้มหัวด้วยความเขินอาย
“นอกจากนี้ ห้องที่ไม่มีหนังสัตว์มัดติดเสาไม้ด้านนอก คือห้องอาบน้ำชาย ส่วนห้องที่มีหนังสัตว์คือห้องอาบน้ำหญิง” ซูไป๋อธิบายต่อด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ผมขอประกาศให้ชัดเจนเลยนะครับ ถ้าใครถูกจับได้ว่าแอบดูคนอื่นอาบน้ำ คนๆ นั้นจะถูกลงโทษด้วยการตัดนิ้วหัวแม่มือออกหนึ่งข้าง”
เขาจำเป็นต้องออกกฎที่เข้มงวด ปัจจุบันในเผ่ายังเต็มไปด้วยคนเถื่อนที่ไร้การศึกษา ที่นี่ไม่มีแนวคิดเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ ทุกคนทำอะไรตามใจตัวเอง หากไม่มีการวางกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดตั้งแต่ตอนนี้ อาจเกิดปัญหาขึ้นได้หลังจากที่เผ่าเจริญรุ่งเรืองกว่านี้
*ซี้ดดดด…*
ผู้ชายหลายคนถึงกับสูดลมหายใจเข้าแรงๆ รอยยิ้มของพวกเขาค่อยๆ จางหายไปในขณะที่ทุกคนพยักหน้าอย่างจริงจัง การถูกตัดนิ้วหัวแม่มือ เทียบเท่ากับการเป็นคนพิการ
“ทุกคนได้ยินที่ท่านชาแมนพูดหรือไม่ ควบคุมตัวเองกันด้วย” หยานเจียวถลึงตามองทุกคน สนับสนุนกฎที่ชาแมนเสนออย่างจริงจัง
“ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนตอบรับอย่างพร้อมเพรียงกัน
*ซ่า…*
จู่ๆ เสียงน้ำไหลก็ทำลายบรรยากาศความตึงเครียด
“น้ำมาแล้ว” เฮยหยาตะโกนด้วยความตื่นเต้น
ซูไป๋หันกลับไปมองและเห็นน้ำไหลออกมาจากท่อส่งน้ำท่อนไม้กลวงลงไปในถังเก็บน้ำ ถึงแม้น้ำจะไม่ได้ไหลแรงมากมาย แต่มันก็ยังเป็นภาพที่น่าประทับใจ
“เยี่ยม จากนี้ไปเราก็จะไม่ขาดแคลนน้ำอีกแล้ว”
“คืนนี้เราจะได้อาบน้ำเสียที แถมเรายังมีห้องอาบน้ำให้ใช้แล้วด้วย”
“ท่านชาแมน ท่านช่างวิเศษเหลือเกิน”
“…” หลังจากทำงานหนักมาทั้งวัน ทุกคนต่างรู้สึกว่ามันคุ้มค่าทันทีที่ได้เห็นน้ำ
“ประกาศกับทุกคนในเผ่าว่าห้ามแย่งกันใช้น้ำ ให้ทุกคนเข้าคิวกันตักน้ำนะครับ” ซูไป๋สั่งหยานเจียว
“ขอรับ” หยานเจียวหันไปสื่อสารกับเฮยหยาด้วยสายตา
“เจ้าสองคน มากับข้า” เฮยหยารีบพาฉิงมู่กับซือตู้เดินไปดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยทันที
ซูไป๋เดินไปทางห้องเรียนที่เพิ่งสร้างใหม่ โดยมีหยานเจียวและคนอื่นๆ เดินตาม พวกเขาทุกคนต่างสงสัยว่าอาคารขนาดใหญ่หลังนี้มีไว้เพื่ออะไร
“ท่านชาแมน อาคารหลังนี้คืออะไรหรือขอรับ” หยานเจียวถามด้วยความกระตือรือร้น
“ห้องเรียนขอรับ เด็กๆ จะได้มาเรียนวิธีอ่านเขียนที่นี่” หม่ายหมางชิงตอบแทนด้วยความตื่นเต้น
“เรียนวิธีอ่านเขียนงั้นหรือ” ดวงตาสีแดงของหยานเจียวหรี่ลง ขณะที่เขามองจ้องไปที่ใบหน้าอันสงบนิ่งของซูไป๋ด้วยความตกใจ
เขาหลุดปากออกมาว่า “ท่านชาแมน รู้วิธีอ่านเขียนหนังสือด้วยหรือขอรับ”
“ครับ และพวกคุณทุกคนก็จะต้องเรียนวิธีอ่านเขียนในอนาคตด้วย” ซูไป๋กล่าวพลางหัวเราะเบาๆ
การสอนทุกคนในเผ่าให้รู้จักวิธีอ่านเขียน จะช่วยให้เวลาที่มีสมาชิกใหม่เข้าร่วมเผ่ามังกรอัคคีในอนาคต พวกเขาสามารถใช้วัฒนธรรมที่มีอยู่เดิมของสมาชิกเผ่าเพื่อช่วยในการปรับตัวได้ สมาชิกใหม่ก็จะสามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของเผ่าได้อย่างรวดเร็ว แทนการอาศัยเพียงผลประโยชน์และการใช้กำลัง ความเป็นหนึ่งเดียวทางจิตวิญญาณ คือรากฐานที่แท้จริงของกลุ่มคน
ถึงแม้ว่าจะยังมีปัญหาด้านจำนวนประชากร แต่ซูไป๋ก็ไม่ได้กังวลใจมากนัก ตราบใดที่พวกเขามีผ้าลินินไปแลกเปลี่ยนกับอาหาร พวกเขาก็จะสามารถเพิ่มจำนวนประชากรได้อย่างรวดเร็ว การเพิ่มจำนวนสมาชิกเผ่าเป็นหนึ่งพันคนภายในหนึ่งปี ไม่น่าใช่ปัญหา แต่การชนะใจคนนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญยิ่งกว่า
“เยี่ยมไปเลยขอรับ สักวันหนึ่งเผ่าของเราจะได้มีระบบการเขียนเป็นของตัวเอง” หยานเจียวตะโกนด้วยความตื่นเต้น
“ในอนาคต ผมจะหาเวลามาที่ห้องเรียนเพื่ออธิบายวิธีการอ่านเขียน เด็กอายุต่ำกว่าสิบสี่ทุกคนในเผ่าจะต้องเข้าเรียน ส่วนพวกคุณถ้าว่างก็มาเข้าเรียนด้วยได้ครับ” ซูไป๋กำหนดหน้าที่หลักให้กับเด็กๆ ในเผ่า ซึ่งก็คือ: การเรียน
การสอนวิธีการอ่านเขียนวันละหนึ่งชั่วโมง ก็เพียงพอแล้วสำหรับผู้คนที่เพิ่งเริ่มเรียนรู้ และมันก็ไม่ได้ใช้เวลานานจนเกินไป
เด็กๆ ในเผ่ายังเล็กเกินกว่าที่จะไปทำงานหนัก การออกไปหาของป่าก็อันตรายเกินไป แทนที่จะปล่อยให้พวกเขาเล่นซนภายในเผ่า สู้บังคับให้มาใช้เวลาส่วนหนึ่งของแต่ละวันไปกับการเรียนรู้ตัวอักษรเพิ่มเติมดีกว่า
“ขอรับ ข้าจะสั่งให้คนคอยดูแลความประพฤติของพวกวานรลักไข่” หยานเจียวเหลือบมองไปที่ถังเก็บน้ำ ซึ่งกลุ่มเด็กๆ กำลังเล่นซนกันอยู่ พลางคิดว่าถึงเวลาต้องจัดการกับพวกเขาอย่างจริงจัง
เนื่องจากเผ่ามีอาหารจำกัด การให้เด็กๆ ได้กินจนอิ่มท้องทุกวันจึงเป็นเรื่องยาก การหยุดพักฝึกซ้อมร่างกาย และหันมาใช้เวลาเรียนวิธีการอ่านเขียน ย่อมดีกว่าปล่อยให้พวกเขาว่างและเล่นซนจนเกิดปัญหา
“พรุ่งนี้ ใช้กำลังคนทั้งหมดไปกับการตามหาพืชที่ใช้ทำผ้าลินิน เราเหลือเวลาอีกแค่หกวันแล้วครับ” ซูไป๋กล่าวอย่างจริงจัง
เงื่อนไขที่แผนทั้งหมดของเขาจะสำเร็จได้ คือเผ่าจะต้องมีสินค้าพิเศษ ผ้าลินินจึงเป็นหัวใจสำคัญของแผนนั้น
เพราะถึงยังไง เขาก็คงยังไม่สามารถผลิตสินค้าอื่นได้อยู่ดี เขาขาดแคลนทั้งวัตถุดิบและเครื่องมือ สุดท้ายแล้ว ความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับสังคมยุคโบราณนั้นยังน้อยเกินไป และตลาดนัดเผ่ากวางลายจุดที่จะเริ่มขึ้นในอีกหกวัน ก็เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการแลกเปลี่ยน
“ขอรับ” หยานเจียวตอบรับอย่างแข็งขัน