- หน้าแรก
- อยู่ดีๆ ผมก็ได้เป็นหัวหน้าเผ่ายุคบรรพกาลซะงั้น
- บทที่ 39 การทำความสะอาดครั้งใหญ่ของเผ่า
บทที่ 39 การทำความสะอาดครั้งใหญ่ของเผ่า
บทที่ 39 การทำความสะอาดครั้งใหญ่ของเผ่า
ซูไป๋ยืนอยู่บนเวทีสูง จ้องมองสายตาของฝูงชน [นั่นคือแววตาที่แสดงถึงการยอมรับนับถือสินะ]
[อาจจะใช่ แต่คงไม่ใช่ในตัวเราโดยตรง สิ่งที่พวกเขายอมรับคือสถานะของเรา เพราะว่าเราคือชาแมน พวกเขาไม่ได้ยอมรับเราในฐานะซูไป๋]
พูดอย่างตรงไปตรงมาก็คือ ต่อให้มีคนโง่สักคนขึ้นไปรับตำแหน่งชาแมน ผู้คนข้างล่างก็ยังพร้อมที่จะให้การยอมรับแบบเดียวกันนี้โดยไม่ลืมหูลืมตา นี่เป็นเพียงเพราะชื่อเสียงที่เหล่าชาแมนในเผ่ามังกรอัคคีได้สั่งสมเอาไว้เป็นเวลานานหลายชั่วอายุคน
ตอนที่ซูไป๋ยังอยู่บนโลก จริงๆ แล้วเขาเป็นคนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเองอย่างมาก ถึงแม้ภายนอกเขาจะดูสุภาพอ่อนน้อม แต่แท้จริงแล้วเขามีความเด็ดขาดยิ่งกว่าใคร แต่โดยปกติแล้วเขาจะพยายามไม่แสดงมันออกมา เขารู้ดีว่าเขาไม่จำเป็นต้องใช้ความเด็ดขาดนั้นกับพันธมิตรและเพื่อนๆ ของเขา
อย่างไรก็ตาม หากต้องเผชิญหน้ากับศัตรู ความอ่อนโยนของเขาพร้อมจะแปรเปลี่ยน และทำทุกวิถีทางเพื่อกำจัดศัตรู โดยไม่เกรงกลัวว่ามือของเขาจะเปื้อนเลือด
เมื่อวานนี้ เขาได้รับการยอมรับนับถืออย่างแท้จริงจากหยานเจียว เฮยหยา และนักรบโทเท็มคนอื่นๆ
วันนี้ เขาต้องการให้ผู้คนที่อยู่ตรงหน้า ยอมรับนับถือในตัวเขาจากใจจริง ไม่ใช่เพราะเขาสืบทอดตำแหน่งชาแมนมา
“ในเมื่อพวกเรากำลังจะมีน้ำแล้ว ทุกคนอยากอาบน้ำกันไหมครับ” ซูไป๋ถามพร้อมรอยยิ้ม
“ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนตอบรับโดยพร้อมเพรียงกัน
“ถ้างั้นก่อนจะอาบน้ำ เราก็ควรจะทำความสะอาด และช่วยกันเก็บกวาดขยะในอาณาเขตเผ่าก่อนจริงไหมครับ”
ซูไป๋ยกมือขึ้นทำท่าพัดบริเวณจมูกของเขา พลางพูดด้วยสีหน้ารังเกียจว่า “หลังอาบน้ำเสร็จ ตัวหอมแล้ว ทุกคนจะยังอยากเดินออกมาเจอกับกลิ่นเหม็นเน่าในอาณาเขตเผ่าอีกเหรอครับ”
“จริงด้วย ตอนนี้บนพื้นภายในอาณาเขตเผ่าสกปรกเกินไปแล้ว”
“ก็เพราะเจ้าพวก ‘วานรลักไข่’ ตัวแสบนั่นแหละ ขับถ่ายเรี่ยราดไปทุกที่”
“ข้าอยากพูดคำนี้มานานแล้ว แต่พวกนักรบโทเท็มนั่นแหละ ที่ชอบโยนเศษกระดูกทิ้งตามใจชอบไปทั่ว”
“ชู่วว พูดเบาๆ หน่อย”
“…” เมื่อผู้คนเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับนักรบโทเท็ม ทุกคนต่างพากันปิดปากเงียบเมื่อเห็นหม่ายหมางถลึงตาใส่
“เจ้าคนปากเปราะพวกนี้นี่” หม่ายหมางถึงกับตากระตุก เขาหรี่ตาจ้องมองผู้คนเหล่านั้น และตัดสินใจว่าคืนนี้จะเอาเศษกระดูกไปโยนใส่หน้าบ้านคนพูด
“ทุกคน เรามาช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาดสิ่งสกปรกในอาณาเขตเผ่า เพื่อรอต้อนรับน้ำกันดีกว่าครับ” ซูไป๋พูดปลุกใจทุกคน
“ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนตอบรับโดยพร้อมเพรียงกัน
ฝูงชนเริ่มสลายตัว บางส่วนกลับไปที่เต็นท์กระโจมของตัวเองเพื่อหยิบเครื่องมือทำความสะอาด คงไม่มีใครอยากจะเก็บกองอุจจาระบนพื้นด้วยมือเปล่าแน่ๆ
“ท่านชาแมน แล้วพวกเราควรทำอย่างไรขอรับ” หม่ายหมางถามขณะเงยหน้ามองซูไป๋บนเวที
“ขุดหลุมกันเถอะครับ เผ่าของเราควรมีสุขาสี่ห้อง และห้องอาบน้ำอีกสี่ห้อง” ซูไป๋ตอบ
“สุขาคืออะไรขอรับ” หม่ายหมางยังไม่ค่อยเข้าใจคำนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าห้องอาบน้ำคืออะไร
“มันคือที่เอาไว้ให้ผู้คนใช้ขับถ่ายครับ” ซูไป๋อธิบาย
หนึ่งในเหตุผลที่อาณาเขตเผ่ามีแต่กลิ่นเหม็น ก็เพราะเด็กๆ และคนที่เดินเหินไม่สะดวก เลือกที่จะขับถ่ายไปทั่วทุกที่ตามใจชอบ วิธีแก้คือการเพิ่มห้องสุขาเข้าไป
“เราไปขับถ่ายในป่าก็พอแล้วไม่ใช่หรือขอรับ” หม่ายหมางยังคงถามด้วยความสับสน
“มันไม่ปลอดภัยสำหรับคนทั่วไปครับ” ซูไป๋มองบน [ป่ายุคโบราณก็ยังอยู่ในสภาพที่รกทึบเต็มไปด้วยพงหญ้า ใครจะรู้ว่ามีสัตว์หรือแมลงอันตรายอะไรอยู่ในนั้นบ้าง]
“ท่านชาแมน จะให้ขุดแบบไหนก็สั่งมาเลยขอรับ” หม่ายหมางไม่อยากถามมากเกินไป เขาแค่อยากทำตามคำสั่งของชาแมน
ซูไป๋ชี้นิ้วไปทางหนึ่งและอีกทางหนึ่ง พลางกล่าวว่า “ขุดห้องสุขาสองห้อง กับห้องอาบน้ำสองห้อง สำหรับทิศตะวันตกและทิศตะวันออกของอาณาเขตเผ่าครับ ทุกอย่างต้องแยกจากกัน ห้องสุขาและห้องอาบน้ำของชายและหญิงจะต้องไม่อยู่ติดกัน”
“ได้เลยขอรับ” หม่ายหมางกล่าวอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะพาหม่ายเหมาลูกชายของเขาไปขุดห้องสุขา หยานฮัวกับนักรบฝึกหัดอีกสี่คนยังคงยืนรอคำสั่งอยู่
“ท่านชาแมน แล้วจะให้พวกเราทำอะไรเจ้าคะ” หยานฮัวถามด้วยเสียงสดใส
“พวกคุณต้องไปขุดถังเก็บน้ำครับ เราต้องเตรียมที่ไว้เก็บน้ำเมื่อมันไหลมาถึง” ซูไป๋กล่าวอย่างอ่อนโยน
“แล้วดินจะเก็บกักน้ำได้หรือเจ้าคะ” หยานฮัวกะพริบตาอันงดงามของเธอด้วยความสับสน
“ถ้าคุณอัดดินเข้าด้วยกันจนแน่น น้ำจะไหลซึมได้ช้าลง ช่วยให้เราเก็บน้ำได้ในระดับหนึ่งครับ” ซูไป๋อธิบายต่อ หากไม่มีถังเก็บน้ำ น้ำก็ไหลทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” หยานฮัวพยักหน้า เธอเตรียมจะพาทุกคนที่เหลือไปช่วยกันขุดถังเก็บน้ำ
“อาฮัว งานนั้นให้สองคนทำก็พอแล้วครับ ส่วนคุณต้องพาคนไปตัดไม้กลับมาครับ” ซูไป๋สั่ง
“เจ้าค่ะ” หยานฮัวที่ดูเหมือนพี่ใหญ่ ออกคำสั่งให้นักรบฝึกหัดชายสองคนไปขุดถังเก็บน้ำ
“แล้วก็ตัดวัชพืชยาวๆ กลับมาด้วยนะครับ เราจะเอามันมาสร้างบ้านฟาง” ซูไป๋ต้องการใช้บ้านฟางแทนเต็นท์กระโจมหนังสัตว์
เนื่องจากหนังสัตว์เป็นทรัพยากรที่มีจำกัด พวกเขาไม่มีเหลือพอที่จะนำมาสร้างห้องสุขาและห้องอาบน้ำ จึงต้องหาอย่างอื่นมาทดแทน หากนำฟางมาวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ก็จะสามารถบังแดดบังฝนได้
“ได้เลยเจ้าค่ะ” หยานฮัวตอบรับอย่างจริงจัง พาอีกสองคนที่เหลือเข้าไปในป่าใกล้ๆ
“พวกเราไปเลือกที่สร้างห้องเรียนกันเถอะครับ” ซูไป๋ก้าวลงจากบนเวทีและเริ่มเดินไปรอบๆ อาณาเขตเผ่า
“เจ้าค่ะ” อวี่อิงรีบเดินตามอย่างรวดเร็ว แต่พอออกเดินได้สองสามก้าว ก็ดูเหมือนเธอจะนึกอะไรบางอย่างออก และหันกลับไปเตรียมอุ้มเครื่องกรองน้ำ
“ทิ้งไว้ตรงนั้นก่อนก็ได้ครับ” ซูไป๋กล่าวพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
“เจ้าค่ะ” อวี่อิงพยักหน้า แก้มกลายเป็นสีแดง ก่อนจะเดินตามซูไป๋ไปอย่างว่าง่าย
ซูไป๋เดินไปรอบๆ เห็นทุกคนช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาดอย่างขยันขันแข็ง เด็กๆ ต่างขยันกันเป็นพิเศษ ใช้ใบไม้แผ่นใหญ่ม้วนเป็นทรงกรวยแทนถุงเพื่อเก็บเศษกระดูก
เขาเดินมาถึงตรงที่หม่ายหมางกับหม่ายเหมากำลังขุดหลุม ทั้งคู่ใช้แท่งไม้ในการขุดดิน
เมื่อเห็นซูไป๋ หม่ายหมางจึงหยุดทำงานก่อนจะหันมาถาม “ท่านชาแมน แบบนี้ใช้ได้ไหมขอรับ”
“ดีครับ แต่เพื่อความปลอดภัย ช่วยอัดกำแพงทั้งสี่ด้านให้แน่นกว่านี้อีกหน่อย” ซูไป๋สั่ง
เขาอยากสร้างห้องน้ำสไตล์สุขาหลุมตามชนบท ที่เอาแผ่นไม้วางเหนือหลุม สำหรับให้คนนั่งยองขับถ่าย
“รับทราบขอรับ” หม่ายหมางพยักหน้า ก่อนจะหันไปชกใส่กำแพงหลุมที่เขาขุดอีกฝั่งละสองสามครั้ง