เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 แค่ได้กลิ่นสัตว์ร้ายคงถึงกับสลบ

บทที่ 38 แค่ได้กลิ่นสัตว์ร้ายคงถึงกับสลบ

บทที่ 38 แค่ได้กลิ่นสัตว์ร้ายคงถึงกับสลบ


“สิบชุดงั้นหรือ ได้เลยขอรับ” กู่มู่ตอบรับทันที เฉพาะชุดแรกเท่านั้นที่จะใช้เวลานานกว่าเล็กน้อย เมื่อคุ้นเคยกับกระบวนการแล้ว เขาจะใช้เวลาน้อยลงครึ่งหนึ่งสำหรับแต่ละชุด

“ไม่ต้องฝืนทำงานหนักนะครับ อย่าลืมพักผ่อนด้วย” ซูไป๋แนะนำเพราะกังวลว่าชายชราอาจจะทำงานหนักเกินไป หากเขาเป็นอะไรไป ซูไป๋คงจะรู้สึกผิด

“สบายมากขอรับ ทำงานง่ายๆ แบบนี้ไม่เหนื่อยเลยแม้แต่น้อย” กู่มู่โบกมือ ลึกๆ แล้ว เขาซาบซึ้งใจไม่น้อย เพราะมีน้อยคนที่จะสนใจชายชราผู้โดดเดี่ยวคนนี้

“ท่านชาแมน ท่านปู่กู่มู่น่ะแข็งแรงมากเจ้าค่ะ ท่านเป็นคนขนไม้จากในป่ามาที่นี่ด้วยตัวเอง” หยานฮัวกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส

เธอรู้ดีว่าผู้อาวุโสทุกคนในเผ่าล้วนมีความภูมิใจในตัวเอง และไม่ชอบการถูกมองว่าตนเองไร้ค่า จึงมักจะฝืนตัวเองจนเกินไปอยู่บ่อยครั้ง

“อ้อ” ซูไป๋อดประหลาดใจไม่ได้ เขาสังเกตเห็นสาวเขาวัวขยิบตาให้เพื่อส่งสัญญาณบางอย่าง

เขาเข้าใจได้ในทันที จึงกล่าวเพิ่มเติมอย่างสุภาพว่า “ท่านอาจารย์กู่มู่ ถ้ามีเวลาเหลือ ช่วยทำกล่องไม้ให้ผมยี่สิบสี่กล่องด้วยนะครับ เอาแบบไม่มีฝา”

“กล่องใหญ่แค่ไหนขอรับ” กู่มู่ถามอย่างไม่ลังเล

ซูไป๋มองไปรอบๆ ก่อนจะชี้ไปที่เครื่องกรองน้ำ “กว้างเท่านี้ก็ได้ครับ”

สังคมยุคโบราณยังไม่มีระบบการวัดขนาดที่ชัดเจน ทุกอย่างจึงต้องกะเอาด้วยตา เขาคิดว่าถ้ามีเวลาว่าง เขาควรพัฒนาระบบการชั่งน้ำหนักและวัดขนาดขึ้นมาเพื่อความสะดวก

“ได้เลยขอรับ” กู่มู่ตอบตกลงทันที ราวกับว่าเขาไม่คิดที่จะปฏิเสธแม้แต่คำขอเดียว

“เอาล่ะครับ งั้นวันนี้ผมคงไม่รบกวนต่อแล้ว” ซูไป๋ถอนหายใจอย่างโล่งอก ตอนนี้เขาแค่ต้องการวัตถุดิบสำหรับทำผ้าลินินเท่านั้น

“ไม่มีปัญหาขอรับ ท่านชาแมน พอมีเวลาอยู่ต่ออีกสักพักไหมขอรับ ข้าสามารถแนะนำสมาชิกช่างไม้คนอื่นๆ ให้ท่านรู้จักได้นะขอรับ” กู่มู่ถามอย่างรวดเร็ว เขาอยากให้ชาแมนอยู่พูดคุยกันต่อ

“ท่านปู่กู่มู่ ท่านชาแมนยังมีภาระหน้าที่อีกหลายอย่างเจ้าค่ะ” หยานฮัวตอบแทรก

“งั้นถ้าว่างแล้ว ท่านชาแมนจะแวะมาหาพวกเราอีกได้ไหมขอรับ” กู่มู่ถามอย่างมีความหวัง

“แน่นอนครับ” ซูไป๋ตอบตกลงอย่างรวดเร็วก่อนจะก้าวออกจากเต็นท์

หยานฮัวเดินไปยกเครื่องกรองน้ำก่อนจะออกจากเต็นท์ตามซูไป๋ไปพร้อมกับสาวหูจิ้งจอก พวกเขาเดินมาจนถึงลานโล่งตรงกลางเผ่า ซึ่งยังมีเวทีไม้ที่ใช้ทำ ‘พิธีสืบทอดชาแมน’ เมื่อสองสามวันก่อนตั้งอยู่

“หยานฮัว ช่วยไปตามคนที่ว่างและสามารถเดินได้สะดวกทุกคนในเผ่ามาที่นี่ทีครับ” ซูไป๋พูดอย่างนุ่มนวล เขาตั้งใจจะมอบหมายงานให้กับคนในเผ่า

“เจ้าค่ะ” หยานฮัวตอบรับอย่างรวดเร็ว ส่งเครื่องกรองน้ำให้สาวหูจิ้งจอก ก่อนจะเริ่มวิ่งไปตามเต็นท์กระโจมต่างๆ

เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยและตะโกนเสียงดังฟังชัดว่า “ทุกคนที่ว่างอยู่ ออกมาให้หมด ท่านชาแมนมีเรื่องจะประกาศ”

ซูไป๋เห็นสาวหูจิ้งจอกอุ้มเครื่องกรองน้ำเอาไว้อย่างว่าง่าย ตัวเครื่องใหญ่จนบังเธอเกือบมิด เหลือเพียงหูจิ้งจอกโผล่ขึ้นมาด้านบน กับเท้าของเธอที่ด้านล่าง

เขาจึงกล่าวด้วยความรู้สึกขำปนเอ็นดูว่า “คุณไม่ต้องอุ้มมันไว้ตลอดเวลาก็ได้ครับ เอาวางไว้ข้างๆ ตรงที่คุณยืนก็ได้”

“เจ้าค่ะ” อวี่อิงตอบด้วยเสียงแผ่วเบา ก่อนจะวางเครื่องกรองน้ำพิงไว้กับขอบเวที

“ท่านชาแมน มีอะไรให้พวกเรารับใช้หรือขอรับ” หม่ายหมางปรากฏตัวพร้อมกับลูกชายของเขาตรงด้านล่างของเวที

“ครับ เดี๋ยวรอทุกคนมาพร้อมกันแล้วผมจะบอกทีเดียว” ซูไป๋พยักหน้า ถึงเวลาปฏิรูปเผ่าและวางโครงสร้างพื้นฐานบางอย่างแล้ว

“ขอรับ” หม่ายหมางยืนรออยู่ข้างๆ หม่ายเหมา

ผู้คนในเผ่าค่อยๆ เดินออกมานอกเต็นท์กระโจมของตัวเอง กลุ่มที่โดดเด่นที่สุดคือเด็กๆ สิบเจ็ดคน ผู้อาวุโสชายหญิงเจ็ดคนรวมกู่มู่ หญิงตั้งครรภ์ห้าคน กับคนพิการอีกสี่คนรวมซานชิว

“ท่านชาแมนจะทำอะไรเหรอ”

“ข้าได้ยินว่าเมื่อวานท่านชาแมนออกไปนอกอาณาเขตเผ่า”

“ถ้าท่านเป็นอะไรไปจะทำยังไง”

“เงียบไปเลย จะพูดให้เป็นลางทำไม ท่านชาแมนจะเป็นอะไรไปได้”

“น่าจะเป็นเรื่องแหล่งน้ำนั่นแหละ ข้าได้ยินนักรบโทเท็มคุยกันเมื่อวานนี้ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะพบแหล่งน้ำแห่งใหม่”

“…”

ทุกคนกระซิบกระซาบคุยกัน สลับกับเหลือบมองคนที่ยืนอยู่บนเวที

“ทุกคนมาครบหรือยังครับ” ซูไป๋หันไปถามสาวหูจิ้งจอก

“ยังเจ้าค่ะ ขาดนักรบฝึกหัดอีกสี่คน พวกเขาน่าจะอยู่ที่ลานฝึกซ้อม” อวี่อิงตอบ

ทันทีที่เธอพูดจบ ก็เห็นคนห้าคนวิ่งมาจากที่ไกลๆ มีหยานฮัวนำหน้า

ซูไป๋สังเกตลักษณะของทั้งสี่คน  ชายหนุ่มวัยประมาณยี่สิบจำนวนสามคน กับหญิงสาวอายุไล่เลี่ยกับสาวเขาวัวอีกหนึ่งคน

“ท่านชาแมน ทุกคนมากันครบแล้วเจ้าค่ะ” หยานฮัวรายงานพลางหอบหายใจ

“ครับ” ซูไป๋พยักหน้า ก่อนที่สาวเขาวัวจะเดินขึ้นมายืนอยู่ข้างๆ เขาอย่างเชื่อฟัง

เขากวาดตามองฝูงชน ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึม ทุกคนที่อยู่ด้านล่างของเวทีค่อยๆ หยุดพูดคุยกันจนบรรยากาศเงียบกริบ

“ทุกคนครับ เผ่าของเราประสบปัญหาขาดน้ำมาพักใหญ่แล้ว เราไม่ได้อาบน้ำกันเลย ตอนนี้พวกเราตัวเหม็นมาก แค่สัตว์ร้ายได้กลิ่นก็คงถึงกับสลบ” ซูไป๋เริ่มต้นด้วยการพูดติดตลก

“ฮ่าฮ่าฮ่า…” สมาชิกเผ่าต่างพากันหัวเราะ หันมามองกันและกัน ก่อนจะเริ่มขยับถอยห่างออกจากกันเล็กน้อย เพื่อล้อเลียนกันเองเรื่องกลิ่นตัว

“ตอนนี้ปัญหาเรื่องน้ำของเราได้รับการแก้ไขแล้ว” ซูไป๋จ้องมองไปที่กลุ่มคนซึ่งกำลังตื่นเต้นเล็กน้อย และพูดต่อว่า “ท่อนไม้กลวงที่ทุกคนช่วยกันทำข้อต่อเมื่อคืนนี้ มีไว้เพื่อขนน้ำกลับมาที่อาณาเขตเผ่าของเรา”

“เป็นไปไม่ได้ น้ำมันจะไปเชื่อฟังใครแล้วไหลผ่านท่อนไม้มาหาเราเองได้ยังไง”

“ถ้าท่านชาแมนบอกว่าน้ำจะมาที่อาณาเขตเผ่า น้ำก็จะมาที่อาณาเขตเผ่าอย่างแน่นอน”

“ถูกต้อง ท่านชาแมนไม่เคยโกหกเรา”

“…”

ผู้คนที่ไม่เชื่อมั่นในคำพูด ต่างถูกคนรอบตัวโต้แย้งในทันที โดยเฉพาะเด็กๆ ที่จ้องมองชาแมนด้วยสายตาที่เคารพนับถือและชื่นชม

“อย่างเร็วที่สุด น้ำจะมาถึงอาณาเขตเผ่าวันนี้ อย่างช้าที่สุด ไม่เกินพรุ่งนี้ครับ” ซูไป๋ไม่ได้ไปต่อท่อนไม้กลวงด้วยตัวเอง เขาจึงไม่กล้ารับปากอย่างแน่ชัดว่าจะทำเสร็จได้ภายในวันนี้ นั่นอาจเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของตัวเอง เพราะเขาเพิ่งจะเข้ารับตำแหน่งชาแมนได้ไม่นาน

“ดีเหลือเกิน พวกเราจะได้อาบน้ำกันเสียที”

“ในที่สุดเราก็จะไม่ต้องใช้น้ำอย่างประหยัดอีกต่อไป”

“ท่านชาแมนช่างวิเศษเหลือเกิน แค่เข้าไปในป่าเมื่อวาน วันนี้ก็แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำได้แล้ว”

“แน่นอนอยู่แล้ว ก็เขาเป็นถึงท่านชาแมนนี่นา”

“…”

ฝูงชนต่างพากันสรรเสริญซูไป๋ ในแววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยประกายแห่งการยอมรับนับถือ

จบบทที่ บทที่ 38 แค่ได้กลิ่นสัตว์ร้ายคงถึงกับสลบ

คัดลอกลิงก์แล้ว