เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 กี่ทอผ้าโบราณ

บทที่ 37 กี่ทอผ้าโบราณ

บทที่ 37 กี่ทอผ้าโบราณ


*สวบ สวบ…* ขณะที่พวกเขากำลังเดิน จู่ๆ ซูไป๋ก็หยุดกะทันหัน จนเกือบทำให้สาวหูจิ้งจอกที่อยู่ข้างหลังเดินชนเขาเข้า

“ท่านชาแมน มีอะไรหรือเจ้าคะ” อวี่อิงถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ให้ใครสักคนตัดหนังสัตว์ขนาดเท่าฝ่ามือสามชิ้น นำมาวางซ้อนแล้วเย็บเข้าด้วยกัน โดยมีเถาวัลย์สองเส้นอยู่ด้านข้างยาวพอที่จะใช้ผูกกับด้านหลังหัวได้” ซูไป๋บรรยายรายละเอียดของหน้ากากกันฝุ่นยุคโบราณ

เขานึกย้อนไปถึงภาพฝุ่นหินฟุ้งกระจายในระหว่างการขัดเครื่องมือหิน และรู้สึกว่าถ้าไม่มีการป้องกันใดๆ ปอดของซานชิวอาจมีปัญหาได้ในระยะยาว

“เจ้าค่ะ ข้าจะจัดการตามคำสั่ง” อวี่อิงพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

“สั่งให้คนเย็บขึ้นมาสักสองสามอันแล้วเอาไปให้ซานชิวนะครับ” เมื่อซูไป๋นึกย้อนไปถึงคนบนโลกที่ดื้อด้านไม่ยอมใส่หน้ากากกันฝุ่น จึงกล่าวเสริมว่า “ให้บอกเขาว่าผมสั่งให้เอาไปให้ และเขาต้องสวมหน้ากากกันฝุ่นนี้ตลอดเวลาที่ขัดหิน เพื่อปกป้องปอดของเขา”

“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” อวี่อิงตอบรับ

“…” ดวงตาสีแดงของหยานฮัวเป็นประกายขณะจ้องมองซูไป๋จากด้านข้าง เธอรู้สึกว่าเขาเป็นคนไม่ถือตัวเลยแม้แต่น้อย

ในฐานะผู้นำเผ่า ชาแมนมักถูกมองว่าเป็นคนที่น่าเกรงขามและลึกลับ ที่จะไม่มาเสียเวลาใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่พฤติกรรมปัจจุบันของซูไป๋ได้ทำลายภาพลักษณ์ของความเป็น ‘ชาแมนผู้เคร่งขรึมและจริงจัง’ ในสายตาของสาวเขาวัวไปอย่างสิ้นเชิง เธอรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่พูดคุยด้วยและเข้าหาได้ง่าย

“คิดอะไรอยู่เหรอครับ” ซูไป๋เห็นสีหน้าที่กำลังเหม่อลอยของหยานฮัว

“เอ๋” หยานฮัวรู้สึกตัว แก้มของเธอแดงเล็กน้อยขณะที่เธอหันหน้าหนีพลางพูดว่า “เรามาถึงเต็นท์กระโจมของช่างไม้แล้วเจ้าค่ะ”

“แปลกคน…” ซูไป๋บ่นพึมพำ

ทั้งสามคนเดินอ้อมไปทางด้านหน้าของเต็นท์ และเห็นชายชราคนหนึ่งกำลังรออยู่ที่ทางเข้า

“ท่านชาแมน” ชายชราก้มหัวคำนับเพื่อทักทาย

“ผู้อาวุโส ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นหรอกครับ” ซูไป๋รีบก้าวไปข้างหน้าเพื่อประคองชายวัยประมาณเจ็ดสิบปีให้กลับมายืนตรง เขายังไม่สามารถละทิ้งมารยาทการเคารพผู้อาวุโสที่ติดตัวมาจากโลกได้

“ท่านชาแมน นี่ท่านปู่กู่มู่ ช่างไม้ที่เก่งที่สุดในเผ่าเจ้าค่ะ” หยานฮัวกล่าวแนะนำจากด้านข้าง

กู่มู่ในวัยเจ็ดสิบกว่าปี มีรอยย่นอยู่ทั่วใบหน้า รวมทั้งผมและเคราสีขาว ส่วนที่โดดเด่นที่สุดคือตามเคราสีขาวของเขามีเศษไม้ติดอยู่เต็มไปหมด

“ท่านชาแมน สิ่งที่ท่านสั่งให้ข้าทำผ่านหยานฮัวพร้อมแล้วขอรับ” เสียงของกู่มู่ยังคงเต็มเปี่ยมด้วยพลัง ฟังดูไม่เหมือนกับเสียงของคนอายุเจ็ดสิบปีแม้แต่น้อย

เขาได้ยินเสียงอึกทึกดังมาจากเต็นท์ฝั่งซานชิวก่อนหน้านี้และรู้ว่าชาแมนกำลังจะมา จึงออกมายืนรออยู่ด้านนอกเต็นท์

“ดีเลยครับ งั้นเราไปดูกันเถอะ” ซูไป๋กล่าวอย่างสุภาพ

“เชิญขอรับ เชิญเลย” กู่มู่พูดอย่างกระตือรือร้น และนำทางเข้าไปในเต็นท์กระโจม

ซูไป๋ก้าวเข้าไปข้างในและมองเห็นภาพที่แตกต่างจากเต็นท์กระโจมของซานชิวอย่างสิ้นเชิง ทุกอย่างดูไม่รกรุงรัง มีเพียงเศษไม้กระจายอยู่บนพื้นเท่านั้น แผ่นไม้ถูกวางเรียงอย่างเป็นระเบียบ และบริเวณรอบๆ กองไฟก็สะอาดมาก

“ท่านชาแมน สิ่งที่ท่านต้องการให้ข้าทำอยู่นี่แล้วขอรับ” กู่มู่หันกลับมาพร้อมกับยกท่อไม้สูงเกือบเท่าเอวของคน เส้นผ่านศูนย์กลางสองฝ่ามือมาวางด้านหน้าซูไป๋

“ใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอครับ” ซูไป๋ตกตะลึงจนอ้าปากออกเล็กน้อย ขณะที่จ้องมองไปที่เครื่องกรองน้ำขนาดยักษ์

“ใหญ่ใช่ไหมขอรับ หากข้ามีวัตถุดิบไม้ที่ดีกว่านี้ ข้าสามารถทำอันใหญ่กว่านี้ให้ท่านชาแมนได้นะขอรับ” กู่มู่ยังรู้สึกว่ามันเล็กเกินไป

“ไม่เป็นไรครับ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว” ซูไป๋รีบห้าม ทีแรกเขาตั้งใจจะทำเครื่องกรองขนาดเท่าฝ่ามือ ไม่ได้คาดคิดว่ามันจะใหญ่กว่าที่คิดไว้ไปมาก

“ท่านชาแมน ต้องการให้ข้าทำสิ่งใดอีกหรือไม่ขอรับ” กู่มู่ถามด้วยความคาดหวัง

ในเผ่านั้น ชาแมนเป็นบุคคลที่เข้าหาได้ยากที่สุด การได้รับใช้ชาแมนถือเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องอิจฉา และยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความสามารถของคนอีกด้วย

“ครับ วันนี้มีของสองสามอย่างที่ผมอยากให้คุณทำ” ซูไป๋กวักมือเรียกสาวหูจิ้งจอก

อวี่อิงรีบก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับส่งภาพวาดบนแผ่นหนังสัตว์ที่เธอถืออยู่ให้เขา

“ดีเหลือเกินขอรับ ชายชราคนนี้แทบจะไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว” กู่มู่ยิ้มกว้างเมื่อรู้ว่าจะได้รับมอบหมายงาน

“นี่ครับ ลองดูตรงนี้ ถ้ามีอะไรที่คุณไม่เข้าใจ ก็ถามผมได้เลยนะครับ” ซูไป๋ยื่นภาพวาดบนแผ่นหนังสัตว์ให้

“ขอรับ ขอข้าดูหน่อย” กู่มู่รับมันไปและเริ่มพิจารณาอย่างตั้งใจ

“…” ซูไป๋จ้องมองมือของกู่มู่ ซึ่งหลังมือดูหยาบกระด้างราวกับเปลือกไม้สนแก่ มีรอยแตกอยู่เต็มไปหมด และรอยด้านหน้าอีกหลายแห่งบนฝ่ามือ นี่คือมือของช่างไม้ชราผู้มากประสบการณ์อย่างแท้จริง

หลังจากผ่านไปประมาณสิบนาที กู่มู่ก็ดูเสร็จ

เขาชี้ไปที่หนึ่งในภาพวาดแล้วถามว่า “ท่านชาแมน โต๊ะในภาพวาดนี้ข้าเข้าใจได้ไม่ยาก แต่เจ้าสิ่งที่อยู่ถัดจากมันคืออะไรหรือขอรับ มันดูแปลกประหลาดเหลือเกิน”

กู่มู่เคยทำโต๊ะขึ้นมามากมาย แต่ตั้งแต่ย้ายออกมาจากดินแดนบรรพชนของเผ่า ชาแมนก็ไม่ได้ขอให้เขาทำอะไรเพิ่มอีกเลย

“มันเรียกว่าเก้าอี้ครับ เอาไว้นั่ง มันเอาไว้ใช้งานคู่กับโต๊ะเป็นชุดเดียวกัน” ซูไป๋อธิบาย มันคือภาพวาดเก้าอี้ที่มีพนักพิง ซึ่งทำให้กู่มู่มองว่ามันแปลกประหลาด

ในสังคมยุคโบราณ ยังไม่เคยมีแนวคิดเรื่องการนั่งเก้าอี้มาก่อน ผู้คนจะนั่งบนก้อนหินคลุมด้วยหนังสัตว์ ท่อนไม้ หรือไม่ก็นั่งบนพื้น

“เก้าอี้สำหรับนั่งงั้นหรือขอรับ” กู่มู่ขมวดคิ้วพลางพิจารณา จากนั้นก็เข้าใจว่า "ถ้าเช่นนั้นโต๊ะก็ควรที่จะสูงกว่านี้ใช่ไหมขอรับ"

“ถูกต้องครับ” ซูไป๋พยักหน้าเห็นด้วย การไม่มีโต๊ะและเก้าอี้ถือเป็นความไม่สะดวกอย่างยิ่ง

“หากท่านชาแมนต้องการอย่างเร่งด่วน ข้าสามารถทำเสร็จได้ภายในวันพรุ่งนี้ขอรับ” กู่มู่กล่าวอย่างมั่นใจ

“ไม่ต้องรีบก็ได้ครับ เอาไว้อีกวันสองวันค่อยทำ” ซูไป๋ส่ายหัวก่อนจะชี้ไปที่ภาพวาดอีกภาพในมือของกู่มู่ พร้อมกับพูดอย่างจริงจังว่า “ของในภาพนี้เร่งด่วนกว่าครับ”

กู่มู่เหลือบมองภาพวาด ซึ่งเป็นแค่ไม้สองสามชิ้นที่ต้องเจาะรู

เขาฉีกยิ้มและพูดอย่างสบายๆ ว่า “ของชิ้นนี้ทำง่ายมากขอรับ หนึ่งชุดใช้เวลาไม่เกินครึ่งวัน”

“ดีครับ งั้นทำอันนี้ก่อนเลย ผมต้องการสิบชุด” ซูไป๋ถอนหายใจอย่างโล่งอก

สิ่งที่เขาต้องการให้กู่มู่ทำคือกี่ทอผ้า ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่เก่าแก่ที่สุด สามารถประกอบขึ้นมาได้โดยใช้ไม้เพียงไม่กี่ชิ้น

เหลือเวลาอีกเพียงหกวัน ตลาดนัดเผ่ากวางลายจุดก็จะเริ่มขึ้น ไม่นับรวมวันนี้ และอีกสามวันสำหรับการเดินทาง เผ่ามังกรอัคคีจะเหลือเวลาเตรียมตัวอีกแค่สามวันเท่านั้น

หากพวกเขาพบวัตถุดิบสำหรับทำผ้าลินินภายในสองวันข้างหน้า ซึ่งเมื่อพิจารณาว่าการทำกี่ทอผ้าสมัยใหม่ด้วยเทคโนโลยีโบราณนั้นอาจต้องใช้เวลานานหลายวัน พวกเขาจะมีเวลาไม่มากพอ

แทนที่จะทำกี่ทอผ้าล้ำยุค เขาจึงเลือกทำกี่ทอผ้าอย่างง่ายสิบชุด แล้วอาศัยแรงงานในการทอผ้าลินินเป็นมาตรการชั่วคราวแทน เพื่อให้สามารถทำงานเสร็จได้ภายในกรอบเวลาเพียงแค่สองสามวันที่เหลือ

จบบทที่ บทที่ 37 กี่ทอผ้าโบราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว