- หน้าแรก
- อยู่ดีๆ ผมก็ได้เป็นหัวหน้าเผ่ายุคบรรพกาลซะงั้น
- บทที่ 32 พอใจง่ายเกินไป
บทที่ 32 พอใจง่ายเกินไป
บทที่ 32 พอใจง่ายเกินไป
ขณะที่ค่ำคืนล่วงเลยไป สมาชิกในเผ่าช่วยกันทำ 'ข้อต่อ' จนเสร็จไปนานแล้ว และทุกคนก็กลับไปพักผ่อนกันหมด
ในเต็นท์กระโจมหลัก ไฟในหลุมไฟกำลังลุกโชนสว่างไสว ขณะที่อวี่อิงกำลังจะเคลิ้มหลับ เสื้อหนังสัตว์ที่เธอกำลังเย็บอยู่ลื่นหลุดจากตักตกลงบนพื้น เธอนั่งสัปหงกอย่างไม่รู้ตัว หูจิ้งจอกหลุบลงเพราะความง่วง
“ในที่สุดก็ออกแบบเสร็จเสียที” ซูไป๋มองไปที่ภาพร่างบนแผ่นหนังสัตว์ที่วางอยู่บนโต๊ะหินก่อนจะยืดตัว เขาวางแผนสิ่งที่ต้องทำในวันพรุ่งนี้ไว้ล่วงหน้า
จากนั้นก็หันไปทางกองไฟและเห็นสาวหูจิ้งจอกกำลังนั่งหลับ เขาส่ายหัวด้วยความเอ็นดู ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปทางกองไฟ
ซูไป๋หยุดยืนอยู่ข้างๆ อวี่อิง เก็บเสื้อหนังสัตว์ที่เย็บเสร็จไปแล้วครึ่งหนึ่งออกไปอย่างระมัดระวัง ใช้มือข้างหนึ่งโอบไหล่ของสาวหูจิ้งจอก ส่วนอีกข้างช้อนใต้ข้อพับเข่าของเธอ
เขายกอวี่อิงขึ้นโดยแทบจะไม่ต้องออกแรง และค่อยๆ เดินไปวางเธอลงบนเตียงฟางอย่างแผ่วเบา
“…” ซูไป๋หันไปจ้องมองอวี่อิง และพบว่าขนตาของเธอมีอาการสั่นไหว หูจิ้งจอกของเธอก็ตั้งขึ้น จึงรู้ได้ทันทีว่าเธอตื่นแล้ว
เพื่อไม่ให้อวี่อิงรู้สึกไม่สบายใจ เขาจึงแกล้งทำเป็นไม่รู้ต่อไป เขาดึงผืนหนังสัตว์ใกล้ๆ มาคลุมร่างกายช่วงล่างของอวี่อิงไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เธอป่วยจากอากาศหนาวตอนกลางดึก
“ตอนนี้น่าจะราวๆ ห้าทุ่มสินะ” ซูไป๋พึมพำกับตัวเองขณะเดินไปที่เตียงฟางของตัวเองและค่อยๆ เอนตัวนอนลง
*ฟืดดด ฟาดดด…* อวี่อิงหายใจถี่ขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความตื่นเต้น เธอลืมตาขึ้นเล็กน้อย พอเห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ เธอก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
เธอค่อยๆ หน้าไปอีกทาง ดวงตาสีชมพูของเธอเปิดกว้าง อวี่อิงจ้องมองไปทางด้านในของเต็นท์กระโจม เมื่อเห็นซูไป๋นอนอยู่บนเตียงฟางของเขา เธอจึงคลายความกังวลใจได้อย่างเต็มที่
[ท่านชาแมนอุ้มข้า] อวี่อิงคิดในใจอย่างเขินอาย แก้มของเธอกลายเป็นสีแดง
เธอเพิ่งเริ่มรู้สึกตัวตอนที่ชาแมนวางเธอลงบนเตียงฟาง เธอรู้สึกตกตะลึงอย่างมากจนไม่กล้าขยับตัว และทำได้เพียงแกล้งหลับต่อไป
[ท่านชาแมนช่างอ่อนโยนเหลือเกิน…] อวี่อิงใช้มือสองข้างปิดหน้าของตัวเอง ก่อนจะกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงฟาง หัวใจของเด็กสาวกำลังว้าวุ่น เธอรู้สึกถึงความปรารถนาบางอย่าง และไม่สบายใจเพราะความปรารถนานั้นยังไม่ได้รับการเติมเต็ม
เธอจึงไม่อาจข่มตานอนต่อไปได้ ในหัวของเธอยังวนเวียนคิดถึงแต่ภาพที่ชาแมนอุ้มเธอ เธอทำได้เพียงจินตนาการถึงภาพลักษณะท่าทางของชาแมนขณะกำลังอุ้มตัวเธอ ตอนนี้เธอเริ่มเสียใจที่ตัวเองเคลิ้มหลับไป และสงสัยว่าท่านชาแมนจะมองว่าเธอไม่เหมาะที่จะเป็นสตรีรับใช้ชาแมนหรือไม่
อารมณ์อันแสนอ่อนไหวของเด็กสาวชาวเผ่านั้นช่างยากที่จะอธิบาย บางครั้งการกระทำเพียงครั้งเดียว คำพูดเพียงหนึ่งคำ หรือแม้แต่เพียงการจ้องมองเพียงครั้งเดียว ก็สามารถทำให้จินตนาการของเธอล่องลอยไปได้ไกลแสนไกล
ซูไป๋ในฐานะนักเขียนที่เคยนอนดึกเพื่อเขียนนิยายบนโลก ย่อมไม่คุ้นเคยกับการเข้านอนเร็วขนาดนี้ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อประสาทสัมผัสของเขาดีขึ้นกว่าเดิมมาก เขาจึงได้ยินเสียงสาวหูจิ้งจอกกลิ้งตัวไปมาได้อย่างชัดเจน
เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยพร้อมกับยิ้มขณะคิดในใจ [ดูเหมือนว่าการกระทำของเราก่อนหน้านี้จะทำให้เธอว้าวุ่นใจ น่ารักจริงๆ สาวหูจิ้งจอกจากสังคมยุคโบราณของต่างโลกแห่งนี้ ทั้งน่าเอ็นดูและน่าสนใจอย่างมาก]
ซูไป๋เคลิ้มหลับไปพร้อมกับความคาดหวังบางอย่างที่ไม่อาจจะอธิบายได้
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ค่ำคืนกลับยาวนานขึ้น
“ข้านอนไม่หลับ…” อวี่อิงยังคงนอนลืมตาสีชมพูของเธออยู่บนเตียงฟาง จ้องมองอย่างเหม่อลอยไปที่หลังคาเต็นท์กระโจม
เธอเอามือลูบหน้าท้องตัวเอง เหลือบมองไปทางซูไป๋ ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนและย่องออกไปทางชายเต็นท์กระโจม เธอหันไปมองเขาขณะค่อยๆ เดิน กลัวว่าจะทำซูไป๋ตื่น
อวี่อิงออกจากเต็นท์กระโจม มองสำรวจรอบๆ ก่อนมุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่งเพื่อไปยังบริเวณรอบนอกอาณาเขตเผ่า เธอไปถึงที่หมายและเฝ้ารออยู่เงียบๆ
“ดึกแล้ว ทำไมยังไม่นอนอีก” เสียงใสๆ ของหยานฮัวดังขึ้น ใครบางคนเดินออกมาจากพุ่มไม้ และหยุดยืนที่ด้านหน้าของสาวหูจิ้งจอก
คืนนี้เป็นหน้าที่ของเธอที่จะต้องลาดตระเวน เธอจะดูแลบริเวณชั้นในของอาณาเขตเผ่าเป็นหลัก เธอจะคอยจับตามองพื้นที่รอบๆ เต็นท์กระโจมสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูลอบเข้ามา และยังรวมถึงคอยเฝ้าระวังผู้ชายที่ควบคุมความต้องการของตัวเองไม่ได้ ย่องเข้าไปในเต็นท์กระโจมของผู้หญิงเพื่อทำเรื่องที่น่าละอายใจ
งานลาดตระเวนจะถูกแบ่งเป็นอาณาเขตชั้นนอกและชั้นใน โดยปกติแล้วนักรบโทเท็มจะรับผิดชอบอาณาเขตชั้นนอก ส่วนอาณาเขตชั้นในจะเป็นหน้าที่ของนักรบโทเท็มหญิง แต่เนื่องจากขาดแคลนบุคลากร สาวเขาวัวซึ่งยังเป็นแค่นักรบฝึกหัด จึงได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกทีมลาดตระเวนด้วย
“ขะ ข้าตื่นขึ้นมาเพราะอยากทำธุระส่วนตัวน่ะ” อวี่อิงพูดตะกุกตะกักพลางหน้าแดง
“เอาสิ เดี๋ยวข้าคอยดูให้” หยานฮัวมองบน เพราะรู้ดีว่าสาวหูจิ้งจอกโกหก ปกติแล้วเธอจะไม่พูดตะกุกตะกักเวลาออกมาเจอกันตอนกลางคืนด้วยเรื่องแค่นี้
“อืม…” อวี่อิงเดินไปหลังต้นไม้ก่อนจะนั่งยองลงอย่างช้าๆ
“เป็นยังไงบ้าง ทำหน้าที่สตรีรับใช้ชาแมนวันแรก” หยานฮัวยืนพิงต้นไม้ ขณะเงยหน้ามองดวงดาวบนท้องฟ้า
*ซู่ววววววววววว…*
“ข้าพอใจมากๆ เลย” อวี่อิงตอบอย่างแผ่วเบา
“ท่านชาแมนดุด่าเจ้าบ้างไหม” หยานฮัวกอดอก พลางนึกถึงใบหน้าที่กำลังโมโหของพ่อเธอก่อนหน้า ทำให้เธอหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก [บ้าจริง แค่ไม่ได้เป็นสตรีรับใช้ชาแมนมันผิดตรงไหน ก็ข้าอยากเป็นนักรบโทเท็มนี่นา]
อวี่อิงเบะปากอย่างไม่พอใจ “ท่านชาแมนไม่เคยดุด่าข้าแม้แต่นิดเดียว ท่านดีกับข้ามากๆ”
“จริงเหรอ” หยานฮัวพูดกลางกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ เธอไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกเคืองใจที่ได้ยินแบบนั้น
“จริงๆ นะ” อวี่อิงลุกขึ้นก่อนจะจัดแต่งเสื้อผ้าให้เรียบร้อย และเดินออกมาจากหลังต้นไม้
เธอยิ้มมุมปากอย่างเขินอาย “ท่านชาแมนให้เนื้อแดดเดียวย่างกับข้าถึงสี่ชิ้นในวันนี้”
“แค่นั้นเจ้ากินอิ่มได้ครึ่งท้องเองนี่” หยานฮัวกล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“แค่นี้ข้าก็ยิ่งกว่าพอใจแล้ว” อวี่อิงพูดเบาๆ ขณะเดินมายืนอยู่ด้านหน้าสาวเขาวัว
“เจ้ากลับไปนอนได้แล้ว” หยานฮัวโบกมือไล่อย่างรำคาญใจ
“งั้นข้าไปก่อนนะ ระวังตัวด้วยตอนลาดตระเวน” อวี่อิงยิ้มก่อนจะหันหลังเดินอย่างร่าเริงกลับไปที่เต็นท์กระโจมหลัก
“จริงๆ เลย เจ้าก็พอใจง่ายเกินไปหน่อยนะ” หยานฮัวถอนหายใจ จ้องมองแผ่นหลังของสาวหูจิ้งจอก “ข้าล่ะอิจฉาส่วนนี้ในตัวเจ้าจริงๆ”
เธอเดินกลับเข้าไปในพุ่มไม้ ลัดเลาะไปตามต้นไม้ต่างๆ ปีนขึ้นไปบนต้นไม้เป็นครั้งคราว เพื่อกวาดตามองไปทั่วเผ่า เผื่อจะมีเด็กสาวคนอื่นต้องการออกมาทำธุระส่วนตัวอีก