- หน้าแรก
- อยู่ดีๆ ผมก็ได้เป็นหัวหน้าเผ่ายุคบรรพกาลซะงั้น
- บทที่ 30 สร้างค่านิยมการต้มน้ำก่อนดื่ม
บทที่ 30 สร้างค่านิยมการต้มน้ำก่อนดื่ม
บทที่ 30 สร้างค่านิยมการต้มน้ำก่อนดื่ม
เมื่อดวงอาทิตย์ตกทางทิศตะวันตก ก็เป็นเวลาพลบค่ำอีกครั้ง
หยานเจียวนำทางคนกลุ่มหนึ่งออกจากป่า จนกระทั่งกลับมาถึงเผ่าก่อนพลบค่ำในที่สุด
ในเวลานี้ บนพื้นที่โล่งใจกลางเผ่า มีท่อนไม้กลวงจำนวนมากถูกวางกองไว้ คาดว่ามีท่อนไม้กลวงอยู่ประมาณสามถึงสี่ร้อยท่อน
เฮยหยาเช็ดเหงื่อที่หน้าผากและกล่าวว่า “ท่านหัวหน้าเผ่า เรายังขนท่อนไม้กลวงกลับมาไม่ครบ จะให้ข้าพาคนกลับไปขนอีกรอบหรือไม่ขอรับ”
“ไม่ต้องแล้ว พรุ่งนี้เราค่อยให้คนไปทำ ‘ข้อต่อ’ ที่นั่นเลย แบบนั้นจะขนไปถึงแหล่งน้ำได้ง่ายกว่าด้วย” หยานเจียวอธิบายพลางส่ายหัว ยังเหลือท่อนไม้กลวงบางส่วนถูกตัดและวางกองทิ้งไว้ที่จุดหาของป่า
ยิ่งไปกว่านั้น การเข้าป่าตอนกลางคืนก็อันตรายเกินไป หากพวกเขาเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายโลหิตบริสุทธิ์โดยบังเอิญ มันคงเป็นหายนะอย่างแน่นอน
“ขอรับ งั้นเราจะเร่งออกเดินทางแต่เช้าตรู่วันพรุ่งนี้แทน” เฮยหยากล่าวอย่างจริงจัง
“ท่านหัวหน้าเผ่า ข้าคิดว่าเราควรทิ้งนักรบโทเท็มสักคนไว้ในอาณาเขตเผ่านะขอรับ” ต้ากวาเตือน “ท่านชาแมนยังอยู่ในเผ่า หากไม่มีนักรบโทเท็มไว้คอยคุ้มกัน จะเสี่ยงอันตรายเกินไป”
“จริงขอรับ เราควรเหลือนักรบโทเท็มทิ้งไว้สักคน” เฮยหยาพยักหน้าในทันที
การเห็นชาแมนเข้าป่าเมื่อเช้านี้ ทำให้พวกเขารู้สึกกลัวอย่างมาก หากเกิดอะไรขึ้นกับชาแมน พวกเขาคงไม่กล้ามองหน้าบรรพบุรุษของตัวเอง
“พวกเรามีนักรบโทเท็มน้อยเกินไป” หยานเจียวพยักหน้าสิ้นหวัง และกล่าวว่า “เฮยหยา เจ้าอยู่ที่เผ่าก็แล้วกัน พรุ่งนี้ข้าจะไปกับต้ากวาและหวาหมิง”
“ข้ารับหน้าที่นั้นเองขอรับ” เสียงอ่อนแรงของหม่ายหมางดังมาจากด้านหลังของพวกเขา
เนื่องจากที่ตั้งของเผ่ามังกรอัคคีนั้นค่อนข้างห่างไกล และไม่มีใครให้ความสนใจมากนัก การมีนักรบโทเท็มเหลืออยู่ในเผ่าเพียงคนเดียว ก็เพียงพอสำหรับการเฝ้าระวังแล้ว
หยานเจียวหันกลับไปมองและถามด้วยความเป็นห่วง “หม่ายหมาง อาการเจ้าเป็นยังไงบ้าง”
“ข้าไม่เป็นไรแล้วขอรับ แค่อ่อนเพลียเล็กน้อย เดี๋ยวกินเนื้ออีกสองสามชิ้นก็หายดีแล้วขอรับ” หม่ายหมางโบกมือเพื่อให้หยานเจียวคลายความกังวล
“เจ้านี่โชคดีจริงๆ ดีนะที่เจอท่านชาแมนทันเวลา” เฮยหยาหยอกล้อด้วยรอยยิ้ม
“ฮ่าฮ่า…” หม่ายหมางหัวเราะอย่างประหม่า พลางถอนหายใจ “ตอนแรกข้านึกว่าตัวเองจะไม่รอดเสียแล้ว ดีเหลือเกินที่เรามีท่านชาแมน”
หยานเจียวกวาดตามองรอบ ๆ แล้วถามว่า “หวาหมิงไปไหนแล้ว”
“เขาออกไปลาดตระเวนขอรับ” หม่ายหมางตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก
“คนเดียวอันตรายเกินไป” หยานเจียวนึกถึงเหตุการณ์ที่เผ่าอสรพิษดำซุ่มโจมตีพวกเขาที่ดินแดนบรรพชนของเผ่า และสั่งด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “ต้ากวา เจ้าไปลาดตระเวนอีกคนเถอะ”
แม้จะดูเป็นแค่การเขียนเสือให้วัวกลัว เพราะนักรบโทเท็มเพียงสองคน ย่อมไม่อาจดูแลความปลอดภัยได้ทั่วทั้งอาณาเขตของเผ่า แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้พวกเขารู้สึกอุ่นใจขึ้นเล็กน้อย ทั้งสองคนควรที่จะช่วยกันขับไล่สัตว์ร้ายโลหิตผสมที่แอบย่องเข้ามาได้บ้าง
“ขอรับ” ต้ากวาพยักหน้าอย่างใจเย็นและหันหลังเดินเข้าไปในป่า
“พวกเจ้าขนท่อนไม้กลวงกลับมาทำไมเยอะแยะหรือ” หม่ายหมางถามด้วยความอยากรู้
“เจ้าไม่รู้รึ ท่อนไม้กลวงเหล่านี้น่ะคือสมบัติล้ำค่า” เฮยหยาฉีกยิ้ม แยกเขี้ยวอันแหลมคมเต็มปาก
“สมบัติล้ำค่า เป็นคำสั่งของท่านชาแมนงั้นเหรอ” หม่ายหมางถามด้วยความอยากรู้
“ใช่แล้ว ท่อนไม้กลวงจะถูกใช้เพื่อสร้างระบบขนส่งน้ำกลับมาที่เผ่าของเรา…” เฮยหยาเล่าถึงเหตุการณ์ในวันนี้อย่างครบถ้วนทุกรายละเอียด
“…”
“ท่านพ่อ ท่านกลับมาแล้ว” หยานฮัวรีบเดินมาด้านหน้าด้วยท่าทีร้อนใจ
เมื่อเห็นลูกสาวของเขาเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ หยานเจียวจึงถามอย่างรวดเร็วว่า “เกิดอะไรขึ้น ท่านชาแมนเป็นอะไรหรือเปล่า”
“ไม่เจ้าค่ะ ท่านชาแมนสบายดี” หยานฮัวมองบนก่อนจะเริ่มอธิบายเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดตัวจิ๋วในน้ำ
หยานเจียวตกตะลึงหลังจากได้ฟัง สีหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนไป เขากัดฟันแน่นก่อนจะพูดว่า “บ้าจริง ฮูเอ๋อของข้าต้องถูกเจ้าสัตว์ประหลาดตัวจิ๋วพวกนั้นฆ่าตายแน่ๆ”
หยานฮู ซึ่งเป็นลูกคนแรกของหยานเจียว เสียชีวิตด้วยอาการป่วยตอนอายุได้สามขวบ เรื่องนี้เป็นบาดแผลฝังลึกในใจของเขามาตลอด
หม่ายหมางกับเฮยหยาก็ได้ฟังคำอธิบายของสาวเขาวัวด้วยเช่นกัน
“แท้จริงแล้วมีสัตว์ประหลาดตัวจิ๋วที่มองไม่เห็นอยู่ในน้ำอย่างนั้นหรือ สิ่งแปลกประหลาดเช่นนี้มีอยู่จริงหรือนี่” เฮยหยาพูดเสียงแหบพร่า ขณะที่ใช้มือของเขาแตะหน้าท้องตัวโดยไม่รู้ตัว
“ที่รักของข้า หรือว่านางเองก็…” ดวงตาของหม่ายหมางแดงขึ้น เมื่อนึกถึงเมื่อเจ็ดปีก่อน ในคืนหนึ่ง จู่ๆ ภรรยาของเขามีน้ำลายฟูมปากและเสียชีวิตลง
*ฮึ่ม ฮึ่ม…* หยานเจียวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง เพื่อระงับความเศร้าโศกไว้ในใจ เขาหันไปมองผู้คนที่มารวมตัวกันอยู่รอบๆ
ทันใดนั้น เขาก็ก้าวไปข้างหน้า ยืนบนกองท่อนไม้กลวง และป่าวกระกาศด้วยท่าทางเคร่งขรึมว่า “พี่น้องทุกคนในเผ่า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ให้ต้มน้ำก่อนดื่มเสมอ ใครดื่มน้ำที่ยังไม่ได้ต้ม ข้าจะอัดให้น่วม”
“…” บรรยากาศทั่วทั้งเผ่าเงียบกริบ
ผู้คนในเผ่าทั้งหมดพากันจ้องมองไปที่หยานเจียวด้วยความสับสน บางคนไม่พอใจกับคำสั่งนี้อย่างมาก นึกสงสัยว่าเหตุใดแค่จะดื่มน้ำถึงต้องทำให้ยุ่งยาก
“นี่เป็นคำสั่งของท่านชาแมน ใครขัดขืน ข้าจะอัดให้น่วมเช่นกัน” เฮยหยาประกาศซ้ำอีกรอบ
“เป็นคำสั่งของท่านชาแมนงั้นหรือ ถ้างั้นเราจะปฏิบัติตาม”
“ทำไมเราต้องต้มน้ำก่อนดื่มด้วย แบบนั้นมันก็จะร้อนเกินไปน่ะสิ”
“เงียบไปเลย ท่านชาแมนย่อมมีเหตุผล ถึงสั่งให้เราทำเช่นนี้”
“…”
ฝูงชนเริ่มพูดคุยกัน โดยที่คนส่วนใหญ่ต่างเชื่อใจชาแมนอย่างไม่มีเงื่อนไข นี่คือเกียรติยศที่สั่งสมมาโดยเหล่าชาแมนหลายต่อหลายรุ่น มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่บ่น แต่ก็ทำได้เพียงบ่นพึมพำเบาๆ อยู่สองสามคำ
หยานเจียวรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย ในขณะที่เริ่มออกคำสั่ง “ทุกคนเริ่มกินได้ หลังจากนั้น จะถึงเวลาทำงาน คืนนี้ เราต้องช่วยกันทำข้อต่อท่อนไม้กลวงเหล่านี้”
หลังออกคำสั่ง เขาก็หันไปพูดกับเฮยหยา “แจกจ่ายเนื้อแดดเดียวบางส่วนให้ทุกคน”
“ขอรับ” เฮยหยาพยักหน้า
“ท่านพ่อ ในเผ่ามีหม้อหินไม่เพียงพอสำหรับการต้มน้ำ” หยานฮัวกล่าวเตือนเบาๆ
นี่คือเหตุผลที่เธอรีบมาหาหยานเจียว มิเช่นนั้น คำสั่งคงจะถูกประกาศไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว
ภาชนะเพียงอย่างเดียวในเผ่าที่สามารถใช้ต้มน้ำได้คือหม้อหิน แต่ในเผ่ามีอยู่เพียงไม่กี่อันเท่านั้น หม้อหินที่เหลืออยู่แค่อันสองอัน เพิ่งจะถูกทำขึ้นเมื่อสิบวันที่ผ่านมา สำหรับให้ชาแมนชราใช้ตุ๋นเนื้อโดยเฉพาะ
เผ่ามังกรอัคคีมีสมาชิกถึงเจ็ดสิบสองคน จึงต้องการหม้อหินจำนวนมากเพื่อใช้ในการต้มน้ำ ในสังคมยุคโบราณ ยังไม่มีเครื่องมือที่ทำจากเหล็ก หากใช้ช่างศิลาทำขึ้นมา ต้องรอสองถึงสามวันกว่าจะได้สักหนึ่งอัน
“ไปหาท่านชาแมนกันเถอะ” หยานเจียวหันไปพูดกับหยานฮัวและหม่ายหมาง “บางทีท่านอาจมีวิธีแก้ปัญหา”
“ตกลงขอรับ/เจ้าค่ะ”